Home / แฟนตาซี / เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ / บทที่ 2: เมื่อสายลมเริ่มเปลี่ยนทิศ

Share

บทที่ 2: เมื่อสายลมเริ่มเปลี่ยนทิศ

last update publish date: 2026-08-31 15:00:54

บทที่ 2: เมื่อสายลมเริ่มเปลี่ยนทิศ

​

ณ วังฉิมพลีอันโอ่อ่าและสูงเสียดฟ้า ท้าวทศรถ จอมทัพแห่งครุฑาผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ นั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยความไม่พอใจ ดวงตาที่ทรงอำนาจจับจ้องไปยังแผนที่หิมพานต์ด้วยความสงสัย

ชัญษร... บุตรชายผู้มีความสามารถเป็นเลิศ บัดนี้กลับหายหน้าหายตาไปจากวังเป็นเวลานานเกินควร ยิ่งไปกว่านั้น พระธิดาฉายวรรณ แห่งกินรีผู้เป็นพระคู่หมั้น ก็เฝ้ารอคอยการมาเยือนของเขาอย่างไร้จุดหมาย

"เป็นไปได้อย่างไร... ที่เจ้าจะทิ้งธุระหน้าที่ และละเลยคู่หมั้นผู้มีศักดิ์เสมอกันได้ถึงเพียงนี้" ท้าวทศรถพึมพำด้วยเสียงอันเยือกเย็น

พระธิดาฉายวรรณผู้มีรูปร่างบอบบางและงดงามดุจนางอัปสร ประทับอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่หม่นหมอง แม้นางจะไม่ได้เอ่ยปากตัดพ้อ แต่ความนิ่งเงียบของนางกลับเป็นคำถามที่ทิ่มแทงใจจอมทัพแห่งครุฑาให้ขุ่นมัวยิ่งขึ้น

ท้าวทศรถตัดสินใจเรียกทหารครุฑคนสนิทฝีมือดีที่สุดเข้ามาเบื้องหน้า

"เจ้าจงไปสืบดูว่าชัญษรหายไปอยู่ที่ใดในป่าหิมพานต์ชั้นนอก... อย่าให้เขารู้ตัว หากเขาซ่อนใครไว้ หรือมีพฤติกรรมที่ผิดวิสัยพญาครุฑ จงนำรายงานมาให้ข้าโดยเร็วที่สุด!"

ในเย็นวันนั้นเอง ขณะที่ชัญษรกำลังนั่งขัดอาวุธอยู่หน้ากระท่อมไม้ไผ่ด้วยท่าทีสบายๆ เขากลับรู้สึกถึงกระแสลมที่ผิดปกติเหนือผืนป่า สายตาของเขากวาดมองขึ้นไปบนฟ้าด้วยสัญชาตญาณนักรบ

"มีอะไรหรือพี่ชัญษร?" แสงจันทร์ที่กำลังจัดสำรับอาหารถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

ชัญษรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วกุมมือเธอไว้ "ไม่มีอะไรหรอก... แค่ลมป่าเปลี่ยนทิศน่ะ เจ้าไปพักเถอะ เดี๋ยวพี่ตามไป"

เขาเอ่ยปากบอกนาง แต่สายตากลับจับจ้องไปยังยอดไม้หนาทึบที่ดูเหมือนจะมี 'เงา' บางอย่างหลบซ่อนอยู่ เขาไม่รู้เลยว่า สายตาที่จ้องมองลงมาจากเบื้องบนนั้น คือทหารครุฑจากวังฉิมพลีที่กำลังเฝ้าสังเกตการณ์ทุกย่างก้าวของเขา และความลับที่เขาพยายามรักษาไว้กำลังจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า

เมื่อรู้แน่ชัดว่าสายตาที่จับจ้องอยู่ไม่ใช่ลมป่า ชัญษรก็ตัดสินใจในทันที เขาต้องรีบจัดการเรื่องนี้ก่อนที่ความลับจะเปิดเผยจนไปถึงหูบิดา

