ログインกว่าจะรับประทานอาหารเสร็จต่อด้วยสองหนุ่มคุยกันต่อชิลๆ ก็เกือบสี่ทุ่มครึ่ง
เสน่ห์จันทร์ปิดปากหาว ปภพหันมาเห็นพอดี เขายิ้มนิดๆ และชนแก้วกับลภัส ดื่มรวดเดียวหมดแก้วก่อนจะแยกย้าย ลภัสอำเขาว่า มีเมียเด็กก็งี้ต้องพาไปกินนมนอน
คนจะกินนมนอนมันเขาต่างหาก
น้องหันมาบ่นกับเขาว่า โทรหานิสาไม่รับเลย ไม่รู้ว่าจะพาเด็กๆ นอนหรือยัง แล้วก็ขอบคุณเขาที่พาสองหนุ่มไปพักที่คอนโด บอกเขาว่าพรุ่งนี้จะขอมาเยี่ยมน้องๆ เดี๋ยวมาเองได้เขาไม่ต้องไปรับ
ทำไมจะต้องไปรับก็คืนนี้เขาไม่อนุญาตให้น้องกลับบ้าน
เสน่ห์จันทร์ขืนตาไว้ไม่ไหว นอกจากกินข้าวแล้ว เขาเอาสาเกให้เธอลองดื่มด้วย เธอกับแอลกอฮอล์เข้ากันไม่ได้ เข้ากันทีไรมีอันหลับทุกที คอนโดของเขากับร้านอยู่ไกลกันพอสมควรและคืนนี้รถติด มีงานคอนเสิร์ตจัดใกล้ๆ ได้เวลาเลิกแล้ว มีฝนตกลงมาซ้ำเติมอีกต่างหาก การจราจรก็เลยเป็นแบบค่อยๆ ไป เสน่ห์จันทร์หลับไปแล้วเรียบร้อยระหว่างที่เขาฝ่าการจราจรกลับบ้าน
“ถึงบ้านแล้วครับจ้อย”
เสียงนุ่มกระซิบ
สาวน้อยยังไม่ทันได้ตอบอะไรก็ถูกเขาอุ้มกระชับในอ้อมแขนและพาออกมาจากรถ เธอปรือตามองเขาพยายามขืนตาไว้ เธอทำไมลืมตาไม่ค่อยขึ้นนะ ซบกับอกเขาอย่างงัวเงีย พลางตอบเขาเสียงเบา
“ถึงแล้วเรียกน้องหนูมาเปิดประตูให้ด้วยนะคะ”
เขาไม่ตอบ...แต่เมื่อเสน่ห์จันทร์ลืมตาเต็มที่ ก็พบว่านี่ไม่ใช่บ้านของเธอ นี่มันลิฟต์! สาวน้อยกะพริบตาปริบๆ สติตื่นเต็มที่ เธอเงยมองหน้าเขาเป็นจังหวะที่เขาก้มลงมองเธอพอดีแล้วเลิกคิ้ว
“มองพี่ทำไมครับ?”
