分享

27

last update publish date: 2026-08-13 13:51:02

รถขับออกมาสักพัก เสน่ห์จันทร์ที่พอจะหายเขินได้บ้างแล้วเลยหันไปมองคนข้างๆ ใบหน้าของเขาดูสดชื่น ยิ้มไม่หยุด...ทำไมจะต้องยิ้มขนาดนั้นด้วย คิดแล้วก็เริ่มฉุนเขาหน่อยๆ ค่าที่จู่ๆ ก็พาเธอออกมาจากบ้าน ไม่ถามเธอสักคำว่าพร้อมไหม อยากมาด้วยหรือเปล่า? นั่นสิ เขาจะพาเธอไปไหนนะ?

คิดแล้วก็หน้าแดง เลิ่กลั่กคิดไปใหญ่โต หรือว่าเขาจะพาเธอไป...

“พี่ปริ้นซ์จะพาหนูไปไหน พาหนูกลับบ้านนะ หนูยังไม่ได้ยอมนะ”

“จะพาไปรับสองหนุ่มไปพักที่คอนโดของพี่ก่อน หายดีค่อยยังชั่วค่อยให้กลับมาที่บ้าน คนหนึ่งก็ขาหัก อีกคนก็กระดูกแขนร้าว บ้านจ้อยมีแต่เด็กๆ จะดูแลกันยังไงครับ บ้านก็คับแคบ ไม่เหมาะกับคนป่วย พี่เตรียมห้องไว้แล้ว เตรียมคนไว้ดูแลแล้วด้วย น้องชายของจ้อยต้องพักไปอีกสักเดือนหนึ่งถึงจะอะไรๆ เข้าที่ ช่วงนี้ควรงดงานไปก่อน แล้วนี่...ต้องไปโรงเรียนหรือเปล่า? พี่จะได้ให้คนไปรับส่ง”

“มีไปสอบชดเชยค่ะ หนูไปขอครูไว้แล้วว่าน้องประสบอุบัติเหตุ วันสอบเลยไม่ได้ไปสอบเหมือนคนอื่น ส่วนเด็กๆ คนอื่นปิดเทอมแล้วค่ะ”

มองเขาตาแป๋ว ใจนึกขอบคุณเขา...ที่ดูแลครอบครัวเธอเป็นอย่างดี

“น้องสองคนของจ้อย ชื่อทองนพคุณ กับทองเอกใช่ไหมครับ”

“ทำไมพี่ปริ้นซ์รู้ล่ะคะ”

จริงสิ เขารู้ชื่อจริงเธอด้วยนี่นา

“พี่เห็นในเอกสารน่ะครับ เอ...ชื่อเป็นขนมไทยกันหมดเลยหรือเปล่า? พี่รู้จักคือแมว ชื่อเรไร เจ้าจิ๋ว ชื่อหยกมณี ส่วนน้องเมฆกับนก ก็เป็นชื่อขนมไทยใช่ไหมครับ พี่รู้จักแต่ขนมทองเอก ส่วนทองนพคุณไม่เคยเห็น น้องแฝดดาวเดือน และน้องหมอกก็ชื่อจริงเป็นขนมด้วยหรือเปล่า”

“ค่ะ ยายตั้งให้ชื่อจริงพวกเราเป็นชื่อขนมไทย”

น้ำเสียงยามเอ่ยถึงยาย ฟังแล้วรู้สึกถึงความรักและความภูมิใจ

“จ้อยชื่อเสน่ห์จันทร์ นกชื่อทองเอก หมอกชื่อทองทัต เมฆชื่อทองนพคุณ ดาวชื่อดาราทอง เดือนชื่อ ดาวล้อมเดือน แมวชื่อเรไร เจ้าจิ๋วชื่อหยกมณี”

“ชื่อเพราะทุกชื่อเลย พี่ไม่เคยเห็นขนมดาราทอง

ทองนพคุณ ดาวล้อมเดือน แล้วก็เสน่ห์จันทร์มาก่อน หน้าตาเป็นยังไงนะ อยากลองชิมดู”

