Share

พบกันอีกครั้ง

Author: tartarussword
last update Last Updated: 2026-01-20 17:21:17

เอฟเฟกต์จากเห็ดทำให้ผมปวดหัวมาก 2-3 วันมานี้เหมือนคนเป็นไมเกรนอย่างหนักตลอด เลยทำให้ต้องนอนเป็นผัก และมันน่าหงุดหงิดมากสำหรับผมที่ชอบหาอะไรทำทั้งวัน

หรือปัญหามันไม่ได้มีไว้แก้ แต่มันมีไว้ให้ผม

ผมกลั้นใจสู้อาการปวดหัว เดินเข้าไปในครัวตอนสายๆ พบว่ามีคนอยู่ก่อนแล้ว

“ท่านพี่เรย์ มาทำอะไรเนี่ย ข้าอดเซอร์ไพรส์ท่านพี่เลย” มารีนตกใจที่ผมเข้ามา เธอเอามือปิดไม่ให้ผมดูอะไรบางอย่างที่อยู่บนเตา

“มันคืออะไรน่ะ”

“ข้าเห็นท่านพี่เขียนสูตรไว้ก็เลยลองทำตามดูค่ะ” ยิ้มของนางเอกช่างสว่างไสวจนผมปวดหัวอีกรอบ แต่ผมดีใจที่น้องสาวจะทำอะไรบางอย่างให้ผมเลยนั่งรอ ไม่นานจานที่มีควันลอยกรุ่นมาตั้งตรงหน้าผม บนจานมีขนมลูกกลมใส่อยู่

ขนมนั้นก็คือไข่หงส์ แบบเคลือบน้ำตาล ขนมที่มีขายอยู่ทั่วไป แต่ในตอนนี้ที่ผมอยู่ในโลกอื่น แค่เห็นก็รู้สึกดีใจมากๆ ตอนที่ผมลองทำครั้งแรกมารีนชอบมันมากๆ ผมเลยเขียนสูตรเก็บไว้แต่ยังไม่มีโอกาสทำอีกรอบสักที

“ท..ท่านพี่เรย์ ท่านร้องไห้เหรอ ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า” ผมเอามือปาดน้ำตา ในตอนเด็กที่ยากลำบาก ผมกับรวิจะซื้อมาแบ่งกันกิน เพราะเรามีเงินไม่มากนัก เมื่อผมค่อยๆ โต ถึงกลายเป็นขนมอื่นที่พวกเราอยากกิน ถ้าผมซื้อมาผมก็จะแบ่งให้รวิครึ่งหนึ่ง ถ้ารวิซื้อมารวิก็จะแบ่งให้ผม เมื่อมาอยู่ที่นี่ ถึงผมจะพยายามไม่คิดถึงยังไง ผมก็คิดถึงน้องสาวสุดหัวใจ เธอจะไหวไหมเมื่อต้องอยู่ตัวคนเดียว

“ข้าดีใจ มันอร่อยมาก” ผมกินไข่หงส์ รสชาติหวานที่เคลือบน้ำตาลไว้ แป้งนุ่มนิ่ม และไส้เค็มด้านในที่หอมกลิ่นพริกไทยหน่อยๆ อร่อยจนผมกินไปร้องไห้ไปจนมารีนมากอดปลอบ

“ว้ายยยย พวกเจ้าเป็นอะไรกันเนี่ย” เสียงแหลมปรี๊ดดังขึ้นช็อตฟีลโมเม้นต์ซึ้งของผม

“สวัสดีเจ้าค่ะ เลดี้ชาเลจ ท่านดยุกน้อยเฮลดันไฮม์ไปสงคราม ข้านึกว่าท่านจะไม่มาหาพวกเราแล้ว” มารีนเอ่ยทักฝ่ายตรงข้ามปกติ แต่แอบมาทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจนักกับผม หน้าสวยย่นจมูกเบาๆ สีหน้าของมารีนถ้าไม่ติดว่าเป็นนางเอก ผมคงแปลได้ว่า มาทำไรบ้านกุเอ่ย

“ข้าก็ว่าจะไม่มา แต่ปราสาทของข้ามันน่าเบื่อมากๆ” ชาเลจไม่พูดเปล่าไม่รอคำเชิญก็มานั่งที่โต๊ะและจิ้มขนมกิน แม้ท่าทางการรับประทานจะสมบูรณ์แบบตามมารยาทชนชั้นสูง แต่นิสัยอย่างอื่นดูแปลกไปหมดจนไม่รู้ว่าตระกูลดยุกอิลเลียเรลเป็นตระกูลแบบไหน

