LOGINเมื่อเดินเข้าไปในประตูหลังคฤหาสน์ เด็กสาวก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อมองเห็นหลันเยี่ยเซียงกำลังยืนรออยู่ก่อนแล้ว ข้างๆ ยังมีสาวใช้ของตนสองคนที่ก้มหน้าก้มอยู่ เห็นชัดว่าผู้เป็นพี่สาวรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว
“พี่รอง” มองดูใบหน้างดงามที่เรียบเฉยนั้น หลันอิ๋งชุนพลันยิ้มแหย “ข้ากลับมาทันใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“พวกเจ้าสองคนพาคุณหนูเล็กไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ข้าจะออกไปรอที่ห้องโถง พี่ใหญ่คงใกล้จะออกมาแล้ว”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้ทั้งสองรับคำก่อนเดินเข้ามาหาหลันอิ๋งชุน
ก่อนเดินผ่านผู้เป็นพี่สาว เด็กสาวไม่ลืมที่จะกะพริบตาออดอ้อนอย่างที่เคยได้ผล “พี่รอง”
หลันเยี่ยเซียงถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง “กลับไปเปลี่ยนชุด ข้าจะออกไปรับหน้าพี่ใหญ่กับท่านพ่อ หากให้รู้ว่าเจ้าแอบหนีออกไปอีกครั้งนี้ เจ้าจะโดนกักบริเวณรู้ตัวหรือไม่”
“ข้ารู้ว่าพี่รองใจดีที่สุด” พูดจบก็วิ่งหายเข้าไปในเรือนทันที
หลันเยี่ยเซียงส่ายหน้ายิ้มๆ นางรู้ว่าตัวเองเป็นคนใจอ่อน นับจากมารดาสิ้นใจหลังคลอดน้องสาวคนเล็กของนางคนนี้ นางและแม่รองก็ช่วยกันประคบประหงมหลันอิ๋งชุน
กระทั่งตามใจจนกลายเป็นเด็กซุกซนอยากรู้อยากเห็น บิดาและพี่ใหญ่ของนางเป็นคนเข้มงวดกวดขัน ไม่เว้นแม้แต่กับนางและน้องสาวที่เป็นอิสตรี หากให้รู้ว่าหลันอิ๋งชุนหนีออกไปเที่ยวเช่นนี้ คงหนีไม่พ้นโดนกักบริเวณเป็นเดือนอย่างแน่นอน
“เซียงเอ๋อร์ มาแล้วหรือ” สุ่ยเซียนโผเข้ามาหาหญิงสาวด้วยใบหน้าไม่ใคร่จะดีนัก “ชุนเอ๋อร์เล่ากลับมาแล้วหรือยัง”
“แม่รองไม่ต้องเป็นห่วง นางกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
ได้ยินหลันเยี่ยเซียงกระซิบบอก สุ่ยเซียนพลันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “เจ้าเด็กคนนี้ทำเอาคนแก่เช่นข้าหัวใจแทบวาย หายตัวไปตั้งแต่เช้า ข้าละจนปัญญาจะจัดการกับนางแล้ว”
“ท่านอย่าโกรธไปเลยเจ้าค่ะ ไว้ข้าจะกวดขันนางด้วยตัวเอง”
“เจ้าเองก็เหมือนกัน อย่าตามใจนางให้มากนัก หากให้ท่านพ่อและคุณชายใหญ่…”
“พวกเจ้าสองคนทำอะไรกันอยู่ตรงนั้น” หลันเซียวเอ่ยถามขึ้นทำให้สุ่ยเซียนสะดุ้ง
“ท่านพี่ ท่านมาแล้วหรือเจ้าคะ”
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่” หลันเยี่ยเซียงเดินเข้าไปหาทั้งสองคน
“ชุนเอ๋อร์เล่า”
