Beranda / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่9 .ระหว่างงานกับหัวใจ

Share

บทที่9 .ระหว่างงานกับหัวใจ

Penulis: Luna of The Sea
last update Tanggal publikasi: 2025-11-14 07:51:32

หลังจากส่งแม่ได้พบกับความสงบชั่วนิจนิรันดร์แล้ว ความเงียบในบ้านยังคงอยู่ชั่วคราว  แต่รอยยิ้มอ่อนโยนของแม่ยังอบอุ่นเป็นแสงสว่างให้ฉันในทุกๆวัน

ยิ่งใกล้วันเปิดตัวแคมเปญใหญ่ของ ‘Quantum Prime’

ชีวิตก็ยิ่งหมุนเร็วราวเครื่องจักรที่ไม่เคยพัก ทุกบทความ ทุกภาพ ต้องเป๊ะ ต้องดึงดูด  ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ฉันอยู่แต่ในห้องถ่ายภาพและสตูดิโอที่สว่างวาบด้วยไฟนับสิบดวง  แสงที่เจิดจ้าจนแทบกลืนความเหนื่อยล้า

และในทุกวัน อารัญ ก็อยู่ตรงนั้นเสมอ บางครั้งเขายืนพิงกำแพง มีกาแฟในมือ บางครั้งแค่ยืนนิ่ง มองมาโดยไม่พูดอะไร

แต่ทุกครั้งที่ฉันเผลอเหลือบสายตาไป… เขาก็หันกลับมาสบตาในจังหวะเดียวกัน   ราวกับรู้ทันความคิดทุกอย่างในหัวฉัน

ไม่มีคำพูด  มีเพียงลมหายใจที่คล้ายจะประสานกันโดยบังเอิญ...

หรือบางที มันอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยก็ได้.

***

แล้ว... วันงานก็มาถึง

แสงไฟทั่วฮอลล์ค่อย ๆ ดับลง เหลือเพียงเส้นแสงสีฟ้าที่เลื่อนผ่านพื้นเวทีราวกับกระแสพลังงานกำลังปลดปล่อย เสียงชีพจรเบา ๆ ดังขึ้นในลำโพง ก่อนเสียงทุ้มลึกของพิธีกรเอ่ยขึ้นช้า ๆ

“ในทุกก้าวที่คุณเดิน… โลกกำลังจดจำทุกการเคลื่อนไหวของคุณ  และวันนี้ StrideX จะเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็นพลัง”

ม่านแสงเปิดออก เผยให้เห็น อารัญ ในชุดสูทสีเทาเข้ม เดินออกมาช้า ๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ก้องสะท้อนทั่วฮอลล์

บนจอ LED ด้านหลังปรากฏโลโก้ Quantum Prime  เส้นสายโค้งคมเรืองแสง คล้ายวงโคจรของอนุภาคพลังงาน

“Quantum Prime ไม่ใช่แค่รองเท้า แต่คือระบบชีวภาพอัจฉริยะที่เรียนรู้จากทุกย่างก้าวของคุณ”

“เพราะเราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่แท้จริง… ควรเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่ใช่เพียงสิ่งที่คุณสวมใส่”

เสียงปรบมือดังอีกครั้ง พื้นเวทีเปล่งแสงสีเงิน เผยภาพ รองเท้า Quantum Prime  รูปทรงเฉียบ เรียบสง่า ลวดลายเส้นพลังเรืองแสงเคลื่อนไหวช้า ๆ ราวมีชีวิต

ฉันยืนอยู่มุมเวที มือกำกล้องแน่น ปลายนิ้วเย็นเฉียบจากความตื่นเต้น แฟลชจากกล้องสาดวาบรัว เสียงชัตเตอร์และเสียงหัวใจผสมกันเป็นจังหวะเดียว

อเล็กซี่ ในชุดสูทสีแดงเลือดหมู ถือ ไมโครโฟนไร้สาย ก้าวขึ้นไปใกล้แท่นรองเท้า เธอเริ่มด้วยคำถามปกติ

“รองเท้า Quantum Prime แตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างไรคะ?”

