Share

ตอนที่ 4

last update publish date: 2026-09-21 21:43:18

คำว่าแฟนทำเอาบรรยากาศรอบตัวแพรไหมเงียบสงัดชั่วขณะ สายตาหลายคู่ในแผนกต่างเหลือบมองมาทางโต๊ะเธอโดยไม่ได้นัดหมาย

แพรไหมรู้ตัวดีว่าทุกคนกำลังรอดูปฏิกิริยาของเธอ ว่าจะแสดงความหึงหวง หรือจะวางตัวอย่างไรให้เหมาะสม

เธอจึงเลือกที่จะยิ้ม... ยิ้มทั้งที่ปลายนิ้วมือสองข้างที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำลังบีบเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเนื้อเจ็บร้าวไปหมด

“ไม่งอนหรอกค่ะพี่เกด เรื่องงานทั้งนั้นเลยนี่คะ แพรแยกแยะได้ค่ะ” แพรไหมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามบังคับให้ฟังดูเป็นธรรมชาติที่สุด

ธันวาหันมามองหน้าเธอเพียงแค่เสี้ยววินาที แววตาเขาไม่ได้ฉายชัดถึงความรู้สึกผิด ไม่ได้อ่อนแสงลงเพื่อกล่าวคำขอโทษ และไม่ได้มีความพยายามจะอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติมให้เธอสบายใจ

มีเพียงความนิ่งเฉยและแววตาที่บอกเป็นนัยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องธรรมดาสามัญที่เธอไม่สมควรเก็บเอามาคิดเล็กคิดน้อย

“แพรเขาเข้าใจเรื่องพวกนี้ดีอยู่แล้วครับ” เขากล่าวสรุปสั้น ๆ ให้ ทุกคนฟัง ก่อนจะหันกลับไปคุยเรื่องงานกับมิลินต่ออย่างหน้าตาเฉย

แพรไหมก้มหน้าลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองทันที

ประโยคง่าย ๆ ของเขาเมื่อครู่ช่างบาดลึกและกรีดแทงใจเธอมากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเขาไม่ได้หันมาถามด้วยซ้ำว่าเธอเข้าใจจริง ๆ ใช่ไหม เขาแค่ยัดเยียดบทบาทแสนดีและตัดสินใจแทนไปแล้วว่า เธอต้องเข้าใจ

ภาพของธันวากับมิลินวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในสายตาแพรไหมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เธอเห็นเขาช่วยมิลินตรวจทานเอกสารอย่างใจเย็น เห็นเขาอธิบายระบบงานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อเด็กใหม่ไม่เข้าใจ พาหญิงสาวออกไปพบลูกค้าเพื่อสอนงานนอกสถานที่ และกลับเข้ามาในออฟฟิศพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

ทุกครั้งที่มิลินทำงานพลาด ธันวาจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเสมอว่า

“ไม่เป็นไรครับ ค่อย ๆ แก้ไปนะ ผิดเป็นครู”

แต่ในระยะหลังมานี้ เวลาแพรไหมเอ่ยถามเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ เขามักจะถอนหายใจทิ้งก่อนตอบเสมอ ราวกับว่าการมีอยู่ของเธอคือภาระอันหนักอึ้ง ราวกับว่าแค่เสียงเธอก็ทำให้เขาเหนื่อยล้าเพิ่มขึ้นทวีคูณ

เมื่อเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่

ความอึดอัดที่สะสมมาตั้งแต่เช้าผลักดันให้แพรไหมนั่งเก้าอี้ไม่ติด เธอผุดลุกจากโต๊ะทำงานเดินตรงไปยังห้องแพนทรีส่วนกลาง ตั้งใจจะชงชาสมุนไพรร้อน ๆ ดื่มเพื่อคลายความตึงเครียด

และเมื่อผลักประตูเข้าไป เธอก็พบธันวากำลังยืนชงกาแฟอยู่ที่เคาน์เตอร์เพียงลำพัง

แพรไหมหยุดชะงักตรงหน้าประตู ใจหนึ่งร้องบอกให้หันหลังกลับเดินหนีไปเสีย แต่อีกใจก็ประท้วงว่าเธอเหนื่อยเกินกว่าจะเก็บซ่อนคำถามมากมายไว้คนเดียวอีกต่อไป เธอสูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้าแล้วก้าวเข้าไปหาเขาช้า ๆ

“ธัน”

ชายหนุ่มชะงักมือที่กำลังคนกาแฟในแก้ว เขาหมุนตัวกลับมามองหน้าเธอ “มีอะไรหรือเปล่าแพร”