“ไว้มีโอกาสจะทำให้พี่ปริ้นซ์ได้ลองชิมนะคะ”

“เอาไปเสนอโปรเจกต์กับลูกค้ารายใหญ่ของเราได้นะ”

เขาหันมามองหน้าเธอ เสน่ห์จันทร์ ขนมชื่อเพราะขนาดนี้จะหน้าตาแบบไหน จะรสชาติยังไง แต่คนชื่อนี้หวานมาก และเขาก็อยากกินอีก...ถ้าเจ้าตัวยอมให้กินนะ

“ลูกค้ารายใหญ่?”

“คนที่พี่ให้จ้อยทำขนมไปส่ง จำได้ไหมครับ”

“อ๋อ ที่พี่ปริ้นซ์ให้ค่าขนมล่วงหน้ามาน่ะเหรอคะ ตั้งแสน หนูทำกี่ชาติจะส่งเขาหมด”

เธอบ่นงึมงำ เขาหัวเราะเบาๆ

“ทำอีกสามสี่รอบก็ครบแสนแล้วครับ”

“โห ทำยังไงไหวคะ แล้วขนมพวกนั้นมันขายได้ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“ขายได้สิ ไอ้พัดอยากเอาขนมสูตรของจ้อยเข้าห้าง แล้วก็เปิดที่สาขาใหม่ของมันด้วย สองเดือนก็น่าจะครบแล้วละ ยอดเงินนั้นน่ะ”

“หนูทำไม่ไหวหรอกคะ”

“ไหวครับ”

เขายังย้ำ

“แรงงานของจ้อยไม่พอแน่ แต่พี่หาคนไว้ให้แล้ว หาสถานที่ไว้ให้ด้วยเอาไว้ให้จ้อยคุมคนพอ”

“พี่ปริ้นซ์ไม่ถามหนูเลย”

เธอทำตาโตใส่เขา

“จู่ๆ ก็มาให้ทำนั่นทำนี่ ไม่ถามกันเลยว่าจะทำได้ไหม อยากทำหรือเปล่า?”

“พี่อยากให้หนูได้ทำงานยังไงล่ะครับ หนูจะได้มีเงินเยอะๆ ความเป็นอยู่จะได้ดีขึ้น แสนหนึ่งพี่ให้ไม่ได้ให้เปล่าสักหน่อยพี่ก็บอกแล้วว่าหักค่าของ ได้กำไรไปแล้ว รอบหน้าจ้อยก็เอาเงินที่พี่ให้มาลงทุน เดี๋ยวพี่จะสอนคิดบัญชี แล้วก็จ้างคนมาช่วย วางแผนวางระบบงานให้”

“แต่...”

“จ้อยมีน้องเจ็ดคนต้องดูแล มีเจ็ดชีวิตที่หนูต้องแบก มีคนช่วยทำให้มันเบาลง จ้อยก็ควรจะยอมรับนะ แล้วอย่างที่บอกพี่ไม่ได้ให้เปล่า ถ้าจ้อยไม่สบายใจ เราก็แบ่งกำไรกันไง ดีไหม? ให้พี่เป็นหุ้นส่วนด้วย”

เขาเสนอมาแบบนั้น เสน่ห์จันทร์ก็เริ่มคิดหนัก

“จ้อยมีฝีมือ พี่มีเงินลงทุน มีคนช่วย จ้อยก็ควรจะรับไว้นะ เราไม่ได้เอาเปรียบกัน”

“ไม่เป็นบุญคุณต่อกันใช่ไหม?”

เธอมองหน้าเขาทำตาวาวๆ ใส่ ปภพหัวเราะ จนป่านนี้ยังระวังตัว ยังระแวงว่าเขาจะเก็บดอกเบี้ยบุญคุณ จ้อยหนอจ้อย

“เราเป็นหุ้นส่วนกัน”

“หนูเรียนมาน้อย หนูเก่งแค่ทำของ การตลาดอะไรหนูไม่รู้เรื่องสักอย่าง พี่ปริ้นซ์จะเอาเงินมาเสี่ยงกับหนูเหรอ?”

