Accueil / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่8.สายฝนที่โปรยปราย

Partager

บทที่8.สายฝนที่โปรยปราย

last update Date de publication: 2025-11-12 16:30:25

ถึงแม้คำขู่ของอเล็กซี่จะทำให้ฉันชะงักไปชั่วครู่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใจฉันหวั่นไหวแม้แต่น้อยฉันมองว่ามันก็แค่เสียงหมาเห่าหอน จึงเพียงเบี่ยงตัวหลบ แล้วเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ

ถุงข้าวต้มปลาในมือส่งกลิ่นหอมอบอวล  ของโปรดของแม่ จากร้านเจ้าประจำชื่อดังหน้าปากซอยทางเข้าคอนโด  ฉันเผลอยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงใบหน้าแม่ที่กำลังรออยู่ในบ้าน… รอยยิ้มอบอุ่นที่ฉันคุ้นเคยมาทั้งชีวิต

ทันทีที่เสียง คลิก ดังขึ้น ประตูค่อย ๆ เปิดออกแสงสุดท้ายของวันสาดเข้ามากระทบดวงตา ฉันยกมือขึ้นบัง หรี่ตามองผ่านแสงนั้น แม่ของฉันนอนนิ่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว ท่ามกลางความเงียบงันของห้อง

“แม่จ๋า… ลูกกลับมาแล้วจ้ะ”

“แม่...”

เสียงของฉันสั่นระรัว ขณะก้าวเข้าใกล้ทีละก้าว ใบหน้าของแม่เรียบนิ่ง ไร้การตอบกลับ ความหวาดกลัวค่อย ๆ กัดกินใจ  มือที่ยื่นออกไปแตะบนแขนแม่เริ่มสั่นเทา ผิวที่เคยอบอุ่น… กลับเย็นเฉียบจนใจฉันแทบหยุดเต้น

“แม่…?”

เสียงฉันเบาหวิวแทบขาดหาย พลางยกหลังมือขึ้นแตะที่ลำคอของแม่

ชีพจรนั้น… นิ่งสนิท

โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน หายใจแทบไม่ออก มือสั่นเทาคว้าโทรศัพท์ขึ้นแนบหู เสียงรอสายของเจ้าหน้าที่ดังแข่งกับจังหวะหัวใจที่แทบระเบิด

“ช่วยด้วยค่ะ! แม่ฉัน… แม่ไม่หายใจ!”

ความกลัว ความสับสน และความเสียใจพุ่งทะลุหัวใจฉัน น้ำตาไหลอาบแก้มเป็นสาย มือสั่นรัวราวกับจะคว้าทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเพื่อยึดเหนี่ยวตัวเอง แต่ไม่มีอะไรช่วยให้ใจสงบได้เลย

ไม่นาน เสียงไซเรนแว่วมาจากที่ไกล ก่อนจะค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟสีแดงวาบสะท้อนบนผนังห้อง ประตูถูกผลักออก เจ้าหน้าที่กรูกันเข้ามา อุปกรณ์ในมือส่องแสงเย็นเฉียบ พวกเขารีบช่วยกันยื้อชีวิตแม่ เสียงเครื่องตรวจชีพจรดังเป็นจังหวะสั้นๆ ฉันยืนมองอยู่ข้างๆ มือกำแน่น น้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย ความหวังและความกลัวปะปนกันอยู่ในหัวใจ ราวกับทั้งจักรวาลหยุดหมุนรอผลลัพธ์ของวินาทีนี้

เวลาผ่านไป... เหมือนนิรันดร์ ทุกเสียงค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงหัวใจฉันที่เต้นแผ่ว   หนึ่งในเจ้าหน้าที่เงยหน้าขึ้น สบตาฉันนิ่ง ๆ ก่อนเอ่ยช้า ๆ

“แม่คุณ… จากไปอย่างสงบครับ”

***

เสียงนั้นยังดังก้องอยู่ในหัว แม้เวลาจะผ่านไปหลายวัน สายฝนโปรยปรายแผ่วเบาเหนือสุสานบาทหลวงยกไม้กางเขนขึ้นเหนือหลุมศพ เสียงทุ้มของเขาเรียบช้า เต็มไปด้วยความสงบและศรัทธา

“ขอให้ดวงวิญญาณของเธอได้พบแสงสว่างนิรันดร์ และให้ผู้ที่ยังอยู่ ได้รับความเข้มแข็งจากความรักที่ยังคงอยู่…”

