Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-05-30 23:52:03

..

พึ่งเห็นตอนนี้ตอนที่เดินจะไปตลาดด้วยกันนี่แหละ ไอ้พวกที่มายืนล้อมหน้าล้อมหลังเรานี่คือใครสิบกว่าคนที่ไม่รู้จักไม่เคยไปด่าพ่อล่อแม่ใคร แต่กลับเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าตากวนตีนสวมเสื้อช็อปอันเลื่องชื่อว่างี่เง่าไร้เหตุผลที่สุดตีชาวบ้านไปทั่วแล้วแม่งตัวต่อตัวไม่เป็นงานรุมคืองานถนัด

 

ไอ้พวกวิทยาลัยอาชีวะในเมือง

เอาไงล่ะทีนี้ลองเจรจาด้วยการใช้อิทธิฤทธิ์ไฝสเน่ห์ดีไหม?

 

"เอ่อ ...พวกพี่สุดหล่อไม่ทราบว่ามายืนรอใครอยู่หรือเปล่าจ๊ะ แหะ แหะ ทางมันแคบเนอะ พวกเราขอทางหน่อยน้า หนูจะเข้าไปข้างใน"

 

ผลั่กกกก!!

 

ยังไม่ทันจบประโยคดีร่างเล็กปลิวออกมาทันทียังดีที่ตะวันกับโมกเข้ามารับไว้ได้ทัน

 

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า หนูเหรอ ตลกว่ะ มหาลัยนี้มันรับเด็กเข้ามาวิ่งเล่นในโรงเรียนด้วยเหรอวะ แต่ช่างเถอะกูไม่สน ถ้าใครใส่เสื้อช็อปมหาลัยนี้กูก็ตีได้หมด บังเอิญว่าสีไม่ถูกโฉลกว่ะ"

 

ไอ้หน้าเหลี่ยม! ไอ้ขี้เหร่! อุตส่าพูดดีๆ ด้วยผลักกูซะกระเด็น ดีนะไอ้เพื่อนสองตัวรับทัน

ชื่อเสียงที่เคยได้ยินมาไม่ใช่เรื่องลือไปเองสินะ ไอ้ข่าวที่ว่าเขม่นเด็กมหาลัยกูมาตลอดก็น่าจะจริงด้วย คนบ้าอะไรแค้นกันตั้งแต่รุ่นปู่เลยมั้ง ไอ้พ่อแม่ไม่รัก!

 

เด็กหนุ่มทั้งสามในวงล้อมของคู่อริทุกสมัยกลายเป็นเรื่องชินตาน่าหวาดเสียวแก่ผู้พบเห็น

ข่าวที่ว่าตีรันฟันแทงกันจนตายทำให้หลายคนเอือมนักศึกษาในคราบนักเลงเหล่านี้ ยิ่งเป็นช่วงโพล้เพล้ห่างจากมหาลัยมาสักพักคนไม่มีพลุกพล่านยิ่งน่ากลัว ว่าจะเกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้น

หัวโจกในคราบนักศึกษาส่งสัญญาณให้พรรคพวกเข้ามารุมสามหนุ่มที่มีเพียงมือเปล่าจำนวนคนน้อยกว่า

 

ตุ้บบบ!! ตั้บบบ!! ผลั่วะ!!!

 

ร่างสูงใหญ่ของเด็กวิศวะช็อปสีแดงเองไม่รอช้ากระโดดถีบคนไร้ฝีมือก่อนจะแย่งไม้ในมือของพวกหมาหมู่อำมหิตที่มารุมไม่พอยังมีอาวุธติดมือมาด้วย

เจตนาของมันเหี้ยมโหดเกินกว่าจะเรียกนักศึกษาที่มีวุฒิภาวะได้ ดีไม่ดีคงกะเอาถึงตาย

ท่าทางบางคนมึนเมาเซมาแต่ไกล เป็นแบบนี้ทุกทีเมาแล้วกร่างเมาแล้วเก่ง

 