“พี่ปริ้นซ์พาหนูไปไหน นี่ไม่ใช่บ้านหนู”
“บ้านของเราไง”
เขายิ้มใส่ตาเธอกระชับอ้อมแขนแน่นเข้าเพราะน้องเริ่มดิ้น เขาขู่เสียงดุนิดๆ
“ชูว์ อย่าดิ้นนะเดี๋ยวตกลงไปเจ็บตัวนะครับจ้อย พี่เห็นจ้อยหลับ บ้านจ้อยอีกไกล รถก็ติด พี่เลยพาจ้อยมานอนคอนโดพี่ดีกว่า”
“หนูลงไปนอนกับน้องๆ ก็ได้”
เธอจำได้ว่าชั้นของสองหนุ่มอยู่ต่ำกว่าชั้นของห้องเขา ห้องของเขาอยู่ชั้นบนสุดของคอนโดวิวสวยที่สุด
“นอนกับพี่นี่แหละ ให้เขานอนสบายๆ กันบ้าง ถ้าจ้อยชินกับการนอนเบียดกัน นอนกับพี่ก็ได้นะครับ”
เธอทำตาดุใส่เขา ส่วนเขายังคงยิ้ม ตาแพรวพราวไปหมด ลิฟต์ส่วนตัวเปิดพอดี ประตูเปิดออกมาคือส่วนของห้องโถงของห้อง เขาเพิ่งพาเธอมาขึ้นลิฟต์ส่วนตัว ปรกติพาขึ้นมาทางลิฟต์กลาง ทุกอย่างช่างสะดวกและหรูหรา ไม่เหมือนกับชีวิตของเธอเลยสักนิด
เขาวางเธอลง สาวน้อยถอดรองเท้าวางตรงชั้น เขาเองก็เช่นกัน เปลี่ยนเป็นสวมรองเท้าแตะในบ้านสีขาวนุ่มนิ่ม เขาส่งให้เธอด้วยคู่หนึ่งมันใหญ่กว่าขนาดเท้าของเธอเล็กน้อย อีกแล้วนะ นอกจากเสื้อผ้าผู้หญิงแล้ว เขามีรองเท้าแตะในบ้านไซซ์ผู้หญิง หนนี้หน้าของเสน่ห์จันทร์ซีดลงเล็กน้อย แล้วตัดสินใจถามเขาตรงๆ เมื่อเขาพามานั่งที่โซฟาและเดินไปเปิดตู้เย็นที่ตั้งอยู่มุมห้องหยิบน้ำมารินใส่แก้วดื่ม กำลังรินมาเผื่อเธออีกแก้วหนึ่ง
“พี่ปริ้นซ์ หนูถามอะไรได้ไหม?”
“ถามได้สิครับ อะ น้ำเย็นๆ จะได้สดชื่น”
เขาวางแก้วน้ำให้เธอ ส่วนตัวเองในมือถือขวดค็อกเทลติดมาด้วย เขานั่งเบียดกับเธอที่โซฟาตัวเดียวกัน
“พี่ปริ้นซ์...ใช้ที่นี่เลี้ยงเด็กเหรอ”
“แค่กๆ”
เขาถึงกับสำลักค็อกเทล เสน่ห์จันทร์ยังคงมองเขาตาแป๋ว ชายหนุ่มเอาทิชชูมาซับน้ำที่เลอะออกมา เกือบออกจมูก เธอส่งน้ำที่เขาจะเอามาให้เธอนั่นแหละให้เขาดื่ม สายตายังคงมองจ้อง แววตานั้นมีความดุเจืออยู่ เมื่อปภพมองหน้า สบตาคู่นั้นก็ให้รู้สึกหนาวแปลกๆ
ชะรอยอนาคตเขาจะกลัวเมียไหมนะ?
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นคะ”
เขาถาม หลังจากดื่มน้ำแก้สำลักแล้ว เสน่ห์จันทร์มองไปรอบๆ อีกครั้ง แล้วยักไหล่
“พี่ปริ้นซ์มีเสื้อผ้าผู้หญิง มีเครื่องสำอางของผู้หญิง แล้วก็รองเท้าในบ้านมีสองคู่”
“อื้อหึ...”
“แล้วพี่ปริ้นซ์ก็ไม่มีเมีย ชอบเที่ยวแบบนั้น”
เธอทำตาโตใส่เขา
“ก็เพราะเที่ยวแบบนั้นเลยเจอหนูถูกไหมคะ?”
“ก็อย่างนั้นก็ได้ แต่พี่ไม่ได้เที่ยวบ่อยนะครับ”
ออกตัวไว้ก่อน น้องตาดุขนาดนั้น หึงเขาหรือเปล่านะ?
