แชร์

ตอนที่ 5 ลักพา [100%]

ผู้เขียน: มัทฉะโมจิ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 22:57:54

สามวันต่อมา

หญิงสาวสะดุ้งตื่นพร้อมกับหอบหายใจเสียงดัง ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง ผ่านความมืดที่มีแสงไฟจากถนนสาดเข้ามา พอให้เห็นตัวเลขว่าตอนนี้เข็มนาฬิกาหยุดอยู่ที่เวลาตีห้า เป็นเวลาที่เธอต้องตื่นพอดิบพอดี

ย้อนกลับไป ภาพความฝันในวันที่เธอเจอกับธันวา ยังคงตามหลอกหลอน ดวงตาดุคู่นั้นมันทำให้เธอกลัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนมีอิทธิพลด้วยแล้ว เธอยิ่งหวาดหวั่น กลัวว่าเขาจะตามสืบเรื่องของพีพี และมาเอาตัวลูกน้อยของเธอไป

พรูลมหายใจแล้วตั้งสติ ก่อนจะลุกจากเตียงนอนของตัวเองแล้วรีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย เดินไปเสียบกาน้ำร้อนเพื่อไว้ชงนมให้ไอ้ต้าวก้อน แล้วเดินกลับเข้ามาในห้องเห็นลูกน้อยลุกขึ้นนั่ง ดวงตาปรือ ผมชี้เด่อยู่ในเปลดูน่าเอ็นดู

แก้มแดงๆ น่าฟัด อดที่จะเอาจมูกแนบแก้มนั้นไม่ได้เลย โชคดีของแอรินเจ้าหนูพีพีเลี้ยงง่าย จะงอแงเพียงเวลาตัวเองหิวเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้แอรินเบาแรงไปได้มาก

เวลาเก้าโมงเช้าได้เวลาเปิดร้านทำเล็บ วันนี้มีลูกค้าจองคิวยาวจนเย็น กะเวลาน่าจะทำลูกค้าคนสุดท้ายเสร็จประมาณทุ่มครึ่งก็น่าจะเสร็จ แอรินตระเตรียมทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ทำเล็บ วางเรียงรายไว้ให้ลูกน้องได้หยิบจับได้อย่างสะดวก

แกร๊ง

เสียงกระดิ่งประตูกระทบกับบานประตูที่เปิดเข้ามา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังคิดบัญชีอยู่ที่โต๊ะทำงานหันไปสนใจ

“ลูกค้านัดไว้ใช่ไหมคะ” พนักงานเดินเข้าไปถามชายฉกรรจ์ในชุดสูท ที่เดินเข้ามาพร้อมกันถึงสองคน

“พวกเรามารับตัวคุณแอรินครับ” ชายคนหนึ่งตอบสั้นๆ ก่อนที่เดินตรงมาหาแอรินที่นั่งตัวแข็งอยู่ที่โต๊ะ

“เดี๋ยวก่อนสิคุณ..นี่คุณจะทำอะไร” พนักงานสาวพยายามเข้ามาซักถามต่อ แต่ทว่ากลับถูกชายอีกคนลากตัวออกจากร้านก่อน

“ปล่อยเธอนะ พวกคุณเป็นใคร มาหาฉันทำไม” แอรินพูดสั่งด้วยเสียงสั่นเครือ

“นายผมต้องการพบคุณกับลูกเป็นการด่วน มากับพวกเราเถอะนะครับ” ชายอีกคนที่เพิ่งมาถึงเข้ามาชี้แจง เพียงแค่ได้ยินชื่อว่าเป็นใครแอรินถึงกับขมวดคิ้ว

“นาย?”

“ครับ บอสให้เรามารับคุณไป” เลขาหนุ่มพูดน้ำเสียงเรียบ

“ฉันไม่ไป พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน” เธอโวยวาย อย่างไรเธอก็ไม่ไปกับคนพวกนี้ไปแน่ๆ

ภายใต้กรอบแว่นมองใบหน้าหวานด้วยความสงบ รู้อยู่แล้วว่าอย่างไรเธอก็คงไม่ยอมไปกับเขาง่ายๆ แต่ถึงอย่างนั้นหน้าที่ของเขามีเพียงพาตัวเธอไป ตามคำสั่งของนายใหญ่ก็เท่านั้น

ชายหนุ่มไม่ตอบ เพียงแต่หันไปพยักหน้าให้ลูกน้องเป็นสัญญาณให้เริ่มงาน ชายฉกรรจ์ทั้งสองพยักหน้ารับ ก่อนจะเข้าไปจับตัวแอรินเอามือไขว้หลัง ส่วนอีกคนเดินขึ้นไปยังชั้นสอง

“ไม่...ปล่อยนะ อย่าแตะต้องลูกของฉันนะ ไอ้พวกชั่ว” หญิงสาวพยายามขัดขืนสุดกำลัง แต่มีหรือจะสู้แรงของร่างกำยำ ไปมากกว่าพ่นคำด่าออกมา

สุดท้ายแล้วเธอกับลูกชายก็ถูกยัดไปในรถสีดำคันหรูยี่ห้อดัง ที่เธอใฝ่ฝันว่าอยากนั่งสักครั้งในชีวิต แต่ทว่าวันนี้มันกลับเป็นเหมือนกรงขังที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้

