เข้าสู่ระบบ“ผมไซรัส นัว ขอสัญญาว่าจะดูแลคุณเซเรน่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะไม่ปล่อยมือคุณอีก ไม่ว่าจะยามทุกข์กายหรือยามสุขใจ ผมจะไม่มีวันทอดทิ้งเธอ และผมจะซื่อสัตย์และซื่อตรงแด่คุณเพียงผู้เดียวเซเรน่า”
เสียงทุ้มของเขาดังก้องในโถงจัดเลี้ยงราวกับกำลังประกาศคำประกาศิต ทว่าแววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนหัวใจดวงน้อย ๆ สั่นระริกจวนจะทะลุจากอก
“ฉันก็สัญญา ว่าจะซื่อตรงและซื่อสัตย์กับสามีอย่างคุณไซรัสเพียงคนเดียว จะไม่มีวันผลักคุณออกจากชีวิต และจะเผชิญทุกสิ่งด้วยกันไม่ว่าจะอันตราย หรือความสุขที่พานพบ ขอบคุณที่ไม่ยอมแพ้ในวันที่ฉันหมดศรัทธาในตัวเอง” เซเรน่ากล่าวตอบ น้ำเสียงเธอสั่นพร่าด้วยอารมณ์
เมื่อสิ้นคำกล่าวของชายหนุ่มและหญิงสาว เสียงปรบมือพลันดังขึ้นทั่วห้อง ผู้คนบางส่วนถึงกับยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา ภาพหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยนอนนิ่งบนเตียงคนไข้ในห้องไอซียู บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าในชุดเจ้าสาวงดงามราวเทพธิดา มันคือปาฏิหาริย์ที่ไซรัสต่างรอคอย
“ฉันรักเธอเซเรน่า”
ไซรัสกระซิบเพียงเท่านั้น แต่สำหรับเซเรน่า มันคือประโยคที่เธอเฝ้ารอฟังมาชั่วชีวิต ถึงแม้ว่าแกฝ่ายจะเคยบอกมานับไม่ถ้วน ทว่าเธอกลับไม่เคยเบื่อมันแม้แต่น้อย เซเรน่าปล่อยให้เขาจับมือ พลางโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงจุมพิตบนหลังมือขาวอย่างอ่อนโยน
ไซรัสยกยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นใบหูขาวแดงก่ำอย่างเขินอาย เขาก้าวเข้าหาเธอทีละนิด พอให้ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นชัดเจน
ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะสัมผัสกัน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมห้อง มันเต็มไปด้วยความเดือดดาลและไม่พอใจจนเด่นชัด
“ไม่! เธอเป็นของฉัน เซเรน่าเป็นของฉัน!!!”
เสียงตะโกนดังก้องท่ามกลางความเงียบสงัด ทุกสายตาหันขวับไปยังต้นเสียง ชายหนุ่มร่างสูงในสูทที่หลุดลุ่ย เดินโซเซเข้ามากลางงาน กลิ่นแอลกอฮอล์แรงจนแทบฉุน ภาคิน อดีตสามีที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้หัวใจของเซเรน่าพังยับเยิน
“ภาคิน นายทำบ้าอะไร” เซเรน่าพึมพำออกมาเบา ๆ สีหน้าของเธอทั้งสับสนและไม่พอใจอยู่ในที
“เธอจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ เธอสัญญาไว้ว่าเราจะอยู่ด้วยกัน”
เขาก้าวเข้ามาช้า ๆ ด้วยดวงตาแดงก่ำจากความเสียใจและฤทธิ์แอลกอฮอล์ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสับสนและเจ็บปวดปนเมา
“อย่าทำแบบนี้กับฉันเลยนะเซเรน่า กลับไปกับฉันเถอะ...”
“นายไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้น เธอไม่ใช่คนของนายแล้ว”
ไซรัสขยับเข้ามาขวางไว้ ดวงตาสีน้ำทะเลวาวโรจน์ราวกับพายุคลั่ง เขามองใบหน้าของชายที่เคยเป็นเพื่อนสนิทวัยเด็กอย่างสมเพช ไม่คิดว่าชีวิตของมันจะตกต่ำถึงเพียงนี้
“หึ! มึงมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับกูไซรัส มึงแย่งเธอไปจากกู มึงทำชีวิตคู่ของกูพัง!” ภาคินแค่นหัวเราะ
“พอได้แล้ว! เรื่องของเรามันจบไปนานแล้วภาคิน นายเลิกเอาแต่โทษคนอื่นเสียที!”
เสียงหวานตวาดลั่นอย่างหมดความอดทน เมื่องานวิวาห์ของเธอกำลังจะโดนไอ้บ้าอย่างภาคินถล่ม เขาเอาแต่พูดเรื่องเดิม ๆ ทุกครั้ง เช่นเดียวกับการเอาแต่โทษคนอื่นในความผิดของตัวเอง
“ไม่จริง เธอแค่กำลังสับสน! เธอแค่ลืมไปว่าพวกเรารักกันแค่ไหน” เขาส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง
“นายมาเอาอะไรตอนนี้ภาคิน มันสายไปตั้งแต่วันที่นายพาผู้หญิงคนอื่นมาพลอดรัก ทั้งที่ตอนนั้นฉันยังเป็นเมียของนายอยู่ด้วยซ้ำ!”
ครั้นสิ้นเสียงหวาน เสียงฮือฮาจากบรรดาแขกที่อยู่ในงานก็ดังขึ้นทันที เมื่อได้รู้ความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างความสัมพันธ์ของพวกเขาในอดีต
“ไซรัสไม่เคยแย่งฉันไปจากนาย มีแต่นายที่ทิ้งฉันเพื่อไปหาผู้หญิงคนนั้น” เซเรน่าสูดลมหายใจ ยามนี้เธอกลับรู้สึกโกรธเคืองแทนเซเรน่าคนเดิมมาก “ทุกวันนี้ฉันยังไม่รู้เหตุผลของนายด้วยซ้ำ ว่าทำไมถึงเลือกผู้หญิงคนนั้น”
“เธอ...เธอเคยช่วยชีวิตของฉันไว้” ภาคินเอ่ยเสียงแผ่ว พลางเบือนหน้าหนีสายตากดดันของเธอ
“น่าตลกชะมัด อย่าบอกว่านั่นคือเหตุผลที่นายนอกใจฉัน?” เซเรน่าแค่นหัวเราะ
“ฉันไม่สนมันแล้ว ฉันรู้แล้วว่าฉันรักเธอเซเรน่า ไม่ใช่ยัยนั่น! กลับมาหาฉันเถอะเซเรน่า เธออยากร่วมเตียงกับฉันมาตลอดไม่ใช่--”
ผลัวะ!
“อย่าได้กล้าหยามเกียรติภรรยาของฉัน”
หมัดหนักจากไซรัสพุ่งเข้าใส่เต็มแรงก่อนคำพูดนั้นจะจบ ร่างของภาคินล้มกระแทกพื้น เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วงาน ไซรัสพูดด้วยเสียงเยือกเย็นแต่แฝงความกร้าวแกร่งที่ไม่มีใครกล้าตอบโต้ เขายกมือขึ้นอีกครั้งแต่เซเรน่าคว้าแขนเขาไว้
“ฉันไม่เป็นอะไร เขาไม่คุ้มให้นายต้องเปลืองแรงหรอก”
เธอส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนที่จะหันกลับไปมองภาคินที่นั่งก้มหน้า ทั้งยังมีเลือดไหลซึมข้างมุมปาก
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







