LOGINลภัสมองสาวน้อยที่ตามเพื่อนเข้ามาในร้าน ตาของเขามองสบตากับปภพ ทางนั้นเลิกคิ้วใส่เขา เป็นเชิงว่า มีอะไรไหม?
เขาได้รับการแนะนำว่า นี่คือสาวน้อยคนที่ทำขนมมาส่งเขา ก็ตื่นเต้นมาก บอกชมเธอไม่หยุด พอปภพบอกว่าเธอทำขนมไทยโบราณได้หลายรายการ ลภัสก็ยิ่งตื่นเต้น ขนมบางอย่างเขาเคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยลองทำ เคยเห็นหน้าตาบ้าง แต่ก็ไม่เคยกิน เพราะความเป็นเชฟทำให้ศึกษามากมาย แต่บางอย่างก็หาชิมไม่ได้ อยากจะลองทำเองก็กลัวจะสูตรเพี้ยน
“เสน่ห์จันทร์”
เขาถามย้ำ สาวน้อยพยักหน้าอย่างเขินๆ
“ค่ะ ชื่อจริงหนูเอง”
“น้องๆ เขาชื่อเป็นขนมทั้งนั้น มีเสน่ห์จันทร์ ทองเอก ทองทัต ทองนพคุณ ดาราทอง ดาวล้อมเดือน เรไร หยกมณี ฉันเคยกินแค่ไม่กี่อย่างเอง ยายเขาตั้งชื่อหลานเป็นขนมไทย เก๋ดี แปลกดี ความหมายดีด้วย”
“ผมเคยได้ยินมาว่าเป็นขนมมงคล แต่ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ เห็นแต่พวกฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน มีหลังๆ มาคนทำมากขึ้นก็ขนมจ่ามงกุฎ ขนมทองเอก ทองนพคุณไม่ค่อยเห็นใครหยิบมาทำขาย ไอเดียดีนะถ้าเกิดว่าเราทำเป็นขนมทองเก้าอย่างทำเป็นเซ็ตขาย ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองเอก ทองนพคุณ ทองทัต เอ...น้องจ้อยมีขนมชื่อทองอะไรแนะนำอีกไหมครับ ที่ว่าดูแล้วน่าจะเข้าเซ็ตขนมมงคล พี่อยากทำขาย ยกเป็นกิมมิคเก๋ๆ ของทางร้าน”
“ถ้าจะเอาชื่อทองทั้งหมด ที่เป็นขนมโบราณ แล้วหน้าตาใกล้เคียงกัน จัดเซ็ตด้วยกันได้ อืม...”
เธอกำลังคิดอยู่ ยายของเธอสอนขนมอะไรมาบ้าง ตลอดชีวิตของเสน่ห์จันทร์คลุกคลีกับขนมของยาย มีสูตรจากท่านให้ได้ลองคิดทำมากมาย เธอจดสูตรเหล่านั้นไว้ ได้ทดลองชิมขนมไทยหลายชนิดที่ท่านทำให้ลองได้รับประทาน มีทั้งขนมในวัง และขนมแบบพื้นบ้าน บางอย่างยายดัดแปลงให้แปลกใหม่ บางอย่างที่เป็นของหายากก็คงไว้ให้เข้ารสเดิม
“หนูคิดว่าควรมี ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองเอก ทองนพคุณ ทองพลุ ดาราทอง ทองชมพูนุช ทองอัฐ น่าจะเข้ากันดีค่ะ”
“บางชื่อไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในชีวิต”
ปภพว่า แล้วมองคนตัวเล็กอย่างทึ่งๆ
“ที่พูดมานี้ทำเป็นหมดเลยหรือ?”