อารัญยิ้มบาง ๆ ตอบช้า ๆ แต่ชัดเจน

“รองเท้า Quantum Prime ออกแบบใหม่ทุกส่วน ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสุด ที่เรียนรู้ทุกการก้าว เพื่อให้สมดุลทั้งความสวยงามและการทำงานรองรับทุกการเคลื่อนไหวของคุณ”

แฟลชจากกล้องยังรัวต่อไป แต่จังหวะเริ่มก่อตัวของความตึงเครียดเตรียมขึ้น

ทันใดนั้น สายตาของอเล็กซี่เหลือบมองฉันอย่างเย็นชา ก่อนที่เธอจะยิงคำถามที่ไม่มีใครกล้าเอ่ย

“คุณอารัญคะ! ข่าวลือเรื่องคุณกับช่างภาพคนใหม่… เป็นความจริงไหมคะ?”

ทุกอย่างรอบตัวเหมือนหยุดชั่วขณะ ฉันชะงัก มือที่ถือกล้องสั่นจนแทบหลุดจากนิ้ว เสียงแฟลชกระหน่ำราวกระสุน แต่เป้าหมายตอนนี้ชัดเจน… เป็นฉัน

อารัญเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงมั่นคงและหนักแน่น

“ใช่… เธอคือคนที่ฉันเลือกจะร่วมงานด้วย”

เสียงฮือฮากระจายออกไป กล้องหันไปทุกทิศ สายตาของเขากวาดมาที่ฉัน ราวกับบอกว่า “ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่ข้างเธอ”

ผู้บริหารบางคนสีหน้าตึง แต่ฉันไม่ได้สนใจ นอกจากเสียงหัวใจและความมั่นใจที่เขามอบให้ฉันหลบมุมเวที ค่อย ๆ ตั้งสติ แต่ในใจ… รู้ชัดว่าความจริงและแรงปกป้องนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำถามใด ๆ

***

ผู้คนที่มาร่วมงานเริ่มทยอยออกจากฮอลล์ เสียงพูดคุยค่อยๆ จางลง เหลือเพียงเสียงรองเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะเบา ๆ ที่สะท้อนอยู่ในอากาศกลุ่มหญิงสาวในเดรสหรูเดินสวน พลางมองฉันด้วยหางตาจากหัวจรดเท้าก่อนเชิดคอตรง

แสงนีออนเย็น ๆ จากเพดานยังคงส่องสะท้อนบนผนังกระจกใส ทอดเงาฉันซ้อนกับภาพของผู้คนที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คน ฉันก้มลงเก็บของใส่กระเป๋า มือสั่นนิด ๆ ไม่รู้เพราะเหนื่อย หรือเพราะคำถามของนักข่าวคนนั้นที่ยังดังก้องในหัว

อารัญยืนอยู่ไม่ไกล เขามองฉันครู่หนึ่ง แล้วเดินเข้ามาใกล้

แล้วหยุดตรงหน้าฉันในระยะลมหายใจ  ดวงตาคมนิ่งมองฉันอย่างไม่กระพริบ พลางยื่นมือมาแตะกระเป๋ากล้อง ก่อนเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“ผมไม่ได้โกหก..ลิลิน”

ฉันยกสายตาขึ้น เห็นเพียงแววตาทีคมชัด ในใบหน้าที่เรียบนิ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงสะท้อนในความเงียบของเมือง

แล้ว

แชะ!

เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นพร้อมแสงแฟลชวาบ  ตัดขาดช่วงหายใจของฉันในทันที ฉันหันขวับ มองตามไป  เห็นเพียงเงาคนหนึ่งรีบชักกล้องกลับแล้วหายลับไปในมุมมืดของฮอลล์

ลมหายใจฉันสะดุด อารัญมองตามเงานั้น แววตาเขาแข็งขึ้นในเสี้ยววินาทีพลางเปล่งเสียงเข้ม 

“ใคร…” 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status