“แหม...ไม่ได้เที่ยวอย่างเดียวทุ่มด้วย”
เธอย่นจมูกน้อยๆ
“พี่ปริ้นซ์จ่ายตั้งแพงตอนซื้อจ้อยกะเจ๊เปรี้ยว ก่อนหน้านั้นอีกล่ะ? ต้องมีอีกเยอะแยะมากมายแหละ พี่ปริ้นซ์อายุป่านนี้แล้ว”
นี่ถ้ากินอะไรอยู่ต้องสำลักอีกแน่ๆ
คนแก่กว่ามองคนตัวเล็กเหมือนจะค้อน เจ้าหล่อนยังคงจ้องเขาเขม็ง เขาหวาดสายตาแบบนี้จริงๆ กลัวโดยไม่มีสาเหตุ เหมือนจะเข้าใจบิดาเลาๆ แล้วว่า ทำไมกับมารดา ท่านถึงยอมทุกอย่าง
“ว่าพี่แก่เหรอ? พี่แค่ 33 เองนะ”
“ก็นั่นแหละ 33 แล้วนะ พี่ปริ้นซ์มีคอนโดกี่ที่คะ”
จู่ๆ ก็ถาม ปภพกำลังจะหลุดอ้าปากตอบ แต่เห็นลูกกะตาจับผิดนั่น เขาก็เลี่ยงไปถามเธอกลับแทน
“ถามทำไมครับ จะสอบสวนอะไรกัน หืม?”
“เฉพาะที่นี่ก็สองห้องเข้าไปละ”
เรื่องราวของนิสาทำให้เธอทำใจไว้ล่วงหน้า ว่าผู้ชายสามารถมีผู้หญิงได้มากมาย ผู้ชายไม่ได้รักผู้หญิงแล้วถึงมีเซ็กซ์ด้วย และผู้ชายก็มีหัวใจหลายห้องใส่ผู้หญิงได้ทีละหลายคน มีเงินเท่ากับมีผู้หญิงได้เป็นฝูงแหละถ้าอยากจะทำ และถ้าผู้หญิงเหล่านั้นยินยอม
แต่เธอจะไม่ยอมเขาอีกแล้วละ
เสน่ห์จันทร์บอกตัวเองในใจ ตาดุใส่เขาอย่างไม่รู้ตัว โกรธเขาด้วย...แค่คิดก็โกรธแล้วตอนนี้
“แล้ว?”
ยัยตัวเล็กดูจะขี้หึงน่าดู ดูลูกกะตาวับๆ นั่น หน้าแดงๆ นั่นอีก เขามองแล้วทั้งชื่นใจที่น้องหึง และเริ่มหวาดว่าน้องหวง
“พี่ปริ้นซ์รวยมาก”
“อื้อหึ...แล้ว?”
“พี่ปริ้นซ์ก็สามารถเปย์ผู้หญิงได้ทีละหลายคน เลี้ยงไว้ได้ทีละหลายคน หนู...ไม่ยอมเป็นหนึ่งในคนที่พี่เลี้ยงแน่ๆ”
“โธ่...พี่ไม่เคยเลี้ยงใครสักหน่อย เที่ยวก็มีบ้าง ไปเอามาจากไหนว่าพี่เลี้ยงใครไว้ เสื้อผ้าพวกนั้น ของพวกนั้นพี่เตรียมไว้ให้จ้อยนั่นแหละ”
“เอ๊ะ?”
แก้มแดงขึ้นมาในทันที หัวใจก็เต้นแรง เธอไม่ได้หูฝาดใช่ไหม?
“จะดูบิลไหม? พี่รูดการ์ดซื้อเสื้อผ้ากับของมาไว้ให้ เดี๋ยวเอามายันให้ดูว่า พี่ซื้อของพวกนี้หลังจากคืนนั้น”
ตอนนี้นอกจากหน้าแดงแล้ว ตัวก็เริ่มแดง...เมื่อคิดถึงเรื่องคืนนั้น
“พี่ปริ้นซ์...”
“กลัวพี่เลี้ยงใคร กลัวพี่หนีเที่ยวก็ย้ายมาอยู่กับพี่สิคะ จ้อยคนดี”
จู่ๆ เขาก็ดึงเธอไปกอด...
แล้วเขาก็ก้มลงมาจูบที่ปากอิ่มของเสน่ห์จันทร์
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







