Mag-log inหน้าตำหนักเฟยเกิดเสียงดังขึ้นมา ข้ารับใช้อีกคนเดินเข้ามารายงานเทพธิดามู่
"เทพธิดามู่ เสิ่นเฟยขอพบเจ้าค่ะ" เสิ่นเฟยอย่างนั้นรึ
"ให้นางเข้ามาเถอะ" ข้ารับใช้คนนั้นล่าถอยออกไป มู่หนานหนานพลันอยากจะเห็นหน้าสตรีของฮ่องเต้แคว้นหนานสมองสุนัขจริง ๆ เหตุใดจึงมัดใจคนผู้นี้มิได้ ถึงปล่อยให้สุนัขตัวนี้ขยำกินนางอย่างป่าเถื่อน
หน้าตำหนักเฟย ในยามนี้สตรีอาภรณ์ชุดน้ำเงินลายเมฆเหิน ปักด้วยดิ้นทองอย่างงดงาม นางมากกับนางกำนัลคนสนิทอย่างเสี่ยวหง ได้ยินมาว่าเมื่อวานฝ่าบาทนำตัวเทพธิดามู่หนานหนานจากเผ่าหูเกอมานอนกอดทั้งคืน
เสิ่นเฟยอย่างนาง อยากจะเห็นใบหน้าสตรีสารเลวคนนั้นเสียจริง มืองามจับพัดหยกในมืออย่างใจเย็น
ตำหนักเฟยเป็นตำหนักที่เสิ่นเฟยอยากได้ แต่ฝ่าบาทมิประทานให้นาง แต่ดันประทานให้สตรีไม่มีหัวนอนปลายเท้า
คิดได้กระนั้นเสิ่นเหมยจึงอารมณ์เสียขึ้นมาทันที นางอุตส่าห์นำเรื่องนี้ไปรายงานหยวนฮองเฮา แต่ดูท่าหยวนฮองเฮาไม่ใส่ใจฝ่าบาทเลยเเม้แต่น้อย ไม่นานนักข้ารับใช้เข้ามารายงานให้นางเข้าไปได้
มู่หนานหนานในชุดสีขาวสบายตาใบหน้าไร้เครื่องประทินโฉมทอดสายตามอง สตรีที่สวมชุดสีน้ำเงินลายเมฆเหิน ดวงหน้าโบกด้วยแป้งหนาเตอะ ราวกับว่านางจะไปเล่นละครงิ้วที่ไหนสักแห่ง
"เห็นเสิ่นเฟยไม่ทำความเคารพรึ" เสี่ยวหงอย่างกับรู้ความคิดของสนมเสิ่นเฟยจึงเอ่ยออกไป
"แม่นางเสี่ยวหง ข้าลืมบอกพวกท่าน เทพธิดามู่หนานคือเเขกของแคว้นหนานของพวกเรา
กระนั้นฝ่าบาทมีราชโองการไม่ว่าเทพธิดามู่จะพบปะผู้ใดที่เป็นสนมในแคว้นหนาน ไม่ต้องทำการคำนับ แต่พระสนมจำต้องคำนับนางแทน ยกเว้นหยวนฮองเฮาที่เทพธิดามู่ต้องคำนับ"
แม้แต่มู่หนานหนานที่ได้ยินประโยคดวงตางามสั่นไหวเล็กน้อย นี่เจ้าฮ่องเต้สมองสุนัขให้เกียรตินางถึงเพียงนี้เชียวรึ
เสิ่นเหมยได้ยินกระนั้นความโกรธส่งผ่านสายตามองไปที่มู่หนานหนาน มีรึว่ามู่หนานหนานจะรับความรู้สึกนั้นไม่ได้
"นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร" เสี่ยวหงเอ่ยขึ้น
"เจ้าสงสัยอันใด ไปถามฝ่าบาทเอาเองเถอะ" นำเสียงเสี่ยวไหนเอ่ยอย่างชัด ๆ ช้า ๆ ใบหน้างามค่อย ๆ ยิ้มให้กับพระสนมเสิ่น
