Share

พลังที่ตื่นขึ้น

Author: tartarussword
last update Last Updated: 2026-01-20 17:20:44

สุดท้ายก่อนเซอร์เบอรอสจะไป ผมก็กลั้นใจตัดเส้นผมของผมให้เขา เอาวะถ้าตัดให้แล้วเขาไม่ฆ่าผมก็…ก็ได้

“ข้าจะรีบกลับมานะ รอข้านะท่านพี่เรย์” เขาพูดขณะกอดผมแน่น แล้วเก็บเส้นผมสีเขียวลงในกล่องสีทองแกะสลักอย่างดี ให้ตายเถอะกล่องเก็บของยังดูรวยเลย

ผมโบกมือจนรถม้าของเขาลับไปสุดทาง

เมื่อส่งเซอร์เบอรอสไปแล้ว คฤหาสน์ดูว่างเปล่าแปลกๆ ทั้งที่เมื่อก่อนผมรำคาญเขาที่ชอบมาวุ่นวาย และแม้ว่าผมพยายามทำอะไรเป็นงานอดิเรก เช่น หัดขี่ม้า แต่ด้วยร่างกายที่ปวกเปียกยิ่งกว่าผักทำให้ไม่ว่าทำอะไรก็ทำได้ไม่นาน ผมจึงเริ่มหาทางที่จะรักษาร่างกายตัวเอง

ก่อนอื่นผมลองใช้สมุนไพรตามเนื้อเรื่องที่ช่วยเพิ่มพลังให้ร่างกายดีขึ้น แต่หลังจากลองไปลองมาก็พบว่าเมื่อใช้ไปนานๆ จะไม่ได้ผล

และระหว่างที่ผมพยายามหาวิธีอื่นนั้น

วันหนึ่งโชคก็เข้าข้าง

ในขณะที่ผมกำลังเดินเล่นในเมืองและกำลังจะไปซื้อหนังสือโดยพาริชาร์ดไปเป็นอัศวินคุ้มกัน เพราะผมเอาหนังสือเกี่ยวกับพืชพรรณสมุนไพรให้เซอร์เบอรอสไปจนหมด ผมก็เห็นคนคนหนึ่งกำลังถูกอันธพาลรุมทำร้ายในตรอกข้างวิหาร

“เฮ้ย หน้ามันวอนตีนว่ะ” ไอ้เดนมนุษย์คนหนึ่งพูด

“กระทืบมันอีกรอบมันจะได้ไม่กล้ามาแถวนี้อีก” อีกคนเสริม

ภายใต้เสื้อฮู้ดคลุมเส้นผมของคนที่ถูกทำร้ายมีผมยาวสีเงิน สีผมที่หาได้ยากในอาณาจักรอาร์ค

และนั่นคือสีผมของตัวร้ายอีกคนของเรื่อง ทาสรักมารยาปีศาจ

โมเบียส อาชีพหมอยา ในนิยาย เขาเป็นหมอยาที่ถูกบรรยายว่า หมอยาหัตถ์เทพ จะปรุงยาให้ตาย คนนั้นตาย จะปรุงยาให้รอด คนนั้นรอด แต่ชีวิตของเขาก่อนหน้านั้นกลับต้องร่อนเร่และพบเจอแต่ความลำบาก จนต้องไปเป็นทาสของวิหารและทดลองยากับตัวเองจนเสพติดความเจ็บปวดและพิการ ที่สำคัญเขาคือผู้ปรุงยาที่ปรุงยาพิษให้นางร้ายในเรื่องเอาไปวางยานางเอกจนนางเกือบขิต

ใช่แล้ว นางเอกที่เกือบขิตนั่นก็คือมารีนน้องสาวผม

ส่วนนางร้ายที่ว่าก็คือชาเลจ

ถ้าอย่างนั้นบางทีถ้าผมทำให้เขาไม่ต้องขายตัวเองกลายเป็นทาสของวิหาร เรื่องวุ่นวายของมารีนกับชาเลจก็อาจไม่เกิดขึ้น

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่อยู่ภายใต้ผมสีเงินนั้นเป็นสีม่วงที่ดูลึกลับซับซ้อน อายุคาดเดายากอาจจะรุ่นราวคราวเดียวกับผม

