แชร์

บทที่7 แผลในอดีต

ผู้เขียน: Luna of The Sea
last update วันที่เผยแพร่: 2025-11-12 10:45:37

นับวัน แม่ยิ่งอ่อนแรงลง ผิวซีดบางราวกระดาษ ฉันประคองแม่ขึ้นจากเตียงช้า ๆ

“แม่คะ ดื่มชาสักหน่อยนะ”

ฉันยื่นแก้วชาอุ่นให้ ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านม่านบาง ๆ เข้ามาในห้อง

แม่รับแก้วไปด้วยมือสั่นนิด ๆ แล้วยกขึ้นจิบ

“ไปทำงานเถอะลูก” เสียงท่านยังคงอ่อนโยน แม้แผ่วลงกว่าเดิม

“ภาระหน้าที่สำคัญกว่า ถึงแม่จะอายุมากแล้ว แต่ก็ดูแลตัวเองได้”

 แม่ของฉันเข้มแข็งเกินกว่าที่ฉันจะเอ่ยคำท้อ รอยยิ้มของท่านเป็นทั้งพลังและความเจ็บในเวลาเดียวกัน ข้อความจากวรากรยังค้างอยู่บนหน้าจอ

“ เข้าพบ ท่านประธาน วันนี้ 11โมงชั้น64”

ฉันมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง สูดหายใจลึก แล้วหันกลับมาตอบแม่

“ค่ะ แม่”

***

ที่สำนักงาน  StrideX Group ชั้น 64

ก๊อก… ก๊อก…

“เข้ามาเลยครับ”  เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นจากด้านใน

ฉันผลักประตูที่แง้มไว้เข้าไปช้า ๆห้องรับรองหรูหราบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าปรากฏต่อสายตา ม่านบางสีครีมพลิ้วไหวรับลมจากระเบียง ทุกอย่างในห้องดูสงบจนเหมือนเวลาหยุดนิ่ง

ทั้ง เฟอร์นิเจอร์เรียบหรู โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ และชั้นวางที่เต็มไปด้วยกรอบรูปเรียงราย ราวกับเป็นที่เก็บ “ความทรงจำ”มากกว่าของตกแต่ง

ฉันก้าวเข้าไปอีกนิด

“เริ่มได้เลย” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น พร้อมกับเขาหันหน้ามามองฉัน

กระจกบานใหญ่ด้านข้างสะท้อนภาพชายในชุดเรียบหรูไร้ที่ติ ราวกับทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างพอดี

“ค่ะ” ฉันตอบเบา ๆ ก่อนจะสูดลมหายใจลึก

ฉันขยับเข้าไปทีละก้าว ตรวจดูแสงจากกระจก ปรับมุมกล้อง แล้วค่อยยกขึ้นแนบตา มองผ่านช่องเล็ง

ปลายนิ้วแตะปุ่มชัตเตอร์  แชะ!  เสียงเดียวสะท้อนก้องในห้องที่เงียบสนิท

อารัญขยับศีรษะเล็กน้อยตามคำแนะนำของฉัน ฉันก้มลงดูภาพในหน้าจอ เช็กโฟกัส แล้วเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเราประสานกันอย่างจัง เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่กลับรู้สึกเหมือนเวลาหยุดลง ฉันรีบหลบสายตา ยกกล้องขึ้นใหม่ ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

***

ระหว่างพัก  ฉันมองความหรูหรารอบตัวพลางก้าวไปด้วยแรงดึงดูด  ปลายนิ้วแตะขอบโต๊ะไม้สัก พลัน สายตาสะดุดกับ

“ภาพในกรอบไม้เก่า” ที่วางอยู่ตรงมุมหนึ่ง ฉันเอียงหน้ามอง  ภายในนั้นคือภาพถ่ายของเด็กชายคนหนึ่งที่ยิ้มเคียงข้างหญิงสาวผมยาว

“อย่าหยิบของที่ไม่เกี่ยวข้อง” เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นทันที

ฉันรีบชักมือกลับ “ขะ...ขอโทษค่ะ ฉันแค่ ”

เขาเดินมาหยุดที่ข้างๆฉัน 

“นั่นคือคนที่ฉันล้มเหลวในการปกป้อง” นิ้วโป้งของเขาลูบขอบกรอบไม้ช้า ๆ ราวกับจะส่งคำขอโทษให้คนในภาพ

ฉันยืนนิ่ง หันมองเสี้ยวหน้าของเขา  เห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ความสงบนิ่งนั้นอย่างชัดเจน … ฉันรู้ว่าเบื้องหลังดวงตาที่เข้มแข็งของอารัญ  คือรอยแผลลึกที่ยังไม่เคยมีใครแตะต้อง 