“ช่วงนี้ธันเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

ธันวาขมวดคิ้วทันที

“หมายถึงอะไร”

“แพรหมายถึงเรื่องของเราค่ะ”

เธอปรับเสียงให้เบาลงเพื่อไม่ให้คนข้างนอกได้ยิน

“แพรรู้สึกว่าเราห่างกันมากขึ้นทุกวัน แชตธันก็ไม่ค่อยตอบ นัดกินข้าวก็เลื่อนตลอด เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ธันก็ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะคุยอะไรกับแพรเลย”

เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ทันทีที่เธอพูดจบ เสียงถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความรำคาญนั้นทำให้แพรไหมเจ็บแปลบจนต้องกำมือแน่น

“แพร ธันแค่เหนื่อย งานช่วงนี้มันหนักมาก แพรก็นั่งอยู่ในแผนก ก็เห็นไม่ใช่เหรอว่ามันวุ่นวายแค่ไหน”

“แพรเห็นค่ะ แพรไม่ได้ไม่เข้าใจเรื่องงานของธันเลยนะ ธันต้อง เลิกงานดึก แพรไม่เคยทักไปว่า ธันเลื่อนนัด แพรก็ไม่เคยโวยวาย แพรแค่อยากรู้ว่าธันยังอยากมีแพรอยู่ในชีวิตอยู่ไหม”

ธันวานิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ แต่แทนที่แววตาเขาจะทอประกายอ่อนลงด้วยความรู้สึกผิด เขากลับยกมือลูบใบหน้าตัวเองแรง ๆ คล้ายคนหมดความอดทน

“ทำไมแพรต้องพูดให้มันเป็นประเด็นขนาดนั้นด้วย”

หัวใจของแพรไหมเหมือนถูกบีบรัดอย่างรุนแรง

“แพรไม่ได้อยากดรามานะธัน”

“แต่สิ่งที่แพรกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันคือการคิดมากและหาเรื่องปวดหัวไง”

ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นและติดจะหงุดหงิด

“แพร เราโต ๆ กันแล้วนะ เรารู้จักกันมากี่ปีแล้ว ก่อนที่เราจะมาคบหากัน เราไม่ใช่เด็กวัยรุ่น ไม่จำเป็นต้องทำตัวติดกันเหมือนช่วงแรก ๆ ที่เพิ่งจีบกันไหม ความรักของคนเป็นผู้ใหญ่มันต้องมีพื้นที่ส่วนตัวให้กัน ต้องรู้จักเข้าใจกันบ้างสิ”

“การมีพื้นที่ส่วนตัว กับการผลักอีกคนออกไปไกล ๆ มันเหมือนกันเหรอคะธัน”

ประโยคนั้นทำเอาธันวาชะงักงัน แพรไหมเงยหน้ามองสบตา ตรง ๆ หยาดน้ำตาเริ่มคลอหน่วย แต่เธอกัดฟันฮึบไว้ ไม่ยอมปล่อยให้มันไหลร่วงลงมาประจานความอ่อนแอ

“แพรไม่ได้ขอให้ธันมารายงานตัวตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่ได้ขอให้ทิ้งงานมาหาแพรทุกครั้ง แพรแค่ขอให้ธันยังมีความรู้สึกเหลือให้แพรบ้าง ยังอยากคุยกัน อยากเห็นหน้ากัน หรือแค่อยากทักมาถามว่าวันนี้แพรเหนื่อยไหม... แค่นั้นเอง มันยากมากเลยเหรอคะ”

“แล้วธันล่ะ ธันไม่เหนื่อยบ้างเลยเหรอแพร”

เขาตั้งคำถามสวนกลับทันควัน

“ธันต้องแบกรับความรับผิดชอบงานของคนทั้งทีม ต้องคอยแก้ปัญหาให้ลูกค้า แถมยังต้องมาคอยดูแลน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามา แล้วพอกลับมา ธันยังต้องมาคอยนั่งอธิบายความรู้สึกให้แพรฟังอีกเหรอ”

คำว่าน้องใหม่ที่หลุดออกจากปากเขา ทำเอาแพรไหมนิ่งงันไป เธอจ้องมองใบหน้าผู้ชายที่รักสุดหัวใจ

“มิลินสำคัญกับธันมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

ธันวาขมวดคิ้ว แววตาแข็งกร้าวขึ้น

“แพร อย่าลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวเรื่องนี้ได้ไหม”