โอเค ไม่ผิดตัว

เมื่อตัดสินใจจะเข้าไปช่วยเขาแล้ว ผมก็อยากพูดอะไรเท่ๆ แบบ ‘วางสปาต้าลงถ้าไม่อยากแดกบาร์เร็ตต้ากู’ แต่ผมยังไม่ทันอ้าปาก ริชาร์ดก็พุ่งเข้าไปซัดหน้าไอ้คนที่ทำร้ายโมเบียสแล้ว บอกแล้วว่าเขาน่ะมันอัศวินแบบแปะป้ายว่าอัศวินจ้า เห็นคนอ่อนแอโดนทำร้าย ก็เข้าไปเปิดด้วยการอัดฝ่ายตรงข้ามแบบไม่รอใครตัดริบบิ้น

“เฮ้ เจ้าเป็นไรไหม” เมื่อเห็นว่าริชาร์ดคนเดียวก็เก็บเรียบจนพวกนั้นวิ่งหนีไป ผมประคองโมเบียสลุกขึ้น

“ข้าไม่เป็นไร คือว่าข…ข้า พยายามมา..ที่วิหาร แต่พวกนั้นพยายามทำร้ายเพื่อเอาเงินแต่ข้าไม่มี มันบอกว่าแถวนี้เป็นถิ่นของมัน ข..ขอบคุณที่ช่วยข้า พวกเจ้ามาเป็นใครและมาทำอะไรที่นี่” โมเบียสละล่ำละลักพูด

“พวกข้ามาซื้อของแถวนี้น่ะ” ผมบอก “มาซื้อยา แล้วก็ข้าอยากซื้อหนังสือเกี่ยวกับการปรุงยา พืชพรรณสมุนไพร และข้าเป็นโรคที่หาได้ยากเกี่ยวกับเลือด เจ้ารู้จักโรคเลือดหิมะไหม” ผมจงใจพูดเรื่องโรคให้เขาสนใจ เพราะนอกจากเขาจะมีพรสวรรค์ด้านการปรุงยาแล้วเขายังหลงใหลในการปรุงยาเป็นอย่างมาก จะบอกว่าเนิร์ดในด้านนี้ก็ได้

“จริงเหรอ ข้าสามารถช่วยพวกเจ้าได้นะถ้าพวกเจ้าอยากให้ช่วย ข้าเป็นหมอยา ถ้าเจ้ามีวัตถุดิบดีๆ ให้ข้า ยาอะไรที่เจ้าอยากได้ข้าจะทำให้เป็นการตอบแทน ถ้าเจ้าไม่เชื่อใจจะให้ข้าดื่มก่อนก็ได้ ถึงโรคนี้จะหายได้ยากแต่ข้าว่าข้าพอช่วยให้เจ้าเป็นลมน้อยลงได้นะ” โมเบียสพูดอย่างกระตือรือร้น

ผมมองเขาแบบไม่แน่ใจ หมอนี่เป็นตัวร้ายแน่เหรอ ดูไม่เหมือนเลยแฮะ

ผมเลยไม่รอช้า พาเขาไปร้านหนังสือด้วยกัน

“เล่มนี้ข้าว่าข้อมูลกว้างเกินไป อืม เล่มนี้ดีนะ บรรยายถึงพืชพรรณได้อย่างละเอียด อ่า ข้าว่าอันนี้ด้วยดีกว่า เกี่ยวกับสมุนไพรในตำนานหายาก อันนี้เกี่ยวกับสมุนไพรของต่างอาณาจักร น่าสนใจนะ อะไรนะ ให้ซื้อได้ไม่อั้นงบเลย นี่เจ้าเป็นเศรษฐีเหรอเนี่ย งั้นเอาเล่มนี้ไปด้วย ข้าว่าถึงจะบรรยายกว้างแต่ภาพประกอบละเอียดมากเลย อืม…เกี่ยวกับมอนสเตอร์ที่นำมาทำยาได้ อันนี้เอาไปด้วยก็แล้วกัน”

ผมทำเป็นถามว่าเขาพักอยู่ที่ไหน (จริงๆ รู้ว่าไม่มี) พอเขาบอกว่ายังไม่มีที่พักผมก็เลยชวนให้ไปยังคฤหาสน์ของผมก่อนเพื่อเริ่มต้นปรุงยารักษาร่างกายให้ผม

เมื่อเห็นคฤหาสน์โมเบียสก็พยักหน้าหงึกแล้วพึมพำ “อืม ตระกูลอะควาเซีย เศรษฐีของจริง”