ค่ำคืนนั้น ภายในกระท่อมไม้ไผ่ที่อบอุ่น ชัญษรมองดูแสงจันทร์ที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมห่อหมก เธอยังไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ชีวิตเล็กๆ ที่กำลังเติบโตในครรภ์จะกลายเป็นชนวนเหตุแห่งศึกสวรรค์

"แสงจันทร์..." เขาเอ่ยเสียงนุ่ม เรียกให้หญิงสาวหันมามอง "ช่วงนี้... เจ้าห้ามออกจากบริเวณกระท่อมเป็นอันขาดนะ หากพี่ไม่อยู่ 7 วันนี้ เจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่ออกไปไหนเลย"

แสงจันทร์หัวเราะร่าด้วยความไร้เดียงสา "พี่ชัญษรนี่ขี้กังวลนักนะ เจ้าค่ะ จะไปหาหน่อไม้ป่าหรือผักหวานก็แค่หลังกระท่อมเอง น้องดูแลตัวเองได้ พี่ไม่ต้องกลัวว่าน้องจะล้มหรือจะเป็นอันตรายหรอก"

ชัญษรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ความกังวลที่เขาพยายามซ่อนไว้เอ่อล้นออกมาจนต้องรีบคว้ามือเธอมากุมไว้ "โถ่น้องพี่... ช่วงนี้สัตว์ป่ามันชุกชุมนัก พี่ไม่อยากให้เจ้าไปที่ไหนทั้งนั้น เจ้าสัญญากับพี่เถิดว่าจะรอพี่ที่นี่ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด พี่จะรีบกลับมาหาเจ้า"

ด้วยความเป็นห่วงไม่อยากให้สามีต้องมีกังวลใจในการออกไปหาของป่า แสงจันทร์จึงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย "เจ้าค่ะ น้องสัญญา... น้องจะอยู่แต่ในกระท่อม ไม่ไปไหนให้พี่ต้องห่วง"

คำสัญญานั้นทำให้ชัญษรเบาใจลงได้เปราะหนึ่ง ก่อนที่เขาจะออกจากกระท่อม เขาจัดการร่ายอาคมชั้นสูงเพื่อสร้างป้อมปราการล่องหนรอบบริเวณบ้าน แม้แต่สัตว์ร้ายในป่าหรือสัตว์วิเศษที่มีอิทธิฤทธิ์ตนใดก็มิอาจล่วงล้ำเข้ามาได้ และเพื่อความมั่นใจ เขาเรียกนกนางคู่หนึ่งที่สนิทชิดเชื้อกันมาเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังภัยให้เธอ

เมื่อแน่ใจว่าแสงจันทร์จะปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง ชัญษรก็เดินออกไปห่างจากกระท่อมพอสมควร ก่อนจะตัดสินใจสลัดร่างหนุ่มชาวบ้านทิ้ง ร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนเป็นพญาครุฑผู้สง่างาม ปีกสีทองกางสยายกว้างสว่างไสวไปทั่วผืนป่า ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าตรงไปยังวังฉิมพลี... เพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขากลัวที่สุด

เมื่อปีกสีทองขนาดมหึมาพับเก็บลงพร้อมร่างของพญาครุฑหนุ่มที่ก้าวเข้าสู่โถงทองคำอันวิจิตรตระการตา กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่อบอวลไปด้วยทองคำและอัญมณีเลอค่ากลับไม่ได้ทำให้ชัญษรรู้สึกยินดีเลยแม้แต่น้อย ในใจของเขามีเพียงภาพกระท่อมไม้ไผ่ที่ปลายป่าและรอยยิ้มของหญิงอันเป็นที่รัก

ภายในโถงกว้าง สายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาล้วนแฝงด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน

บนบัลลังก์ทองคำสูงตระหง่าน ท้าวทศรถ ประทับอยู่อย่างน่าเกรงขาม ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองบุตรชายเพียงองค์เดียวที่ได้รับการยกย่องด้วยความกดดัน แต่ในเงามืดข้างเสาทองคำ มุมหนึ่งของห้องโถงนั้น มีสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองชัญษรด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด พวกเขาคือเหล่าโอรสที่เกิดจากนางสนม แม้จะมีสายเลือดกษัตริย์ไหลเวียนอยู่เต็มเปี่ยม แต่กลับถูกกดให้ต่ำต้อยไร้ศักดิ์ศรีเพียงเพราะไม่ใช่บุตรจากพระมเหสี ต่างคนต่างกำหมัดแน่นด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน ทุกครั้งที่ชัญษรได้รับความสะดวกสบายหรือได้รับความไว้วางใจจากท้าวทศรถ มันคือการตอกย้ำให้พวกเขารู้ว่า 'ความยุติธรรม' ของที่นี่ไม่มีอยู่จริง

