LOGINบทที่ 12: หัวใจที่แตกสลายและความผิดพลาดที่ไม่อาจแก้ไข แสงจันทร์ค่อยๆ ปิดตาลงอย่างแผ่วเบา มือบางที่เคยกำแน่นเสียจนขาวซีดคลายลงจากอกของนาง เลือดสีแดงฉานยังคงไหลทะลักเปื้อนมือและร่างกายของชัญษรที่โอบอุ้มนางแนบอกอย่างหมดหวัง ลมหายใจสุดท้ายของนางจางหายไปท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสลดของท้องฟ้าในขณะนั้นเอง ร่างจริงของชัญษรที่กำลังต่อสู้กับท้าวทศรถอยู่กลางเวหา พลันรับรู้ถึงความสูญเสียบางอย่างที่ยิ่งใหญ่จนหัวใจแทบขาดสลาย เขารู้สึกราวกับถูกมีดกรีดแทงเข้าไปที่กลางอก ความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยายได้ท่วมท้นจนเขาแทบหมดแรง ร่างกายสั่นระริกอย่างรุนแรง ท่วงทีการต่อสู้ที่เพิ่งจะมุ่งมั่นเมื่อครู่พลันอ่อนล้าลงทันที ท้าวทศรถแม้จะกำลังเผชิญหน้ากับบุตรชาย แต่พระองค์ก็ทรงสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูกชายของพระองค์ได้ทันที แม้พระองค์มีเจตนาจะจับกุมตัวบุตรชายกลับไป แต่พระหทัยก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้จิตวิญญาณของลูกชายกำลังพังทลายลงไปพร้อมกับบางสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต"ชัญษร!" ท้าวทศรถร้องเรียกด้วยพระสุรเสียงที่สั่นเครือ แต่บุตรชายไม่ได้หันมาสนใจ ร่างจริงของชัญษรพลันละทิ้งการต่อสู้ทั้งหมด รีบพุ่งลงมายังพื้น
บทที่ 11: มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่กว่าความตายวิเชียรไม่รอช้า ฉวยโอกาสที่หินเพิ่งถูกคำสาปกัดกินพลังจนหมดแรง พุ่งเข้าโจมตีด้วยดาบอาคมสีดำฟาดลงมาอย่างจัง! หินไร้เรี่ยวแรงจะป้องกันหรือหลบเลี่ยง ร่างยักษ์ค่อยๆ หดเล็กลงจนกลับคืนสู่ร่าง นกนางคู่ ขนาดธรรมดาเหมือนดังที่ถูกสาปมาตลอดชีวิต ขนที่เคยเปล่งประกายสีทองพลันซีดจางลง ปีกที่เคยแกร่งกล้าพับลงอย่างอ่อนเพลีย เขาแทบจะไม่อาจขยับตัวได้อีกต่อไป ร่างกายทรุดลงกับพื้นดินอย่างหมดหนทาง"จบกันแล้วสินะ พญาหงส์เพลิงอันดับหนึ่ง..." วิเชียรหัวเราะเยาะเย้ย "ดูท่าพลังที่ว่ายิ่งใหญ่นั้น ก็ไม่อาจเอาชนะคำสาปได้เสียที"ทันใดนั้นเอง! ร่างของชัญษรที่ทรุดลงกับพื้นดินไม่ไกลนัก พลันรวบรวมกำลังที่เหลืออยู่ลุกขึ้นมาอย่างลำบาก แม้บาดแผลที่แผ่นหลังยังคงเจ็บปวดแทบจะแยกย้ายกันไป แต่เมื่อเห็นเพื่อนรักเพียงคนเดียวของตนกำลังตกอยู่ในอันตราย ชัญษรก็ไม่อาจยืนดูเฉยได้ เขารีบพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าวิเชียรไว้ก่อนที่ดาบอาคมจะตกลงบนร่างของหินได้"ห้ามแตะต้องเขา!" ชัญษรตะโกนก้อง ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวแม้ร่างกายจะอ่อนเพลียจนแทบจะล้มลง "หินคือเพื่อนรักของข้า... เขาคือเพื่อนคนเดียวที่ข้ามี! พวก