“นี่ท่านพี่ไปลักพาตัวเจ้าชายจากไหนมาเหรอคะ” เมื่อไปถึงคฤหาสน์และอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ มารีนก็เข้ามากระซิบกับผม วันนี้ผมสีชมพูของเธอยังสว่างไสวเหมือนเดิม ดวงตาเหมือนมีดวงดาวอยู่ในตาเป็นแววกังวลเหมือนเป็นห่วงว่าผมไปทำอะไรผิดมา

“หือ น้องหมายถึงอะไรนะ”

และแล้วผมก็เห็นว่ามารีนหมายถึงอะไรเมื่อประตูเปิดออก ชายหนุ่มผมยาวสีเงินรูปร่างสูงโปร่งดวงตาเฉี่ยวสีม่วงเข้มเดินเข้ามาหาผม แม้เสื้อผ้าที่ใส่จะเป็นเสื้อผ้าธรรมดาอย่างเสื้อสีขาวแขนยาวธรรมดามีลายปักเล็กน้อยและกางเกงขายาว แต่ด้วยสัดส่วนและท่าเดินที่เหมือนนายแบบหลุดออกมาจากแคตวอร์คทำให้ผมอึ้ง สาวเมดมาแอบมองเขาทั้งคฤหาสน์

หล่อจัด!

แต่ด้วยแผลที่เขาโดนซ้อมมาเลยทำให้มารีนคิดว่าต้องมีเรื่องไม่ดีแน่ๆ

“ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดนะ นั่นน่ะคือว่าเขาเป็นหมอยาที่จะมารักษาอาการป่วยให้พี่เอง แต่เกิดอุบัติเหตุกับเขานิดหน่อยน่ะ” ผมรีบอธิบายและเล่าที่มาที่ไปของโมเบียสให้มารีนฟัง

นี่ก็เห็นผมเป็นพวกแก๊งลักพาตัวไปได้

ทีนี้ก็เหลือด่านถัดไป

ระหว่างกินข้าว ผมเชิญให้โมเบียสร่วมโต๊ะกินข้าว ซึ่งก็มีแอตลาส ท่านพ่อของผมอยู่ด้วย พอแนะนำตัวเขาเสร็จแล้วผมก็เริ่มเล่นละคร

“ท่านพ่อขอรับ” ผมเอ่ยด้วยเสียงเศร้าๆ สร้างซีนดราม่า

“คือว่า ข้าป่วยเป็นโรคร้ายแรง”

“ข้าก็พอรู้มาบ้าง เจ้าไม่แข็งแรงตั้งแต่เด็กแล้วยังเป็นโรคที่หาได้ยากอีก ข้าล่ะเป็นห่วงเจ้าเหลือเกิน”

“เพื่อนข้าคนนี้เป็นหมอยาที่เก่งกาจมาก แต่ตอนนี้เขายังไม่มีที่พัก ข้าขอให้เขามาพักอยู่ถาวรที่คฤหาสน์ด้วยได้ไหมขอรับ”

“พรืดดด” โมเบียสที่กำลังเกร็งอยู่แล้วแทบสำลักไวน์กลืนแทบไม่ทัน ผมส่งสายตาให้เขานิ่งๆ ไว้อย่าพูดอะไร

“ก็ตามใจเจ้าเถอะ” แอตลาสที่สงสารลูกจนเอาผ้ามาเช็ดน้ำตา “ให้อยู่นานเท่าไหร่ก็ได้ ถ้าทำให้เจ้าแข็งแรงดี” เยส ผ่านไปด้วยดี เลี่ยงการไม่โดนผลักตกคูน้ำตายสำเร็จ เลี่ยงการไม่ป่วยตายสำเร็จ

โมเบียสหันมามองผมด้วยสายตาเหมือนกับจะพูดว่าจะทำอะไรก็ปรึกษากันบ้าง

ในสนามรบ ผู้บังคับบัญชาต่างชมข้า

นั่นเป็นแค่การปลดปล่อยสัญชาตญานดิบของข้า พลังของตระกูลเฮลดันไฮม์นั้นกระหายเลือด เสียงในหัวข้านั้นคลั่งไคล้การฆ่าฟัน สำหรับข้าการต่อสู้นั้นง่ายกว่าการที่ข้าพยายามปั้นหน้าคุยกับผู้คนเสียอีก แม้ว่านักรบเคียงบ่าเคียงไหล่ส่วนหนึ่งจะชื่นชมที่ข้าจัดการศัตรูได้อย่างรวดเร็ว อีกส่วนมองว่าข้าเหมือนปีศาจ แต่ในใจของข้ากลับคิดเพียงเรื่องเดียว

