Share

บทที่ 2

Author: นิจนิรันดร์
เช้าวันถัดมา จู้ซีเหยาถูกเสียงแจ้งเตือนข้อความจากลู่โจวหนานปลุกให้ตื่น

เขาส่งข้อความรัวมาเป็นสิบ ๆ ข้อความ ถามว่าเธอจะไปถึงเมื่อไหร่

ในใจเธอขมขื่นขึ้นมาทันที ลู่โจวหนาน…นายเคยลองมองตัวเองบ้างไหม ว่าตัวเองโหดร้ายกับคนอื่นได้แค่ไหน

มือของเธอสั่นเล็กน้อย ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ ว่า “วันนี้ไม่สบาย ไม่ไปแล้ว”

ไม่นานนัก พ่อจู้กับแม่จู้ก็มาเคาะประตูห้อง

“อาเหยา ถึงจะงอนโจวหนานอยู่ ก็อย่ามางอนเอาตอนนี้เลยนะ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าไปบ้านเขาเถอะ ลูกไม่รู้เหรอว่าเขาให้ความสำคัญกับการนัดดูตัวครั้งนี้มากแค่ไหน เขาชอบลูกสาวตระกูลเฉียวคนนั้นมาหลายปีแล้ว พอรู้ว่าเธอกลับประเทศ ก็รีบให้พ่อช่วยเป็นคนแนะนำทันที”

“ใช่แล้ว สาวตระกูลเฉียวเคยมาเรียนเปียโนกับพ่ออยู่ช่วงหนึ่ง พ่อถึงกับไปหาถึงบ้าน กว่าจะช่วยจัดให้มีการเจอกันครั้งนี้ได้ ตั้งแต่ของขวัญไปจนถึงงานเลี้ยง ทุกอย่างจัดเต็มสุด ๆ ที่เรียกลูกไปก็เพื่อช่วยให้บรรยากาศไม่เกร็ง มีผู้หญิงวัยเดียวกันอยู่ด้วย เธอจะได้ไม่อึดอัด โจวหนานครั้งนี้จริงจังมาก พวกลูกก็สนิทกันขนาดนั้น จะไม่ช่วยเขาได้ยังไง”

พอเธอไม่ไป ลู่โจวหนานถึงกับโทรมาหาพ่อแม่ของเธอเลย

ฟังคำเกลี้ยกล่อมอย่างเป็นห่วง จู้ซีเหยาทำได้เพียงกลั้นน้ำตา ก่อนจะล้างหน้าแปรงฟันแล้วลงไปข้างล่าง

สองบ้านอยู่ไม่ไกลกัน สิบนาทีต่อมา เธอก็มายืนอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลลู่ ก่อนจะเปิดตู้รองเท้าบริเวณหน้าทางเข้า

ข้างในโล่งว่าง ไม่เห็นรองเท้าแตะลายกระต่ายคู่นั้น

เธอค้นหาทั้งชั้นบนชั้นล่างอยู่หลายรอบ กว่าจะไปเจอรองเท้าคู่นั้นในถังขยะหน้าบ้าน

นอกจากรองเท้า ในนั้นยังมีแก้วน้ำ แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว ชุดนอน…

ล้วนเป็นของเธอทั้งนั้น

“คุณจู้ ของพวกนี้คุณชายเป็นคนเอาไปทิ้งเองนะคะ เชิญใส่ถุงคลุมรองเท้าก่อนค่ะ”

จู้ซีเหยามองถังขยะอยู่นาน ไม่พูดอะไร

เพราะสองตระกูลสนิทกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ เธอจึงแวะมาที่นี่แทบทุกวัน บางครั้งก็พักค้างคืน

ลู่โจวหนานถึงกับจัดห้องนอนให้เธอโดยเฉพาะ ซื้อของใช้ไว้ให้ครบทุกอย่าง เลือกลายกระต่ายที่เธอชอบ

เขาเคยบอกว่า บ้านตระกูลลู่ก็คือบ้านของเธอ ไม่ต้องเกรงใจ

พวกเขาแอบกันทั้งสองครอบครัว กอดจูบกันหน้าบ้าน ประสานมือกันใต้โต๊ะอาหาร แนบชิดกันในห้องหนังสือ