มู่หนานหนานไม่ได้ออกเเรงพูดอันใดเลย มีคนคิดแทนนางมาตลอด กระนั้นนางจึงนั่งอย่างเรียบร้อยเป็นผู้ฟังที่ดี
"เสียมารยาทกับเทพธิดามู่เเล้ว ข้าขอตัวก่อน" มิคาดคิดว่าสนมเสิ่นเฟยจะคำนับมู่หนานหนานเเล้วเดินจากไป เสี่ยวหงจำใจเดินตามหลังเจ้านายออกไป ทำคำพูดของสนมเสิ่น นางล้วนกัดฟันพูดกับมู่หนานหนาน มิคาดคิดว่าจะมีราชโองการปกป้องนังแพศยาชั่วช้านั่น
คล้อยหลังสองคนนั้น มู่หนานหนานปรายตามองเสี่ยวไหน
"เพทธิดามู่ อย่ามองบ่าวเยี่ยงนี้ นี่เป็นรับสั่งของฝ่าบาทเจ้าค่ะ ฝ่าบาททรงรู้ว่าสตรีในวังหลังจะต้องมารบกวนท่านเป็นเเน่แท้ จึงได้มีราชโองการออกมา"
ราชโองการนี้ออกมาปกป้องมู่หนานหนานโดยเฉพาะดูท่าเจ้าฮ่องเต้อวี้ฉีจะห่วงนางไม่น้อย ไม่มีทางที่นางจะอภัยให้คนวิปริตเช่นนั้น
หลังจากที่เสิ่นเฟยกลับไปมู่หนานหนานพลันออกมาเดินเล่นที่สวนหน้าตำหนักเฟย ในยามนั้นก็พลบค่ำพอดี นางอยากเดินเล่นคนเดียวจึงไม่ให้เสี่ยวไหนตามมาด้วย
หญิงสาวมองไปโดยรอบสวนหน้าตำหนักงดงามนัก กลิ่นหอมของบุปผาอ่อน ๆ ลอยเข้ามาในจมูกน้อย ทำให้นางสดชื่นสมองปลอดโปร่งไม่น้อยเลยทีเดียว เห็นสวนบุปผาเเล้วทำให้นางคิดถึงคนในเผ่าหูเกอ ป่านนี้พวกเขาจะเป็นอย่างไบ้าง
คิดได้กระนั้นใบหน้างามพลันเศร้าไปทัน
"เหตุใดเจ้าออกเดินเล่นที่สวนคนเดียวเล่า" ในระหว่างที่ดวงตาหงส์มัวแต่มองบุปผาอยู่นั้น น้ำเสียงคนที่นางเกลียดก็ดังมาจากด้านหลัง
ร่างบางจึงหันกายไปมอง พบว่าเป็นอวี้ฉีสมองสุนัขนั่นเอง เขาเดินมาพร้อมกับบุรุษก็มิใช่สตรีก็ไม่เชิง คนอยู่ด้านหลังเขาไว้ผมยาวเเล้วมีหมวกครอบศีรษะ ขันที
"เกากงกงเจ้าถอยไปก่อน" เกากงกงประสานมือคำนับเเล้วหลบไปอีกด้านหนึ่ง
อวี้ฉีมองร่างบางในอาภรณ์สีขาว เมื่อคืนนางช่างร้อนแรงนัก ยามนี้นางเดินได้อยู่อีกรึ
"ถวายพระพรฝ่าบาท" หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ในเมื่ออยู่ที่แคว้นหนาน นางก็ต้องทำตามกฎบ้านกฎเมือง
"เจ้าสบายดีไม่ อยู่ตำหนักเฟย เราได้ยินมาว่าสนมเสิ่นมาหาเจ้า"
"เพราะราชโองการของท่าน ทำให้นางไม่กล้าทำอันใดหม่อมฉัน"
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้เเล้ว เจ้าจะยอมเป็นกุ้ยเฟยของเรารึไม่"
