Masukย่านชอปปิ้งสุดหรู และสำนักงานใหญ่ Hernandez BioMed
หลังจากมื้อเที่ยงที่จบลงด้วยการไล่ตะเพิดแขกไม่ได้รับเชิญอย่างไดร่าไปจนพ้นทาง บรรยากาศระหว่างคอสมอสและลูซี่ก็กลับมาผ่อนคลายและเต็มไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
มาเฟียหนุ่มทำหน้าที่สารถีและป๋าใจป้ำ พาเลดี้สาวไปเดินชอปปิ้งในย่านไฮเอนด์ของลาสเวกัส แต่แทนที่ลูซี่จะกวาดซื้อกระเป๋าหรือเครื่องประดับราคาแพง เธอกลับพุ่งตรงไปยังโซนสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมแทน
"อันนี้น่ารักไหมคอสมอส หมวกปีกกว้างลายดอกไม้ เข้ากับชุดฉันเลย ลูลู่ใส่แล้วต้องสวยแน่ๆ" ลูซี่ชูหมวกใบจิ๋วสำหรับสุนัขขึ้นมาเทียบพลางหัวเราะคิกคัก ในมืออีกข้างหอบทั้งตุ๊กตาไก่โอ๊ก กระดูกยางขัดฟัน และขนมหมาพรีเมียมอีกหอบใหญ่
คอสมอสที่เดินล้วงกระเป๋าตามหลังมา มองภาพเลดี้ผู้สูงศักดิ์กำลังตื่นเต้นกับของเล่นหมาด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ "เอาสิ เหมาไปให้หมดร้านเลยก็ได้ ลูลู่มันคงดีใจที่ได้หมวกคู่กับเธอ"
หลังจากชอปปิ้งของฝากให้เจ้าดัลเมเชียนตัวแสบจนจุใจ คอสมอสก็พาลูซี่แวะเข้าไปที่อาคารสำนักงานใหญ่ของ Hernandez BioMed เพื่อเซ็นแฟ้มเอกสารด่วนสองสามแฟ้ม
การปรากฏตัวของบอสหนุ่มหน้าหยกที่เดินควงแขนสาวสวยหุ่นนาฬิกาทรายในชุดเดรสสีแชมเปญ แถมในมือของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลยังหิ้วถุงกระดาษลายตีนหมา ที่เต็มไปด้วยของเล่นและขนมลูลู่ ทำเอาพนักงานทั้งบริษัทถึงกับอ้าปากค้าง ขยี้ตากันแทบไม่ทัน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อเห็นแววตาหวงแหนที่บอสมีต่อเลดี้ข้างกาย
ทว่า... ความสุขมักจะอยู่กับเราได้ไม่นาน
ณ ลานจอดรถหน้าอาคารสำนักงานช่วงบ่ายคล้อย คอสมอสโอบเอวประคองลูซี่เดินออกจากตึกเพื่อเตรียมตัวกลับคฤหาสน์ บอดี้การ์ดอย่างอดัมเดินนำหน้าไปเปิดประตูรถตู้กันกระสุนคันหรูรอไว้แล้ว
ทุกอย่างดูปกติ จนกระทั่งสัญชาตญาณดิบของมาเฟียหนุ่มจับรังสีอำมหิตบางอย่างได้
ฟุ่บ!
เสียงวัตถุแหวกอากาศฝ่าความเงียบมาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับจุดเลเซอร์สีแดงจุดเล็กๆ ที่ทาบลงบนกลางหน้าผากของลูซี่!
"ลูซี่! ระวัง!"
คอสมอสตากระตุกวูบ เขาตวาดลั่นพร้อมกับพุ่งตัวเข้าชาร์จร่างบางอย่างรวดเร็ว วงแขนแกร่งตวัดรัดรอบเอวคอด รวบร่างของเธอเข้ามากอดแนบอกแน่น แล้วเบี่ยงตัวหมุนพลิกหลบวิถีกระสุนด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดขั้นสุดยอด!
ปึ้ก! เพล้ง!
กระสุนปืนไรเฟิลเก็บเสียงเจาะทะลุกระจกรถฝั่งตรงข้ามแตกกระจาย!
"โอ๊ย!"
คอสมอสสบถลอดไรฟัน ร่างสูงเซถลาไปพิงกับตัวรถตู้ มือข้างหนึ่งยังคงกดศีรษะลูซี่ให้ซุกอยู่กับอกกว้างเพื่อปกป้องเธอ กระสุนนัดนั้นไม่ได้โดนจุดตาย แต่มันพุ่งถากเข้าที่ต้นแขนซ้ายของเขาจนเสื้อสูทราคาแพงขาดวิ่น เลือดสีแดงสดซึมทะลักออกมาทันที!