แต่ตอนนี้ เฉียวอี้หนิงกลับมาแล้ว เขากลัวว่าคนที่แอบรักจะเข้าใจผิด

เลยโยนทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอทิ้งไปจนหมด

จู้ซีเหยาใช้เวลานานกว่าจะกดความรู้สึกลงได้ ก่อนจะสวมถุงคลุมรองเท้าแล้วเดินเข้าไป

พอเข้าประตู เธอก็เห็นลู่โจวหนานกำลังปอกผลไม้ให้เฉียวอี้หนิง ทั้งสองพูดคุยหัวเราะกันอย่างออกรส

เขานั่งอยู่บนโซฟา สวมสูทผ้าซาตินสั่งตัดทั้งชุด ผมจัดทรงอย่างประณีต มีกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ แผ่ออกมา ภาพลักษณ์สุภาพเรียบร้อยแต่แฝงความร้ายลึก ๆ ชวนมองอย่างประหลาด

สมัยเรียน จู้ซีเหยาเคยได้ยินผู้หญิงมากมายพูดว่าเขาหล่อ ต่อให้ใส่อะไรก็ดูดี ถ้าแต่งตัวจริงจังขึ้นมา ไอดอลในวงการก็คงเทียบไม่ติด

แต่โดยปกติ เขาเป็นคนรักอิสระ ใส่แค่เสื้อยืดหรือเชิ้ตธรรมดา ไม่ค่อยพิถีพิถันเรื่องการแต่งตัว

ที่แท้พออยู่ต่อหน้าคนที่ชอบ เขาก็อยากอวดตัวเหมือนนกยูงกางหางเหมือนกัน

ผู้ชายที่เมื่อคืนยังแนบชิดอยู่บนเตียงกับเธอ วันนี้กลับทำเหมือนไม่รู้จักกัน มองเธอเพียงแวบเดียวก็ละสายตาไป สนใจเฉียวอี้หนิงเพียงคนเดียว

ทั้งสองคุยกันตั้งแต่งานอดิเรกไปจนถึงเรื่องอากาศ จากเรื่องงานไปถึงแบรนด์เครื่องประดับ จากเรื่องวัยเด็กไปจนถึงชีวิตในโรงเรียน

มองท่าทีที่ลู่โจวหนานพยายามหาเรื่องมาคุยไม่หยุด พูดจาฉะฉานไม่ขาดสาย จู้ซีเหยาก็ก้มตาลง ยิ้มเยาะตัวเองเบา ๆ

ที่แท้ต่อหน้าคนที่เขาชอบ เขาก็เป็นฝ่ายรุกได้ขนาดนี้

“ตอนมัธยมปลายก็บังเอิญเหมือนกันนะ นายเป็นรุ่นพี่ฉันหนึ่งปี ทั้งที่ไม่ได้อยู่ตึกเดียวกัน แต่ก็ยังเจอกันบ่อย ๆ เหมือนมีวาสนาต่อกันเลย”

ได้ยินเฉียวอี้หนิงพูดด้วยรอยยิ้ม จู้ซีเหยามองไปที่ใบหูของลู่โจวหนานที่แดงระเรื่อ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

วาสนางั้นเหรอ?

แท้จริงแล้ว ทุกครั้งที่ “บังเอิญเจอ” ล้วนเป็นเขาตั้งใจสร้างขึ้น

ตอนนั้น เธอเดินตามอยู่ข้างหลัง มองเขาทุ่มเททุกอย่างเพื่อคนที่เขารัก แล้วก็ได้แต่เจ็บปวดเงียบ ๆ

ต่อมาเฉียวอี้หนิงไปต่างประเทศ เธอคิดว่าในที่สุดตัวเองก็ได้สมหวัง

แต่ตอนนี้ดูแล้ว คนที่สมหวังคือเขาต่างหาก

ขณะที่จู้ซีเหยากำลังเหม่อลอย จู่ ๆ ก็ได้ยินคนเรียกชื่อ

“ตอนมัธยมปลายฉันเคยได้ยินมาว่านายมีเพื่อนสมัยเด็กที่สนิทมาก คนนั้นก็คงเป็นคุณจู้นี่ใช่ไหม?”