อยากกลับไปหาเรย์คาลัส “ของข้า”

ความฝันยามค่ำคืนในสนามรบ

เงาสีดำพยายามลากข้าลงไป มือของพวกมันนับไม่ถ้วนพยายามจับข้า ฉุดรั้งข้า แต่พวกมันไม่อาจต้านทานพลังของข้าได้ ความฝันจึงเปลี่ยนฉาก

ในฝันข้าอยู่ตัวคนเดียวในโลก ข้าพยายามดึงรั้งคนรอบข้างให้อยู่กับข้า ทำแต่สิ่งเลวร้าย แต่สุดท้ายข้ากลับเจ็บปวดและปลิดชีพตนเองตายเพียงลำพัง

ข้าตื่นขึ้นและควานหากล่องบนหัวเตียง

เรย์คาลัส แม้ไม่เต็มใจเขาก็ตัดผมตัวเองให้ข้าจนได้ ข้าคว้ากล่องสีทองที่ข้าเลือกมาอย่างดีเพื่อเก็บของมีค่า ในนั้นมีสร้อยทับทิมที่เขาเคยให้ข้า กับช่อผมหางม้าของเขา ข้าจูบเส้นผมสีเขียวเข้มของเขา กลิ่นหอมของเขายังอยู่แม้จะบางเบา นั่นทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ข้าสงสัยอยู่เสมอว่าจะเป็นอย่างไรหากได้ครอบครองริมฝีปากที่ดูนุ่มนิ่มนั้นและทำให้มันเป็นของข้า

ท่านพี่เรย์เป็นของข้า ข้าจะทำให้เขาเป็นของข้าให้ได้ไม่ว่าต้องใช้วิธีไหน

แม้ต้องขังเขาไว้ก็ตาม

“ตื่นได้แล้วเรย์คาลัส เจ้าต้องกินยา” โมเบียสเข้ามาในห้องผม เรื่องยาของผมเขาเตือนยิ่งกว่านาฬิกาปลุกเสียอีก “ต้องกินยาอย่างตรงเวลาไม่อย่างนั้นยาจะไม่ได้ผล แล้วเจ้าก็จะดื้อยาอีก ข้าพยายามหาวิธีทำให้ร่างกายเจ้าไม่ดื้อยา แต่แปลกมาก ไม่ว่าใส่อะไรเข้าไปก็ดูจะไม่ได้ผล ข้าต้องทำอย่างไรกัน เจ้าอุตส่าห์ให้ข้าพักในคฤหาสน์แต่กลับทำให้เจ้าดีขึ้นไม่ได้” โมเบียสเครียดจนเข้าสู่โหมดพึมพำกับตัวเองไปแล้ว

“เจ้าไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ เจ้ามาปลุกข้าทุกวันเป็นปีแล้วนะ แล้วเจ้าพักผ่อนบ้างหรือเปล่าเนี่ย” ผมพูดกับโมเบียสที่หมกมุ่นกับการปรุงยาให้ผมจนเจ้าตัวขอบตาดำไปหมด แต่ด้วยความที่หน้าตาดีมากแทนที่จะดูแย่กลับเหมือนหนุ่มร็อคคูลๆมากกว่า นั่นไม่ยุติธรรมเลย ทำไมผมนอนน้อยบ้างถึงเหมือนคนเสพยาล่ะ

“ข้าคิดว่า ถ้าได้วัตถุดิบดีๆ อาจจะช่วย… ข้ารู้จักที่หนึ่งอยู่แถวชายป่า เดี๋ยวข้าว่าข้าต้องไปหาสมุนไพรเพิ่ม ตอนนี้เจ้าเริ่มดื้อยาอีกแล้ว”

“ถ้างั้นข้าขอไปด้วย ข้าอยากออกนอกบ้านจะแย่” ผมบอก โมเบียสทำหน้าลังเล แต่เขาบอกว่ามันไม่น่าจะมีอันตราย เพราะเป็นชายป่าส่วนที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ โมเบียสเลยยอมตกลงให้ผมไปกับเขา