อวี้ฉีคาดหวังคำตอบจากมู่หนานหนานจริง ๆ เขาชอบเรือนร่างของนางเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
มุมปากงามพลันหยักโค้งน้อย ๆ จะยิ้มก็ไม่ยิ้ม แววตาหงส์มองบุรุษเหนือคนทั้งแผ่นดิน มอบตำแหน่งกุ้ยเฟยให้นางอย่างนั้นรึ
มู่หนานหนานไม่มีทางยอมรับเป็นอันขาด นางไม่อย่างเป็นสัตว์เลี้ยงในกรงให้เขาสมสู่
"ไม่เพคะ หม่อมฉันขอเป็นเทพธิดามู่ เป็นอันทรงเกียรติของฝ่าบาทดีกว่า"
เขามองนางอย่างถี่ถ้วน นางไม่ยอมรับอย่างนั้นรึ ไม่เป็นไร หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล วันนี้ไม่รับ พรุ่งนี้ก็อาจจะรับ หรืออาจจะมะรืนก็เป็นได้ กระนั้นเขาจึงยิ้มรับใบหน้างาม
"ช่างเถอะ เจ้าอยากเป็นสนมของเราเมื่อใดก็บอกเราได้ทุกยามเเล้วกัน"
"เพคะ หม่อมฉันขอตัว"
"ช้าก่อน" มือหนาใหญ่คว้ามืองามเอาไว้ นางมองเขาทันที
"นี่ท่าน"
"ไปนอนชมจันทร์กับเราหน่อย เราอยากชมจันทร์" นางยังไม่ตอบตกลง ชายหนุ่มลากนางมาที่สวนด้านหลังตำหนักเฟยเสียเเล้ว
จากนั้นผลักหญิงสาวนอนลงบนพื้นหญ้าที่เขียวขจีกดทับร่างบางอย่างแน่น
นี่เขาจะทำอันใดนาง
ยามนี้เยียนหรานอยู่ในโรงครัวกับกวนอี้ นางมองหม้อเห็ดของกวนอี้ ใบหน้างามระบายไปด้วยรอยยิ้ม คนของหนานอ๋องนำสำรับไปให้เจ้านายแล้ว กวนอี้มองเยียนหรานเหตุใดนางจึงยิ้มผิดปกตินัก สตรีนางนี้เป็นบ้าไปแล้วกระมัง ทหารกล้าต่างมาตักข้าวในโรงครัว ไม่นานนักพวกเขาก็พลันเดินจากไป เยียนหรานล้างชามในครัว สองถ้วยชาผ่านไป เหล่าทหารล้มลงพื้นนอนตายกันอย่างมาก เยียนหรานถูกนำตัวไปที่กระโจมหนานอ๋อง สิ่งแรกที่เห็นคือเย่หวานมุมปากอาบไปด้วยเลือก"หญิงชั่วเยี่ยงเจ้า กล้าวางยาพิษ" หนานอ๋องยังไม่ทันได้กิน เย่หวานนำไปกินเสียก่อนนางจึงตายแทนเขา เยียนหรานพลันหัวเราะอย่างมีความสุข"ข้าเล่า ข้าแค่เป็นสายลับให้เจาอ๋อง แต่ท่านให้ทหารทั้งค่ายมาย่ำยีข้าเกือบปี จนข้าตั้งครรภ์ ท่านคิดว่า ท่านทำถูกแล้วรึ" สมควรแล้วพวกมันต้องตาย ส่วนนังเย่หวานให้ชายทั้งสี่คนไปรังแกเยียนหราน ในตอนนั้น เยียนหรานคิดว่าเย่หวานสมควรตาย"เจ้ามันหญิงชั่ว ข้าจะสังหารเจ้า" "เอาเลย ข้ายอมตาย" เยียนหรานได้แก้แค้นแล้ว นางคิดว่านางควรตายตาหลับ จู่ ๆ หนานอ๋องกระอักเลือดขึ้นมา "นี่เจ้าใส่อะไร""น้ำชาข้าก็ใส่ยาพิษ" เยียนหรานเทยาพิษใส่บ่อน้ำดื่มที่นำมาต้ม