ชัญษรเดินผ่านเหล่าพี่น้องต่างมารดาเหล่านั้นไปอย่างเรียบเฉย เขารู้ดีว่าสายตาเหล่านั้นเป็นดั่งมีดที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง แต่เขาก็ไม่เคยสนใจ เพราะสิ่งที่เขาต้องการครอบครองไม่ใช่บัลลังก์ทองคำวิบวับนี้ หากแต่เป็นเพียงกระท่อมไม้ไผ่เล็กๆ กับแสงจันทร์ที่เป็นดวงใจ

เมื่อถึงเบื้องหน้าบัลลังก์ ชัญษรคุกเข่าลงทำความเคารพบิดา ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องโถง

"กลับมาแล้วหรือ... ชัญษร" สุรเสียงท้าวทศรถกังวานก้อง เยือกเย็นจนน่าขนลุก "เจ้าหายไปนานนัก จนข้าเริ่มสงสัยว่า ในป่าหิมพานต์ชั้นนอกนั่น... มีสิ่งใดที่น่าหลงใหลกว่าวังฉิมพลีของพ่อจนเจ้าไม่อยากกลับมาดูดำดูดีคู่หมั้นของเจ้าเลยหรือ?"

คำถามนั้นเปรียบเสมือนศรที่พุ่งตรงมายังจุดที่เปราะบางที่สุด ชัญษรนิ่งเงียบ แววตาของเขายังคงนิ่งสงบ แต่ในใจกลับกำลังคำนวณหาวิธีปกป้องความลับเดียวของเขาที่กำลังสั่นคลอน

ชัญษรเงยหน้าขึ้นสบตาบิดา แม้ใบหน้าจะนิ่งเฉยแต่ในใจกลับเต้นระรัวด้วยความเป็นห่วงคนทางบ้าน เขาพยายามรวบรวมสติเพื่อหาคำตอบที่ดูแนบเนียนที่สุด แต่ทว่าท้าวทศรถกลับยกมือขึ้นห้ามปรามก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปาก

เสียงฝีเท้าของเหล่าพี่น้องต่างมารดาที่ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นประกอบกับสายตาริษยาที่กราดเกรี้ยว ทำให้บรรยากาศในโถงทองคำตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก

ท้าวทศรถลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์ทอง ทรงพระดำเนินลงมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบุตรชาย รัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้ชัญษรรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างที่ร้ายแรงกว่าที่เขาคาดคิด

"เจ้ามัวแต่เงียบ... สงสัยเจ้าคงลืมไปแล้วว่าหน้าที่ของโอรสพญาครุฑคือสิ่งใด" ท้าวทศรถเอ่ยเสียงต่ำพลางทอดพระเนตรมองชัญษรด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะแย้มพระสรวลที่ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว

"เอาเถิด... ในเมื่อเจ้ากลับมาถึงที่นี่แล้ว ข้าก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องสะสางกับเจ้าให้กระจ่างแจ้ง"

ท้าวทศรถกล่าวน้ำเสียงเย็นเรียบราวกับพระองค์ลงมาใกล้กระซิบข้างหูบุตรชายด้วยสุรเสียงที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "เจ้ารู้หรือไม่... ที่ข้าเรียกเจ้ากลับมาเพราะเหตุอันใด"...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 12: หัวใจที่แตกสลายและความผิดพลาดที่ไม่อาจแก้ไข