หมาหมู่ปรี่เข้าหาเหยื่อที่บังเอิญเจอกันตะลุมบอลคู่อริท้าทายกฎบ้านเมืองชุลมุน

แทนที่พวกมันจะได้ยำตีนคู่อริให้ปางตายออกข่าวดัง กลายเป็นฝั่งคนน้อยกว่าสอยพวกหมาหมู่ร่วงไปทีละคนสองคน จากสิบเหลือหลักหน่วยมากกว่ากันเพียงเล็กน้อย

 

วัน วันใช้แต่ปากขายขนมคิดว่ามีเพื่อนหล่อแมนๆ จะได้เดินควงสองที่ไหนได้มันพามาทำกิจกรรมชายแท้อย่างตีกับชาวบ้านตั้งแต่คบกันได้ไม่ถึงอาทิตย์

มึงไม่ได้จะเปลี่ยนเคะให้เป็นนักรบใช่ไหม? ต่อยตีกันจริงจังขนาดนี้ถามสุขภาพคนเตี้ยสักคำก่อนเถิดเพื่อนเอ๋ย

 

แม้จะเป็นเคะแคระก็ไม่ยอมเเพ้ใช้ความปราดเปรียวและไหวพริบที่มีสู้ร่วมเรียงเคียงบ่ากับเพื่อนตัวโตล้มลุกคลุกคลานฝุ่นตลบโดนต่อยทีก็อยากจะกรี๊ดทีแค่มันไม่มีเวลาให้ทำอะไรแบบนั้นนี่สิ

โผล๊ะ!!!

 

"อู้ววว ไข่แตกแน่มึง สมน้ำหน้า!"

เท้าเล็กแต่พลังเตะมหาศาลวาดขาสวิงกว้างผ่าหมากคู่อริร่วงพล็อยไปอีกคน

ลิลิธระวัง ตะวันตะโกนมาแต่ไกลเมื่อเห็นบางคนถือไม้ง้างเข้าหาเพื่อน

ผั่วะ!! อัค!!

 

"ไอ้เหี้ยเอ๊ย!  มึงฟาดกู"

แม้จะหลบได้จนถูกท่อนไม้ฟาดเฉียดหลังเล็กจนแอ่นแต่ความหัวร้อนของคนตัวเล็กนั้นจุดติดลุกโหมขึ้นมา

 

 

หมั่บบบ

อ๊าคคคคคคคค!!

 

ร่างเล็กกระโจนคว้าไข่คู่อริไว้ในกำมือตามด้วยฝังใบหน้าลงที่กลางเป้าคนที่บังอาจมาฟาดหลังสวยๆ ที่เฝ้าทะนุถนอมไว้ให้ผู้ชายดูตอนเอากันท่าหมายอมไม่ได้เมื่อคิดว่ามันจะเป็นรอยขึ้นมาจากน้ำมือคนอื่นที่ไม่ใช่ผัว

"กัดแม่ง!"

 

หงั่บบบบ

อ๊ากกกกก!!

...

เวลาต่อมา

 

โอยยยย

อูยยยยย

 

เสียงโอดครวญของคนนับสิบลงไปนอนกองกับพื้นหมดสภาพ

"จำไว้นะพวกมึงว่าอย่ามาหาเรื่องพวกกูอีกแถวเนี้ยพวกกูคุมรู้ไว้ซะด้วย!"

เคะไฝชี้หน้าคาดโทษที่ได้รับชัยชนะเพราะ...เพื่อนเก่งซัดคนเป็นสิบซะหมอบ ถึงตนจะไม่ใช่คนต่อยแต่เป็นแผนกเก็บงานเก็บทีเผลอเล่นตรงจุดอ่อน

ปึ้กกก!

 

เท้าเล็กของเด็กวิศวะเตะเขี่ยร่างอันธพาลขี้เมาแหวกทางเดินออกมา ใบหน้าบวมช้ำเล็กน้อยแต่แสยะยิ้มสะใจที่สู้พวกบ้านี่ได้

 

"ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!"