เยียนหรานพาร่างกายอันบอบช้ำกลับมาที่กระโจมท่ามกลางฝนห่าใหญ่ตกลงมา หญิงสาวมองเห็นหัวเจาอ๋องเสียบประจานหน้าลานประลองยุทธไม่จริง !!!เจาอ๋องตายแล้ว เยียนหรานรับไม่ได้จริง ๆ นางแทบจะเป็นลม นางถามทหารแถวนั้น พบว่าหนานอ๋องเป็นคนสังหารเจาอ๋อง เพราะเจาอ๋องคิดต้องการบัลลังก์ หลายวันต่อมาเยียนหรานใช้ชีวิตในค่ายทหารอย่างไม่มีความสุข นางยิ้มขมให้ตัวเอง ตั้งแต่เจาอ๋องชีวิตนางก็ไร้ทิศทาง หวังรอให้เขามารับนาง แต่สุดท้ายเขาก็ตายไปแล้วพวกต้าข่านยังคงอยู่ในค่ายทรมานนางเหมือนเดิม เยียนหรานแม้จะตั้งครรภ์พวกเขาก็ไม่ละเว้นนางเลยแม้แต่น้อยวันนี้เยียนหรานออกไปหาของป่ากับกวนอี้ กวนอี้นึกสาแก่ใจไม่น้อยที่เจาอ๋องตายด้วยน้ำมือของหนานอ๋อง เยียนหรานสะพายตะกร้าที่ไม่ใหญ่มาก เดินตามกวนอี้เพราะวันพรุ่งนี้ ต้องทำอาหารเช้าให้นายทหารทุกคน เนื่องจากเสบียงหมดแล้ว รอหนานอ๋องเบิกจากคลังหลวง"เยียนหราน ข้าว่าบรรยากาศบ่อน้ำพุร้อน ก็ไม่เลวเลย" ตาแก่กวนอี้จะพานางไปไหนกัน หรือจะให้นางมีอันใดกับเขาในบ่อน้ำพุร้อนเป็นดังคาดเดาเอาไว้ กวนอี้พาเยียนหรานมาที่บ่อน้ำพุร้อน กวนอี้ให้เยียนหรานถอดผ้าแช่ในน้ำพุร้อน เยียนหรานนั่งลงแช่น้
เยียนหรานคุกเข่าหันสะโพกไปทางต้าข่าน ต้าข่านเลียผ่านร่องสวาททั้งหน้าและหลัง จุมพิตอย่างเร่าร้อน แจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะลิ้นหนาทั้งดูดและเลีย ยิ่งเขาเล่นลิ้น นางยิ่งเสียวจนฉี่จะราดอยู่แล้วอ๊อก อ๊อก อ๊อกอ๊อก อ๊อก อ๊อกดุ้นใหญ่พลันกระแทกปากคนงาม เยียนหรานรับรู้ได้ถึงน้ำรักซึมทีละเล็กน้อย ช่างหวานยิ่งนัก"อ้า อ้า แม่นางเยียน" ปี๊ด !!!เพียงไม่นานอาจิงก็ปล่อยน้ำรักเข้าปากเยียนหรานจนหมด ชายหนุ่มทำหน้าอย่างผ่อนคลายอย่างมากน้ำรักไหลเยิ้มออกจากปากเยียนหรานอย่างมาก กระบวนท่าต่อไป เยียนหรานขอพักเหนื่อยต้าข่านชอบเยียนหรานยิ่งนัก นางตั้งครรภ์ นางอาจจะตั้งครรภ์ลูกของเขาหรืออาจิง หากเขาต้องกลับไปชนเผ่า เขาจะขอท่านอ๋อง นำตัวนางกลับไปด้วยเยียนหรานนอนหายใจยังไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา ชายทั้งสองคนก็เริ่มบทสวาทกับนางเสียแล้ว...