“แพรไม่ได้ลากใครเข้ามาเกี่ยวค่ะ” เธอฝืนยิ้ม ยิ้มทั้งที่ก้อนเนื้อในอกซ้ายกำลังแหลกสลายและสั่นเทา

“แพรแค่ถาม เพราะแพรเห็น... เห็นว่าธันยังมีแรงยิ้มให้เขา มีแรงคอยสังเกตใส่ใจว่าเขายังไม่ได้กินข้าวเช้า มีแรงใจเย็น ๆ เวลาสอนงานเขา แต่พอหันกลับมาหาแพร ธันมีให้แพรแค่คำว่าเหนื่อยคำเดียว”

“แพร!” ธันวากดเสียงต่ำ

“แพรผิดมากเหรอคะที่แพรจะรู้สึกน้อยใจ”

ชายหนุ่มเงียบกริบ ความเงียบงันของเขากลายเป็นคมมีดกรีดลึกลงบนแผลเดิม มันคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดโดยไม่ต้องเปล่งเสียง แพรไหมพยักหน้าช้า ๆ รับรู้และเข้าใจสถานะของตัวเองอย่างถ่องแท้ แม้สองขาจะสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ก็ตาม

“โอเคค่ะ แพรเข้าใจแล้ว”

“แพร อย่าประชดประชัน”

“แพรไม่ได้ประชดค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เด็ดเดี่ยว

“แพรแค่เพิ่งเริ่มเข้าใจความจริง ว่าไม่สามารถไปเรียกร้องอะไรจากคนที่เขาไม่อยากจะให้ได้อีกแล้ว”

ธันวานิ่งขึงไปครู่ใหญ่ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา

ไม่มีการเอื้อมมือมาคว้าแขนเพื่อรั้งตัวเธอไว้

ไม่มีการกล่าวคำขอโทษเพื่อปลอบประโลมความรู้สึก

และไม่มีแม้แต่ประโยคแก้ตัวว่าเธอแค่คิดมากไปเอง

เมื่อเห็นดังนั้น แพรไหมจึงหมุนตัวและก้าวเดินออกจากห้องแพนทรีไปอย่างเงียบเชียบ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 13

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา แพรไหมในชุดทำงานที่ถูกจัดระเบียบให้เรียบร้อย เดินถือซองกระดาษสีขาวตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าแผนกการตลาด ท่วงท่าของเธอสง่างามและมั่นคง แววตาเด็ดเดี่ยวปราศจากร่องรอยของความหวาดกลัวหรืออาลัยอาวรณ์ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเคาะประตูกระจกสองครั้งแล้วผลักบานประตูเข้าไปด้านในเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวเย็นเฉียบ ธันวากำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ สายตาจดจ่ออยู่กับการอ่านรายงานยอดขายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยตามวิสัยคนบ้างาน“มีอะไรด่วนหรือเปล่าแพร” ธันวาเอ่ยถามโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ“แพรเอาเอกสารมาให้เซ็นรับทราบค่ะ”หญิงสาวก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ก่อนจะวางซองจดหมายสีขาวสะอาดตาลงบนโต๊ะตรงหน้าเขาอย่างนุ่มนวลธันวาละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เลื่อนสายตาลงมามอง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิมทันทีที่เห็นหน้าซองจดหมายอันคุ้นเคย“นี่มันอะไรแพร” น้ำเสียงของเขาเจือความหงุดหงิดระคนแปลกใจ“ใบลาออกค่ะ แพรจะทำงานจนถึงสิ้นเดือนนี้ แพรส่งอีเมลแจ้ง ฝ่ายบุคคลเรียบร้อยแล้ว แพรนำเอกสารมาให้ธันเซ็น

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 12

    “โอ้ก”เสียงอาเจียนดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องน้ำหญิงที่เงียบสงัด แพรไหมทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่หน้าชักโครก มือบางทั้งสองข้างกำขอบกระเบื้องเคลือบไว้แน่นจนข้อขาว ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านไปทุกสัดส่วนตามแรงขย้อนที่ปะทุขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ หยาดน้ำตาแห่งความทรมานรื้นขึ้นเกาะกุมขอบตา ความขมปร่าของน้ำย่อยตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ทำให้เธอต้องโก่งคออาเจียนระลอกแล้วระลอกเล่าจนแทบหมดเรี่ยวแรง“แพร ไหวไหม ดื่มน้ำอุ่นล้างปากก่อนนะ”กานต์ลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทาของเพื่อนสนิทอย่างร้อนใจ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใย พร้อมกับยื่นขวดน้ำอุ่นที่เพิ่งวิ่งไปกดมาจากแพนทรีให้ แพรไหมรับขวดน้ำมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทาหญิงสาวกลั้วคอบ้วนปากทิ้ง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นกระเบื้องเย็นเยียบ อาการอ่อนเพลียเล่นงานอย่างหนักหน่วงจนเธอต้องพิงศีรษะเข้ากับผนังห้องน้ำอย่างหมดสภาพ“ขอบใจนะกานต์ แต่แพรไม่ไหวเลย รสชาติขม ๆ มันตีขึ้นมาตลอดเวลาเลย”แพรไหมตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายบัดนี้หม่นหมองและอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดกานต์ทอดสายตามองเพื่อนรักด้วยความสงสารจับใจ หญิงสาวหยิบกระดาษทิชชูมาซับรอย