“กำลังเปลี่ยนชุดเจ้าค่ะ เพราะเมื่อวานเล่นซนมากไปวันนี้จึงตื่นสาย” หลันเยี่ยเซียงเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ส่วนสุ่ยเซียนได้แต่ก้มหน้าเพราะกลัวโดนจับได้ มือทั้งสองข้างกำแน่นกระทั่งไม่อาจก้าวเดิน
“แม่รอง” หลันเฟิ่งสังเกตเห็น
สุ่ยเซียนสะดุ้ง “คุณชายใหญ่”
นางยังคงเรียกหลันเฟิ่งอย่างให้เกียรติ แม้เขาบอกให้นางเรียกเขาว่าลูกเฟิ่งก็ตาม ทั้งนี้ก็เพราะบุคลิกที่ยากจะเข้าถึงของอีกฝ่าย ทำให้นางรู้สึกว่าเขาน่าเกรงขาม
ไม่เหมือนหลันเยี่ยเซียงและหลันอิ๋งชุน ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมาก็เอาแต่ติดนางแจ นับตั้งแต่ที่นางเข้ามาเป็นฮูหยินรองของหลันเซียว และนางเองก็รักและเอ็นดูเด็กทั้งสอง ราวกับเป็นบุตรสาวแท้ๆ ของตัวเอง
“ท่านดูเหนื่อยๆ ชุนเอ๋อร์คงไม่ได้ซุกซนจนเกินไปกระมัง” หลันเฟิ่งเอ่ยถามขึ้น
“ไม่ใช่ นางดีมาก เป็นเด็กดีมากๆ” สุ่ยเซียนเหงื่อตก รับมือกับผู้เป็นสามียังง่ายกว่าบุตรชายคนโตของอีกฝ่ายยิ่งนัก
“ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะพี่ใหญ่ แม่รองเพิ่งปรึกษากับข้าว่าจะทำอย่างไรให้ชุนเอ๋อร์หัดปักผ้าได้ ข้าเองก็กำลังคิดว่าจะสอนนางวันนี้”
“ปักผ้าหรือ” หลันเซียวเลิกคิ้ว “นางแยกออกด้วยหรือว่าอันไหนเรียกว่าเข็ม อันไหนเรียกว่าด้าย”
“ท่านพี่ ชุนเอ๋อร์เป็นบุตรสาวท่านนะเจ้าคะ พูดเช่นนี้ไม่ค่อยจะดีกระมัง จะอย่างไรนางย่อมเติบโตขึ้นในสักวัน” สุ่ยเซียนขมวดคิ้ว
“เจ้าดูสิ แตะต้องไม่ได้” หลันเซียวหันไปมองบุตรชายคนโตก่อนถอนหายใจ สุ่ยเซียนจึงอดที่จะค้อนผู้เป็นสามีทีหนึ่งไม่ได้
“ท่านพ่อออกไปพร้อมลูกเลยหรือไม่ขอรับ”
“เช่นนั้นไปเถิด ไม่ต้องรอชุนเอ๋อร์แล้ว สายมากแดดแรงเจ้าเองก็ต้องรีบไปที่เค่อหลี่”
“เช่นนั้นลูกไปส่งท่านพ่อกับพี่ใหญ่นะเจ้าคะ ให้แม่รองกลับไปดูชุนเอ๋อร์หน่อยจะดีกว่า”
หลันเฟิ่งยิ้มให้ผู้เป็นน้องสาว ก่อนที่ทั้งสามจะเดินออกไปยังหน้าประตูคฤหาสน์
สุ่ยเซียนถอนหายใจออกมาเสียงเบา เข้าใจดีว่าหลันเยี่ยเซียงกลัวว่านางจะทำเสียเรื่อง ดังนั้นจึงอาสาออกไปส่งด้วยตัวเองโดยให้นางกลับเข้าไปด้านใน
ก่อนเกิดเรื่องคุณชายตระกูลฟู่ส่งแม่สื่อเข้าไปเจรจาสู่ขอหลันเยี่ยเซียง ทั้งยังพลั้งปากพูดเรื่องโจรราคะออกมา หมายให้ตระกูลหลันยกหญิงสาวให้แต่งออกไปเพื่อแก้ปัญหา กระทั่งทำให้หลันเฟิ่งโกรธจัดจนไล่แม่สื่อทั้งสองออกมาอย่างไม่ไว้หน้าเซวี่ยอวี้ได้ยินหลิวเย่ากวงเอ่ยถึง ในยามที่อีกฝ่ายพาหลันเฟิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าทั้งหมดนี้กลับเป็นแผนการของคุณชายตระกูลฟู่ผู้นี้ทั้งสิ้น“น่าสนุกยิ่ง”มองดูหญิงสาวที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ เซวี่ยอวี้พลันแย้มยิ้ม “มาดูกันว่าเขายังมีแผนการใดอีก เจ้าก็เป็นเด็กดีนอนหลับให้สบายรอข้าจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อย”ภายในห้องที่มีแสงเพียงริบหรี่ หลันเยี่ยเซียงค่อยๆ ขยับตัว นางลืมตาขึ้นพร้อมกับกะพริบตามองเพดานห้องซึ่งที่ไม่คุ้นตา ร่างเล็กลุกพรวดขึ้นเมื่อเห็นแผ่นหลังของบุรุษซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลความทรงจำสุดท้ายที่นางนึกออกก็คือถูกคนชุดดำลักพาตัวมา และสถานที่แห่งนี้นางก็ไม่รู้ว่าเป็นที่ใดมองออกไปด้านนอกเป็นเวลาค่ำมืด บ่งบอกว่าเวลาได้ล่วงเลยมานานหลายชั่วยาม ป่านนี้พี่ชายและคนในตระกูลหลันคงล่วงรู้แล้วว่านางถูกลักพาตัวมา ไม่รู้พวกเขาจะร้อนใจเพียงใดมองดูป
กว่าชั่วยามที่ไล่ตามมาในที่สุดบุรุษในชุดสีดำก็หยุดลงที่ชายป่านอกเมือง กระท่อมหยาบๆ หลังหนึ่งปรากฏให้เห็น นี่ออกจะดูไม่เหมือนข่าวลือที่ว่าโจรราคะก่อเหตุเพียงลำพังเลยแม้แต่น้อยเซวี่ยอวี้มองเห็นคนเหล่านั้นช่วยกันอุ้มถุงกระสอบใบใหญ่วางลง กระทั่งเร่งแกะปากถุงออกด้วยมือไม้สั่นเทา เขาก้าวเข้าไปช้าๆ อย่างไร้สุ้มเสียง และทันได้มองเห็นใบหน้างดงามที่หมดสติโผล่ออกมา“เป็นนางแน่นอน”“ใช่ๆ ข้าเคยเห็นนาง นี่คือคุณหนูหลันเยี่ยเซียงไม่ผิดตัวแน่”“เช่นนั้นรอช้าอยู่ทำไม ยังไม่รีบแจ้งข่าวให้คุณชายฟู่อีก งานนี้พวกเรารวยแน่ ค่าจ้างงามถึงเพียงนี้ไม่มีอีกแล้ว”ทั้งสี่คนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน กระทั่งหนึ่งในนั้นเดินออกมาก่อนกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วควบออกไป โดยไม่สังเกตเห็นเซวี่ยอวี่ที่หลบอยู่ด้านนอกเลยแม้แต่น้อย“เสียดายยิ่งนัก มิสู้พวกเราเชยชมนางสักครา ก่อนส่งต่อให้คุณชายฟู่เล่า จะอย่างไรก็จะโยนความผิดให้โจรราคะอยู่แล้ว”คนที่ยืนอยู่ใกล้โฉมสะคราญเอ่ยขึ้นอย่างแสนเสียดาย ทั้งที่ดวงตาไม่ละไปจากใบหน้างดงามของหญิงสาวซึ่งยังคงหมดสติ“เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ ของมีตำหนิจะมีราคาได้อย่างไร หากคุณชายฟู่รู้เรื่องเข้า ค่าจ้างงดง