“มันคืออะไรน่ะ อร่อยดีนะ” ชาเลจเคี้ยวขนมกิน “มารีน เจ้าทำขนมได้แปลกใหม่มาก”

“ขอบคุณค่ะ มันคือขนมสูตรใหม่ของท่านพี่เรย์ค่ะเลดี้” มารีนตอบ

“พวกเจ้าดูทำอะไรสนุกดี ชีวิตข้าน่าเบื่อมาก จ้องจะจับคู่ข้ากับท่านชายคนนั้นคนนี้” ชาเลจถอนใจ “เมื่อไหร่เซอร์เบอรอส ท่านดยุกอาหารตาของข้าจะกลับมาซะทีนะ”

“ทำไมเลดี้ชาเลจถึงชอบท่านเซอร์เบอรอสขนาดนั้นเหรอครับ” ผมอดถามไม่ได้ ในนิยายเองก็ไม่ได้บอกว่าชาเลจชอบเซอร์เบอรอสเพราะอะไร

“พวกเจ้าดูใบหน้านั่นสิ” ชาเลจบอกพลางกำมือเหมือนจะต่อยคน “ข้าพร้อมตีกับคนทั้งอาณาจักรอาร์คเพื่อเขาได้เลย”

“…” ผมอึ้ง ถ้าชอบคนที่หน้าตาเขาก็หล่อจริงนั่นล่ะ ทั้งใบหน้าคมคาย ขนตางอนยาว ผมสีดำสนิท ริมฝีปากได้รูป แม้เป็นผู้ชายก็ต้องบอกว่าเขาหล่อจนแสบตา แม้คนที่นี่จะกลัวเพราะดวงตาสีแดงกับนิสัยบ้าพลังเหมือนคนบ้านั่นก็เถอะ

ส่วนมารีนทำหน้าไม่ค่อยเห็นด้วย

ถ้าชาเลจได้แต่งงานกับเซอร์เบอรอสจริงๆ คงเป็นคู่กิ่งทองใบรับรองแพทย์แน่ คนหนึ่งชอบทำลายข้าวของ ส่วนอีกคนก็จะตีกับคนทั้งอาณาจักร

พูดถึงเซอร์เบอรอส ฝันจากเห็ดยังทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ แต่เขาไม่อยู่เลยทำให้ผมไม่ต้องกังวลว่าจะเข้าหน้าไม่ติด

“พวกเจ้าอยู่ที่นี่กันเองเหรอ” โมเบียสมาโผล่ที่ประตู “ข้ากำลังตามหาอยู่พอดี”

“พวกเรากินขนมกันอยู่ เจ้าก็มากินด้วยกันสิ” ผมเอ่ยชวน

“ข้ายังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” โมเบียสพูด เหมือนมีอะไรบางอย่างเข้าตาเขาเลยขยี้ตาแล้วเสยผมให้เส้นผมสีเงินที่บังหน้าของเขากระจายไปด้านข้าง เผยให้เห็นดวงตาเฉี่ยวสีม่วงเข้ม ถ้าเป็นในอนิเมะคงมีกรอบดอกไม้บานรอบๆ ตัวเขา

“นั่นใครน่ะ ข้าไม่เคยเห็นเลย” ชาเลจจ้องโมเบียสด้วยแววตาเป็นประกาย “ข้าพลาดหนุ่มหล่ออย่างเจ้าไปได้ยังไง เจ้าชื่ออะไรบ้านอยู่ที่ไหนเป็นใครอะไรยังไง”

เอ้า ชอบคนที่หน้าตาของจริง

ผมเล่าความเป็นมาของโมเบียสคร่าวๆ ให้ชาเลจฟัง

“งั้นหรอ เจ้าเป็นหมอยาของเรย์คาลัสสินะ” ชาเลจบอกด้วยแววตาเป็นประกาย “สนใจปรุงยาขายให้ข้าไหม ข้ามาจากตระกูลดยุกอิลเลียเรล”

“จริงเหรอขอรับ ถ้าท่านหญิงผู้งดงามสนใจมาเป็นลูกค้าคนแรกของข้า ข้าก็ยินดีมากๆ ขอรับ” พอได้ยินชื่อตระกูลอิลเลียเรลโมเบียสก็ตาวาว โค้งให้พร้อมส่งยิ้มการค้าแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

