เข้าสู่ระบบ“พี่คนหล่อมาบ้านอีกแล้ว”
เรไร วิ่งหน้าแป้นมาเปิดรั้วบ้านให้กับปภพ ในอ้อมแขนมีน้องเล็กสุดวัยทารกมาต้อนรับเขาด้วย เขามองทั้งเด็กหญิงและเจ้าจิ๋วอย่างเอ็นดู เขาไม่ได้มามือเปล่า หอบหิ้วบรรดาของฝากมาให้กับเด็กๆ ด้วย
“วันนี้พี่มีของมาฝากด้วยนะ พี่ๆ อยู่บ้านไหม?”
ถามเพราะรู้ว่าเด็กๆ บ้านนี้ทำงานทุกคน แรงงานมดตัวเล็กแต่มีประสิทธิภาพ และมีงานทำ มีหน้าที่กันหมด การแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบและงานของน้องๆ โดย เสน่ห์จันทร์
“พี่จ้อยไปตลาดกับพี่เจี๊ยบค่ะ หนูอยู่กับพี่ดาว พี่เดือน กับพี่หมอก”
เรไรเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ตะโกนเรียกพี่ๆ ที่กำลังช่วยกันทำขนมอยู่มาต้อนรับ พี่คนหล่อ ที่หลังๆ นี้มาบ้านของพวกเธอบ่อย มาเติมสิ่งดีๆ ให้ตลอด มีพี่คนหล่อ พี่จ้อยมีงานทำ มีของดีๆ กิน แต่พี่จ้อยดูจะไม่ค่อยชอบที่พี่เขามาบ้าน พี่ดาวบอกว่าอนาคตพี่คนหล่อจะต้องเข้ามาเป็นแฟนพี่จ้อยแน่ๆ พี่เดือนบอกว่าพี่จ้อยทำไม่ชอบแต่จริงๆ เขินอยู่ พี่หมอกก็ดูจะชอบพี่คนหล่อเหมือนกัน เรไรก็ชอบ เพราะปภพใจดีมาก
“เรียกพี่ๆ มาช่วยขนของฝาก มา เดี๋ยวพี่อุ้มเจ้าจิ๋วให้”
เขาอ้าแขนออก เจ้าจิ๋วหัวเราะให้อย่างอารมณ์ดี เขาหยอกล้อกับเด็กน้อย เรไรไปเรียกพี่ๆ มาเอาของฝากจากพี่คนหล่อ แต่ละคนตื่นเต้นดีใจมาก ที่เขามาบ้าน และมีความสุขกับของฝากของเขา เรไรได้ตุ๊กตาตัวโต ดาราทองได้ชุดเครื่องเขียนชุดใหญ่ ดาวล้อมเดือนได้ดินสอสีแบบ 72 สีพร้อมกับสมุดวาดรูป ทองทัตได้กล่องอุปกรณ์ช่าง เจ้าจิ๋วได้ชุดใหม่สองชุดกับตุ๊กตาหมาตัวจ้อย มีของให้สองหนุ่มที่นอนโรงพยาบาลด้วย เขาคิดว่าจะมอบให้ด้วยตัวเองวันนี้ เขาเลือกของทุกชิ้นจากความชอบของเด็กๆ และของที่แอบสังเกตว่าที่บ้านนี้ไม่มี จริงๆ อยากให้มากกว่านี้ แต่แน่นอนว่า เสน่ห์จันทร์จะต้องไม่รับไว้แน่นอน
แต่อีกหน่อยน้องจะต้องรับ...