เธอถามย้ำ เขาพยักหน้า

“ทำไมจะไม่กล้าเสี่ยงกับจ้อยล่ะคะ จ้อยเป็นคนเก่ง แล้วก็เป็นหัวหน้าครอบครัวที่โคตรรับผิดชอบ ทั้งที่อายุแค่นี้ คนแบบนี้พี่จะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไง ต้องมาเป็นหุ้นส่วนกันเหมาะที่สุดแล้ว”

“หุ้นส่วน?”

“ครับหุ้นส่วน”

เขาไม่เน้น ไม่บังคับ ไม่ถามเรื่องอยากให้เธอ...ไปเป็นแบบนั้นอีก เธอก็สบายใจขึ้นหน่อย เขารุกจนเธอกลัว

กลัวอะไร?

กลัวใจตัวเองนี่แหละ กลัวว่าจะเผลอไปรักเขา...เขาระดับไหนเธอเป็นใคร ความรักที่เป็นไปได้ยากมาก และเสน่ห์จันทร์ก็ไม่อยากเผลอใจไปรักเขา...

เธอกลัวเจ็บ...

เห็นแม่เป็นตัวอย่าง แม่รักคนง่าย และร่อนเร่หาความรักไปเรื่อยๆ ชีวิตรักพังครั้งแล้วครั้งเล่า เธอไม่อยากเป็นแบบนั้น เธอกลัวว่ารักเขาไปแล้วหมดใจ ถึงเวลาเขาจะเทเธอทิ้ง แล้วเธอ...ก็จะอกหักใจสลาย เธอจะอยู่ได้ยังไงกัน ถ้าถึงเวลานั้น

“ถ้าพี่ปริ้นซ์อยากเป็นหุ้นกับหนู ไว้ใจหนู หนูก็ขอบคุณมากๆ ค่ะที่พี่ปริ้นซ์ให้โอกาส”

“เลิกคิดมากได้แล้ว”

เขาเอื้อมมือมาโคลงศีรษะเธอเบาๆ เสน่ห์จันทร์ใจเต้นแรง เธอเสหันไปมองวิวข้างทาง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามไม่ให้ใจสั่นจนเกินจำเป็น

แต่เขาก็น่ารักเหลือเกิน

เธอจะต้านใจไหวสักเท่าไหร่นะ?

เขาพาเธอแวะไปรับน้องชายทั้งสองคน มาพักฟื้นต่อที่คอนโดของเขา พบว่าไม่ใช่ห้องเดียวกับที่เขาพาเธอมา...เมื่อหนก่อน เป็นอีกห้อง อีกชั้นที่หรูหราสวยงามไม่ต่างกัน น้องๆ ของเธอว้าวมาก ตื่นเต้นมาก และเขาก็จ้างพยาบาลพิเศษ รวมถึงแม่บ้าน ให้คอยดูแลน้องๆ ทั้งสองคนอีกด้วย เมฆ ผู้ที่สนิทกับดาวล้อมเดือนมากกว่าพี่น้องคนอื่น หลุดปากมาว่า อยากให้เดือนมาอยู่ด้วย หลังจากที่เปิดกล่องของขวัญที่ปภพเตรียมไว้ให้ คือดินสอสีชุดใหญ่ และกระดาษวาดรูป สองคนนี้ชอบอะไรเหมือนกัน และนกเองก็ตกใจกับของขวัญจากปภพคือไอโฟน นอกจากทองเอกตกใจแล้วเสน่ห์จันทร์ก็ตกใจ จะบอกไม่ให้น้องชายรับและคืนเขาไปซะ แต่ปภพบอกว่าทองเอกควรมีไว้ เพราะจะได้เอาโทรศัพท์ไว้ต่อยอด หาเงินได้อีกเยอะแน่นอน พร้อมกับตบบ่าหนุ่มน้อยเบาๆ บอกว่าถ้าหาเงินจากมันได้ค่อยทยอยเอาค่าไอโฟนมาคืนก็ได้...