ลภัสถาม สาวน้อยดูอายุยังไม่เท่าไหร่ เกินสิบหกหรือยังก็ไม่รู้ ไอ้ปริ้นซ์มีแววเอาขาเข้าคุกได้เลยนะนี่
“ทำได้ค่ะ”
สองหนุ่มมองตากัน เชฟหนุ่มเอ่ยถามเสน่ห์จันทร์ว่าจะต้องมีวัตถุดิบอะไรบ้าง แล้วบอกว่าพรุ่งนี้ลองมาทำที่ร้าน เดี๋ยวจะเตรียมวัตถุดิบให้ อ้อ...เขาอยากลองชิมขนมเสน่ห์จันทร์ดูด้วย ให้เธอลองทำให้ได้ไหม?
เสน่ห์จันทร์รับปาก เธอเปิดรูปขนมให้เขาดูว่าแต่ละอย่างหน้าตาเป็นยังไงบ้าง แล้วก็ถามเขาว่าเขารู้สึกยังไงที่เธอเสนอไป ลภัสตอบมาว่าเป็นของขวัญของฝากผู้หลักผู้ใหญ่ หรือนำไปทำบุญที่เข้าทีดี เพราะชื่อเป็นมงคล
“แล้วพวกขนมอย่างอื่นล่ะ มีอะไรเสนอพี่ไหมครับ ที่ร้านของพี่จะเสิร์ฟอาหารแบบเชฟเทเบิ้ล แต่ก็จะมีขายอาหารปรกติด้วย พี่อยากเรียนขนมไทยโบราณจากน้อง ไม่งั้นก็ให้น้องทำมาให้เป็นพิเศษ มีอะไรจะเสนอบ้างไหมครับ? อยากให้คนมากินได้พบความแปลกใหม่ อร่อย ไม่เคยเจอที่อื่น”
“ขอหนูลองไปคิดก่อนได้ไหมคะ? ว่าจะนำเสนออะไรดี”
“เอาเป็นพวกขนมหวานไทยๆ ที่เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมก็ได้ครับ ที่รสชาติเข้ากันได้ ลองทำมาดู ทำให้พี่ชิม พี่จะซื้อไอเดีย และให้หนูมาเป็นเชฟขนมหวานที่นี่ ให้เป็นเงินเดือน”
ข้อเสนอของเขาทำให้เสน่ห์จันทร์ถึงกับตาลุก ส่วนคนข้างๆ เธอกระแอม แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม
“เฮ้ย...จะจ้างเลยเหรอวะ?
“เอ้าต้องจ้างสิวะ ทำได้ขนาดนี้ไม่จ้างได้ยังไงก่อน”
“มาเข้าร้านไม่ได้ทุกวันนะ อนุญาตให้มาแค่วันที่มีเชฟ เทเบิ้ล”
“หวงเหรอวะ แล้วขนมเขาจะส่งกูยังไง”
“มึงก็สั่งมาสิ เดี๋ยวกูหาที่ให้น้องทำ แล้วก็มาส่ง เหมือนขนมเปี๊ยะที่มึงสั่งน้องไปขายไง”
“จริงสิ พูดถึงขนมเปี๊ยะ พี่ว่าจะต้องคุยกับน้องจ้อยยาวๆ เลย เพราะมันขายดีมาก พี่อยากจะทำเป็นโรงงานขนมเลย น้องจ้อยว่ายังไงครับ...”
“ให้จ้อยเป็นฝ่ายปรับปรุงพัฒนาสูตรและคิวซี หุ้นกันคนละครึ่ง มึงว่าไง”
ปภพตอบแทน
“หุ้นนี่เงินมึงเหรอไอ้ปริ้นซ์”
“เงินกูสิ แต่ชื่อเป็นของน้องเขา กูมีหุ้นกับมึงที่ร้านนี้ มีหุ้นเป็นโรงงานขนมอีกจะเป็นไร”
“อื้อหึ...”
อมยิ้มแล้วมองหน้าเพื่อน เสน่ห์จันทร์กำลังอึ้งและหูอื้อ กับผลสำเร็จของตัวเองและช่องทางทำมาหากินเลยไม่ได้ฟังว่าสองหนุ่มกำลังคุยกระซิบอะไรกัน
“คนนี้ใช่เลย?”
