LOGIN"กระสุนแค่ถากไปครับบอส ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่หรือกระดูก ผมทำแผลและเย็บปิดให้เรียบร้อยแล้ว แต่คืนนี้อาจจะมีไข้ขึ้นสูงเพราะแผลอักเสบนะครับ ผมจะจัดยาแก้อักเสบกับยาลดไข้ไว้ให้"
หมอฟิลลิปรายงานอาการ ขณะเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋า
คอสมอสพยักหน้ารับเรียบๆ แต่คนที่ดูจะใส่ใจกับคำสั่งหมอมากกว่าคนป่วยกลับเป็นเลดี้สาวที่ยืนกุมมือเขาอยู่ไม่ห่าง ลูซี่ขยับเข้าไปใกล้คุณหมอ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"คุณหมอคะ แล้วเรื่องการล้างแผลล่ะคะ ต้องทำยังไงบ้าง? ต้องระวังเรื่องน้ำหรืออาหารอะไรเป็นพิเศษไหม?"
คำถามรัวเป็นชุดของลูซี่ทำเอาคุณหมอยิ้มเอ็นดู ก่อนจะอธิบายขั้นตอนการทำความสะอาดแผล การทายา และข้อห้ามต่างๆ อย่างละเอียด ซึ่งเลดี้สาวก็ตั้งใจฟังและจดจำทุกขั้นตอนอย่างแม่นยำ ราวกับนักเรียนหน้าชั้นที่กำลังจดเลคเชอร์
คอสมอสมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นในอก เม่นน้อยของเขา ไม่กลัวเลือดของเขาอีกต่อไปแล้ว
*********************
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
แม้จะเป็นถึงเลดี้แห่งเมอร์เวล แต่ลูซี่ก็สลัดคราบลูกคุณหนูทิ้ง จัดการรวบผมยาว สวมผ้ากันเปื้อน และลงมือเข้าครัวด้วยตัวเองเพื่อทำซุปบำรุงกำลังให้คนเจ็บ
ลูซี่เลือกทำซุปมันฝรั่งตุ๋นกระดูกหมูอ่อนแบบง่ายๆ แต่พิถีพิถันเรื่องรสชาติและโภชนาการ เธอหั่นผักอย่างคล่องแคล่วและชิมรสซุปด้วยตัวเอง ท่ามกลางสายตาชื่นชมของบรรดาแม่บ้านและเชฟประจำคฤหาสน์ที่คอยเป็นลูกมืออยู่ห่างๆ
"เลดี้ไม่ถือตัวเลยนะคะ น่ารักแถมยังเป็นกันเองสุดๆ" หัวหน้าแม่บ้านกระซิบกระซาบกับเจน่า บอดีการ์ดสาว
"นั่นน่ะสิคะ ตอนแรกป้าคิดว่าคุณหนูจากราชรัฐจะเจ้ายศเจ้าอย่างเสียอีก ที่ไหนได้... ลงมือจับตะหลิวเองเลย น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ"
เสียงซุบซิบชื่นชมดังแว่วไปถึงหูของคอสมอส ที่เดินพิงกรอบประตูห้องครัวมาแอบดู 'แม่ครัวคนสวย' ของเขาเงียบๆ
"บอสคะ เจน่าขอบอกเลยนะคะว่าบอสตาแหลมมากจริงๆ ค่ะที่เลือกเลดี้ลูซี่" เจน่าหันมาเห็นเจ้านายก็รีบยกนิ้วโป้งคอนเฟิร์ม "ทั้งสวย ทั้งเก่ง แถมยังดูแลบอสดีขนาดนี้ หาที่ไหนไม่ได้แล้วนะคะ"
คอสมอสยกยิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจ "แน่นอน ระดับคอสมอส เอร์นานเดซ ไม่เคยเลือกอะไรที่ผิดพลาดอยู่แล้วโดยเฉพาะผู้หญิงคนนี้"
ยามโพล้เพล้ที่เรือนกระจกดอกไม้เปิดโล่ง เมื่อซุปเสร็จเรียบร้อย ลูซี่ก็เดินมาหาคนเจ็บที่นั่งพักอยู่ตรงโซฟาห้องนั่งเล่น
"คอสมอส ขึ้นไปนอนพักบนห้องนอนชั้นสามเถอะ เดี๋ยวฉันจะยกถาดซุปตามขึ้นไปป้อนให้ นายจะได้กินยาแล้วนอนพักยาวๆ เลย" เธอบอกเสียงนุ่ม
แต่มาเฟียจอมเอาแต่ใจกลับส่ายหน้า "ไม่อยากอุดอู้ในห้องสี่เหลี่ยม ไปที่เรือนดอกไม้ของเธอกันเถอะ"
"เรือนกระจกเนี่ยนะ แต่นี่มันเริ่มเย็นแล้วนะ เดี๋ยวลมก็พัดจนไข้กลับหรอก!" ลูซี่แย้ง