เสียงภาวนาดังคลอไปกับเสียงฝนกระทบดิน กลิ่นดอกลิลลี่ลอยอวลในอากาศ  อ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลมความสูญเสียที่ไม่อาจย้อนคืน

ฉันยืนอยู่ข้างหลังเงียบ ๆ มีเพียงไม่กี่คนที่มาร่วมส่งแม่เป็นครั้งสุดท้ายร่มในมือสั่นไหวตามแรงลม ดอกไม้สีขาวเปียกชื้นจนกลีบเริ่มร่วง

บาทหลวงปิดคัมภีร์อย่างช้า ๆ ก่อนถอยหลังไปพร้อมคำภาวนาสุดท้ายผู้คนทยอยออกจากสุสานทีละคน เหลือเพียงเสียงรองเท้าที่ค่อย ๆ จางหายไปในระยะไกล

แนนซี่ยกมือโอบหลังฉันเบา ๆ เป็นสัญญาณแห่งการปลอบใจ ก่อนจะถอยห่างออกไป จางหายไปพร้อมสายฝนที่เริ่มซา

ฉันยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น รองเท้าดำจมอยู่ในดินชื้น กลิ่นฝนและกลิ่นดินปะปนอยู่ในลมหายใจ มือที่กำดอกลิลลี่ขาวแน่นจนกลีบยับสั่นอยู่กลางอากาศ โลกทั้งใบพร่ามัว... ราวกับภาพที่ยังไม่ถูกโฟกัส

“แม่...” เสียงเรียกนั้นแทบไม่หลุดจากลำคอ

แล้วในความเงียบนั้นเอง  เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลัง แล้วขยับมาขนานข้าง สูทนิ่มถุกคลุมบนไหล่ฉัน อย่างแผ่วเบา น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นคง

“ท่าน… คงภูมิใจในตัวคุณ”

“ผมจะอยู่กับคุณตรงนี้… จนกว่าคุณจะกลับ”

เพียงไม่กี่วินาที… แต่เหมือนทุกสิ่งรอบตัวหยุดนิ่ง

ฉันเงยหน้าขึ้นตามเสียงนั้น เห็นอารัญในเสื้อเชิ้ตสีเรียบ ยืนตรงอย่างสุภาพ ท่าทางของเขาสงบและมั่นคงราวกับกำลังพยุงโลกทั้งใบไว้ไม่ให้ฉันล้ม

ใบหน้าของเขาแฝงทั้งความอ่อนโยนและความเข้มแข็ง เมื่อเขาเงยสายตาขึ้นมองฉันช้า ๆ ในแววตานั้น… มีบางอย่างอบอุ่น ลึกซึ้ง และอ่อนโยน ราวกับคนที่เคยผ่านความสูญเสียมาก่อน เข้าใจความเจ็บปวดที่ฉันกำลังเผชิญโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด

ความรู้สึกซึ้งใจและสับสนประดังเข้ามาในอก ความอบอุ่นจากสายตาและคำพูดของเขา ค่อย ๆ หลอมละลายความเหน็บหนาวในใจที่ฉันไม่อาจปกปิดได้อีก

อารัญ… ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ชายในกรอบเลนส์อีกต่อไป

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่24.คำประกาศกลางแสงจ้า

    เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่23.ตื่นจากฝันร้าย

    “ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่22 ความจริงหลังภาพ

    นิ้วเรียวดันบานประตูให้เปิดออกภายในห้องเงียบสงบ ทุกอย่างยังคงวางอยู่อย่างเรียบง่ายในตำแหน่งเดิม ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับเวลาได้ถูกตรึงไว้ตั้งแต่วันที่ใครบางคนจากไป

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่21.จุดเริ่มต้นที่ต้องเผชิญ

    เวลาผ่านไปรวดเร็วราวกับมีใครกดปุ่มกรอชีวิตให้ฉันข้ามช่องว่างนั้นมาทันทีที่ประตูรถเปิดออก เบื้องหน้าคือเพนต์เฮาส์หรูหรากลางใจเมือง งดงามราวกับฉากหนึ่งในชีวิตของใครบางคน…แต่อาจไม่ใช่ของฉัน“ถึงแล้วครับ” อารัญผายมือพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกฉันยืนนิ่ง เท้าเหมือนถูกตรึงกับพื้น มือกำชายเสื้อแน่น เมื

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status