เมื่อนั่งรถม้าไปถึงที่ผมก็งง

ที่บอกว่าไม่ค่อยมีใครสนใจเพราะ เรียกว่าทุ่งเห็ดจะดีกว่าชายป่า

ท่ามกลางท้องฟ้าสดใส มีทุ่งเห็ดหลากสีเวิ้งว้าง เห็นป่าทึบไกลลิบ เห็ดทั้งดอกเล็กดอกใหญ่เต็มทุ่ง โมเบียสบอกว่าทุ่งนี้มีทั้งเห็ดพิษและเห็ดไม่มีพิษ แต่ด้วยความที่เห็ดมันหลากชนิดมากๆ และแยกจากกันได้ยาก เลยทำให้ไม่ค่อยมีคนมาเก็บเห็ดที่นี่นอกจากพวกนักเวทย์ ระหว่างที่โมเบียสพึมพำกับตัวเองและเลือกสมุนไพรและเห็ด ผมก็พลันเห็นเห็ดดอกหนึ่งมันมีสีดำสนิทและมีดอกใหญ่ ร่มเห็ดสีดำและวงแหวนสีม่วง ขนาดของมันเท่ากับลูกฟุตบอล ผมจึงลองเอามือไปจับด้วยความสงสัย

ทันใดนั้นผมก็เหมือนหลุดเข้าไปในอะไรบางอย่าง

มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับเวลาเราฝันว่าตกจากที่สูง

เมื่อความรู้สึกวูบนั้นหยุด

ผมก็ร่วงต่อไปอีก จนทุกสิ่งทุกอย่างหยุดลงอีกครั้ง

ในหมอกขมุกขมัวผมเห็นเซอร์เบอรอสกำลังนอนหายใจรวยรินอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งในป่าน้ำแข็ง ทำให้ผมรีบไปประคองเขา

“เฮ้ เจ้าเป็นอะไรไหม”

“ท..ท่านพี่เรย์”

“เกิดอะไรขึ้น” เลือด เลือดเต็มไปหมด ผมจับตัวเขา ยิ่งจับยิ่งตกใจ ของเหลวสีแดงไหลจากตัวเขาเรื่อยๆ ทำให้ผมยิ่งช็อค นี่เขาจะตายเหรอ เซอร์เบอรอสเนี่ยนะ ใครทำให้เขาเป็นแบบนี้ได้ แผลเหล่านั้นเหมือนโดนแทงเป็นสิบๆ แผล ต่อให้เป็นเขาก็คงรอดยาก

ในนิยายเขาไม่ตายนี่

ผมทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า

หรือว่าการที่ผมบอกข้อมูลเขาทำให้เส้นเรื่องเปลี่ยนเหรอ

“ไม่นะ เจ้าจะตายไม่ได้นะ เจ้าบอกให้ข้ารอไม่ใช่เหรอ เจ้าต้องรอดกลับมาให้ได้สิ” ผมกอดเขาไว้แล้วโวยวายลั่น ถึงเขาจะเป็นตัวร้ายและอาจจะเป็นคนที่ฆ่าผมแต่ตอนนี้ผมผูกพันกับเขาไปแล้ว มาตายตรงหน้าแบบนี้ใครจะไปทำใจได้

ผมร้องไห้ทั้งตกใจทำอะไรไม่ถูก เลือดเต็มไปหมดจนผมสติแตกพยายามเอามืดอุดแผลที่ใหญ่ที่สุดไว้

แต่มือที่โชกเลือดของเซอร์เบอรอสกลับลูบหน้าผม

“อย่าร้อง” เซอร์เบอรอสยิ้มให้ผม สีหน้าของเขาดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่ จู่ๆ ร่างกายของเขาก็มีเส้นเลือดพองขึ้นตามผิว และดวงตาขาวของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ

“ด..เดี๋ยว ท…ทำไมร่างกายเจ้า” ร่างกายของเขาเหมือนมีบางอย่างอยู่ภายใต้ผิวหนัง และจู่ๆ ผมยิ่งช็อคหนักเข้าไปใหญ่ เมื่อบาดแผลทั้งหมดของเขากลายเป็นสีดำเหมือนมันกำลังลุกไหม้

และใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้มีดวงตาสีดำไปทั้งตาขาวเหมือนปีศาจ เข้ามาใกล้ๆ ผม