"ระบบของเรือนกระจกที่นี่ปรับสภาพอากาศและแสงได้ เธอจำเตียงคิงไซส์ที่วางอยู่ตรงกลางนั่นไม่ได้เหรอ" คอสมอสเลิกคิ้ว แววตาออดอ้อนเหมือนเด็ก "ฉันอยากนอนพักตรงนั้น ให้ฉันไปนอนตรงนั้นนะ ลูซี่"
เจอสายตาเว้าวอนของคนเพิ่งเจ็บตัวเพื่อปกป้องเธอเข้าไป ลูซี่ก็ใจอ่อนยวบ ถอนหายใจยอมแพ้ "ก็ได้... แต่ถ้านายหนาว ต้องรีบกลับเข้าบ้านทันทีเลยนะ"
เมื่อตกลงกันได้ คอสมอสก็สั่งให้บัตเลอร์เปิดระบบของเรือนกระจก บานกระจกใสถูกเลื่อนมาปิดบังทิศทางลมเพื่อป้องกันอากาศเย็นจัดในยามค่ำคืน แต่ยังคงความโปร่งโล่งให้เห็นท้องฟ้าสีวานิลลายามโพล้เพล้ของลาสเวกัส
ไฟประดับรอบเรือนดอกไม้ถูกปรับเป็นโทนสีส้มวอร์มไวท์สว่างไสวอบอุ่น ขับให้เถากุหลาบและบรรยากาศรอบเตียงคิงไซส์ดูโรแมนติกและผ่อนคลายราวกับอยู่ในรีสอร์ตส่วนตัว อากาศภายในกำลังเย็นสบายพอดี
คอสมอสเอนหลังพิงหมอนใบโตบนเตียงกว้างอย่างอารมณ์ดี โดยมีลูซี่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง คอยตักซุปอุ่นๆ เป่าลมเบาๆ แล้วป้อนเข้าปากเขาอย่างเอาใจใส่
"ปี๊บ! ปี๊บ!"
เสียงของเล่นดังขึ้นพร้อมกับร่างลายจุดของเจ้าลูลู่ที่คาบไก่โอ๊กตัวโปรดวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหา มันรู้ว่าเจ้านายตัวโตได้รับบาดเจ็บ จึงเอาของเล่นชิ้นโปรดมาวางแหมะไว้บนตักของคอสมอสเพื่อเป็นการปลอบใจ
"ขอบใจมากลูลู่ หนูนี่มันรู้ใจจริงๆ" คอสมอสหัวเราะ ลูบหัวมันเบาๆ
ลูลู่ส่งเสียงครางหงิงๆ ดมแผลที่แขนเจ้านายด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหมอบอยู่ข้างเตียงอย่างว่าง่าย
สาเหตุที่มันไม่กวน ไม่กระโดดโลดเต้นเหมือนทุกที ก็เป็นเพราะมันเพิ่งจะซัดมื้อเย็นชุดใหญ่ เป็นอาหารบาร์ฟ เนื้อสดผสมผักผลไม้แสนอร่อยที่ลูซี่สั่งให้คนเตรียมไว้ให้จนพุงกาง! สภาพของดัลเมเชียนตัวป่วนตอนนี้ จึงกลายเป็นหมาอิ่มจนหนังตาหย่อน นอนโชว์พุงกลมๆ หายใจครอกฟี้ ปล่อยให้มนุษย์สองคนดูแลกันและกันไปเงียบๆ
"อร่อยไหม?" ลูซี่ถามขณะป้อนซุปคำสุดท้ายให้เขา
"อร่อย...อร่อยที่สุดเท่าที่เคยจ้างเชฟมาเลย" คอสมอสตอบ นัยน์ตาสีดำขลับสะท้อนแสงไฟสีส้มอบอุ่น จ้องมองใบหน้าหวานใสของคนป้อนไม่วางตา
เขาเอื้อมมือข้างขวาไปกุมมือเล็กที่กำลังถือช้อนเอาไว้ ดึงรั้งเบาๆ ให้ร่างบางขยับเข้ามาใกล้
"ขอบคุณนะลูซี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง "ที่ไม่ได้วิ่งหนีฉันไปไหน และขอบคุณที่ทำอาหารมื้อนี้ให้"
ลูซี่หน้าซับสีเลือดเพราะบรรยากาศเป็นใจ เธอวางชามซุปลงบนโต๊ะข้างเตียง แล้วหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ
"ฉันจะไม่หนีอีกแล้วคอสมอส เมื่อก่อนฉันคิดมาตลอดว่าการอยู่ห่างนาย คือการปกป้องนายให้ปลอดภัย" ลูซี่เม้มริมฝีปาก น้ำตาเอ่อคลอหน่วย "แต่เหตุการณ์วันนี้มันทำให้ฉันรู้ว่า...ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน อันตรายก็วิ่งเข้าหาฉันได้เสมอ และถ้าฉันต้องเจอเรื่องน่ากลัวพวกนั้น ฉันก็อยากมีนายอยู่ข้างๆ มากกว่าต้องเผชิญหน้ากับมันคนเดียว"