    บทที่ 12: หัวใจที่แตกสลายและความผิดพลาดที่ไม่อาจแก้ไข แสงจันทร์ค่อยๆ ปิดตาลงอย่างแผ่วเบา มือบางที่เคยกำแน่นเสียจนขาวซีดคลายลงจากอกของนาง เลือดสีแดงฉานยังคงไหลทะลักเปื้อนมือและร่างกายของชัญษรที่โอบอุ้มนางแนบอกอย่างหมดหวัง ลมหายใจสุดท้ายของนางจางหายไปท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสลดของท้องฟ้าในขณะนั้นเอง ร่างจริงของชัญษรที่กำลังต่อสู้กับท้าวทศรถอยู่กลางเวหา พลันรับรู้ถึงความสูญเสียบางอย่างที่ยิ่งใหญ่จนหัวใจแทบขาดสลาย เขารู้สึกราวกับถูกมีดกรีดแทงเข้าไปที่กลางอก ความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยายได้ท่วมท้นจนเขาแทบหมดแรง ร่างกายสั่นระริกอย่างรุนแรง ท่วงทีการต่อสู้ที่เพิ่งจะมุ่งมั่นเมื่อครู่พลันอ่อนล้าลงทันที ท้าวทศรถแม้จะกำลังเผชิญหน้ากับบุตรชาย แต่พระองค์ก็ทรงสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูกชายของพระองค์ได้ทันที แม้พระองค์มีเจตนาจะจับกุมตัวบุตรชายกลับไป แต่พระหทัยก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้จิตวิญญาณของลูกชายกำลังพังทลายลงไปพร้อมกับบางสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต"ชัญษร!" ท้าวทศรถร้องเรียกด้วยพระสุรเสียงที่สั่นเครือ แต่บุตรชายไม่ได้หันมาสนใจ ร่างจริงของชัญษรพลันละทิ้งการต่อสู้ทั้งหมด รีบพุ่งลงมายังพื้น

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 11: มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่กว่าความตาย

    บทที่ 11: มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่กว่าความตายวิเชียรไม่รอช้า ฉวยโอกาสที่หินเพิ่งถูกคำสาปกัดกินพลังจนหมดแรง พุ่งเข้าโจมตีด้วยดาบอาคมสีดำฟาดลงมาอย่างจัง! หินไร้เรี่ยวแรงจะป้องกันหรือหลบเลี่ยง ร่างยักษ์ค่อยๆ หดเล็กลงจนกลับคืนสู่ร่าง นกนางคู่ ขนาดธรรมดาเหมือนดังที่ถูกสาปมาตลอดชีวิต ขนที่เคยเปล่งประกายสีทองพลันซีดจางลง ปีกที่เคยแกร่งกล้าพับลงอย่างอ่อนเพลีย เขาแทบจะไม่อาจขยับตัวได้อีกต่อไป ร่างกายทรุดลงกับพื้นดินอย่างหมดหนทาง"จบกันแล้วสินะ พญาหงส์เพลิงอันดับหนึ่ง..." วิเชียรหัวเราะเยาะเย้ย "ดูท่าพลังที่ว่ายิ่งใหญ่นั้น ก็ไม่อาจเอาชนะคำสาปได้เสียที"ทันใดนั้นเอง! ร่างของชัญษรที่ทรุดลงกับพื้นดินไม่ไกลนัก พลันรวบรวมกำลังที่เหลืออยู่ลุกขึ้นมาอย่างลำบาก แม้บาดแผลที่แผ่นหลังยังคงเจ็บปวดแทบจะแยกย้ายกันไป แต่เมื่อเห็นเพื่อนรักเพียงคนเดียวของตนกำลังตกอยู่ในอันตราย ชัญษรก็ไม่อาจยืนดูเฉยได้ เขารีบพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าวิเชียรไว้ก่อนที่ดาบอาคมจะตกลงบนร่างของหินได้"ห้ามแตะต้องเขา!" ชัญษรตะโกนก้อง ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวแม้ร่างกายจะอ่อนเพลียจนแทบจะล้มลง "หินคือเพื่อนรักของข้า... เขาคือเพื่อนคนเดียวที่ข้ามี! พวก

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 10: ความกล้าหาญของคู่สหายผู้ภักดี