ทันทีที่หลันเฟิ่งก้าวออกไปจากห้อง หลันเยี่ยเซียงที่ดูเหมือนกำลังพูดคุยกับหลิวเย่ากวงอย่างออกรส บัดนี้กลับหันไปมองยังประตูทางเข้าเช่นกันกับหลิวเย่ากวงที่สังเกตเห็นในทันที“รู้กระมังว่าเขาจงใจ”หลันเยี่ยเซียงหันมามองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนยิ้มออกมาอย่างจนใจ “พี่ใหญ่หวังดีต่อข้ารู้ดี แต่อย่างไรข้าก็ต้องขออภัยท่านด้วยที่ทำให้ท่านเดือดร้อน”“เดือดร้อนหรือ” หลิวเย่ากวงหัวเราะออกมา “ความจริงเมื่อวานตอนที่เขาบอกว่าจะพาเจ้ามา ข้าก็เดาได้หลายส่วนแล้ว เขาสนิทสนมกับข้ามานาน การได้เห็นเขาไว้วางใจข้าถึงเพียงนี้ ไม่นับว่าเป็นเรื่องเสียหาย ตรงกันข้ามข้ากลับเห็นใจในสิ่งที่เจ้าและตระกูลหลันกำลังเผชิญ”หลันเยี่ยเซียงนิ่งฟังอีกฝ่ายพูดอย่างตั้งอกตั้งใจ นางรู้ว่าในสายตาของหลิวเย่ากวงนั้น เขาหาได้มองนางเช่นบุรุษหลายคนมอง แม้จะมีท่าทีชื่นชมในตัวนาง แต่ในแววตาคู่นั้นกลับแตกต่างไปจากผู้อื่น นางมองออกว่าชายหนุ่มมีเพียงความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจเท่านั้น“ขอบคุณท่านยิ่งนัก”“ในสายตาข้าความงดงามภายนอกของเจ้า ยังไม่น่าชื่นชมเท่ากับความเข้าใจในสถานการณ์ตอนนี้ เจ้าไม่เพียงไม่โทษว่าพี่ชายจงใจมัดมือชก แต่กลับยอมมาที่นี่โด
“ได้สิ ศิษย์พี่กวงเองก็เคยอนุญาตแล้ว”หลายวันก่อนหลิวเย่ากวงเคยพูดทีเล่นทีจริงว่าเขาอาจอยากพาน้องสาวไปเค่อหลี่ เพียงแต่เขาต้องนั่งอ่านตำราต่างๆ ในห้องรับรองด้านนอก แทนการเข้าไปในหอตำราเช่นทุกครั้งมองดูใบหน้าตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปในเค่อหลี่ของหลันเยี่ยเซียง หลันเฟิ่งพลันยิ้มออกมาบางๆ เขาไม่เสียใจสักนิดที่ระบายโทสะวันนี้ น้องสาวของเขาคนนี้หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย นางไม่เพียงแต่มีใบหน้างดงามผุดผาด แต่จิตใจของนางเองก็สะอาดบริสุทธิ์ด้วยเขาและบิดาปกป้องนางมาโดยตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งให้นางพบกับความสุขสบายไร้กังวล เขาไหนเลยจะคาดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้หลันเซียวมองรถม้าที่วิ่งออกไปช้าๆ ใบหน้าของเขาผ่อนคลายลงไปมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่อาจหักใจเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ สุ่ยเซียนเดินเข้ามายืนเคียงข้างผู้เป็นสามี“ท่านพี่ ท่านว่าเรื่องนี้จะได้ผลหรือ เซียงเอ๋อร์ต้องรู้แน่นอนว่าพวกท่านคิดจะทำอะไร”“ลองดูก็ไม่เสียหาย คุณชายหลิวเป็นคนดี ลูกเฟิ่งเองก็เห็นว่าเป็นเขาย่อมดีกว่าคุณชายตระกูลมั่งคั่งในเมืองอี๋หยางที่ดีแต่เสเพลไปวันๆ”หลันเซียวถอนหายใจออกมา เขาเคยพบหลิวเย่ากวงผู้นี้มาก่อน ในใจชื่นชมช