บทที่ 10: ความกล้าหาญของคู่สหายผู้ภักดีวิเชียรยืนมองร่างของชัญษรที่ทรุดลงกับพื้นด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่เหี้ยมเกรียม เขาเพิ่งทำร้ายพี่ชายต่างแม่จนบาดเจ็บสาหัสสำเร็จแล้ว และเมื่อมองเห็นอรพินแปลงร่างบินหนีไปพร้อมกับทารกน้อย เขาจึงหันสั่งกองทัพพญาครุฑที่เหลืออยู่ทันทีด้วยสุรเสียงที่ดังก้องและบงการ"พวกเจ้า! รีบไล่ล่านางนกนางคู่ตัวนั้นให้ถึงที่สุด! ไม่ว่านางจะหนีไปซ่อนอยู่ที่ใด ก็จงตามไปจับตัวนางและเด็กน้อยกลับมาให้ได้! หากขาดตัวใครตัวหนึ่ง อย่ากลับมา!"ทหารครุฑนับสิบตนตอบรับด้วยเสียงกึกก้อง ก่อนจะสยายปีกบินกระจัดกระจายตามเส้นทางที่อรพินบินหนีไป มุ่งสู่ถ้ำทองอันเป็นที่ซ่อนที่ปลอดภัยที่สุดท้ายแผ่นดินวิเชียรยังคงยืนเฝ้ามองร่างของชัญษรและแสงจันทร์ด้วยสายตาเหี้ยมโหด มือยังถือดาบอาคมสีดำทมิฬที่เปื้อนเลือดสีทองของพี่ชายไว้อย่างแน่นหนา พร้อมจะปลิดชีพทั้งคู่ทันทีที่มีโอกาส ทว่าทันใดนั้นเอง! เสียงร้องกึกก้องของนกยักษ์ดังขึ้นจากท่ามกลางหมู่เมฆ ก่อนที่ร่างยักษ์สีเพลิงทองคำจะโฉบลงมาขวางหน้าเขาไว้อย่างรวดเร็วจนลมกระชากแรงจนพื้นดินสะเทือนนั่นคือ หิน นกนางคู่ตัวผู้ สามีของอรพินเอง! เขาแยกออกมาจากกองท
บทที่ 9: ความภักดีและคำขอที่แสนเจ็บปวดร่างรองของชัญษรพาแสงจันทร์และมณีวรรณบินรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทว่าก่อนจะถึงจุดหมาย บังเอิญมาพบกับนกนางคู่ทั้งสองตัวที่เพิ่งหลบหนีรอดจากการไล่ล่าของกองทัพครุฑมาได้หวุดหวิด พวกมันบินโฉบลงมาขวางหน้า ร่างกายยังสั่นระริกด้วยความเหนื่อยล้าและบาดเจ็บ แต่เมื่อเห็นนายหญิงและทารกน้อยปลอดภัย พวกมันจึงพลันเปลี่ยนร่างกลับมาเป็นอรพินในร่างหญิงสาวดังเดิมอรพินรีบบินลงมาทันที น้ำตาแห่งความดีใจและความเป็นห่วงไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแสงจันทร์ "นายหญิง! ขอบคุณฟ้าดินที่ท่านปลอดภัยดี!"แสงจันทร์เมื่อเห็นสหายผู้ภักดีจึงรีบเอ่ยถึงภารกิจที่เหลืออยู่ ท่ามกลางความตัดสินใจที่หนักหน่วง นางมอบมณีวรรณน้อยให้กับอรพินพร้อมกับไข่หงส์เพลิงสีทองที่ติดตัวมาด้วย มือนางสั่นเทาแต่ก็แน่วแน่เมื่อส่งมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของนางไป"อรพิน... ข้าขอฝากลูกสาวของข้าไว้กับเจ้า" แสงจันทร์กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น "จงนำนางและไข่ทองคำใบนี้ไปไว้ในถ้ำทองตามที่ท่านชัญษรเตรียมไว้ ที่นั่นมีอาคมปกป้อง แม้ไม่มีข้าก็จะคุ้มครองพวกเจ้าได้ ขอให้เจ้าจงดูแลมณีวรรณแทนข้าด้วย... ข้าไว้ใจเจ้าที่สุด"อรพิ