คอสมอสกอดรัดเอวบาง ดึงเธอให้ล้มตัวลงมานอนเคียงข้างเขาบนเตียงนุ่มกลางสวนดอกไม้ วงแขนแกร่งโอบกระชับร่างของเลดี้สาวไว้แนบอก
"และฉันก็จะอยู่ข้างเธอเสมอ ยัยเลดี้ตัวแสบ" เขากระซิบชิดหน้าผากมน ก่อนจะกดจูบหนักๆ ลงไปเพื่อซึมซับความอบอุ่น
ท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัว กลิ่นกุหลาบหอมกรุ่น และเสียงกรนเบาๆ ของเจ้าลูลู่ที่นอนพุงกางอยู่ข้างเตียง
คำทวงรางวัลหน้าตายของมาเฟียหนุ่ม ทำเอาความมั่นใจของเลดี้สาวที่เพิ่งฟื้นฟูเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา ลูซี่หน้าแดงซ่านไปถึงใบหู แต่คราวนี้เธอไม่ได้วิ่งหนีเหมือนทุกที เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ แล้วพยักหน้า"กะ...ก็ได้ นั่งลงสิ ฉันจะล้างแผลให้ก่อน"คอสมอสยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เขาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างว่าง่าย ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเผยให้เห็นบาดแผลที่ต้นแขนซ้าย ลูซี่หยิบกล่องปฐมพยาบาลและเจลสมานแผลนวัตกรรมใหม่ของเขามาจัดการให้อย่างเบามือที่สุดใบหน้าหวานใสขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ คอสมอสจ้องมองแพขนตางอนยาวและริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชด้วยความหลงใหล ความเจ็บแสบจากบาดแผลแทบไม่มีผลกับเขาเลยเมื่อเทียบกับความปั่นป่วนในหัวใจ"เสร็จแล้ว...แผลดูดีขึ้นมากเลยนะ พรุ่งนี้น่าจะ..."ลูซี่ยังพูดไม่ทันจบประโยค ทันทีที่เธอแปะพลาสเตอร์กันน้ำแผ่นสุดท้ายเสร็จ มือหนาข้างขวาก็รวบเอวคอดกิ่วของเธอให้ถลำลงมานั่งแหมะบนตักแกร่งทันที"หมดหน้าที่หมอแล้ว... ถึงเวลาจ่าย 'ค่ารักษา' สักทีนะ เลดี้"น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่คอสมอสจะทาบทับริมฝีปากหยักลึกลงมาบดเคล้าความหวานโดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว จู
แสงแดดยามเช้ายังไม่ทันสาดส่องเต็มที่ แต่ภายในห้องประชุมผนังทึบของคฤหาสน์กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดคอสมอสนั่งอยู่หัวโต๊ะกระจกตัวยาว แขนซ้ายที่เพิ่งเย็บแผลถูกพันด้วยผ้าพันแผลใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท นัยน์ตาสีรัตติกาลดุดันและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง เขามองภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดและเศษซากกระสุนที่บอดี้การ์ดเก็บกู้มาได้จากที่เกิดเหตุเมื่อวาน"ไอ้มือปืนรับจ้างนั่นหนีรอดไปได้ครับบอส ส่วนพวกรถที่ขับไล่กวดเรา พวกมันกัดลิ้นตัวเองตายก่อนที่เราจะเค้นความลับได้" อดัมมือขวาคนสนิทรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ดูเหมือนฝั่งนั้นจะจ้างพวกเดนตายมาทำงาน และเตรียมการมาอย่างดีเพื่อเล็งเป้าไปที่เลดี้ลูซี่โดยเฉพาะ""พวกสวะเอ๊ย..." คอสมอสสบถเสียงเหี้ยม นิ้วแกร่งเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ที่ทำให้ลูกน้องในห้องแทบกลั้นหายใจความหวาดกลัวของลูซี่ที่ร้องไห้ตัวสั่นในอ้อมกอดเขาทั้งคืน เป็นเหมือนเชื้อไฟที่ราดรดลงบนความโกรธแค้นของมาเฟียหนุ่ม เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอต้องอยู่อย่างหวาดผวาแบบนี้อีกต่อไป"ในเมื่อพวกมันชอบลอบกัดอยู่ในมุมมืด เราก็จะกระชากหัวพวกมันออกมาสว่างๆ" คอสมอสแสยะยิ้มร้ายกาจ แผนการบางอย่างผุดขึ้นในหัว "อดั