ยามอรุณรุ่ง เยียนหรานต้องหอบผ้าไปซัก ได้ยินเหล่าทหารสนทนา กันว่าหนานอ๋องแต่งชายาเอกบุตรสาวขุนนาง เขาช่างมีความสุขนักอีกทั้งเจาอ๋องหลบหนีการจับกุมอย่างหัวซุกหัวซุน เยียนหรานซักผ้าเสร็จกลับไปที่กระโจม"เจ้าสินะ นังแพศยาที่หนานอ๋องส่งให้มาบำเรอพวกทหาร" เยียนหรานนั่งพักในกระโจม จู่ ๆ
กวนอี้ลากนางมาที่ห้องเก็บฟืน ที่เต็มไปด้วยกองฟาง เยียนหรานท้องได้สี่เดือนแล้ว เหตุใดในค่ายทหารถึงได้มีแต่คนระยำเช่นนั้น แม้แต่หญิงตั้งครรภ์พวกมันยังทำได้ลงคอกวนอี้จุมพิตที่เรียวปากงามของเยียนหราน สองมือหนาใหญ่ค่อย ๆ ปลดอาภรณ์ของนางออกมาเยียนหรานนอนถ่างขาบนกองฟางที่รองด้วยเศษผ้า นางจะให้พวกมันกระทำนางไปก่อน แต่ก่อนที่จะไป นางจะให้พวกมันตายไปกับนางด้วยกวนอี้มองร่างอวบที่ท้องนูนขึ้น เด็กในท้องอาจจะเป็นลูกของต้าข่านก็ได้ กลีบงามของนางอวบอิ่มขึ้นจริง ๆ เท่าฝ่ามือหนาใหญ่ของเขากวนอี้เลียริมฝีปากอย่างหื่นกาม สามนิ้วขยี้ตรงกลีบงาม เยียนหรานพลันร้องออกมาเสียงหลงน้ำลายหยดลงกลีบงามสีแดง เยียนหรานหายใจอย่างเหนื่อยหอบแจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะแม้นางจะตั้งครรภ์อยู่ นางก็ยังคงเป็นหญิงร่านสำหรับเขา มือหนาใหญ่แหย่ร่องสวาทอย่างสนุก เยียนหรานร้องออกมาไม่หยุด เพียงไม่นานนัก กวนอี้พลันดึงนิ้วมือออกมา เลียน้ำหวานที่นิ้วมือของเขาเขารีบให้เยียนหรานเลียที่ดุ้นอับอวบใหญ่นางมองเจ้าแท่งหยก อวบใหญ่ มืองามชักดุ้นขึ้นลงไปมา มีหยดน้ำซึมออกมาไม่น้อยเมื่อนางเลียที่หัวดุ้นกวนอี้ถึงกับร้องครางออกมาอย่างเสียวสุด
เยียนหรานเหนื่อยล้ายิ่งนักหลายเดือนผ่านไปร่างกายเยียนหรานพลันอวบอิ่มขึ้นมาก นางก็ไม่รู้ว่านางเป็นอันใด ข่าวของเจาอ๋องก็พลันเงียบหายไปเยียนหรานต้องล้างเท้าให้กับทหารของชนเผ่าทุ่งหญ้าอย่าง ต้าข่านมาเจริญสัมพันธไมตรี จึงนอนอยู่ค่ายทหารนอกเมือง หนานอ๋องจึงให้เยียนอ๋องมาปรนนิบัติต้าข่านเยียนหรานรินสุราให้ต้าข่าน