“พลังของสายเลือดประจำตระกูลข้า มันตื่นแล้ว” เขาพูดและจับหน้าผมเข้าไปใกล้และบดเบียดริมฝีปากเข้ากับปากของผม

‘หา อะไรตื่นนะ’ ผมที่ตกใจจนขยับไม่ได้ลิ้มรสกลิ่นคาวเลือดที่อยู่ในปาก เรียวลิ้นของเซอร์เบอรอสสอดเข้ามาและเกี่ยวกระหวัดลิ้นของผมรุนแรง จูบที่จู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้ผมจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก รุนแรงจนหายใจแทบไม่ออก

“จ..เจ้า” นี่มันเรื่องเห้*อะไรเนี่ย

ก่อนที่เซอร์เบอรอสจะจูบอีกเหมือนเมื่อกี้ยังไม่เพียงพอ เขาครอบครองริมฝีปากซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นจูบที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างเข้มข้น

“เรย์ ข้าจะกลับไปหาท่าน” ดวงตาสีดำค่อยๆ เปลี่ยนกลับเป็นสีแดงเหมือนสัตว์ป่าจ้องผมเหมือนมองเหยื่อที่จะจับกิน

“เหี้******************” ผมตื่นมาพร้อมตะโกน ลุกพรวดขึ้นนั่ง พบว่าตัวเองกลับมาคฤหาสน์แล้ว

“เจ้าเป็นยังไงบ้างเรย์คาลัส” โมเบียสที่นั่งข้างเตียงผมถาม “คุณหนูมารีน ท่านพี่ของคุณฟื้นแล้วขอรับ”

“ท่านพี่เรย์” มารีนงัวเงียขึ้นมา เธอคงหลับไปทั้งที่ยังจับมือผมอยู่ “ทำไมทำหน้าเหมือนเจอผีแบบนั้นคะ”

“ผียังน่ากลัวน้อยกว่าฝันข้า” ผมเอานิ้วลูบปาก คิดถึงฝันที่แปลกประหลาดนั่น นี่ผมเป็นห่วงเขามากไปจนฝันเพ้อเจ้อขนาดนั้นเลยเหรอ

“ก็ไม่น่าแปลกเท่าไหร่เจ้ากินเห็ดแอสโมเดียสเข้าไป เลยทำให้เห็นภาพหลอน มันเป็นเห็ดที่ทำให้เห็นความฝันที่น่าเหลือเชื่อ พวกศิลปินมักใช้สำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน เจ้าฝันอะไรทำไมกัดปากตัวเองจนเลือดออกแบบนั้น”

“เจ้าหมายถึงเห็ดสีดำอันใหญ่ ที่มีวงแหวนของเห็ดที่สีม่วงใช่ไหม” ผมไม่ตอบเรื่องฝัน โมเบียสพยักหน้า ผมจำได้กว่าผมเห็นเห็ดนั่น แต่ไม่ยักกะจำได้ว่ากินมันเข้าไป เมื่อเอานิ้วลูบปาก ผมพบว่าเลือดผมไหลออกมาจริงๆ

เฮ้อ โล่งใจที่มันเป็นแค่ความฝัน และโล่งใจที่เซอร์เบอรอสไม่อยู่ด้วยไม่งั้นผมคงเข้าหน้าเขาไม่ติด เพราะจูบที่เร่าร้อนจนลืมหายใจนั่น

อีกด้านหนึ่งที่อาณาจักรฟิวริส

เซอร์เบอรอสลืมตาขึ้น เขารู้สึกถึงพลังเต็มเปี่ยมในทุกส่วนของร่างกาย บาดแผลที่โดนทหารฝั่งศัตรูฟันสมานกันทั้งหมด ร่างกายเหมือนเครื่องจักรที่ถูกเติมเต็มด้วยแหล่งพลังงานอย่างเต็มที่ และที่สำคัญเขาอารมณ์ดีมากเพราะความฝันนั่น ในฝันเขาได้จูบเรย์คาลัส บดเบียดริมฝีปากที่ปรารถนามาเนิ่นนานอย่างแนบแน่นจนอีกฝ่ายแทบหายใจไม่ออก

และมันรู้สึกดีเป็นบ้า

เขาลุกขึ้นและมองแม่น้ำพิษ มันมีสีแดงอย่างในหนังสือที่เรย์คาลัสให้เขียนเอาไว้ และมีพิษร้ายแรงมาก