เขามองบ้านหลังเล็กอย่างหมายมาด เนื้อที่ของบ้านเท่านี้ ถ้าต่อเติมสร้างใหม่และรีโนเวท ก็จะใช้งบประมาณราวไม่เกินห้าล้าน เขาจะทำให้ดี ให้สวย และทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองไม่ต้องอยู่กันแออัด วางแผนว่าอยากจะหาอาคารพาณิชย์สักที่ ทำเลดีๆ เพื่อต่อยอดให้กับเด็กๆ บ้านเจนธรรมดี
เสน่ห์จันทร์และนิสากลับมาโดยรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างคันเก่า ก็แอบตกใจนิดๆ ที่เห็นว่าเขามาถึงบ้าน
“มาถึงบ้านช่องเลยอะ แกทำตัวดีๆ กับพี่เขาล่ะ ยัยจ้อย”
“พูดมาก”
ขึงตาใส่เพื่อน นิสาเดินไปไหว้ชายหนุ่ม เขาทักเธออย่างจำได้ว่าเธอเป็นแม่ค้าหอยนางรม นิสาหัวเราะ พลางเอ่ยหยอก
“กลับมาขายหอยเหมือนเดิมแล้วค่ะ เย็นนี้พี่ปริ้นซ์จะรับหอยไหมคะ? เอ๊ะ..หรือว่าอยากจะซื้อหอยจากยัยจ้อยมากกว่าหอยของหนู”
ปภพที่รู้นัยความหมายนั้นอมยิ้ม แล้วตามองไปยัง เสน่ห์จันทร์ ที่กำลังช่วยกับน้องๆ ขนของเข้าบ้าน ไม่ยอมมองเขา แก้มแดงก่ำเลยไม่รู้ว่าโกรธหรืออายที่เขามาบ้าน เพราะรอบสุดท้ายนี้ เธอบอกว่าไม่ให้เขามาอีกแล้ว เขามาทำให้บ้านเธอวุ่นวาย...แต่เขาก็ยังมา
“น้องจ้อยไม่ขายน่ะสิครับ พี่เลยต้องลำบากมาซื้อขนมน้องจ้อยแทน”
“หมั่นไส้เนาะ คนสวยอะ”
นิสาว่าลอยๆ เสน่ห์จันทร์ได้ยินเลยค้อนให้ เรไรเอาตุ๊กตามาอวด บอกว่าพี่เขาซื้อให้ แล้วก็ซื้อของให้ครบคนเลย เห็นน้องดีใจก็ไม่กล้าว่าดุน้องว่าไม่ให้รับของจากเขา เท่านี้บุญคุณเขาก็ล้นหัวแล้ว...เฮ้อ...
“มาทำไมคะ?”
เจ้าของบ้านถามเขา เธอมาทรุดนั่งตรงพื้นกระดานใกล้ๆ เขา บ้านเธอไม่มีห้องรับแขก...และไม่เคยมีแขกมาก่อน มีแต่เขานี่แหละมั้งคนแรก
“วันนี้หมอบอกว่าน้องของจ้อยอาการดีขึ้นแล้ว ให้กลับบ้านได้แล้วครับ”
“อา จริงๆ หรือคะ ยัยเจี๊ยบไปรับเจ้านก กับเจ้าเมฆกัน”
หันไปหาเพื่อน นิสากำลังจะขยับปากตอบรับ แต่เขาขัดขึ้นมาก่อน
“พี่คิดว่าจะพาจ้อยไปรับน้อง แต่ว่า...จะให้กลับมาที่บ้านหรือครับ จะสะดวกไหม? เพราะน้องนกกับน้องเมฆต้องการการพักฟื้น พี่เห็นว่าบ้านน้องจ้อยไม่น่าจะสะดวก”
“เราอยู่กันได้ค่ะ ไม่อยากจะรบกวนพี่ปริ้นซ์อีกแล้ว”
“พี่ให้เปล่า ไม่ได้อยากจะเอาแลกอะไรหรอกน่า”
เขาพูดเกริ่นขึ้นก่อน เสน่ห์จันทร์ทำตาโตใส่เขา ขณะที่ นิสาซึ่งนำพาให้เด็กๆ ไปช่วยกันทำอาหารกลางวันมาเลี้ยงแขก แอบฟังอยู่ตอนนี้ ปล่อยให้พวกเขาอยู่กันลำพัง
“พี่ปริ้นซ์”
เธอเม้มปาก แล้วทำเสียงออด
“อย่ามาทำให้หนูมากมายไปเลย หนูรู้สึกไม่ดี”
“ถ้ารู้สึกไม่ดี ก็...”