"บอสถูกยิง!! คุ้มกันบอสกับเลดี้! หาตัวสไนเปอร์เดี๋ยวนี้!" อดัมตะโกนสั่งการเสียงกร้าว บอดี้การ์ดนับสิบชักปืนพกออกมายืนล้อมเป็นกำแพงมนุษย์ทันที
"ขึ้นรถ! เร็วเข้า!" คอสมอสไม่สนใจแผลที่แขนตัวเอง เขาดันร่างของลูซี่ที่กำลังตื่นตระหนกให้เข้าไปในรถตู้กันกระสุน แล้วกระโดดตามขึ้นไป ปิดประตูล็อกแน่นหนา
"บอส เลือด..." ลูซี่หน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาเมื่อเห็นเลือดของเขาไหลอาบแขน ภาพฝันร้ายในอดีตกำลังจะย้อนกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง
"ฉันไม่เป็นไร! หมอบลงไปลูซี่!"
คอสมอสกกดไหล่เธอให้นอนราบลงกับเบาะรถ แล้วใช้ท่อนบนของตัวเองคร่อมทับบังร่างเธอไว้อีกชั้น
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นขึ้นรอบทิศทาง รถตู้ VVIP กระชากตัวออกรถด้วยความเร็วสูงสุด ทว่ารถ SUV สีดำทึบของศัตรูสองคันขับพุ่งพรวดออกมาจากมุมตึก ไล่กวดและพยายามขับเบียดแทรก เพื่อให้รถของคอสมอสเสียหลักคว่ำ
ครืดดดด! โครม!
เสียงเหล็กขูดกันดังกึกก้อง รถตู้ส่ายไปมาอย่างรุนแรง ลูซี่หลับตาปี๋ ซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งของคอสมอส มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น
"สลัดมันให้หลุดไอ้ลูกหมาพวกนี้! ยิงยางมันทิ้งซะ!" คอสมอสสั่งการเสียงเฉียบขาดผ่านอินเตอร์คอม
อดัมและบอดี้การ์ดที่นั่งอยู่เบาะหน้าลดกระจกกันกระสุนลงเพียงช่องเล็กๆ สาดกระสุนปืนกลมือสวนกลับไปอย่างแม่นยำ
ปัง! เอี๊ยดดดด! ตูม!
กระสุนเจาะเข้าที่ยางหน้าของรถศัตรูคันหนึ่งจนมันเสียหลัก พุ่งชนอัดก๊อปปี้กับเสาไฟข้างทางจนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ส่วนอีกคันเห็นท่าไม่ดีจึงรีบหักหัวรถเลี้ยวหนีไปอีกทาง
"ปลอดภัยแล้วครับบอส!" อดัมรายงานพร้อมกับเหยียบคันเร่งมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์คอสมิกวินเทจให้เร็วที่สุด
**********************
คฤหาสน์คอสมิกวินเทจ 20 นาทีต่อมา
ทันทีที่รถตู้จอดสนิทหน้ามุขคฤหาสน์ บัตเลอร์ที่ได้รับแจ้งเหตุล่วงหน้าได้เตรียม ฟิลลิป หมอประจำตระกูลและอุปกรณ์ทำแผลฉุกเฉินสแตนด์บายรอไว้ที่ห้องพยาบาลขนาดย่อมชั้นล่างเรียบร้อยแล้ว
คอสมอสเดินลงจากรถด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับแผลถูกยิงเป็นแค่รอยมดกัด เขาหันไปจับมือลูซี่ที่ยังคงตัวสั่นนิดๆ ให้เดินตามเข้ามาด้านใน
"ทำแผลให้บอสก่อนเลยครับคุณหมอ" อดัมสั่ง
คอสมอสถอดเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตที่ชุ่มเลือดออก เผยให้เห็นบาดแผลลึกที่ต้นแขนซ้าย กระสุนถากเนื้อไปเป็นทางยาว เลือดสีสดไหลหยดลงบนพื้นพรม
ลูซี่ยืนกอดอกดูอยู่ห่างๆ ตรงมุมห้อง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นไหวอย่างรุนแรง กลิ่นคาวเลือดของเขาทำให้หัวใจเธอปวดหนึบ
‘เพราะเธออีกแล้ว...เขาต้องเจ็บตัวเพราะเอาตัวมาบังกระสุนให้เธออีกแล้ว...’ ความคิดโทษตัวเองเริ่มเกาะกินหัวใจ
หมอประจำตระกูลเริ่มลงมือฉีดยาชาและทำความสะอาดปากแผล แม้คอสมอสจะกัดฟันกรอด ไม่ร้องออกมาสักแอะ แต่สันกรามที่ขบแน่นและคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน บ่งบอกได้ดีว่าเขากำลังเจ็บปวด
ลูซี่มองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยเหงื่อซึม ภาพในวันนั้น วันที่เธอเอาแต่วิ่งหนีและปิดกั้นตัวเองจนเขาต้องเจ็บปวดอยู่ฝ่ายเดียวฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ
‘ไม่...คราวนี้เธอจะไม่หนีอีกแล้ว จะไม่ทิ้งเขาให้เจ็บคนเดียวอีกแล้ว!’