หลังจากชาเลจกลับ โมเบียสก็บอกผม

“ข้าเกือบลืมไปเลย ข้าจะมาตามหาเจ้าเพราะข้าเจอทางที่จะรักษาร่างกายเจ้าแล้วล่ะ” โมเบียสเอ่ย พร้อมเอาหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ผมดู

พืชพรรณหายากและสรรพคุณ

เป็นหนังสือที่ผมให้เซอร์เบอรอสไปเล่มนึง และไปซื้อเพิ่มมาอีกเล่ม

“ข้าคิดว่าพวกต้นไม้ที่มีธาตุไฟรุนแรงอาจจะช่วยรักษาอาการของเจ้าได้แบบหายขาด เพียงแต่ว่าพืชพรรณพวกนี้หายากจนแทบจะเรียกได้ว่ามีแต่ตำนานเท่านั้น” โมเบียสเว้นจังหวะ “แต่เมื่อ 4-5 ปีมานี้มีคนพบมันที่ป่าในอาณาจักรอาร์ค ในป่าที่นี่แหละ ข้าว่า พวกเราอาจจะต้องเข้าป่าไปลึกขึ้น ถ้าโชคดี ข้าอาจรักษาเจ้าหายได้

ในแต่ละวันที่ผ่านไปไม่นานก็ผ่านไปอีก 3 ปี สกิลการทำอาหารของผมพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างน้อยตอนนี้มารีนก็ไม่แกล้งชมแล้ว รวมถึงส้มตำที่แม้ยังไม่อร่อยเท่าร้านลาบที่ตอนผมเป็นไรเดอร์ผมไปกินแทบทุกวันแต่ก็พอถูไถไปได้

ส่วนร่างกายผมก็ยังห่วยแตกเหมือนเดิม ถึงยาที่โมเบียสทำให้จะทำให้ผมเป็นลมน้อยลง แต่กำลังกายไม่ว่าทำยังไงก็ไม่เพิ่มขึ้นเลย ทำให้แทนที่ผมจะหาวิธีแข็งแกร่งทางกาย ผมเลยหันไปประมูลอาร์ติแฟกต์หายากราคาถูก จากงานประมูลใต้ดินแทน

ช่วงนี้ผมตอบจดหมายจากเซอร์เบอรอสบ้าง แต่ไม่รู้จะเขียนอะไรนอกจากดินฟ้าอากาศ ส่วนเขาก็ส่งของแปลกๆ จากสนามรบมาให้ผม ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร

ทำไมถึงไม่แน่ใจน่ะเหรอ

อะ เอาอันที่ผมรู้ก่อนนะ ผมคิดว่าเขาส่งหนังมอนสเตอร์ประเภทงูมาให้ผม ซึ่งมันเป็นมอนสเตอร์หายากแม้แต่ในป่าน้ำแข็งก็ตาม เพราะงั้นอันที่เหลือพวกชิ้นส่วนตัวอื่น ผมเลยไม่แน่ใจไง เพราะบางอันมันก็ไหม้บ้าง เป็นเขี้ยวตัวอะไรไม่รู้บ้าง แล้วเขาก็เป็นพวกไม่ชอบเขียนบรรยายอีกต่างหาก

ตัวอย่างจดหมายของเซอร์เบอรอส

ถึงท่านพี่เรย์

ข้าหวังว่าท่านจะสบายดี ข้ารอเวลากลับไปหาท่าน

ลงลายเซ็นหยุกหยิกที่ผมอ่านออกแค่ตัว S

(แนบหนังงู)

แค่เนี้ยะ เขียนจดหมายได้ประหยัดหมึกมาก จดหมายของเขาทำให้นึกถึงพวกเพื่อนผู้ชายที่ตอบแชทแค่ อ่อ อืม แต่ก็เข้าใจ..เขากำลังรบอยู่เขียนมาได้ก็เก่งแล้ว เดี๋ยวกลับมาไว้ผมค่อยถามเขาอีกที

“คุณชายเรย์คาลัส!” คนส่งข่าววิ่งมาหาผมในวันหนึ่ง “พวกเราชนะสงครามแล้วครับ และท่านดยุกเฮลดันไฮม์จะกลับมาอีกประมาณ 3 วัน เพราะต้องเข้าร่วมพิธีฉลองชัยก่อน”