เขาเดินกลับไปยังค่ายทหารฝ่ายตัวเอง

“ไง” เขายืนพิงกระโจมเรียกอีกฝ่ายที่สะดุ้งเฮือกแล้วหันมาทำหน้าเหมือนเห็นผี

ฮิลเดรเป็นคนส่งข่าว เขาเป็นทหารฝ่ายเดียวกันที่บอกว่ามีคำสั่งให้เซอร์เบอรอสให้ไปลาดตระเวณที่โซนป่าน้ำแข็ง และที่นั่นเซอร์เบอรอสเจอกับทหารฝ่ายศัตรูที่มาซุ่มทำร้ายเขาเหมือนนัดกับใครบางคนไว้ แทงไม่แทงเปล่าไอ้พวกเส็งเคร็งนั่นเอาน้ำในแม่น้ำพิษตักราดแผล โชคดีว่าพิษทำอะไรตระกูลเฮลดันไฮม์ไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเซอร์เบอรอสจะไม่เจ็บเจียนตาย

“จ..เจ้ากลับมาแล้วเหรอ” ไหล่งุ้มของอีกฝ่ายยิ่งดูงุ้มเข้าไปอีก เขาดูสั่นกลัวมากๆ ในขณะที่เซอร์เบอรอสตรงไปกระชากคอเสื้อ

“อ…ย่า อย่าทำข้าเลย พวกนั้นมันขู่ข้า ให้บอกเจ้าให้ไปลาดตระเวณ” เซอร์เบอรอสไม่ฟัง เขาเอาหมัดอัดอีกฝ่ายลงไปกองกับพื้นแล้วลากร่างผอมไปยังริมฝั่งป่าน้ำแข็ง

“เจ้าเป็นสายให้พวกฟิวริสนี่เอง ที่จริงข้าก็เพิ่งแน่ใจเพราะได้ยินคำสารภาพน่ะ” เซอร์เบอรอสแสยะยิ้ม

“อ๊ากกก ข้าจะบอกหมดเลยว่าสายของฟิวริสมีใครบ้าง เจ้าอย่าฆ่าข้า” ผู้ทรยศหวาดกลัวจนตัวสั่น

“งั้นบอกมา” เซอร์เบอรอสบีบคอจนอีกฝ่ายบอกชื่อออกมาทั้งหมด แต่แทนที่จะปล่อย เขาใช้ดาบฟันจนอีกฝ่ายล้มลงจากนั้นตักน้ำจากแม่น้ำพิษเทราดแผลเหมือนที่ฝ่ายศัตรูทำกับเขา

“อ๊ากกกกก” เสียงร้องโหยหวนดังลั่น

“น่าเสียดายนะ ข้าไม่มีแผนไว้ชีวิตไอ้พวกหนอนชั่วขี้ขลาด” เขากระทืบแผลจนเลือดทะลักจนอีกฝ่ายร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด

“ค..คนอย่างเจ้าไม่ได้ตายดีหรอก หมาบ้าอย่างเจ้ามีแต่คนเหม็นหน้าทั้งนั้น ทั้งฝ่ายเราทั้งพวกฟิวริส ฮึก ไอ้ปีศาจ” ฮิลเดรพูดพลางสำลักเลือดออกมา “เจ้ามันก็ชั่วช้าไม่ต่างจากข้าหรอก ไอ้หมานรก”

“ต่อให้ข้าชั่วข้าก็ยังไม่รีบลงนรกหรอก แย่หน่อยนะวันนี้เจ้าได้ไปก่อนข้าว่ะ” เซอร์เบอรอสยืนมองอีกฝ่ายทรมาน แววตาเย้ยหยันสีแดงของเขาเข้มขึ้นแวววาวเหมือนกับไฟ “ลงไปเพ้อต่อในอเวจีเถอะ ไอ้สวะ”

ร่างกายของผู้ทรยศเริ่มชักแล้วไม่นานก็แน่นิ่ง เซอร์เบอรอสคว้าดาบขึ้นมา พลังของเขาย้อมสีดาบจนเป็นสีดำสนิทเพิ่มความแข็งแกร่งจนดาบธรรมดาไม่อาจทำลายได้

ในคืนนั้นเลือดสีแดงของสายลับจากอาณาจักรฟิวริสไหลอาบดาบราวกับน้ำตก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status