เลดี้สาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก้าวเท้าออกจากมุมห้อง เดินตรงเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของชายหนุ่ม
คอสมอสช้อนสายตาขึ้นมองเธอด้วยความแปลกใจ เขาคิดว่าเธอจะกลัวจนเตลิดไปซ่อนตัวที่ห้องแล้วเสียอีก
ลูซี่ไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่ยื่นมือเล็กๆ ที่สั่นเทานิดๆ ออกไป กอบกุมมือข้างขวาข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บของเขาเอาไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือของเธอแผ่ซ่านไปถึงขั้วหัวใจของมาเฟียหนุ่ม
มันไม่ได้เป็นแค่การจับมือ แต่มันคือการบอกว่า 'ฉันอยู่ตรงนี้นะ...ฉันจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว'
คอสมอสนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายเย็นชาอย่างเขาจะทำได้ เขาพลิกฝ่ามือกลับ สอดประสานนิ้วทั้งห้าเข้ากับเรียวนิ้วของเธอ แล้วบีบกระชับมือเล็กนั้นไว้แน่น
แรงบีบที่มั่นคงและหนักแน่นของเขาส่งผ่านความอบอุ่นกลับมาให้เธอ เป็นการปลอบประโลมให้เลดี้ขี้กลัวรับรู้ว่า...ต่อให้ต้องรับกระสุนแทนเธออีกสักร้อยนัด เขาก็เต็มใจ ขอเพียงแค่มีเธอยืนเคียงข้างและจับมือเขาไว้แบบนี้ก็พอ
ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและยาชา สองมือกอบกุมกันไว้แน่น เยียวยาบาดแผลทั้งทางร่างกายและหัวใจของกันและกันเงียบๆ โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาแม้แต่คำเดียว
คำทวงรางวัลหน้าตายของมาเฟียหนุ่ม ทำเอาความมั่นใจของเลดี้สาวที่เพิ่งฟื้นฟูเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา ลูซี่หน้าแดงซ่านไปถึงใบหู แต่คราวนี้เธอไม่ได้วิ่งหนีเหมือนทุกที เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ แล้วพยักหน้า"กะ...ก็ได้ นั่งลงสิ ฉันจะล้างแผลให้ก่อน"คอสมอสยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เขาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างว่าง่าย ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเผยให้เห็นบาดแผลที่ต้นแขนซ้าย ลูซี่หยิบกล่องปฐมพยาบาลและเจลสมานแผลนวัตกรรมใหม่ของเขามาจัดการให้อย่างเบามือที่สุดใบหน้าหวานใสขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ คอสมอสจ้องมองแพขนตางอนยาวและริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชด้วยความหลงใหล ความเจ็บแสบจากบาดแผลแทบไม่มีผลกับเขาเลยเมื่อเทียบกับความปั่นป่วนในหัวใจ"เสร็จแล้ว...แผลดูดีขึ้นมากเลยนะ พรุ่งนี้น่าจะ..."ลูซี่ยังพูดไม่ทันจบประโยค ทันทีที่เธอแปะพลาสเตอร์กันน้ำแผ่นสุดท้ายเสร็จ มือหนาข้างขวาก็รวบเอวคอดกิ่วของเธอให้ถลำลงมานั่งแหมะบนตักแกร่งทันที"หมดหน้าที่หมอแล้ว... ถึงเวลาจ่าย 'ค่ารักษา' สักทีนะ เลดี้"น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่คอสมอสจะทาบทับริมฝีปากหยักลึกลงมาบดเคล้าความหวานโดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว จู