หญิงสาวกอดร่างเล็กแน่น โชคดีที่เจ้าตัวน้อยยังคงหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมอกอุ่นของเธออย่างไร้เดียงสา ขณะที่เธอพะวงว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

คำถามคือบอสที่พวกมันพูดถึงคือใคร? แล้วทำไมถึงอยากเจอคุณแม่ลูกหนึ่งอย่างเธอ

หญิงสาวได้แต่นั่งหน้าเครียด ในใจหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คิดย้อนตอนที่เธอเดินตามคนพวกนี้ แล้วเห็นกระบอกปืนสีเงินเหน็บอยู่ที่เอวของทุกคน ไม่แปลกที่จะกลัว

อ่านป้ายบอกทาง ถึงได้รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังมุ่งหน้าออกจากตัวเมือง ไปยังจังหวัดภาคตะวันออกที่ติดทะเลเป็นจังหวัดแรก ทำให้แอรินแทบจะนั่งไม่ติดเบาะ

เจ้าของดวงตากลมคิดหาทางหนีทีไล่ ก่อนที่รถจะเลี้ยวเข้าไปยังบ้านหลังใหญ่สีขาว ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในที่ดินผืนใหญ่ ห่างไกลผู้คนอยู่พอสมควร

ทันทีที่ได้ยินเสียงปลดล็อกประตูรถ เธอไม่รีรอที่จะเปิดประตูออกไป อุ้มลูกน้อยแนบอก รีบจ้ำอ่าวหนีออกจากบ้านหลังนี้

แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อร่างใหญ่ยักษ์ของบอดี้การ์ดมาปิดทางหนีไม่ให้ไปไหนได้

“พวกคุณจับฉันกับลูกมาทำไมคะ” แอรินถามเสียงเบา นัยน์ตาร้อนผ่าวด้วยความกลัว ลำพังตัวเธอ เธอไม่กลัวเลยสักนิด แต่เธอกลัวว่าลูกน้อยของเธอจะเป็นอันตรายเสียมากกว่า หากเป็นเช่นนั้นเธอคงสู้จนตัวตาย ตามสัญชาตญาณความเป็นแม่

“พวกผมไม่ทำร้ายคุณ คุณไม่ต้องกลัว” หนุ่มแว่นพูดบอกจากทางด้านหลังของเธอ ทำให้เธอหันไปสบตาเขาด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจ

“ละ แล้วฉันจะเชื่อพวกคุณได้ยังไง”

“ผมรับประกันได้ ว่าคุณกับลูกปลอดภัย ขอเพียงคุณไปกับเรา”

สุดท้ายแล้วแอรินก็ยอมเดินตามไปอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนจะกวาดตามองสำรวจบริเวณโดยรอบ

คฤหาสน์หลังใหญ่สีขาวสะอาดสไตล์โมเดิร์น ดูหรูหรา ด้านข้างมีเรือนกระจก สำหรับโชว์รถยุโรปราคาแพงอยู่หลายคัน ราวกับโชว์รูมอย่างไรอย่างนั้น

ความรู้สึกแรกที่เข้ามาด้านใน กลับรู้สึกเย็นวาบไปทั่วตัว ไม่ใช่เพราะความรู้สึกกลัว แต่เพดานสูงถูกดีไซน์โดยสถาปนิกให้รับลมที่พาดผ่านเข้ามา จนทำให้บ้านดูร่มรื่นพอสมควร

ด้วยความที่ร่ำเรียนการออกแบบมา ทำให้แอรินรู้สึกทึ่งจนอยากจะสำรวจบ้านหลังใหญ่ให้มากกว่านี้ จนตัวเธอเองลืมความกลัวก่อนหน้านี้ไปเสียสนิท

“ฝากลูกไว้กับดิฉันก่อนดีกว่าไหมคะ” แม่บ้านสาวเดินเข้ามาเอ่ยถามอย่างสุภาพ จนทำให้แอรินทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” เธอปฏิเสธพร้อมกับส่งยิ้มให้กับแม่บ้านสาว ก่อนจะเดินตามร่างสูงเข้าไปในห้องๆ หนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่าห้องนี้เป็นห้องทำงานของใครบางคน

โต๊ะขนาดใหญ่มีเพียงโน้ตบุ๊กวางอยู่ กับปากกาปลายสีทอง ส่วนด้ามจับเป็นลวดลายแบรนด์ดังระดับโลก ราคาเกือบครึ่งแสนการันตีว่าเจ้าของเป็นผู้มีอันจะกินอย่างแท้จริง

ขณะที่มัวแต่ตื่นตะลึงกับของพวกนี้ เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น เธอสะดุ้งตกใจ ก่อนจะหันไปพบกับชายวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกางเกงขายาวสีดำดูเนี้ยบ ผมสั้นสีดำแซมขาวถูกเสยขึ้น เปิดใบหน้าหล่อในอดีตซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยรอยตีนกาที่เพิ่มขึ้นตามอายุ

“สวัสดี ขอโทษที่ทำให้ตกใจ ฉันธนินทร์พ่อของธันวา ยินดีที่ได้รู้จัก”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทส่งท้าย

    เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [100%]

    “โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [50%]

    แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [100%]

    เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [50%]

    “คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 18 คนหลงทาง [100%]

    การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status