“ก็ใช่สิ”
ปภพยิ้มออกมา ลภัสมองหน้าเพื่อนแล้วหมั่นไส้นิดๆ
“ไปเอามาจากไหนวะ?”
“พรหมลิขิตให้มาว่ะ”
“อื้อหือ น้ำเน่าเชียวเพื่อนกูมีเมียเด็กเข้าหน่อย พูดจาหวานซึ้งชวนอ้วกนะไอ้ปริ้นซ์”
“หึๆ ลองหาเมียดูสิ จะได้หวานๆ บ้าง”
เขาตบบ่าเพื่อนเบาๆ ลภัสหัวเราะ ก่อนจะเชิญปภพและเสน่ห์จันทร์เข้าไปในห้องรับรองแขก วันนี้เขาตั้งใจจะทำอาหารอร่อยๆ เลี้ยงเพื่อนและคนพิเศษ...อาหารแต่ละอย่างทำให้ เสน่ห์จันทร์ว้าวมาก เพราะเกิดมาไม่เคยรับประทานอะไรแบบนี้ ลภัสทำเมนูอาหารที่คิดค้นขึ้นเอง เมนูจากเนื้อวากิวชั้นดีจากญี่ปุ่นและปลาทูน่าครีบเหลือง ประยุกต์เป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นกลิ่นไอไทยๆ เสิร์ฟ มีของเซอร์ไพรส์คืออูนิ อย่างหลังสาวน้อยกินไปแล้วทำหน้าพิกล เธอทำหน้ายู่จนทั้งลภัสและปภพต้องหัวเราะเบาๆ
“ไอ้พัดทำอะไรให้จ้อยกิน ฝีมือตกแล้วน้องทำหน้าเหมือนจะคาย”
“ไม่อร่อยเหรอครับ”
“มันแปลกๆ ค่ะ แต่ก็อร่อยนะ อื้อ...”
เห็นสีหน้าของสาวน้อยแล้วที่ฝืนกล้ำกลืนลงไปอย่างเอาใจคนทำ เล่นเอาลภัสถอนใจ
“เอาเถอะ...คายออกมาก็ได้ไม่ต้องกลืน เดี๋ยวพี่เปลี่ยนของใหม่ให้”
“มะ มันรสชาติไม่เคยลิ้นน่ะค่ะ แต่มันอร่อยนะคะ”
ปลอบใจเขาอีก ก็เขาเป็นระดับเชฟ เธออาจจะลิ้นไม่ถึงเองก็ได้ แต่...มันไม่โอเคจริงๆ นี่นา
“คนชอบก็ชอบไปเลย แต่คนไม่ชอบก็ไม่ชอบไปเลยนะ อูนินี่”
ปภพกล่าวปลอบเพื่อน แล้วเลื่อนจานของเสน่ห์จันทร์มาหาตัวเอง กินแทนน้องเสียเลย
“พี่จะจำไว้ว่าจ้อยไม่ชอบอูนิ แต่อย่างอื่นกินได้ใช่ไหมครับ?”
เขาถาม เนื่องจากวันนี้ที่เสิร์ฟส่วนมาก เป็นอาหารกึ่งดิบ เขากำลังมีแผนบางอย่าง
“กินได้ค่ะ”
“ถ้ากินได้ก็ไปญี่ปุ่นได้”
เขาว่าพลางยิ้มนิดๆ เสน่ห์จันทร์มองหน้าเขาอย่างงงๆ ลภัสเรียกเธอให้รับประทานขนมจากเขา เป็นทาร์ตลิ้นจี่รสชาติดี เลยไม่ได้ถามเขาต่อ ขณะที่ปภพนั้นซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้
จ้อยจ๋าจ้อย หนีพี่ไม่ได้หรอกนะครับ...ต่อไปนี้พี่จะให้จ้อยอยู่ข้างๆ ตลอดไม่ยอมให้ห่างหูห่างตา และสุดท้ายใจของเราก็จะไม่ห่างกัน
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