    บทที่ 10: ความกล้าหาญของคู่สหายผู้ภักดีวิเชียรยืนมองร่างของชัญษรที่ทรุดลงกับพื้นด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่เหี้ยมเกรียม เขาเพิ่งทำร้ายพี่ชายต่างแม่จนบาดเจ็บสาหัสสำเร็จแล้ว และเมื่อมองเห็นอรพินแปลงร่างบินหนีไปพร้อมกับทารกน้อย เขาจึงหันสั่งกองทัพพญาครุฑที่เหลืออยู่ทันทีด้วยสุรเสียงที่ดังก้องและบงการ"พวกเจ้า! รีบไล่ล่านางนกนางคู่ตัวนั้นให้ถึงที่สุด! ไม่ว่านางจะหนีไปซ่อนอยู่ที่ใด ก็จงตามไปจับตัวนางและเด็กน้อยกลับมาให้ได้! หากขาดตัวใครตัวหนึ่ง อย่ากลับมา!"ทหารครุฑนับสิบตนตอบรับด้วยเสียงกึกก้อง ก่อนจะสยายปีกบินกระจัดกระจายตามเส้นทางที่อรพินบินหนีไป มุ่งสู่ถ้ำทองอันเป็นที่ซ่อนที่ปลอดภัยที่สุดท้ายแผ่นดินวิเชียรยังคงยืนเฝ้ามองร่างของชัญษรและแสงจันทร์ด้วยสายตาเหี้ยมโหด มือยังถือดาบอาคมสีดำทมิฬที่เปื้อนเลือดสีทองของพี่ชายไว้อย่างแน่นหนา พร้อมจะปลิดชีพทั้งคู่ทันทีที่มีโอกาส ทว่าทันใดนั้นเอง! เสียงร้องกึกก้องของนกยักษ์ดังขึ้นจากท่ามกลางหมู่เมฆ ก่อนที่ร่างยักษ์สีเพลิงทองคำจะโฉบลงมาขวางหน้าเขาไว้อย่างรวดเร็วจนลมกระชากแรงจนพื้นดินสะเทือนนั่นคือ หิน นกนางคู่ตัวผู้ สามีของอรพินเอง! เขาแยกออกมาจากกองท

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 9: ความภักดีและคำขอที่แสนเจ็บปวด

    บทที่ 9: ความภักดีและคำขอที่แสนเจ็บปวดร่างรองของชัญษรพาแสงจันทร์และมณีวรรณบินรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทว่าก่อนจะถึงจุดหมาย บังเอิญมาพบกับนกนางคู่ทั้งสองตัวที่เพิ่งหลบหนีรอดจากการไล่ล่าของกองทัพครุฑมาได้หวุดหวิด พวกมันบินโฉบลงมาขวางหน้า ร่างกายยังสั่นระริกด้วยความเหนื่อยล้าและบาดเจ็บ แต่เมื่อเห็นนายหญิงและทารกน้อยปลอดภัย พวกมันจึงพลันเปลี่ยนร่างกลับมาเป็นอรพินในร่างหญิงสาวดังเดิมอรพินรีบบินลงมาทันที น้ำตาแห่งความดีใจและความเป็นห่วงไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแสงจันทร์ "นายหญิง! ขอบคุณฟ้าดินที่ท่านปลอดภัยดี!"แสงจันทร์เมื่อเห็นสหายผู้ภักดีจึงรีบเอ่ยถึงภารกิจที่เหลืออยู่ ท่ามกลางความตัดสินใจที่หนักหน่วง นางมอบมณีวรรณน้อยให้กับอรพินพร้อมกับไข่หงส์เพลิงสีทองที่ติดตัวมาด้วย มือนางสั่นเทาแต่ก็แน่วแน่เมื่อส่งมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของนางไป"อรพิน... ข้าขอฝากลูกสาวของข้าไว้กับเจ้า" แสงจันทร์กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น "จงนำนางและไข่ทองคำใบนี้ไปไว้ในถ้ำทองตามที่ท่านชัญษรเตรียมไว้ ที่นั่นมีอาคมปกป้อง แม้ไม่มีข้าก็จะคุ้มครองพวกเจ้าได้ ขอให้เจ้าจงดูแลมณีวรรณแทนข้าด้วย... ข้าไว้ใจเจ้าที่สุด"อรพิ