จริงๆ แล้วนอกจากทองเอก เขาก็อยากจะแจกให้ครบคนเลย...แต่เกรงใจเสน่ห์จันทร์แหละ เอาเป็นว่าค่อยๆ ให้ไปทีละคนก็แล้วกัน

เขาแอบมองโทรศัพท์ของน้อง เป็นแอนดรอยรุ่นเก่าแก่ ก็อยากจะหาทางเปลี่ยนให้เสน่ห์จันทร์ได้ใช้ของดีๆ เดี๋ยวค่อยหาทางตะล่อมเอา

เมื่อให้ของขวัญและพาเด็กๆ เข้าพักแล้ว ปภพพาเธอขึ้นไปที่ห้องของเขา เขาให้เสน่ห์จันทร์เปลี่ยนเสื้อผ้าจากเสื้อยืดกางเกงวอร์มที่สาวน้อยใส่ เป็นชุดเดรสกระโปรงสีครีม ตัวชุดข้างในเป็นคอกลม แขนกุด เข้ารูป กระโปรงยาวคลุมหัวเข่า สวมทับด้วยเสื้อเบลเซอร์สีเดียวกัน และรองเท้าส้นสูงสีครีม เล่นเอาเสน่ห์จันทร์จำตัวเองเกือบไม่ได้ตอนส่องกระจก

“แต่งหน้าเป็นไหม?”

เขาถาม เสน่ห์จันทร์ทำตาปริบๆ เขาจะพาเธอไปไหนนะ ทำไมถึงได้ให้แต่งเต็มขนาดนี้ ถอดคราบจากเด็กกะโปโล เป็นสาวหวานน่ารักดูแพงไปเลย คงเพราะแบรนด์เสื้อผ้าที่ใส่ แน่ใจว่าเขาไม่ได้เอาราคา 299 มาให้เธอใส่แน่ ไม่ใช่ของก๊อปแน่นอน

“พอได้แต่ไม่เก่งมากนะคะ”

ตอบตามตรง เธอแต่งหน้าพอได้ แบบป้ายๆ โบกๆ ทาๆ ไม่ได้ถึงขั้นทำแล้วสวยกริบแบบที่นิสาทำ

“พี่มีเครื่องสำอางให้ จ้อยลองดูนะครับ”

เขาพาเธอเข้าไปในห้อง...ที่ทำให้เสน่ห์จันทร์ตกใจ นี่มันห้องแต่งตัวแบบ walk in closet มีเสื้อผ้าผู้ชายแขวนอยู่จำนวนหนึ่งอย่างเป็นระเบียบ คงจะเป็นของเขา และมีเสื้อผ้าผู้หญิงอยู่สองสามชุด? มันเป็นของใครหว่า

เขารุนหลังให้เธอนั่งตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ มีเครื่องสำอางแบรนด์ดังวางอยู่ให้ได้เลือกใช้ เขาบอกว่าน้ำหอมเธอใช้ได้ ชี้ไปที่น้ำหอม สามขวดที่ตั้งอยู่บนนั้น บอกว่าเป็นกลิ่นผู้หญิง ชอบขวดไหนก็ใช้ขวดนั้น

เสน่ห์จันทร์แอบมองเขาขณะที่ลงมือแต่งหน้าลวกๆ เธอทำเป็นแค่นี้แหละ เขายืนเอียงคอมองเธอ เมื่อเห็นเธอมัดผม ก็อาสาทำให้ เขามัดเป็นหางม้า และติดที่มัดผมให้ ถ้าเธอดูไม่ผิดเขาหยิบออกมาจากกล่องสีส้มที่มีแบรนด์บอกไว้ แน่นอนมันไม่ใช่อันละ 20 บาทอย่างที่เธอเคยใช้แน่ๆ

เขาบอกให้เธอลองทาลิปสติกสีส้มพีช...แล้วก็ให้เสน่ห์จันทร์หลับตา แต้มอายแชว์โดว์เพิ่มให้เธออีกหน่อย ชมเปาะว่าสวยแล้ว แต่เธอควรจะไปเรียนแต่งหน้าเพิ่ม เผื่อไว้ใช้ เขาอยากให้เธอเป็นคนสวยมาก เมื่อเดินคู่กับเขา

คนสวยมาก...