“จริงเหรอ” ผมแทบไม่เชื่อเลยแต่ก็ดีใจมากที่เขาจะกลับมา ที่จริงตามนิยายกว่าสงครามจะจบก็ 5 ปี แต่นี่เพิ่ง 3 ปีนิดๆ เท่านั้น

ตอนนี้เซอร์เบอรอสได้ขึ้นเป็นดยุกแล้วเนื่องจากพ่อของเขาถึงแก่กรรมไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เขาจึงกลายเป็นดยุกเฮลดันไฮม์เต็มตัว พร้อมพ่วงตำแหน่งวีรบุรุษสงคราม เป็นผู้นำกองพันที่สร้างผลงานจากการจับสายของฝั่งศัตรูสังหารจนหมด ได้เป็นใหญ่เป็นโตแล้วสินะเจ้าเด็กนั่น

“โมเบียส งั้นข้าว่าเราไปหาวัตถุดิบยากันเร็วหน่อยดีกว่า ถ้าเขากลับมาข้าว่าจะไปแสดงความยินดีหน่อยน่ะ” ผมบอกโมเบียส ตอนแรกพวกเขาจะไปกันในอีก 3 วัน แต่ในเมื่อต้องไปหาเซอร์เบอรอสก็เลยเปลี่ยนมาไปวันนี้แทน

ถึงจะพูดว่า ‘พวกเราไปหาวัตถุดิบยา’ ก็เถอะ แต่คนไปหาคือโมเบียส ส่วนผมเน้นไปเดินเล่นชมธรรมชาติ บางทีก็เอาเต็นท์ไปกางนอนรอ เรียกว่าไปแคมป์ปิ้งก็ได้

ผมกับโมเบียสไปที่ชายป่ากันตามปกติ ทุกอย่างก็ปกติดีจนกระทั่ง

“ฉึบฉึบฉึบ ฟ่อว กรึก กรึก” ขณะที่โมเบียสเดินไกลออกไป ผมที่ยืนอยู่หน้าเต็นท์ได้ยินเสียงประหลาดด้านหลังผม มันเหมือนเสียงคนเขย่าของบางอย่าง พอผมหันกลับไปมองก็พบกับ มอนสเตอร์งูตัวเบ้อเร่อที่แผ่พังพานเตรียมฉก

หางของมันมีเสียงเหมือนกับงูหางกระดิ่ง แต่เป็นงูหางกระดิ่งที่สูง 5 ฟุต

อ๊ากกกกกก ผมตัวแข็งทื่อ รู้ว่าต้องวิ่งไปเอาอาวุธในเต็นท์ แต่ทำอะไรไม่ได้

หรือว่าชาตินี้จะชะตาขาดอีกแล้ว?

ก่อนที่ผมจะตั้งสติลุกได้ ก็มีเงาดำเงาหนึ่งมาด้านหลังและวิ่งผ่านผมไป

“ฟรึ่บ” เสียงตวัดดาบคมๆ แหวกผ่านอากาศ ดาบสีดำขนาดใหญ่ตัดงูขาดเป็นสองท่อน ผมเงยหน้ามองเห็นชายผิวสีแทนในฮูดสีดำที่มีลวดลายปักสีทองกับดาบสีดำในมือ เลือดงูหยดจากดาบเป็นสีม่วง ชายคนนั้น …เขาช่วยชีวิตผมไว้ และส่งมือมาให้ผม

“ลุกไหวมั้ย” เสียงทุ้มต่ำพูดกับผม

“ขอบคุณนะขอรับ ถ้าไม่ได้ท่านช่วยข้าตายแน่เลย” ผมค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น

“ท่านพี่เรย์” น้ำเสียงนั้นเจือด้วยความผิดหวัง จนผมต้องมองให้ดีอีกที

“เซอร์เบอรอส?” ชายหนุ่มดึงฮูดลง เผยให้เห็นดวงตาสีแดงเจิดจ้าเช่นเดิม เขาโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาแต่ในขณะเดียวกันก็ดูอันตรายเหมือนมีจิตสังหารน่าเกรงขามไม่น่าเข้าใกล้

เพราะส่วนสูงที่สูงขึ้นมากมัดกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น และผิวที่เกรียมแดดจนเป็นสีน้ำผึ้งเลยทำให้ผมจำเขาไม่ได้ในแว่บแรก