พวกอันธพาลพยุงพากันหายไปในความมืดหลังจากตะโกนประโยคฮิตแบบตัวร้ายที่สู้พระเอกไม่ได้ ทั้งสามพากันเดินมาพักที่หน้าตลาดที่แม่ของหนึ่งในสมาชิกขายของอยู่ เมื่อแสงไฟส่องสว่างมองเห็นใบหน้าของกันและกันชัดขึ้นสีหน้าทั้งสามนิสิตปีหนึ่งกลับซีดเผือดลงไปถนัดตา

"ลิลิธหน้ามึงบวมมากเลยว่ะ หัวปูดโนมาก"

"คิ้วมึงก็แตกตะวัน มึงก็ด้วยไอ้โมกเลือดย้อยลงมาจากหัวมึงอ้ะ อี๋!น่ากลัว!"

"ซวยแล้วพ่อตีกูแน่ๆ"

 

เด็กวิศวะลับหลังพวกอันธพาลแล้วหน้าตาเหยเกบ่นอุบหลุดมาดเท่เดินกุมหน้าเข้าซอยตลาดคนตัวเล็กอย่างลิลิธอ้อนให้ตะวันแบกเดินเข้ามา

เพื่อนแทร่จำเป็นต้องแมนขนาดนี้ไหม?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 26

    ใบหน้าเล็กถูกโน้มประคองลงมาประกบแนบสนิทบางเบา นิ่งเนิ่นนาน เสียงลมหายใจผะแผ่วภายในที่แคบๆ ของรถคันเล็กกลิ่นแอลกอฮอลกรุ่นร้อนข้างไฝเม็ดเล็กมุมริมฝีปากบนรับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่มีค่าที่สุด สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มีความหมายในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความสุขรสชาติความขมของแอลกอฮอลไม่อาจกลบความหวานล้ำในความรู้สึกรักจากก้นบึ้งของหัวใจได้ ในที่สุดวันที่ได้บอกรักกับคนที่รักจริงเสียที "ทำไมปากมึง..หวาน?" ใบหน้าเล็กเคลื่อนออกจากกันเล็กน้อยคนเริ่มจูบเกลี่ยนิ้วลงบนแก้มแดงเอ่ยเสียงพร่าถามคู่อริเก่าอารมณ์ดี "จริงเหรอ" ดวงตากลมโตหวานเยิ้มเปล่งประกายสบตาคนในฝันที่ไม่ได้อยู่เพียงในนั้นอีกต่อไปท่อนแขนเล็กทั้งสองยื่นมาคล้องคอแฟนหมาดๆ เกลี่ยปลายจมูกรั้นส่ายไปมากับจมูกอีกคนคล้ายแมวหยอกเล่นกัน "อืม.. เคยคิดว่ามันนิ่มแต่ไม่คิดว่ามันจะหวาน" "หวานเหมือนขนมไทยหรือเบเกอรี่?" " ไม่เหมือนขนม.. รสชาติเหมือน...ความรัก" "หึหึ ยัยบ้า อย่ามาน่ารักนะ~'' "อะไร? มึงนั่นแหละเมาแล้วน่าแดงแจ๋ อย่ามาทำน่ารักนะ!" "ลิลิธฉันว่าจะกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ดร็อปเรียนไว้ให้จบแกว่าไง?" "โอย~ เดี๋ยวก็ปวดหัวอีก"

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 25

    … ร่างเล็กทั้งสองสบตากันตลอดตอนที่อีฟพูดบนเวทีถึงประวัติความเป็นมาสั้นๆ แล้วได้กลับมาเจอกัน ในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทั้งคู่ น่าขำเล็กน้อยที่ส่วนสูงเราไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่แต่ความสวย เริ่ด ยังคงหลงเหลือจริตให้เห็น จากตอนแรกยังคงตกตะลึงอยู่เพราะไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แถมยังต้องมารับรู้ว่าอีกคนหายไปทำอะไรมา ยิ่งทำให้รู้สึก หัวใจเต้นแรงคล้ายจะทะลุออกมาข้างนอก สลับกับหยุดหายใจเป็นพักๆ มันทำได้ ในที่สุดอีฟก็มีเป้าหมายและทำสำเร็จจนได้ไม่น่าเชื่อว่าในเป้าหมายของมันมีกูอยู่ในนั้นทุกช่วงเวลา เหมือนกับ...ถูกบอกรักผ่านการกระทำทั้งหมด มาตั้งแต่แรก ณ เวลานี้มันเดินลงมาจากเวทีด้วยท่าทางสง่างามในชุดสูทสวมทับชั้นในลูกไม้สีดำด้านในกับกางเกงขายาวพอดีตัว ดวงตากลมโตไร้บิ๊กอายสีหวานหันหน้าปรายตามองป้ายโปรโมทที่เป็นรูป... ..กู ครึ่งหน้าครึ่งตัว แต่ใครมันจะจำไม่ได้ว่านั่นเป็นภาพที่เราถ่ายส่งให้กันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วตอนคุยถึงเรื่องชุดชั้นในกัน ใหม่ๆ ราวกับต้องมนต์สะกดเดินตามไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนกระทั่งออกมาหน้าลานน้ำพุเราเว้นระยะยืนห่างกัน นิ่งแบบนั้นโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา ในหัวกูคิดอย่า