เขาเอื้อมมือมาจับมือเธอ เสน่ห์จันทร์หน้าแดงเมื่อเห็นนัยน์ตาวับๆ นั่นของเขา มันทำให้เธอใจเต้นตุบๆ ภาพอะไรต่อมิอะไรที่เคยๆ ผุดขึ้นมาในหัวจนร้อนวูบวาบไปหมด
“อื้อ...คนลามก คิดว่าหนูจะยอมอีกเหรอไง?”
“พี่เปล่าคิดไปไกลสักหน่อย พี่แค่จะบอกว่า หนูก็ไปกินข้าวกับพี่เย็นนี้สองคน ไปทำข้าวให้พี่กิน แล้วก็ทำขนมไปให้ที่บ้านของพี่ เท่านั้นเอง หนูคิดไปถึงไหนครับ”
“อ้าว...”
“คนลามก”
เขาเอาคำเธอมาหยอก แล้วหยิกแก้มเธอเบาๆ เสน่ห์จันทร์เขินที่ตัวเองคิดไกลและเขินกับการหยอกของเขา เขินไปอายมาก็แก้เขิน ด้วยการลุกขึ้นยืน แล้วเดินหนีเขาไปเข้าครัวไม่พูดไม่จาซะอย่างนั้น
ปภพมองตามหลังแล้วได้แต่ยิ้ม...
อาหารกลางวันโดยฝีมือเด็กๆ เป็นผัดซีอิ้วเส้นใหญ่ ตบท้ายด้วยขนมสังขยาฟักทอง ที่ทองทัตกับดาวล้อมเดือนลองทำมาให้ชิม ได้คนชิมคนสำคัญคือปภพ เพราะเป็นคนนอกที่จะกล้าบอกรสชาติตรงๆ ว่าอร่อยไหม ใช้ได้ไหม?
“อร่อยครับ หอมดีด้วย เอ...ใส่อะไรลงไปเพิ่มหรือเปล่า?”
“เดือนบอกว่าเราลองใส่ใบเตยเยอะๆ ดู สีจะได้สวยๆ กลิ่นก็จะหอมกว่าของในตลาดด้วยครับ”
ทองทัตหันไปมองหน้าพี่สาว ที่ชิมขนมอยู่ สีหน้าเดาไม่ออกว่าอร่อยไหม? เขากับน้องลุ้นเกือบตายตอนนี้ ไอเดียหนนี้มาจากเขาว่าลองทำอะไรที่แตกต่างไปนิดหน่อย คุยกับน้องว่าหนหน้าจะลองผสมเผือกบ้าง แห้วบ้าง ลงไปในเนื้อสังขยาเพื่อเพิ่มรสชาติดู แต่ยังไม่กล้าทำกลัวจะเสียของเปล่า
“ใช้ได้ไหมพี่จ้อย?”
ดาวล้อมเดือนเห็นพี่ไม่เอ่ยถึงรสชาติขนมสักทีเลยถามดู
“พี่เมฆกับหนูเคยลองทำแบบเอาเผือกใส่หนหนึ่ง หนูว่าอร่อยดีนะ”
“สังขยาฟักทองก็ควรจะเป็นสังขยาฟักทอง”
เสน่ห์จันทร์พูด เธอก็เคยแสดงความคิดแปลกๆ กับขนมของยายลำเภา แต่โดนว่ามาแบบนี้ทุกหนว่า สูตรมันก็มีของมันดีๆ ควรสืบต่ออย่าไปแสดงอิทธิฤทธิ์อะไรให้มาก รสมันจะเพี้ยนจะผิดไปหมด ปรกติน้องๆ ครีเอตเรื่องหน้าตาของขนม ไม่ได้ไปถึงรสชาติเธอไม่ว่าอะไร แต่หนนี้เธอซีเรียส
ได้ยินแบบนั้นน้องๆ ก็ทำหน้าเจื่อน บอกว่าขอโทษจะไม่ทำอะไรผิดสูตรอีกแล้ว...