“จำข้าไม่ได้เหรอ” เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหล่อดูแข็งกร้าว และดูโกรธผม เขายังจับข้อมือผมไว้ สัมผัสนั้นเหมือนกับคีมเหล็ก

“เอ…เอ่อ คือ” อ่าว เวรละทำเขาโกรธแล้ว ช่วยผมด้วย

“ข้าจะไปจำได้ไง ท่านดยุกสูงขึ้น แล้วหล่อขึ้นขนาดนี้” ผมรีบแถสีข้างถลอกเอาตัวรอดไม่ให้เขาโกรธ จะไปจำได้ได้ไงล่ะเว้ย ตอนไปยังตัวเท่าๆ กันอยู่เลย นี่เขากินมอนสเตอร์ยักษ์เข้าไปในสงครามหรือไงถึงสูงขนาดนั้น

เขาเข้ามาใกล้ๆ และทำหน้าหงุดหงิด จนผมนึกว่าเขาจะต่อยผมหรืออะไรสักอย่าง

แต่ร่างสูงกลับรวบตัวผมเขาไปกอด “เรียกชื่อข้า”

“แอ่ก เซอร์เบอรอส ข้าห…ยใจไม่อ่อก” ผมตีเขาเบาๆ จนเขาปล่อย “ว่าแต่เจ้าต้องอยู่ที่งานฉลองชัยไม่ใช่เหรอ เห็นคนส่งข่าวบอกมา”

“ข้าจะอยู่ที่นั่นทำไม คนที่ข้าอยากให้ฉลองชัยด้วยคือท่าน” เฮ้ย ทำไมประโยคมันแปลกๆ ผมไม่ใช่เลดี้หรือคุณหนูซะหน่อย ผมก็เขินเป็นนะ

“ข้าก็ดีใจนะที่ท่านดยุกคิดถึงข้า” ผมหัวเราะแก้เขิน “ที่จริงข้ารีบมาที่ป่าเพราะจะได้กลับไปแสดงความยินดีตอนท่านกลับมา”

โมเบียสที่เก็บสมุนไพรเสร็จแล้ว เห็นผมอยู่กับเซอร์เบอรอสเลยเดินเข้ามาหา ผมแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน ตอนแรกเซอร์เบอรอสทำหน้าเหมือนอยากเข้าร่วมโครงการคนละหมัด แต่พอรู้ว่าโมเบียสเป็นหมอยาที่คอยรักษาร่างกายผมให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เลยค่อยคลายความไม่เป็นมิตรลง

“ข้าว่าถ้ามีท่านดยุกที่เป็นถึงผู้นำกองพันที่เคยบุกเดี่ยว ไปกับพวกเราด้วย คราวหลังน่าจะเข้าไปได้ลึกขึ้นนะขอรับ ป่านี้ถ้าลึกเข้าไปมันเต็มไปด้วยรังมอนสเตอร์ พวกเรากลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเรย์ เลยไปหาสมุนไพรได้ไม่ไกล ถ้าเราเข้าไปในใจกลางป่าเราอาจจะเจอสมุนไพรที่ช่วยให้ร่างกายเรย์ดีขึ้นได้เร็วขึ้น” โมเบียสพูดขึ้น

“เฮ้ย ไม่เป็นไรหรอก เขาเพิ่งกลับมาน่าจะยุ่ง ข้าดีขึ้นเยอะแล้วตอนนี้ก็ไม่เป็นลมบ่อยแล้วด้วย” ผมรีบปฏิเสธ แล้วทำปากขมุบขมิบใส่โมเบียส ‘เจ้าชวนเขาทำไมเนี่ย’

เขาเป็นวีรบุรุษที่เพิ่งกลับมาจะให้มาช่วยเรื่องเล็กๆ อย่างหาสมุนไพรกับผมเนี่ยนะ

“งั้นเดี๋ยวข้าไปด้วยพรุ่งนี้เลย” เซอร์เบอรอสบอกโมเบียสด้วยเสียงเย็นชา แล้วหันมาหาผม “ท่านพี่เรย์ เรื่องของท่านข้ามีเวลาให้เสมอ”

“ได้ งั้นวันนี้เรากลับกันก่อนเถอะ ไปพักที่คฤหาสน์ของข้านะ”