“หากข้าโดนโจรราคะผู้นั้นพาตัวไป ตระกูลหลันต้องเสื่อมเสีย ไม่เพียงแต่จะเป็นปัญหาต่อพี่ใหญ่ในภายภาคหน้า แต่กับชุนเอ๋อร์เองหลังปักปิ่นนางอาจจะไม่ได้คู่หมายที่ดี”หลันเยี่ยเซียงก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย นางมองตรงไปยังภูเขาสูงที่ล้อมรอบอารามสงบใจ หญิงสาวพลันรู้สึกเศร้าใจ“ทั้งหมดที่ข้ามี ใบหน้านี้ ผิวกายอันหอมกรุ่นนี้ ล้วนเป็นคำสาปทั้งสิ้น หาไม่เหตุใดข้าจึงเป็นต้นเหตุแห่งความกังวลให้ผู้อื่นถึงเพียงนี้”หญิงสาวหลับตาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แม้ท้องฟ้าจะสดใสไร้ซึ่งเมฆหมอก หากแต่ชีวิตของนางในยามนี้เหตุใดจึงมืดมนยิ่งนัก“เซียงเอ๋อร์” สุ่ยเซียนเดินมาจากเบื้องหลัง ทำให้ทั้งสาวใช้และผู้เป็นนายรีบปรับอารมณ์ ทั้งสองหันกลับไปก่อนส่งยิ้มพร้อมส่งเสียงสดใส“แม่รอง เราจะกลับกันแล้วหรือเจ้าคะ”“คุณชายใหญ่มิใช่รับปากจะพาเจ้าสองพี่น้องไปเที่ยวหรอกหรือ มาเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ” หลันเยี่ยเซียงยิ้มกว้างก่อนเดินตามสุ่ยเซียนออกไปความเงียบเข้าครอบคลุมทันทีที่กลุ่มคนจากตระกูลหลันจากไป ร่างสูงของเซวี่ยอวี้กระโดดลงมาจากต้นอู่ถง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยในยามที่มองตามขบวนรถม้า ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวลงเขาไปเมื่อครู่เขานอนอยู
รุ่งเช้าวันถัดมาหลันเยี่ยเซียงและหลันอิ๋งชุนก็ให้รู้สึกประหลาดใจยิ่ง หลันเฟิ่งไม่เพียงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตามสบาย แต่เขายังไม่มีทีท่าว่าจะเดินทางไปยังเค่อหลี่เช่นทุกครั้งเช่นกันกับหลันเซียวและสุ่ยเซียนที่เดินออกมายังห้องโถงของคฤหาสน์“พี่ใหญ่วันนี้ท่านไปไปเค่อหลี่หรือเจ้าคะ”หลันอิ๋งชุนวิ่งเข้าไปกอดผู้เป็นพี่ชายอย่างออดอ้อน ซึ่งเขาเองก็ยกมือขึ้นลูบซาลาเปาสองก้อนเหนือศีรษะของเด็กสาว“วันนี้พี่ใหญ่ปรึกษากันกับท่านพ่อและแม่รอง พี่ใหญ่จะพาทุกคนไปไหว้พระที่อารามสงบใจนอกเมือง จะได้พาเจ้ากับพี่รองออกไปเที่ยวด้วยดีหรือไม่”“จริงหรือเจ้าคะ!”หลันเยี่ยเซียงสบตากับบิดาและพี่ชาย ดวงตาของนางทอประกายระยิบระยับ นานมากแล้วที่นางไม่ได้ออกไปเที่ยวนอกเมืองเช่นนี้ ดังนั้นแน่นอนนางจึงตื่นเต้นไม่แพ้หลันอิ๋งชุนที่วิ่งไปรอบๆ ด้วยความยินดีสุ่ยเซียนเองก็มองออก ดังนั้นจึงเดินข้ามาจับมือของหญิงสาวจากนั้นก็ยิ้มปลอบประโลม “หลังมื้อเช้าพวกเจ้าสองคนก็รีบไปเตรียมตัวเถิด แม่รองจะให้คนรีบไปเตรียมรถม้า”“เจ้าค่ะ”การเดินทางไปยังอารามบนเขานอกเมืองอี๋หยางเต็มไปด้วยความครึกครื้น เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของบุตรสาวทั้งสองคน ท





![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