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 24

    เวลาไม่กี่เดือนคนเราจะสนิทกันได้แค่ไหน?กับเพื่อนอย่างไรซักวันเราก็ต้องแยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง เติบโตด้วยตัวเอง ไปมีคนรัก มีครอบครัวตามหาในสิ่งที่อยากมี โดยที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมบางคนไว้กลางทางใครซักคนที่เคยเข้าามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนที่รู้สึกได้ถึงความรักความหวังดีอย่างตรงไปตรงมาคนที่ต้องการเราและ...เราต้องการเขาแต่มันก็แค่ผ่านเข้ามาเพื่อผ่านไป.....วิศวะยานยนต์ปีสี่เทอมสุดท้ายการอยู่โดยไม่มีใครคนนั้นที่ทำให้รู้สึกเป็นคนพิเศษตินอยู่ด้วยกัน..ก็เหมือนกับการอยู่แบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่เต็ม...ไม่สมบูรณ์กูยังเป็นแม่ค้าขายขนมคนเดิมที่ชอบสวมบราลูกไม้ แต่งหน้าด้วยแป้งเด็กและอุทัยทิพย์ เป็นเด็กทุนตั้งแต่เทอมแรกยันปีสุดท้าย อยู่กับไอ้ตะวันกับไอ้โมกในกลุ่มที่มีกันแค่สามคน..ใช่... สามคนเพราะอีฟมันไม่อยู่แล้วตั้งแต่เปิดเทอมสองของปีหนึ่ง. .เราได้พูดกันวันนั้นเป็นวันสุดท้ายกูโวยวายอยู่คนเดียวมันสงบนิ่งราวกับไม่ใช่ตัวมันที่เคยรู้จักแล้วมันก็หายไป..แม้แต่การล่ำลาก็ไม่มีมันไม่โทรมา กูไม่โทรไปเพราะรอให้มันมาทำหน้าหมาทะเล้นใส่ มาง้อกูด้วยการทำบรามาอวดไม่มี...มันไม่มาหายไปราวกับ

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 23

    ร่างเล็กของอีฟเดินออกจากอาคารเรียนเพียงลำพังขึ้นรถคันคุ้นตาของบ้านตนเองที่จอดรอ ไร้เงาร่างเล็กลูกแม่ค้าขายขนมที่ก่อนหน้านี้มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันไม่มีคำอธิบายจากเจ้านายว่าเพื่อนที่ตัวติดกันแจพูดคุยกันลั่นรถหายไปไหนเพราะคุณหนูเอาแต่หันข้างออกมองนอกหน้าต่างก่อนหน้านี้ตัวติดกันไม่ต่างจากฝาแฝดรอยยิ้มกว้างเปิดเผยประดับบนใบหน้าน่ารักยามเผลอไผลบ่อยครั้งเสียงหัวเราะดังลั่นไม่สงวนท่าทีดูมีความสุขเสียจนไม่อยากขัด ยามห่างคุยโทรศัพท์กันนานข้ามคืนบ่อยครั้ง แค่พูดเรื่องทำชุดชั้นในก็ทำให้มีเรื่องคุยทั้งคืนลิลิธชอบชั้นในที่บอกว่าอยากทำขายให้เพศทางเลือกมาก ไม่ว่าจะทำออกมาคอนเซ็ปไหนก็ชมเสียจนตัวลอยยิ้มแก้มปริตลอดมีความสุขด้วยกันไม่ว่าจะทำอะไร ทำให้คุ้นชินกับความสุขที่ต้องมีอีกคนเป็นส่วนประกอบจนไม่เคยเตรียมใจว่าลิลิธเป็นเคะชอบผู้ชายที่แมนกว่ากระทั่งคนที่ชื่ออดัมเข้ามาขอเบอร์ลิลิธเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วมันก็ให้ไปตอนแรกก็ยังคุยกันปกติเหมือนเดิม หลับไปพร้อมกันพูดถึงเรื่องชั้นในกันอยู่ดีๆ แต่ลิลิธก็พูดขึ้นว่าจะเอาไปใส่ให้พี่อดัมดู...จุกจนพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่ใช่แฟนและรู้ดีว่าไม่ได้หวงแบบเพื่อนทั้งที่ร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทมี่ 22