จู้ซีเหยาชะงักเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นก็เห็นสายตาของเฉียวอี้หนิงที่แฝงการหยั่งเชิง

เธอยังไม่ทันได้พูดอะไร พ่อลู่กับแม่ลู่ก็หัวเราะแล้วรับคำทันที

“สนิทกันมากจริง ๆ ตั้งแต่เด็กก็ติดกันแจเหมือนเงา โตมาด้วยกันแทบจะใส่กางเกงตัวเดียวกันเลยด้วยซ้ำ ตอนแรกพวกเรายังคิดจะจับหมั้นกันตั้งแต่เด็กด้วยซ้ำ…”

ฟังไปได้ไม่ทันจบ สีหน้าของลู่โจวหนานก็หม่นลงทันที ก่อนจะตัดบท

“พ่อ แม่ อย่าพูดมั่วสิ ต่อให้ผมจะชอบใคร ก็ไม่มีทางชอบจู้ซีเหยาเด็ดขาด”

จู้ซีเหยาก้มตาลง กลบความผิดหวังในดวงตา ฝืนยิ้มบาง ๆ “ฉันก็เหมือนกัน ต่อให้จะคบกับใคร ก็ไม่มีวันคบกับลู่โจวหนาน”

ได้ยินดังนั้น สีหน้าของลู่โจวหนานแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ

เขายกแขนพาดไหล่เธอเหมือนกอดคอเพื่อน สีหน้าไม่ใส่ใจ “พูดถูก! พวกเราเป็นแค่มิตรภาพบริสุทธิ์”

ชั่วขณะนั้น บรรยากาศในห้องนั่งเล่นก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

จู้ซีเหยายิ้มตามไป แล้วในวินาทีหนึ่งก็ได้ยินเขาพึมพำขอบคุณเบา ๆ อย่างโล่งอก

“ไม่เลวเลยนะ ยังช่วยฉันแก้สถานการณ์ให้ด้วย ขอบใจมาก”

เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงขยับถอยไปด้านข้างอย่างแนบเนียน เพื่อเว้นระยะห่างจากเขา

ช่วยแก้สถานการณ์งั้นเหรอ?

ไม่ใช่เลย สิ่งที่เธอพูดไป…ล้วนเป็นความจริงทั้งหมด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 25

    ฤดูหนาวอันหนาวเหน็บผ่านพ้นไป ฤดูใบไม้ผลิหวนกลับมาอบอุ่นอีกครั้งตระกูลจู้ได้รับข่าวจากทนายความในประเทศหลังผ่านกระบวนการหลายรอบ ทั้งการพิจารณาคดีชั้นต้น การยื่นอุทธรณ์ของจำเลย และการพิจารณาคดีชั้นสอง ข้อเท็จจริงที่ว่าเฉียวอี้หนิงยุยงให้ก่ออาชญากรรมก็ได้รับการยืนยัน และถูกพิพากษาลงโทษตามกฎหมายผู้กระทำผิดได้รับโทษที่สมควรได้รับ สำหรับผู้เสียหายแล้ว นั่นย่อมเป็นการปลอบประโลมที่ดีที่สุดและวันนี้ก็ตรงกับวันเกิดของพ่อจู้พอดีแม่จู้ลงมือเข้าครัวเอง ทำอาหารเต็มโต๊ะใหญ่ ครอบครัวสามคนยกแก้วฉลองกันพร้อมหน้ามาอยู่ที่สเปนเกือบครึ่งปีแล้ว จู้ซีเหยาก็คุ้นชินกับชีวิตที่นี่แล้วแม้ยังมีเรื่องไม่สะดวกอยู่มาก แต่ระหว่างการออกสำรวจแล้วได้ค้นพบสิ่งน่าสนใจใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็ถือเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งเธอได้รู้จักเพื่อนใหม่มากมาย และค่อย ๆ ค้นพบสิ่งที่ตัวเองสนใจในวันดี ๆ เช่นนี้ เธอจึงประกาศการตัดสินใจสำคัญให้ครอบครัวรับรู้ด้วยความดีใจ“พ่อ แม่ หนูคิดดีแล้วค่ะ หนูตั้งใจจะตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ๆ หนูจะรับหน้าที่เป็นมือกีตาร์ ตอนนี้พวกเราแต่งเพลงแรกเสร็จแล้ว สัปดาห์หน้าจะมีการแสดง หนูขอเป็นตัวแทนขอ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 24

    สามวันต่อมา ลู่โจวหนานก็กลับมาถึงฮู่เฉิงเพียงลำพังตอนที่เขากลับถึงบ้าน วิลล่าหลังข้าง ๆ ก็กลับมาเปิดไฟอีกครั้งพ่อบ้านบอกว่า ตระกูลจู้จัดการทรัพย์สินทั้งหมดในประเทศเรียบร้อยแล้ว เพื่อนบ้านใหม่ก็เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อสองวันก่อนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่โจวหนานถึงเพิ่งรู้สึกขึ้นมาจริง ๆ ว่าทุกอย่างไม่อาจย้อนกลับไปได้อีกแล้วเขาอยู่คนเดียวในห้อง นอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเช้าวันถัดมา เขามองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นเพื่อนบ้านใหม่รื้อชิงช้าในสวนออก เปลี่ยนผ้าม่านสีชมพูขาวเป็นสีเขียวเข้ม และกระดิ่งลมเปลือกหอยที่แขวนอยู่หน้าประตูก็ถูกตัดลงมาโยนทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตระกูลจู้และจู้ซีเหยา กำลังค่อย ๆ เลือนหายไปจากโลกของเขาทีละนิดเขาไร้เรี่ยวแรงจะห้าม ได้แต่ดื่มจนเมามายทุกวัน ใช้แอลกอฮอล์ทำให้ตัวเองด้านชาหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วนค่อย ๆ กลวงเปล่า สูญเสียแม้กระทั่งความสามารถในการรับรู้อารมณ์ความรักและความเกลียด ความเจ็บปวดและความสำนึกเสียใจ ความสุขและความหวัง…ทุกอย่างกำลังค่อย ๆ ห่างไกลจากเขาออกไปภายในห้องของเขากองสุมไปด้วยของจิปาถะมากมาย ล้วนเป็นของที่เขาไปเก็บกลับมาจ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 23

    หัวใจของลู่โจวหนานเย็นเฉียบลงอย่างสิ้นเชิงไปกับทุกถ้อยคำเหล่านั้นเขามองเธอเดินจากไปต่อหน้าต่อตา มือที่ถือถุงอยู่ค่อย ๆ ตกลงอย่างหมดแรงดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าค่อย ๆ แดงก่ำขึ้น มีน้ำตาเอ่อคลออยู่ในนั้นความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและสิ้นหวังอย่างลึกล้ำถาโถมขึ้นมาจุกอก จนลมหายใจของเขาถี่กระชั้นขึ้นมากลู่โจวหนานนั่งอยู่คนเดียวตรงมุมหนึ่งเป็นเวลานานจนร้านอาหารปิดแล้ว พนักงานจึงเข้ามาเตือนเขาเขาถึงได้สติกลับมาในที่สุด ก่อนจะยื่นถุงในมือให้อีกฝ่าย แล้วเอ่ยขอร้องให้พนักงานช่วยเหลือแม้ไข่ต้มร้อนจะช่วยลดบวมได้ แต่ก็ยังไม่อาจบรรเทาความเจ็บปวดได้จู้ซีเหยามัวแต่วุ่นอยู่กับเรื่องนี้ จนไม่ได้กินมื้อเย็นพ่อจู้กับแม่จู้ตั้งใจเอาสเต๊กมาให้ พอเห็นแผลที่ขาของเธอ ก็ปวดใจจนแทบทนไม่ไหวพอดีกับที่พนักงานเอาผ้าขนหนูมาส่ง พวกเขาจึงถามขึ้นเล็กน้อยพอได้ยินว่าที่โรงแรมมียา แค่จ่ายประมาณสามพันเก้าร้อยบาทก็ซื้อได้ พวกเขาก็รีบซื้อทันทีไม่นาน พนักงานก็เอายามาส่งให้เมื่อเห็นกล่องยาที่ยังไม่ได้แกะ จู้ซีเหยาก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ตอนบ่ายเธอเคยถามแม่บ้านที่มาทำความสะอาดแล้ว อีกฝ่ายบอกว่าโรง