หลังจากผ่านพ้นบทเรียนจูบแรกที่ทำเอาหัวใจแทบวาย ลูซี่ที่หน้าแดงก่ำราวกับมะเขือเทศสุกก็รีบขอตัวหนีกลับมานอนที่ห้องพักของตัวเอง ทิ้งให้คนป่วยเจ้าเล่ห์นอนยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดีแต่ทว่าเมื่อความเงียบสงัดของยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามา ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเผชิญกับเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อช่วงบ่าย ก็เริ่มประท้วง ความทรงจำอันเลวร้ายที่ถูกกดทับไว้ด้วยความเขินอายเมื่อครู่ เริ่มตีรวนขึ้นมาในรูปแบบของฝันร้ายฟุ่บ! ปัง! ปัง!เสียงปืนไรเฟิลดังก้องอยู่ในหัวของลูซี่ ภาพจุดเลเซอร์สีแดงที่ชี้มาตรงหน้าผาก สลับกับภาพร่างสูงใหญ่ของคอสมอสที่พุ่งเข้ามากอดเธอไว้ ก่อนที่เลือดสีแดงฉานจะสาดกระเซ็นย้อมเสื้อเชิ้ตของเขาจนเปียกชุ่ม ภาพนั้นทับซ้อนกับเด็กชายวัยสิบแปดปีในรูปถ่ายตัดต่อที่ถูกซ้อมจนเลือดอาบ และเด็กชายวัยห้าขวบที่นอนจมกองเลือดเพื่อปกป้องเธอ"ไม่...ไม่เอาแล้ว...คอสมอส!"ร่างบางบนเตียงนอนดิ้นกระสับกระส่าย เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้าหวาน มือเล็กรวบกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ นัยน์ตาปิดสนิทแต่กลับมีหยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เสียงละเมอสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่วห้องที่มืดมิด"อย่าตายนะ... คอสมอส... เลือด... เลือดเต็มไ
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ประตูห้องน้ำก็เปิดออก คอสมอสเดินออกมาในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท กระดุมถูกติดอย่างเรียบร้อยทุกเม็ดตามคำสั่งเป๊ะ แม้ผมจะยังชื้นนิดๆ แต่ความหล่อเหลาและรังสีความอันตรายก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยลูซี่นั่งรออยู่ตรงขอบเตียงกว้าง เมื่อเห็นเขาทำตามข้อตกลงอย่างว่าง่าย เลดี้สาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินเข้าไปหามาเฟียหนุ่มที่กำลังยืนรอรับรางวัลด้วยสายตาพราวระยับ"เก่งมาก...คนไข้เชื่อฟังหมอแบบนี้ ต้องได้รางวัล"ลูซี่ยิ้มบางๆ เธอขยับเข้าไปประชิดตัว ยกสองแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนแผลที่ต้นแขนซ้าย ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยฟอดดด...ฟอดดด...จมูกรั้นกดฝังลงบนแก้มสากทั้งซ้ายและขวา สูดดมกลิ่นครีมอาบน้ำหอมสดชื่นผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศเข้าเต็มปอด คอสมอสหลับตาพริ้มรับสัมผัสแสนหวาน รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อร้ายกาจ เขายกมือข้างขวาขึ้นตวัดรัดเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอก แล้วก้มลงหอมแก้มเนียนนุ่มของเธอคืนทั้งสองข้างเช่นกัน"ชื่นใจจัง..." คอสมอสกระซิบชิดใบหู ปลายจมูกโด่งยังคงคลอเคลียไม่ห่างพวงแก้มใส "แต่รางวัล