บทที่ 8: ศึกระหว่างพ่อลูกและทางเลือกที่เจ็บปวด ความเงียบงันกลางเวหาคงยืนนานเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ท้าวทศรถจะถอนพระหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง พระองค์จ้องมองบุตรชายด้วยสายตาที่ผสมผสานระหว่างความโกรธและความปรารถนาดีที่ซ่อนเร้นอยู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ แต่หนักแน่นราวกับก้อนหินกลิ้งลงภูเขา "ดีแล้วที่เจ้ากล้าพูดออกมาตรง... ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้เจ้าเลือก" พระองค์กางปีกยักษ์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ทว่าท่าทีกลับไม่ได้เข้าประชิดตัวเหมือนดั่งที่คาดคิด "ทางเลือกมีเพียงสองทางเท่านั้น ชัญษร..." พระองค์ชี้ลงไปที่ร่างของแสงจันทร์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปีกของบุตรด้วยปลายขนปีกที่แกร่งกล้า "ทางหนึ่ง... เจ้าจะละทิ้งนางผู้นี้เสียเดี๋ยวนี้ เพื่อความปลอดภัยของนางและลูกที่เพิ่งเกิด หากเจ้ายอมรับข้อตกลงของข้า ข้าจะไม่แตะต้องชีวิตของพวกนางแม้แต่ปลายขนเดียว แต่เจ้าต้องห้ามมาพบปะหรือแอบเห็นนางอีกต่อไป ต้องกลับไปยังวังฉิมพลี เพื่อเข้าพิธีอภิเษกกับฉายวรรณตามพันธสัญญาเดิมให้จงได้" สิ้นเสียงนั้น แสงจันทร์ถึงกับชะงักนิ่ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด นางมองขึ้นไปที่รูปทรงของสามีด้วยมือที่กำแน่นเสียจนขาวซีด
บทที่ 7: ปีกแห่งความลับและการหลบหนีสุดระทึก เสียงร้องแหลมสูงของนกนางคู่ที่บินมาเกาะขอบหน้าต่างปลุกชัญษรให้ตื่นจากภวังค์แห่งความสุขโดยพลัน ร่างนกนั้นสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกก่อนจะส่งเสียงบอกด้วยความรีบร้อนว่า "ท่านต้องหนีเดี๋ยวนี้! กองทัพครุฑมาใกล้ถึงที่นี่แล้ว... ที่สำคัญ พ่อของท่านก็มาด้วย!" คำว่า 'พ่อ' ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจชัญษร เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะอธิบาย เขารีบโอบคว้าแสงจันทร์และมณีวรรณทารกน้อยขึ้นแนบอกในทันที ความเร่งรีบทำให้แสงจันทร์ต้องตกตะลึงเมื่อสัมผัสได้ถึงพละกำลังมหาศาลของชัญษรที่มากกว่ามนุษย์ธรรมดาหลายเท่าตัว แสงจันทร์ยังไม่ทันจะตั้งตัว นกนางคู่ทั้งสองตัวก็ส่งเสียงร้องกึกก้องพร้อมกับขยายร่างใหญ่โตขึ้นจนเต็มสายตา ก่อนจะตะโกนลั่น "ข้าจะล่อพวกมันไปทางอื่น! ท่านรีบหนีไป!" ก่อนที่แสงจันทร์จะสิ้นสงสัย ชัญษรก็ตัดสินใจเปิดเผยความลับที่เก็บงำมาตลอด เขาโอบกอดนางไว้แน่นแล้วขยายร่างกระโจนทะยานขึ้นสู่เวหา ร่างกายของเขากลายร่างเป็น พญาครุฑยักษ์ สง่างามและทรงพลัง แสงจันทร์เบิกตากว้างด้วยความช็อกและตื่นตระหนกจนตัวแข็งทื่อ นางไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยว่าสามีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาตลอด