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 22

    เช้าวันถัดมา คนตระกูลจู้เตรียมสัมภาระ ตั้งใจจะออกไปเล่นสกีพอออกจากบ้านมาแล้วไม่เห็นลู่โจวหนาน จู้ซีเหยาก็โล่งอก ก่อนจะเข็นกระเป๋าเดินไปทางท้ายรถเธอเพิ่งเก็บของเสร็จ ก็ได้ยินพ่อจู้อุทานขึ้นมา“นี่มันอะไรน่ะ? อาเหยา ลูกลืมของขวัญวันเกิดของเพื่อนบ้านคนไหนไว้หน้าประตูหรือเปล่า?”พอหันไปเห็นกล่องที่คุ้นตา จู้ซีเหยาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอรีบเดินเข้าไป รับกล่องมาแล้วยื่นให้พ่อบ้าน จากนั้นก็ส่งที่อยู่ของบ้านตระกูลลู่ให้เขา กำชับว่าเดี๋ยวให้ส่งกลับประเทศไปพ่อจู้กับแม่จู้ยิ่งสงสัยมากขึ้น ตลอดทางจึงเอาแต่ถามว่าของขวัญชิ้นนี้ใครเป็นคนให้เมื่อเห็นว่าปั้นเรื่องโกหกต่อไปไม่ไหว จู้ซีเหยาก็จำต้องบอกความจริง พร้อมกันนั้นยังเล่าคำอวยพรของลุงลู่กับป้าลู่เมื่อวานให้พวกเขาฟังด้วยภายในรถเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพ่อจู้จะพยักหน้าแรง ๆ หลายครั้ง“พ่อกับแม่ก็คิดอยู่ตลอดเหมือนกันว่า หลังเกิดเรื่องแบบนี้แล้ว ควรจะวางตัวยังไงกับตระกูลลู่ดี ถึงจะเป็นเรื่องของพวกเด็ก ๆ แต่ลูกเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อกับแม่ ไม่ว่าจะมองตามความรู้สึกหรือตามเหตุผล พ่อกับแม่ก็ควรยืนอยู่ข้างลูกอย่างมั่นคง เพราะงั้นพวกเราคุยกันไว้แล้ว

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 21

    เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้ปล่อยตัวตามใจแบบนี้ ในงานปาร์ตี้ชุดนอนครั้งนี้ จู้ซีเหยาเลยดื่มไปหลายแก้วพอผ่านศึกหมอนฟาดกันอย่างดุเดือดมาอีกยก อารมณ์ของเธอก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ตื่นเต้นจนกระทั่งเห็นแมวตัวเล็ก ๆ ยังต้องเอ่ยทักสภาพแบบนั้นดำเนินต่อเนื่องไปจนจบปาร์ตี้ หลังจากไปส่งเพื่อนบ้านสองคนสุดท้ายที่ดื่มจนแทบไม่รู้สึกตัวถึงบ้านแล้ว เธอก็ฮัมเพลงเบา ๆ ระหว่างเดินกลับแม้อยู่ไกล เธอก็มองเห็นเงาร่างพร่ามัวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู มือยังถือกล่องอะไรบางอย่างไว้ดึกขนาดนี้แล้ว วันเกิดของเธอก็จบไปแล้ว ยังจะมีใครมาอีก?พอเดินเข้าไปใกล้และเห็นหน้าชัดเจน รอยยิ้มบนใบหน้าของจู้ซีเหยาก็หายวับไปทันที น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นชา“มาทำไม?”เมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเธอ แววตาของลู่โจวหนานก็วาบผ่านความเจ็บปวดที่แทบสังเกตไม่เห็น เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย“อาเหยา สุขสันต์วันเกิดนะ”จู้ซีเหยาไม่ตอบ เธอเดินตรงไปที่ประตูโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ปลดล็อกแล้วกำลังจะเข้าไปข้างในลู่โจวหนานคิดว่าเธอไม่ได้ยิน จึงเรียกซ้ำอีกครั้ง“อาเหยา สุขสันต์วันเกิด นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ฉันเตรียมไว้ให้เธอ”เสี