…

เวลาผ่านไปรวดเร็วเหมือนกรอข้าม  แดดบ่ายสาดลงบนพื้น ฉันเดินลงมาด้านล่างของอาคาร ผ่านทางเดินไปยังห้องพักน้ำชาและกาแฟความสงบที่นี่ถูกทำลายเล็กน้อยด้วยเสียงพนักงานสองคนคุยกันดังลอดออกมา

“เห็นไหม คุณ อารัญ เริ่มพาเด็กช่างภาพมาด้วยตลอดเลย” เสียงหนึ่งกระซิบอย่างตื่นเต้น แฝงความอยากรู้อยากเห็น

“เธอคนนั้นเหรอ… ช่างภาพในงาน Gala น่ะ?” อีกเสียงตอบพร้อมหัวเราะเบา ๆ ราวกับกำลังซุบซิบเรื่องราวลับ

“ระวังเถอะ เดี๋ยวโดนสาว...จิกเอา”

เสียงหัวเราะแหบพร่าปนความหมั่นไส้ดังตามหลังมา

ฉันได้ยินชัดทุกคำ แต่ไม่ได้สนใจ เดินเลยผ่านไปเหมือนเสียงนั้นเป็นแค่ลมพัดผ่าน

…

จนเวลาเลิกงาน ฉันก้าวออกจากประตูอาคาร ลมเย็นพัดใบปาล์มไหวเบา ๆ  หญิงสาวร่างสูงในชุดสูทขาวเรียบหรูยืนรออยู่ริมฟุตบาธ

ริมฝีปากแดงยกขึ้น ราวจะทักทาย แต่สายตาของเธอยังคงเยือกเย็น

“ อเล็กซี่” เสียงฉันแผ่วเบากับตัวเอง

“ลิลิน โฮชิคาวะ… ช่างภาพคนพิเศษของคุณอารัญ”

น้ำเสียงของเธอนุ่ม แต่แฝงแรงกดดันชัดเจน

 “ฉันไม่ได้พิเศษอะไรค่ะ แค่ทำงานตามหน้าที่”

อเล็กซี่หัวเราะในลำคอ

“แน่ใจเหรอคะ? สำหรับคุณอารัญ... ไม่มีใครได้อยู่ใกล้ขนาดนั้นง่าย ๆ หรอก”

หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นทุกวินาที ลมเย็นพัดผ่าน แต่ความร้อนจากสายตาของเธอกลับทำให้รู้สึกราวกับถูกตรวจสอบทุกลมหายใจ

ฉันก้าวถอยอีกก้าว แต่เธอไม่ถอยตาม  กลับก้าวเข้ามาใกล้แทน ระยะห่างลดลงจนฉันแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเธอ

เธอยืนมั่นคง  ริมฝีปากแดงยกขึ้นเล็กน้อย แต่แววตาไม่เคยอ่อนโยน เธอหัวเราะอีกครั้ง แล้วก้าวเข้ามาใกล้จนแทบชิด  สายตาคมฟาดมาที่ฉันเต็มแรง  แล้ว... เธอพูดเพียงคำเดียว จนฉันชะงัก

“ระวังตัวหน่อยนะ... ลิลิน”

เธอ ขู่ ฉันเหรอ อเล็กซี่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่24.คำประกาศกลางแสงจ้า

    เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่23.ตื่นจากฝันร้าย

    “ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่22 ความจริงหลังภาพ

    นิ้วเรียวดันบานประตูให้เปิดออกภายในห้องเงียบสงบ ทุกอย่างยังคงวางอยู่อย่างเรียบง่ายในตำแหน่งเดิม ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับเวลาได้ถูกตรึงไว้ตั้งแต่วันที่ใครบางคนจากไป

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่21.จุดเริ่มต้นที่ต้องเผชิญ

    เวลาผ่านไปรวดเร็วราวกับมีใครกดปุ่มกรอชีวิตให้ฉันข้ามช่องว่างนั้นมาทันทีที่ประตูรถเปิดออก เบื้องหน้าคือเพนต์เฮาส์หรูหรากลางใจเมือง งดงามราวกับฉากหนึ่งในชีวิตของใครบางคน…แต่อาจไม่ใช่ของฉัน“ถึงแล้วครับ” อารัญผายมือพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกฉันยืนนิ่ง เท้าเหมือนถูกตรึงกับพื้น มือกำชายเสื้อแน่น เมื

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status