ทันทีที่เขากินเข้าไป พบว่าสุรานี้มียาพิษ"นี่เจ้า คิดสังหารข้ารึ" เยียนหรานมองเขา แน่นอนว่านางอยากจะให้เขาตาย แล้วโยนความผิดให้หนานอ๋อง"หนานอ๋องเป็นคนสั่งให้ข้าทำ" เยียนหรานแกล้งบีบน้ำตา "เจ้ามันหญิงชั่วอย่างหนานอ๋องบอกเสียจริง โชคดีที่ข้ากินยาถอนพิษไว้แล้ว" ต้าข่านใช้มีดสั้นภายในชั่วพริบตาเดียว อาภรณ์ของเยียนหรานขาดกระจุยกระจายเลยทีเดียว"นี่ท่าน" ร่างงามกระจ่างตรงหน้า ต้าข่านทันที นับว่าเขารอบคอบที่เชื่อหนานอ๋อง"เยียนหราน เจ้าโดนพิษหนอนวสันต์เข้าไป เจ้ายังไม่เข็ดหลาบสินะ ข้าจะทำให้เจ้ารู้เองว่า ความตายมันเป็นเช่นไร"ทันใดนั้นเยียนหราน ต้องตกตะลึงแท่งหยกขนาดใหญ่ยาวของต้าข่าน ต้าข่านถึงกับยิ้มเยาะ แน่นอนว่า ของลับของชนเผ่าทุ่งหญ้า ของบุรุษชาวทุ่งหญ้า ย่อมใหญ่ยาวทุกคน ถึงชนิดท
กวนอี้เป็นพ่อครัวในกองทัพทหาร สังกัดหนานอ๋อง เขามองเยียนหรานด้วยสายตาที่หื่นราคะ "เจ้ามองอะไร ในตอนนั้นเยียนหรานกำลังล้างชามอยู่ ยามนี้ พวกทหารต่างฝึกวิทยายุทธ์ที่ลานประลองยุทธ์"เยียนหราน เจ้าคงมิรู้ว่า ท่านอ๋องอนุญาตให้ข้านอนกับเจ้าได้" สารเลว !!!อย่าให้นางออกไปได้แล้วกันกวนอี้โอบกอดนางอย่างเร่าร้อนในโรงครัว ลิ้นหนาขบติ่งหูของนาง เยียนหรานจำใจต้องอดทนเพราะนางไม่มีทางเลือก ขางเกงขาวบางถูกปลดออก จึงเหลือเพียงสะโพกที่งอนงามมือหนาใหญ่จับสะโพกที่งอนงามไว้ ค่อย ๆ แหย่เข้าไปในรู้สวาทของคนงาม เยียนหรานยืนถ่างขาออกกว้าง ๆรับรู้ได้ถึงมือหนาใหญ่ที่แหย่เข้าไป อย่างช้า ๆ กลีบงามที่ชุ่มไปด้วยน้ำสีชมพู ผลิออกมา แจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะน้ำสีขาวขุ่นพลันไหลออกมาจากร่องสวาทอย่างมาก เยียนหรานทำปากอย่างซี๊ดซ๊าดด้วยความเสียว กวนอี้มองร่องสวาทมีน้ำไหลเยิ้มออกมา กลิ่นบุปผาหอมหวานลอยเข้าจมูกเขา ทำให้เขาอดใจไม่ไหวเสียจริง มือหนาใหญ่ผลิกลีบงามออกแล้ว ใช้ลิ้นเลียตรงนั้น จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบจ๊วบ จ๊วบ จ๊วบรสชาติหวานยิ่งนัก รูสวาทของนางช่างงดงามเหลือเกิน"อ้า อ้า อ้า ข้า อ้า" เยียนหรานเสียวไปกับการที่ตาเฒ่