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 8: ศึกระหว่างพ่อลูกและทางเลือกที่เจ็บปวด

    บทที่ 8: ศึกระหว่างพ่อลูกและทางเลือกที่เจ็บปวด ความเงียบงันกลางเวหาคงยืนนานเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ท้าวทศรถจะถอนพระหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง พระองค์จ้องมองบุตรชายด้วยสายตาที่ผสมผสานระหว่างความโกรธและความปรารถนาดีที่ซ่อนเร้นอยู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ แต่หนักแน่นราวกับก้อนหินกลิ้งลงภูเขา "ดีแล้วที่เจ้ากล้าพูดออกมาตรง... ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้เจ้าเลือก" พระองค์กางปีกยักษ์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ทว่าท่าทีกลับไม่ได้เข้าประชิดตัวเหมือนดั่งที่คาดคิด "ทางเลือกมีเพียงสองทางเท่านั้น ชัญษร..." พระองค์ชี้ลงไปที่ร่างของแสงจันทร์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปีกของบุตรด้วยปลายขนปีกที่แกร่งกล้า "ทางหนึ่ง... เจ้าจะละทิ้งนางผู้นี้เสียเดี๋ยวนี้ เพื่อความปลอดภัยของนางและลูกที่เพิ่งเกิด หากเจ้ายอมรับข้อตกลงของข้า ข้าจะไม่แตะต้องชีวิตของพวกนางแม้แต่ปลายขนเดียว แต่เจ้าต้องห้ามมาพบปะหรือแอบเห็นนางอีกต่อไป ต้องกลับไปยังวังฉิมพลี เพื่อเข้าพิธีอภิเษกกับฉายวรรณตามพันธสัญญาเดิมให้จงได้" สิ้นเสียงนั้น แสงจันทร์ถึงกับชะงักนิ่ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด นางมองขึ้นไปที่รูปทรงของสามีด้วยมือที่กำแน่นเสียจนขาวซีด

  • เลือดสีทอง จันทร์ที่สาบสูญ    บทที่ 7: ปีกแห่งความลับและการหลบหนีสุดระทึก

    บทที่ 7: ปีกแห่งความลับและการหลบหนีสุดระทึก เสียงร้องแหลมสูงของนกนางคู่ที่บินมาเกาะขอบหน้าต่างปลุกชัญษรให้ตื่นจากภวังค์แห่งความสุขโดยพลัน ร่างนกนั้นสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกก่อนจะส่งเสียงบอกด้วยความรีบร้อนว่า "ท่านต้องหนีเดี๋ยวนี้! กองทัพครุฑมาใกล้ถึงที่นี่แล้ว... ที่สำคัญ พ่อของท่านก็มาด้วย!" คำว่า 'พ่อ' ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจชัญษร เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะอธิบาย เขารีบโอบคว้าแสงจันทร์และมณีวรรณทารกน้อยขึ้นแนบอกในทันที ความเร่งรีบทำให้แสงจันทร์ต้องตกตะลึงเมื่อสัมผัสได้ถึงพละกำลังมหาศาลของชัญษรที่มากกว่ามนุษย์ธรรมดาหลายเท่าตัว แสงจันทร์ยังไม่ทันจะตั้งตัว นกนางคู่ทั้งสองตัวก็ส่งเสียงร้องกึกก้องพร้อมกับขยายร่างใหญ่โตขึ้นจนเต็มสายตา ก่อนจะตะโกนลั่น "ข้าจะล่อพวกมันไปทางอื่น! ท่านรีบหนีไป!" ก่อนที่แสงจันทร์จะสิ้นสงสัย ชัญษรก็ตัดสินใจเปิดเผยความลับที่เก็บงำมาตลอด เขาโอบกอดนางไว้แน่นแล้วขยายร่างกระโจนทะยานขึ้นสู่เวหา ร่างกายของเขากลายร่างเป็น พญาครุฑยักษ์ สง่างามและทรงพลัง แสงจันทร์เบิกตากว้างด้วยความช็อกและตื่นตระหนกจนตัวแข็งทื่อ นางไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยว่าสามีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาตลอด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status