หลังจากทานซุปจนหมดชามและกินยาเรียบร้อย ลูซี่ก็ประคองคอสมอสกลับขึ้นมาบนห้องพักชั้นสามเพื่อเตรียมตัวเข้านอน แต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ คนเจ็บถูกสั่งห้ามไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาดดังนั้น ภาระหน้าที่ที่เต็มใจจึงตกเป็นของพยาบาลส่วนตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ภายในห้องน้ำหรูหราที่กรุด้วยหินอ่อนสีดำสนิท ไอน้ำอุ่นๆ ลอยกรุ่นพร้อมกับกลิ่นครีมอาบน้ำสปาหอมสดชื่น คอสมอสนั่งเปลือยท่อนบนอยู่บนเก้าอี้สตูลบุกำมะหยี่กันน้ำตรงหน้าอ่างล้างหน้า ท่อนล่างสวมเพียงกางเกงสแล็กที่ถูกพับขาขึ้นมาลวกๆลูซี่ในสภาพรวบผมมวยสูง แขนเสื้อถูกถลกขึ้น กำลังใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ชุบน้ำสบู่อุ่นจัด ค่อยๆ บรรจงเช็ดไปตามแผงอก ลาดไหล่ และแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นไปโดนผ้าพันแผลที่ต้นแขนซ้าย ส่วนท่อนล่างเขาก็นุ่งผ้าขนหนูเอาไว้บรรยากาศในห้องน้ำเงียบกริบ มีเพียงเสียงน้ำหยดและเสียงลมหายใจ ที่ดูเหมือนจะติดขัดของใครบางคน"เอ่อ...ลูซี่"คอสมอสส่งเสียงเรียกเบาๆ นัยน์ตาสีดำขลับที่เคยมองใครต่อใครด้วยความดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้หลุบต่ำลงมองหยดน้ำบนพื้น หูทั้งสองข้างของมาเฟียหนุ่มแดงเถือก ลามไปจนถึงลำคอ"หืม น้ำร้อ
"กระสุนแค่ถากไปครับบอส ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่หรือกระดูก ผมทำแผลและเย็บปิดให้เรียบร้อยแล้ว แต่คืนนี้อาจจะมีไข้ขึ้นสูงเพราะแผลอักเสบนะครับ ผมจะจัดยาแก้อักเสบกับยาลดไข้ไว้ให้"หมอฟิลลิปรายงานอาการ ขณะเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าคอสมอสพยักหน้ารับเรียบๆ แต่คนที่ดูจะใส่ใจกับคำสั่งหมอมากกว่าคนป่วยกลับเป็นเลดี้สาวที่ยืนกุมมือเขาอยู่ไม่ห่าง ลูซี่ขยับเข้าไปใกล้คุณหมอ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น"คุณหมอคะ แล้วเรื่องการล้างแผลล่ะคะ ต้องทำยังไงบ้าง? ต้องระวังเรื่องน้ำหรืออาหารอะไรเป็นพิเศษไหม?"คำถามรัวเป็นชุดของลูซี่ทำเอาคุณหมอยิ้มเอ็นดู ก่อนจะอธิบายขั้นตอนการทำความสะอาดแผล การทายา และข้อห้ามต่างๆ อย่างละเอียด ซึ่งเลดี้สาวก็ตั้งใจฟังและจดจำทุกขั้นตอนอย่างแม่นยำ ราวกับนักเรียนหน้าชั้นที่กำลังจดเลคเชอร์คอสมอสมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นในอก เม่นน้อยของเขา ไม่กลัวเลือดของเขาอีกต่อไปแล้ว*********************หนึ่งชั่วโมงต่อมาแม้จะเป็นถึงเลดี้แห่งเมอร์เวล แต่ลูซี่ก็สลัดคราบลูกคุณหนูทิ้ง จัดการรวบผมยาว สวมผ้ากันเปื้อน และลงมือเข้าครัวด้วยตัวเองเพื่อทำซุปบำรุงกำลังให้คนเจ็บลูซี่เลือกทำซุปมันฝร