ถึงเรย์คาลัสจะชวนแบบนั้น แต่เขาไม่คิดว่าสถานการณ์จะเป็นแบบนี้

ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งเดินออกมาจากห้องน้ำ แผ่นอกของเขาเต็มไปด้วยรอยดาบ และกล้ามท้องที่แน่นจากการรบ เขากำลังเช็ดผมโดยที่มีผ้าขนหนูของเรย์คาลัสที่พอไปอยู่บนตัวเซอร์เบอรอสปิดท่อนล่างได้แค่นิดเดียวดูชวนวาบหวิว

“เจ้าไม่นอนห้องพักแขกจริงๆ เหรอ มาเบียดข้าบนเตียงแบบนี้ข้ากลัวเจ้าจะนอนไม่สบายน่ะ” ชายหนุ่มผมสีเขียวอยู่ในชุดนอนหลวมพยายามจะรบเร้าให้อีกคนไปนอนห้องพักแขกที่มีอยู่มากมายแล้ว แต่ดยุกหนุ่มกลับรบเร้าบอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับเขาเลยกลายเป็นมานอนห้องเดียวกัน

“ข้านอนกลางสนามรบมาแล้ว ห้องท่านพี่ย่อมสบายกว่าป่าน้ำแข็ง” เซอร์เบอรอสตอบ ตั้งแต่กลับมาเรย์คาลัสอดคิดไม่ได้ว่าอารมณ์ของเซอร์เบอรอสเหมือนคนงดน้ำตาลวันแรก

“แต่…”

“แต่ท่านพี่จำข้าไม่ได้” เซอร์เบอรอสมองด้วยแววตาคมกริบ

“…”

“ข้าไม่เข้าร่วมพิธีฉลองชัยเพื่อมาหาท่านพี่เรย์ แต่ท่านพี่เรย์จำข้าไม่ได้” เซอร์เบอรอสที่ดูเหมือนคนที่สามารถต่อยเขาตายได้ในหมัดเดียวมาทำเสียงอ้อนเหมือนตอนเด็กๆ ทำให้เรย์คาลัสรู้สึกไม่ชินอย่างแรง

“ถ้าเจ้าว่าอย่างนั้นก็ตามใจ” เรย์คาลัสรู้ดีว่าเปล่าประโยชน์ที่จะเถียงกับหมาบ้าแห่งสนามรบจึงล้มตัวลงนอน ร่างสูงเห็นดังนั้นจึงล้มตัวลงนอนข้างๆ แต่นอนตะแคงเอาหัวเท้าแขนมอง เรย์คาลัสเห็นดังนั้นจึงตะแคงเข้าหาบ้าง

“กล้ามเนื้อเจ้านี่สุดยอดเลยนะ” มือเรียวลูบไปตามท้องที่เต็มไปด้วยรอยแผล ดวงตาสีน้ำตาลมีแววชื่นชม

“ท่านพี่เรย์” เซอร์เบอรอสทำเสียงดุใส่ “อย่าจับ”

“ไม่จับก็ได้” เรย์คาลัสไม่ทันสังเกตหูอีกคนที่แดงขึ้น “ข้านึกถึงตอนพันแผลให้เจ้าตอนเด็กๆ ตอนนี้เจ้าโตขึ้นมากจัง” เขาล้มตัวนอนคุยกับเซอร์เบอรอสที่นอนข้าง แล้วร่างบางก็ผลอยหลับไปก่อนความเหนื่อยอ่อน

แต่หมาบ้าที่ยังไม่หลับยังคงเฝ้ามองชายหนุ่มที่เคยถวิลหามาเนิ่นนาน เขานอนมองอีกฝ่ายก่อนจะแน่ใจว่าหลับสนิทแล้ว จึงขยับไปใกล้

เขาเอามือลูบแก้มที่ซีดเซียวดูบอบบาง เอานิ้วไล้ไปตามเส้นผมสีเขียวเข้ม และขนตาเป็นแพงอนยาว เขาชอบเสียงเวลาอีกฝ่ายดุเขาอย่างเข้มงวด รวมถึงรอยยิ้มบางๆ เวลาเขาอ้อน เขาอยากจะครอบครองทั้งหมดของคนคนนี้เหลือเกิน โดยไม่อยากแบ่งปันให้ผู้ใด ความหลงใหลของเขาเติบโตขึ้นทุกวันแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันถึงเวลาจะเปลี่ยนแปลงแต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ

เขาอยากครอบครอบทุกส่วนของคนคนนี้จนแทบบ้า

มือของเขาลูบไปตามแก้มเรย์คาลัสที่นอนหลับด้วยความเหนื่อยจนไม่รู้เรื่อง

‘กลิ่นท่านพี่เรย์หอมจัง’ เขาดมร่างที่กำลังหลับ จมูกคมเป็นสันคลอเคลียพวงแก้ม

มือซนลูบแอบลูบไล้เบาๆ ไม่ให้อีกฝ่ายตื่น ยิ่งสูดดมยิ่งแทบทนไม่ไหว ร่างสูงเอาเล็บจิกมือตัวเองจนเลือดไหล

ตอนนี้ยังไม่ได้

เซอร์เบอรอสขยับไปตระกองกอดเรย์ที่ไม่ได้สติ

“อืม..” เหมือนแกล้ง เรย์คาลัสที่หลับแล้วพลิกตัวมาหาเขา เสื้อคลุมนอนที่สวมไว้หลวมๆ เผยอออกให้เห็นผิวสีขาวราวน้ำนมราวกับจะยั่ว เซอร์เบอรอสที่ทนไม่ไหวขบกรามแน่น เขาบรรจงจูบลงที่ซอกคอขาวแผ่วเบา ก่อนจะกอดคนในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม

ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่พร้อมกับว่านอนทับของแข็งบางอย่างก่อนจะนึกได้ว่า นั่นคือเซอร์เบอรอสที่นอนอยู่ด้านข้าง

“เจ้าตื่นแล้วเหรอ ทำไมเจ้าไม่ปลุกข้า” ผมขยี้ตา เสื้อผ้าของผมดูหลุดลุ่ยแปลกๆ “ข้าเผลอทับเจ้าหรือเปล่า” เซอร์เบอรอสมองผมด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูกแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร ก่อนผมจะได้ยินเสียงโวยวายไปตามทางเดิน

“ตีข้าอีกสิขอรับเลดี้”

“ว้ายยย อะไรของเจ้าเนี่ย”

“ตีข้าอีกสิ ข้าชอบ แต่ต่อให้ตีข้าอีกข้าก็ไม่บอกว่าท่านเซอร์เบอรอสอยู่ที่ไหน”

“จ… เจ้า ไอ้โรคจิต” 

“ข้าชอบมากเวลาท่านตีข้า”

“บอกข้ามานะ! ว่าเขาอยู่ที่ไหน”

ผมที่งงงวยกับเสียงที่คุ้นเคยเลยเปิดประตูออกไปดู พบกับชาเลจที่กำลังเอาผ้าพันคอตีโมเบียสที่ดูชอบใจแปลกๆ อยู่ที่ทางเดิน

“อ้ะ ท่านเซอร์เบอรอส” ชาเลจเห็นเซอร์เบอรอสที่เดินตามผมออกจากมาจากห้องนอนก็ทำท่าดีใจ

“เลดี้มาก็ดีแล้ว” เซอร์เบอรอสในชุดนอนพูดกับชาเลจ “ข้าเองก็มีเรื่องต้องบอกเลดี้”

“ข้าจะบอกว่าข้ามีคนที่ชอบแล้ว ถ้าท่านมาเรื่องการหมั้นหมาย ข้าคงรับไว้ไม่ได้” เซอร์เบอรอสพูดพลางโอบเอวผมไว้

“ข...ข้าวิ่งตามท่านมาตั้งนาน ที่แท้ ท..ท่าน” ชาเลจทำหน้าตกใจสุดขีด “ท่านช…ชอบแบบนี้เหรอเนี่ย มิน่าล่ะ ไม่ว่าท่านไปงานเลี้ยงกี่งานก็ไม่เห็นท่านสนใจผู้หญิงคนไหน” แล้วชาเลจก็กรี๊ดลั่นแล้ววิ่งออกจากคฤหาสน์ผมไป

ผมหันไปมองเซอร์เบอรอสที่เดินกลับไปนอนโดยไม่คิดจะอธิบายอะไรกับผม ส่วนโมเบียสที่ทำสีหน้าแปลกเหมือนกับเขารู้อะไรบางอย่างถึงวิ่งไปขวางชาเลจไว้ในตอนแรก แต่เมื่อผมถามเขาก็เดินหนี

และผมเพิ่งสังเกตว่าผ้าปูตัวเองเลอะรอยเลือดเป็นสีแดง

นี่มันเกิดบ้าอะไรกันขึ้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status