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 20

    หลังจากได้รับข่าวว่าทางอัยการยืนยันสั่งฟ้องแล้ว คนในตระกูลจู้ต่างก็โล่งอกกันถ้วนหน้าพวกเขามอบหมายเรื่องที่เหลือทั้งหมดให้ทนายจัดการ แล้วเดินทางกลับมาดริดก่อนแม้จะห่างไกลจากบ้านเกิด แต่เรื่องวุ่นวายและภาระทางสังคมก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเช่นกัน จู้ซีเหยาจึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกวันเวลาผ่านไปทีละวัน เธอก็ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้พ่อจู้กับแม่จู้ถามเธอว่าหลังจากนี้มีแผนจะทำอะไร เธอก็หยิบผลไม้ชิ้นหนึ่งป้อนให้แม่ ก่อนจะกะพริบตาเบา ๆ“แม่ ช่วงนี้หนูก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน หนูอยากเรียนต่อ แต่ก็อยากพักอีกสักระยะแล้วลองหางานทำ ดูชีวิตการทำงานบ้าง แม่กับพ่อมีคำแนะนำอะไรไหม?”ในสวนลมพัดค่อนข้างแรง พ่อจู้จึงหยิบผ้าห่มมาสองผืนให้ภรรยาและลูกสาว พลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี“อีกไม่กี่วันลูกก็จะอายุครบยี่สิบสามแล้ว เรื่องงานน่ะ ยังมีโอกาสให้ลองอีกเยอะ พ่ออยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไปตามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเรียนต่อ หรือใช้ช่วงที่ยังหนุ่มสาวออกไปเที่ยวรอบโลกก็ดีทั้งนั้น”แม่จู้ก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะยกมือเคาะหัวเธอเบา ๆ“อาเหยา ลูกอยากทำอะไรก็ทำได้ พ่อกับแม่สนับสนุน

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 9

    พอเห็นว่าลู่โจวหนานกล่าวโทษเธอโดยไม่แยกแยะผิดถูก ความน้อยใจและความเจ็บปวดในใจของจู้ซีเหยาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุดแต่เธอยังพยายามประคองสติไว้ อยากอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน“เป็นเธอต่างหากที่หาคนมาคิดจะข่มขืนฉัน ส่วนเรื่องตกบันไดก็เป็นละครที่เธอจัดฉากเอง ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูที่ห้องนั้นได้ ขอทานคน

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 8

    พอได้ยินหมอบอกว่าไม่ได้กระแทกโดนกระดูก เป็นเพียงแผลภายนอกเท่านั้น จู้ซีเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากทำแผลเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับบ้านยิ่งใกล้ถึงวันต้องจากกัน ห้องนั่งเล่นก็เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบเล็กใบใหญ่เธอพักผ่อนอยู่สองวัน ก่อนจะบอกข่าวเรื่องย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับเพื่อนสนิทไม่กี่คนเ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 7

    งานเลี้ยงวันเกิดดำเนินมาถึงครึ่งทาง ลู่โจวหนานกับเฉียวอี้หนิงก็ประกาศกำหนดวันแต่งงานต่อหน้าทุกคนจู้ซีเหยาถึงได้รู้ว่า ที่แท้วันนี้ไม่ใช่แค่วันเกิดของลู่โจวหนาน แต่ยังเป็นงานหมั้นของเขากับเฉียวอี้หนิงด้วยทั้งงานกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือ ทุกคนต่างพากันส่งคำอวยพรเธอนั่งอยู่มุมห้องเพียงลำพัง มองพวก

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 6

    เช้าวันถัดมา พอจู้ซีเหยาลงมาชั้นล่าง ก็เจอลู่โจวหนานทันทีเขานั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา สีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงแข็งกระด้าง“จู้ซีเหยา!”จู้ซีเหยาสัมผัสได้จากน้ำเสียงว่าอารมณ์ของเขาไม่ดีนักแต่เธอก็ไม่มีท่าทีจะปลอบเขาแม้แต่น้อย ท่าทางก็ไม่ได้อบอุ่นอะไรนัก“อ้อ อรุณสวัสดิ์นะ”“ฉันกำลังจะออกไปเดตกับ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status