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 11

    เมื่อถึงช่วงพักกลางวัน พนักงานส่วนใหญ่ต่างทยอยเดินลงไปรับประทานอาหาร มิลินฉวยโอกาสนี้ถือแฟ้มเอกสารเข้าไปหยุดยืนที่หน้าโต๊ะทำงานของธันวาทันที“พี่ธันวาคะ” เสียงหวานเอ่ยเรียก“ว่าไงครับ” ธันวาเงยหน้าขึ้นจากการทำงาน“มิลินแก้สไลด์ส่วนงบประมาณเสร็จแล้วค่ะ พี่สะดวกตรวจให้ ไหมคะ หรือว่าจะไปกินข้าวก่อนก็ได้” พนักงานรุ่นน้องรายงาน“เดี๋ยวพี่ดูให้ตอนบ่ายก็ได้ครับ” ชายหนุ่มตอบอย่างใจดี“งั้นไปกินข้าวกันไหมคะ ร้านอาหารญี่ปุ่นใต้ตึกเปิดใหม่ มีโพรโมชันด้วย มิลินอยากเลี้ยงขอบคุณที่พี่ช่วยสอนงานให้ตลอด” มิลินชักชวนพร้อมคลี่ยิ้มกว้างคำชวนครั้งนี้ดูเปิดเผยและชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาธันวาชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะเผลอมองข้ามไปยังโต๊ะแพรไหม หญิงสาวยังคงนั่งหลังตรงพิมพ์งาน ไม่ยอมเงยหน้า ไม่แม้แต่จะเหลือบ หางตามอง และไม่แสดงท่าทีสนใจสิ่งใดเลยสักนิด เขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากหากเป็นเมื่อก่อน เขาคงต้องหยุดคิดทบทวนว่าแพรจะน้อยใจไหม จะเข้าใจหรือเปล่า ทว่าตอนนี้สถานะเขาคือชายโสด เขาย่อมมีสิทธิ์ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองได้อย่างอิสระ“เอาสิครับ พี่กำลังหิวพอดี” ธันวาตัดสินใจตอบรับ“จริงนะคะ” มิลินยิ้มก

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 10

    เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเช้า บรรยากาศภายในแผนกการตลาดยังคงวุ่นวายเฉกเช่นทุกวัน พนักงานหลายคนถือแก้วกาแฟเดินสวนกันไปมา บ้างจับกลุ่มคุยเรื่องวาระการประชุมบ้างก้มหน้าก้มตาตรวจเอกสารอย่างขะมักเขม้นก่อนถึงเวลาเริ่มงาน“สวัสดีค่ะพี่เกด” แพรไหมเอ่ยทักทาย“มาเช้าจังแพร วันนี้ประชุมสิบโมงไม่ใช่เหรอ” รุ่นพี่ในแผนกถามกลับด้วยความสงสัย“ค่ะ แพรอยากมาเช็กไฟล์ก่อนนิดหน่อย” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงปกติพร้อมส่งยิ้มบาง ๆ ให้รุ่นพี่ ก่อนจะเดินต่อไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองแพรไหมวางกระเป๋าสะพายลงข้างโต๊ะทำงาน สายตาสะดุดเข้ากับกรอบรูปไม้สีอ่อนที่ตั้งตระหง่านอยู่ภาพถ่ายใบนั้นถูกบันทึกไว้ในวันฉลองยอดขายทะลุเป้าเมื่อปีที่ผ่านมา ธันวายืนโอบไหล่เธอจากทางด้านหลัง ส่วนเธอก็ส่งยิ้มกว้างจนตาหยี วันนั้นเขาก้มลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า‘แพรยิ้มแบบนี้น่ารักที่สุดแล้ว’ในตอนนั้นเธอเชื่อหมดหัวใจว่ารอยยิ้มของตัวเองมีค่ามากมายเหลือเกินในสายตาเขานัยน์ตาคู่สวยจ้องมองรูปถ่ายใบนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมา หญิงสาวจัดการเปิดลิ้นชักล่างสุด คว่ำกรอบรูปลงแล้วดันมันเข้าไปเก็บซ