แสงแดดยามเช้ายังไม่ทันสาดส่องเต็มที่ แต่ภายในห้องประชุมผนังทึบของคฤหาสน์กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดคอสมอสนั่งอยู่หัวโต๊ะกระจกตัวยาว แขนซ้ายที่เพิ่งเย็บแผลถูกพันด้วยผ้าพันแผลใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท นัยน์ตาสีรัตติกาลดุดันและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง เขามองภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดและเศษซากกระสุนที่บอดี้การ์ดเก็บกู้มาได้จากที่เกิดเหตุเมื่อวาน"ไอ้มือปืนรับจ้างนั่นหนีรอดไปได้ครับบอส ส่วนพวกรถที่ขับไล่กวดเรา พวกมันกัดลิ้นตัวเองตายก่อนที่เราจะเค้นความลับได้" อดัมมือขวาคนสนิทรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ดูเหมือนฝั่งนั้นจะจ้างพวกเดนตายมาทำงาน และเตรียมการมาอย่างดีเพื่อเล็งเป้าไปที่เลดี้ลูซี่โดยเฉพาะ""พวกสวะเอ๊ย..." คอสมอสสบถเสียงเหี้ยม นิ้วแกร่งเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ที่ทำให้ลูกน้องในห้องแทบกลั้นหายใจความหวาดกลัวของลูซี่ที่ร้องไห้ตัวสั่นในอ้อมกอดเขาทั้งคืน เป็นเหมือนเชื้อไฟที่ราดรดลงบนความโกรธแค้นของมาเฟียหนุ่ม เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอต้องอยู่อย่างหวาดผวาแบบนี้อีกต่อไป"ในเมื่อพวกมันชอบลอบกัดอยู่ในมุมมืด เราก็จะกระชากหัวพวกมันออกมาสว่างๆ" คอสมอสแสยะยิ้มร้ายกาจ แผนการบางอย่างผุดขึ้นในหัว "อดั
หลังจากผ่านพ้นบทเรียนจูบแรกที่ทำเอาหัวใจแทบวาย ลูซี่ที่หน้าแดงก่ำราวกับมะเขือเทศสุกก็รีบขอตัวหนีกลับมานอนที่ห้องพักของตัวเอง ทิ้งให้คนป่วยเจ้าเล่ห์นอนยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดีแต่ทว่าเมื่อความเงียบสงัดของยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามา ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเผชิญกับเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อช่วงบ่าย ก็เริ่มประท้วง ความทรงจำอันเลวร้ายที่ถูกกดทับไว้ด้วยความเขินอายเมื่อครู่ เริ่มตีรวนขึ้นมาในรูปแบบของฝันร้ายฟุ่บ! ปัง! ปัง!เสียงปืนไรเฟิลดังก้องอยู่ในหัวของลูซี่ ภาพจุดเลเซอร์สีแดงที่ชี้มาตรงหน้าผาก สลับกับภาพร่างสูงใหญ่ของคอสมอสที่พุ่งเข้ามากอดเธอไว้ ก่อนที่เลือดสีแดงฉานจะสาดกระเซ็นย้อมเสื้อเชิ้ตของเขาจนเปียกชุ่ม ภาพนั้นทับซ้อนกับเด็กชายวัยสิบแปดปีในรูปถ่ายตัดต่อที่ถูกซ้อมจนเลือดอาบ และเด็กชายวัยห้าขวบที่นอนจมกองเลือดเพื่อปกป้องเธอ"ไม่...ไม่เอาแล้ว...คอสมอส!"ร่างบางบนเตียงนอนดิ้นกระสับกระส่าย เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้าหวาน มือเล็กรวบกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ นัยน์ตาปิดสนิทแต่กลับมีหยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เสียงละเมอสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่วห้องที่มืดมิด"อย่าตายนะ... คอสมอส... เลือด... เลือดเต็มไ
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ประตูห้องน้ำก็เปิดออก คอสมอสเดินออกมาในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท กระดุมถูกติดอย่างเรียบร้อยทุกเม็ดตามคำสั่งเป๊ะ แม้ผมจะยังชื้นนิดๆ แต่ความหล่อเหลาและรังสีความอันตรายก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยลูซี่นั่งรออยู่ตรงขอบเตียงกว้าง เมื่อเห็นเขาทำตามข้อตกลงอย่างว่าง่าย เลดี้สาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินเข้าไปหามาเฟียหนุ่มที่กำลังยืนรอรับรางวัลด้วยสายตาพราวระยับ"เก่งมาก...คนไข้เชื่อฟังหมอแบบนี้ ต้องได้รางวัล"ลูซี่ยิ้มบางๆ เธอขยับเข้าไปประชิดตัว ยกสองแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนแผลที่ต้นแขนซ้าย ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยฟอดดด...ฟอดดด...จมูกรั้นกดฝังลงบนแก้มสากทั้งซ้ายและขวา สูดดมกลิ่นครีมอาบน้ำหอมสดชื่นผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศเข้าเต็มปอด คอสมอสหลับตาพริ้มรับสัมผัสแสนหวาน รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อร้ายกาจ เขายกมือข้างขวาขึ้นตวัดรัดเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอก แล้วก้มลงหอมแก้มเนียนนุ่มของเธอคืนทั้งสองข้างเช่นกัน"ชื่นใจจัง..." คอสมอสกระซิบชิดใบหู ปลายจมูกโด่งยังคงคลอเคลียไม่ห่างพวงแก้มใส "แต่รางวัล
หลังจากทานซุปจนหมดชามและกินยาเรียบร้อย ลูซี่ก็ประคองคอสมอสกลับขึ้นมาบนห้องพักชั้นสามเพื่อเตรียมตัวเข้านอน แต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ คนเจ็บถูกสั่งห้ามไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาดดังนั้น ภาระหน้าที่ที่เต็มใจจึงตกเป็นของพยาบาลส่วนตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ภายในห้องน้ำหรูหราที่กรุด้วยหินอ่อนสีดำสนิท ไอน้ำอุ่นๆ ลอยกรุ่นพร้อมกับกลิ่นครีมอาบน้ำสปาหอมสดชื่น คอสมอสนั่งเปลือยท่อนบนอยู่บนเก้าอี้สตูลบุกำมะหยี่กันน้ำตรงหน้าอ่างล้างหน้า ท่อนล่างสวมเพียงกางเกงสแล็กที่ถูกพับขาขึ้นมาลวกๆลูซี่ในสภาพรวบผมมวยสูง แขนเสื้อถูกถลกขึ้น กำลังใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ชุบน้ำสบู่อุ่นจัด ค่อยๆ บรรจงเช็ดไปตามแผงอก ลาดไหล่ และแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นไปโดนผ้าพันแผลที่ต้นแขนซ้าย ส่วนท่อนล่างเขาก็นุ่งผ้าขนหนูเอาไว้บรรยากาศในห้องน้ำเงียบกริบ มีเพียงเสียงน้ำหยดและเสียงลมหายใจ ที่ดูเหมือนจะติดขัดของใครบางคน"เอ่อ...ลูซี่"คอสมอสส่งเสียงเรียกเบาๆ นัยน์ตาสีดำขลับที่เคยมองใครต่อใครด้วยความดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้หลุบต่ำลงมองหยดน้ำบนพื้น หูทั้งสองข้างของมาเฟียหนุ่มแดงเถือก ลามไปจนถึงลำคอ"หืม น้ำร้อ
"กระสุนแค่ถากไปครับบอส ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่หรือกระดูก ผมทำแผลและเย็บปิดให้เรียบร้อยแล้ว แต่คืนนี้อาจจะมีไข้ขึ้นสูงเพราะแผลอักเสบนะครับ ผมจะจัดยาแก้อักเสบกับยาลดไข้ไว้ให้"หมอฟิลลิปรายงานอาการ ขณะเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าคอสมอสพยักหน้ารับเรียบๆ แต่คนที่ดูจะใส่ใจกับคำสั่งหมอมากกว่าคนป่วยกลับเป็นเลดี้สาวที่ยืนกุมมือเขาอยู่ไม่ห่าง ลูซี่ขยับเข้าไปใกล้คุณหมอ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น"คุณหมอคะ แล้วเรื่องการล้างแผลล่ะคะ ต้องทำยังไงบ้าง? ต้องระวังเรื่องน้ำหรืออาหารอะไรเป็นพิเศษไหม?"คำถามรัวเป็นชุดของลูซี่ทำเอาคุณหมอยิ้มเอ็นดู ก่อนจะอธิบายขั้นตอนการทำความสะอาดแผล การทายา และข้อห้ามต่างๆ อย่างละเอียด ซึ่งเลดี้สาวก็ตั้งใจฟังและจดจำทุกขั้นตอนอย่างแม่นยำ ราวกับนักเรียนหน้าชั้นที่กำลังจดเลคเชอร์คอสมอสมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นในอก เม่นน้อยของเขา ไม่กลัวเลือดของเขาอีกต่อไปแล้ว*********************หนึ่งชั่วโมงต่อมาแม้จะเป็นถึงเลดี้แห่งเมอร์เวล แต่ลูซี่ก็สลัดคราบลูกคุณหนูทิ้ง จัดการรวบผมยาว สวมผ้ากันเปื้อน และลงมือเข้าครัวด้วยตัวเองเพื่อทำซุปบำรุงกำลังให้คนเจ็บลูซี่เลือกทำซุปมันฝร