นิสาเห็นเด็กๆ ทำคอตกก็สงสาร จะว่าไปขนมก็ไม่ได้รสชาติแย่อะไรแปลกใหม่ หอมอร่อยดีด้วยซ้ำ เธอเลยบอกกับเด็กทั้งสองว่าอร่อยมาก ทำไปขายพี่จ้อยไม่ให้ทำเดี๋ยวพี่ลงทุนให้เอง เสน่ห์จันทร์หันมาทำตาดุใส่เพื่อน ปภพเห็นเด็กๆ แอบยิ้มให้กันอย่างให้กำลังใจ ก็อยากฟังเหตุผลของเสน่ห์จันทร์ขึ้นมาทันที
“พี่ก็ว่าดีที่ดัดแปลงทำให้มีหลากหลาย ทำไมจ้อยถึงบอกว่าสังขยาฟักทองควรเป็นสังขยาฟักทองล่ะครับ”
“ยายของจ้อยสอนไว้น่ะค่ะ ว่าขนมของยายเป็นขนมที่มีสูตรมาจากคนในวัง อยากจะคงรสชาติดั้งเดิมไว้ เพราะมันหากินไม่ได้อีกแล้ว บางอย่างก็แทบจะไม่มีคนทำแล้ว”
“คนในวัง”
เขามองหน้าของเธออย่างเหลือเชื่อ เสน่ห์จันทร์ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เธอเล่าเรื่องของยายให้เขาฟังถึงประวัติความเป็นมา ภูมิใจกับการเป็นหลานยายลำเภา
“ถ้าขนมโบราณ หารับประทานยาก ต้องที่นี่เท่านั้น”
นิสาตบท้ายเห็นท่าทีของปภพแล้ว นึกในใจเชียร์อัปว่า ถ้าพี่เขาจะออกทุนทำร้านให้ยัยจ้อยจะต้องเริดมากแน่นอน
“ไม่ได้มีแต่ขนมธรรมดาๆ ที่พี่ปริ้นซ์เห็นหนูขายนะคะ ของยายมีอีกหลายอย่าง แต่หนูไม่กล้าทำเพราะบางอย่างมันก็ทำยาก คนไม่คุ้นกลัวขายไม่ออก ที่ขายนี่ก็นานๆ จะแทรกขนมแปลกๆ ลงไปสักที ลองลิ้นลองใจคนซื้อ มันก็มีขายได้ค่ะอย่างขนมเรไร ขนมหยกมณี”
“หยกมณี แม่พี่ชอบมากบอกว่าอร่อย เรไรด้วย”
“หยกมณี คือชื่อเจ้าจิ๋ว ส่วนเรไรคือชื่อหนู”
เรไรที่นั่งอยู่แถวๆ นั้นไกวเปลน้องอยู่รีบเอ่ยรับทันที ปภพหันไปมองหน้าแป้นแล้นนั้นแล้วก็ยิ้มส่งให้
“ชื่อหนูเพราะแล้วก็อร่อยมากๆ ค่ะ”
“ชื่อพี่จ้อยก็ชื่อขนม”
ปภพหันมาหาเธอในทันทีพลางเลิกคิ้ว
“หืม? เสน่ห์จันทร์น่ะหรือครับ”
“ใช่... ชื่อยัยจ้อยคือชื่อขนมไทยโบราณ พี่ปริ้นซ์เคยกินแล้วล่ะสิ”
นิสาเน้นคำว่ากิน แล้วทำตาวาวๆ ปภพรู้นัยความหมายเลยยิ้มกริ่ม ขณะที่เสน่ห์จันทร์เริ่มหน้าแดง
“ขนมยังไม่เคยครับ”
เน้นคำว่าขนม แล้วกระแอมเบาๆ
“อย่างอื่นที่ชื่อนี้เคยกินแล้ว อร่อยมาก หวานมาก”
“พี่ปริ้นซ์”
เธอทำตาโตใส่เขา หน้าแดงจนถึงหู นิสาทำเสียงแปลกๆ ในลำคอ ส่วนเรไรได้ยินผู้ใหญ่คุยกันแว่วๆ เลยพูดต่อเสียงแจ๋ว
“ขนมที่เป็นชื่อพี่จ้อย หนูยังไม่เคยได้กินเลย พี่ปริ้นซ์เคยกินแล้วเหรอ รสชาติเป็นยังไงคะ”
“อร่อยมาก ถูกใจมาก”
“...”