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 9

    ปลายสายเงียบไปหลายวินาทีราวกับกำลังประมวลผลความจริง ก่อนที่กานต์จะพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง“แพร เปิดประตู ฉันยืนอยู่หน้าห้องแกแล้ว”แพรไหมเบิกตากว้าง รีบใช้หลังมือปาดคราบน้ำตาทิ้ง แล้วพยุงร่างไร้เรี่ยวแรงลุกไปปลดล็อกประตู ทันทีที่บานประตูเปิดออก กานต์ก็พุ่งตัวเข้ามากอดเพื่อนรักไว้แน่นแพรไหมซุกหน้าลงกับไหล่กานต์ กำแพงความเข้มแข็งที่เพียรสร้างพังทลายลงในพริบตา“ฮึก ฮือ กานต์” เธอปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป ความรู้สึกอัดอั้น หวาดกลัว และโดดเดี่ยว รินไหลออกมาพร้อมหยาดน้ำตา“ร้องออกมาเลยแพร ร้องให้พอ ฉันอยู่นี่แล้ว” กานต์ลูบแผ่นหลังปลอบโยน ปล่อยให้เพื่อนได้ระบายความอัดอั้นจนกว่าจะพอใจเมื่อความเสียใจเริ่มคลายตัว ทั้งสองจึงพากันมานั่งบนโซฟา กลางห้องรับแขก กานต์ดึงกระดาษทิชชูซับน้ำตาให้แพรไหมอย่างเบามือ ก่อนจะกุมมือเพื่อนไว้แน่นเพื่อดึงสติให้กลับมาจดจ่อกับความจริง“แพร ฟังฉันนะ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ ตอนนี้แกต้องตั้งสติ จะเอายังไงต่อไป จะโทรบอกธันวาคืนนี้เลยไหม” กานต์เริ่มเปิดประเด็นสำคัญที่สุดในเวลานี้“ไม่ แพรจะไม่บอกธันวา จะไม่บอกเด็ดขาด” แพรไหมส่ายหน้า

  • เมื่อไม่รักก็...ไม่รั้ง   ตอนที่ 8

    วันต่อมาเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมทำงานเต็มประสิทธิภาพ ทว่าแพรไหมกลับรู้สึกราวกับถูกจับยัดในเตาอบไร้ช่องระบายอากาศ เหงื่อ เม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้า ภาพตัวเลขบนจอโพรเจกเตอร์เริ่มสั่นไหว กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศผสมกับกลิ่นกาแฟดำของเพื่อนร่วมงานกลายเป็นกลิ่นเหม็นฉุนที่ตีรวนกระเพาะอาหารอย่างสาหัสแพรไหมผุดลุกขึ้นกะทันหันจนเก้าอี้ล้อเลื่อนขูดพื้นพรมเกิดเสียงดัง เสียงบรรยายหน้าห้องหยุดชะงัก ทุกสายตาหันมาจดจ้องที่เธอ หญิงสาวไม่มีเวลาแม้แต่จะเอ่ยคำขอโทษ เธอพุ่งตัวออกจากห้องประชุม กึ่งวิ่งกึ่งเดินตรงไปยังห้องน้ำหญิงสุดทางเดินอย่างรวดเร็วทันทีที่ผลักประตูล็อกห้องน้ำด้านในสุด แพรไหมก็ทรุดตัวลงหน้าชักโครกอย่างหมดสภาพ เธออาเจียนสิ่งที่ฝืนกินเข้าไปตั้งแต่เช้าออกมาจนหมดร่างบอบบางสั่นสะท้าน สองมือกำขอบชักโครกไว้แน่น หญิงสาวหอบหายใจหมดแรง น้ำตาเล็ดรินจากความทรมาน ลำคอแสบร้อนและ ขมปร่า เธอพยายามยันตัวไปที่อ่างล้างหน้า เปิดน้ำบ้วนปากและล้างหน้าเพื่อเรียกสติ ทว่าความอ่อนเพลียกลับกดทับอย่างหนักหน่วงจนแทบก้าวขาไม่ออกประตูห้องน้ำถูกผลักเข้ามาอย่างแรง กานต์ เพื่อนสนิทที่สังเกตเห็นความผิดปกติและวิ่งตามออกม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status