    "อีฟกินขนมไทยเป็นแล้วเหรอ?" ตะวันเอ่ยขึ้น"ลิลิธวางยาอะดิพอกินครั้งแรกแล้วมันก็ติด เหมือนหนูทดลองเลยคิคิ "ลูกคุณหนูอ้าปากงับเม็ดขนุนในมือลิลิธเพราะสองมือเเต่งหน้าให้แม่ค้าขายขนมไทยอยู่"ติดขนมหรือติดคนป้อนขนมคะคนสวย~"ตะวันเอียงคอมองปากเล็กที่เคี้ยวขนมแก้มตุ่ย แม้การกระทำของทั้งคู่ดูเหมือนเพื่อนสาวแต่คนใกล้ชิดอย่างเพื่อนสนิทกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรพิเศษมากกว่าที่ตาเห็น"อะไรไม่ต้องมามองกูแบบนั้น มันเอาของมาติดสินบนยายติ๋มต่างหากเขาถึงเอ็นดูมัน" ลิลิธแก้ต่างพัลวันแต่เพราะกลัวบางคนเหงาจึงปล่อยให้อดีตคู่อริจับแต่งหน้าใกล้ชิดกันทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ"ต้องพิเศษขนาดไหนน้าแม่ค้าขนมหวานถึงยอมให้ไปที่บ้านทีพวกเราขอนะ.. บ่ายเบี่ยงตลอด""ถ้ามึงยอมเป็นผัวกูกูจะให้เข้าบ้านเอาปะละ?""อีฟไม่ใช่ผัวยังเข้าได้เลย""หุบปากไป!"คุณเคยมีคนที่เกลียดในรั้วหมาลัยบ้างไหม?เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนในคลาสเดียวกัน? เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนที่ต้องแกล้งกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนอาจารย์เอือมระอาหาทางให้จับคู่ทำงานร่วมกัน ความรู้สึกตอนแรกที่ได้คู่กันคล้ายกับวันโลกถล่ม...มันแย่ถึงขนาดนั้นเลยนะนั่นเป็นความรู้สึกในวินาทีแร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 21