คำพูดของเขาทำเอาเธอเขิน

เขาถามเบอร์โทรของยัยเจี๊ยบ ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน เธอลองโทรศัพท์หาน้องชายของเธอ ทองเอกบอกว่าอยู่ที่นี่สบายเกินไป รู้สึกว่างมาก เป็นคนไข้มานาน อยากหายแล้ว...

ส่วนทองนพคุณนั้นถามย้ำๆ ว่าพี่ปริ้นซ์เป็นใคร เป็นแฟนพี่จ้อยเหรอ? แต่เสน่ห์จันทร์ไม่ตอบน้อง จะบอกยังไงดีว่าเขาเป็นใคร

เขาบอกว่าเขาเป็นหุ้นส่วนกับเธอ ก็ตามนั้นแหละนะ

กว่าจะเสร็จจากการส่งน้องและการเปลี่ยนโฉมเธอ ก็กินเวลาเกือบค่ำ จะพาไปหาลูกค้าตอนนี้เธอจะได้กลับบ้านตอนไหนล่ะ?

ได้แต่คิดและไม่กล้าถามเขา

วันนี้ขายได้สามพันกว่านะยัยจ้อย ไม่ต้องห่วงวันนี้ฉันจะนอนกับน้องๆ แกเอง ไปนอนกับคุณแฟนได้เลยตามสบาย     (นิสา)

คุณแฟนอะไรอะยัยเจี๊ยบ มาคุยงานเดี๋ยวก็กลับแล้ว(เสน่ห์จันทร์)

พี่ปริ้นซ์คงยอมให้แกกลับหรอกนะยะ (นิสา)

ต้องยอมสิไม่ยอมได้ไง อีกอย่างจะยัยเจี๊ยบฉันกับ      พี่ปริ้นซ์ไม่ใช่แฟนยะ(เสน่ห์จันทร์)

โอเคๆ เอาที่แกสบายใจ แต่วันนี้ฉันนอนบ้านแกนะ ย้ำอีกทีว่าไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันรับบทพี่สาวคนโตให้แกเอง(นิสา)

แกไม่ไปรับจ๊อบกับเจ๊เปรี้ยวเหรอ ไหนบอกว่าใช้เงินไปเยอะตอนไปเที่ยวไง เฮียก็ให้เดือนนี้นิดเดียวเพราะหักที่ไปเที่ยวกับแก ขายหอยนางรมมันไม่พอใช้ไม่ใช่เหรอ(เสน่ห์จันทร์)

เลิกรับจ๊อบเจ๊เปรี้ยวถาวรแล้วค่า รับจ๊อบพี่ปริ้นซ์ดีกว่า มีอะไรแชตไว้ละเพื่อน(นิสา)

รับจ๊อบพี่ปริ้นซ์?

พี่ปริ้นซ์ให้เงินยัยเจี๊ยบแน่ล่ะแบบนี้ กำลังจะขยับถามเขา เขาก็เลี้ยวรถเข้าจอดที่ลานจอดรถ แล้วพาเธอเดินไปที่ร้านอาหาร ป้ายหน้าร้านบอกเธอว่าเป็นร้านของเชฟที่มาให้เธอส่งขนมให้นั่นเอง

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   บทส่งท้าย

    ​เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอ​คุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์​เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   37

    ​บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...​ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้​ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วย​เขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   36

    ​“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่​“ห้าหกเดือนแล้วครับ”​“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ​“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”​“ก็อะไรแบบนั้นครับ”​เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วน​เขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน​“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   35

    คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ ​นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียว​ปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขา​ไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...​รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน​“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”​“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ​“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่​“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”​“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   34

    ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ​ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   33

    ​“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน​“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน ​คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว​“ก็งานมันยุ

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status