“โอ๊ย ทำไมแถวนี้ๆ มันร้อนๆ นะ ไฟริษยาออกตาเลยอะ มด อะ มดกันฉันด้วยนะยัยจ้อย ท่าจะมาตอมความหวาน โอ๊ยยยย”
อันแรกร้องหลอก อันสุดท้ายร้องจริง เมื่อเสน่ห์จันทร์เอื้อมมือมาหยิกเธอแรงๆ จนนิสาต้องหันหนี แล้วเข้าไปเกาะแขนปภพพลางฟ้อง
“พี่ปริ้นซ์ยัยจ้อยทำร้ายร่างกายเจี๊ยบอะคะ เขินแล้วทำเพื่อนอะ พี่ปริ้นซ์จัดการแฟนพี่ปริ้นซ์เลยนะคะ”
“ใครแฟน?”
เสน่ห์จันทร์แก้มแดงจัด
“ไม่ใช่แฟนครับเมีย”
ปภพประกาศหน้าตาเฉย
หนนี้นิสาถึงกับกรีดร้องอย่างถูกใจ ปภพโดนคนเขินตีเอารัวๆ เขาช้อนอุ้มเธอขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ ขณะที่เสน่ห์จันทร์ตกใจอยู่นั้น เขาก็บอกกับน้องๆ และนิสาว่า
“พี่ขอพาจ้อยไปธุระก่อนนะครับ คืนนี้อาจจะไม่กลับ มีอะไรโทรไปได้นะ น้องเจี๊ยบพี่ฝากดูแลเด็กๆ แล้วก็ร้านขนมของจ้อยด้วยนะ เดี๋ยวพี่โอนค่าดูแลให้ครับ”
“ปล่อยหนูนะพี่ปริ้นซ์”
“เดี๋ยวก็หล่นหรอก”
“หนูไม่ไปนะ ไม่ไป”
“พี่พาไปเรื่องงาน ไม่ได้พาไปทำอะไรสักหน่อย”
“พี่ปริ้นซ์!”
“อย่าดื้อ”
เสียงของคนทั้งสองดังโต้เถียงกันไปจนจบที่เสียงประตูรถปิดและรถยนต์คันงามก็แล่นออกไป นิสามองตามอย่างเคลิ้มๆ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ฟินแทนเพื่อน
“พี่จ้อยกับพี่ปริ้นซ์เป็นแฟนกันเหรอ”
เรไรมาสะกิด เด็กหญิงอยู่ตรงนั้นเลยเห็นหมดว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกัน ส่วนเจ้าจิ๋วหลับปุ๋ยไปแล้วกับเปลโยก
“ก็คงจะแบบนั้นแหละ”
นิสาตอบเด็กน้อย เอามือหยิกแก้มเรไรอย่างหยอกๆ
“เราไปเตรียมตัวไปขายของเย็นนี้เถอะ พี่ว่าพี่จะชวนเดือนกับหมอกทำสังขยาใบเตยไปลองตลาดดีกว่าเย็นนี้ ไม่ต้องกลัวยัยจ้อยมาดุ ไม่มาแน่นอน”
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