    "ทำไมไม่ไปเรียน?"คนตัวเล็กแก้มแดงยืนมองแม่ค้าขายขนมไทยสวมผ้ากันเปื้อนสวมเสื้อคอกว้างเห็นสายเสือในวับๆแวมๆ เก็บขนมเหลือประปรายกลับบ้านก่อนค่ำเพราะต้องเตรียมทำของมาขายวันพรุ่งนี้หลังจากขาดเรียนมาหลายวันพักนี้ลิลิธยุ่งแทบไม่มีเวลากินเวลานอนทุกครั้งต้องเปิดวีดีโอคอลคุยกับเพื่อนเพราะมือไม่ว่างคนที่คุยด้วยเยอะกว่าใครคงเป็นคุณหนูหัวสายไหมตรงหน้านี้ที่ตัดพ้อมมาหลายวันว่าที่มหาลัยไม่มีใครทะเลาะด้วยจึงต้องมาหาด้วยตัวเอง"แม่ป่วยพ่อไปทำงานไม่ได้กูต้องทำขนมมาขายแหกตาดูสิคะนังคุณหนู~" แม่ค้าไฝยื่นมือมาบีบแก้มป่องอดีตคู่ปรับเก่าที่วันนี้หอบลูกน้องเดินเข้ามาหาถึงที่ร้านขนม"มันเลยกลางเทอมมาแล้วนะ งานที่เก็บคะแนนภาคปฏิบัติหลายชิ้นด้วย"คนตาโตแก้มโย้ริมฝีปากจู๋เพราะถูกบีบเล่นไม่มีท่าทีโกรธเคืองเหมือนเมื่อก่อน คนมันเขี้ยวปล่อยมือออกออกจากแก้มนิ่มขนขนมลงรถเข็นด้วยความระมัดระวัง"แล้วมึงทำยังไง มึงทำไม่เป็นนี่ ?""ก็... พวกเพื่อนช่วยแล้วก็เพื่อนพ่อ..ช่วย "วิศวะคุณหนูหลบสายตาวิศวะไฝที่ยื่นหน้ามาจ้องจับผิดสายตาล่อกแลกอย่างคนรู้ทัน"อ้อ~ กูลืมมึงมีเงินเยอะ""อย่าพูดแบบนั้นสิ แก..จะให้ฉันเอางานกลุ่มของเร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 11

    เพื่อนสนิทตัวสูงวางแผนทำบริษัทกันจริงจังตั้งแต่กลางเทอมปีหนึ่งคงเพราะอยากเป็นเสาหลักให้ครอบครัวเร็วๆพวกมันไม่ได้ใหญ่แค่ตัวแต่ความฝันก็ใหญ่มากด้วยแล้วกูล่ะ?ตัวก็เล็กแถมมีความไฝ่ฝันปัญญาอ่อนมากด้วยทำไมพระเจ้าต้องสร้างให้กูฉลาดและหน้าตาดีในส่วนสูงแค่ร้อยห้าสิบห้าเซ็นด้วยนะไม่เข้าใจเลยจริงๆ คนสวยหนั

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 10

    นังลูกคุณหนูแคระนั่นเวลาด่ามันจิกกัดจี้ปมเจ็บแสบสะเทือนไปถึงรากเหง้าเราทั้งสามคนจนจุกอก ถึงจะโดนเหยียดเรื่องฐานะมาเยอะคิดว่าเข้มแข็งมากพอจะไม่หวั่นไหวกับคำพวกนี้แต่ก็รู้สึกจนได้ เล่นเอาซึมหมู่ไปเลยพวกเราสามคนมาล้างตัวในวัดใกล้ตลาดซื้อขนมปังปอนมานั่งให้อาหารปลาที่คลองหลังวัดในสภาพเหม่อลอยฉีกขนมปัง

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 2

    ตึกวิศวะกรรมยานยนต์"แม่หนูไปก่อนนะวันนี้เปิดเทอมวันแรกไปดูเพื่อนๆ ก่อนว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง"ร่างเล็กสวมเสื้อช็อปสีแดงกับกางเกงยีนตัวเก่งนั้งไขว้ห้างแต้มปากกับแก้มด้วยน้ำอุทัยทิพย์สวยครบจบในขวดเดียวเครื่องสำอางสุดโปรดของแม่ค้าขนมหวาน"มึงจะทาปากแดงขนาดนี้ไปแข่งกับใคร? เลิกเรียนอย่าเถลไถลนะแม่ได

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 1

    1.มีไฝที่ปากเขาว่าเป็นคนมีสเน่ห์ตั้งแต่ฉันจำความได้ก็รู้สึกมาตลอดว่าเป็นเด็กตัวเล็กน่ารักหน้าตาเหมือนแม่ มีไฝที่มุมบนขวาริมฝีปากเหมือนแม่ โตมากับร้านขายขนมไทยในตลาดซอกหลืบของเมืองหลวงเป็นเด็กผู้ชายที่แม่กระเตงเข้าเอวพาไปพูดคุยกับบรรดาแม่ค้าอย่างออกรสออกชาติด้วยท่าทางมีความสุขแบ่งปันสิ่งที่ดีที่ส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status