로그인จากการกระทำของเขามันฟันธงไม่ได้ว่าเขาคิดอะไรกับเธอ เขาอาจจะเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนหนึ่งก็เป็นได้ หรือจะคิดเกินเลยกว่านั้นเธอก็ไม่กล้าวาดฝันไปเองอีกเหมือนกัน ด้านสาวแรกผริที่เพิ่งผ่านพ้นวัยสิบแปดมาหมาดๆ อย่างเธอ ก็ได้แต่หาถ้อยคำมาโต้เถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเก้อเขินและพิรุธในใจเอาตัวรอดไปในแต่ละครั้งเท่านั้น
สาวน้อยคิดว้าวุ่นอยู่ในใจพลางก้าวมาตามทางเดินที่ค่อนข้างมืดพอสมควร เพราะห้องน้ำอยู่บริเวณโซนด้านหลัง ไฟถูกเปิดเอาไว้เฉพาะห้องโถงใหญ่กลางคฤหาสน์เท่านั้น และภายในบ้านหลังใหญ่ตอนนี้บรรยากาศเงียบกริบ เด็กในบ้านคงถูกเกณฑ์ไปดูแลอยู่ที่งานเลี้ยงนอกบ้านกันหมด ทว่าคีรดายังไม่ทันจะได้ผลักประตูห้องน้ำเข้าไปก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากเบื้องหลัง
“ควีน”
เจ้าของชื่อขมวดคิ้วหันไปเขม้นมองฝ่าความมืดหาเจ้าของเสียง ก็เห็นร่างในเงามืดกำลังเดินตรงเข้ามาหา กระทั่งเขาก้าวมาหยุดอยู่ใกล้ๆ จนเห็นหน้ากันชัดเจนเธอถึงได้ร้องทักออกไป
“อ้าว! พอร์ช เข้ามาทำอะไรในนี้ล่ะ”
“ควีนนี่ความรู้สึกไม่ไวเลยนะ พอร์ชเดินตามมาตั้งแต่หน้าบ้านยังไม่รู้ตัวอีก”
“เดินตามควีนเข้ามา! มีอะไรเหรอ แล้วนี่เมาหรือเปล่า”
คีรดาถามอย่างไม่แน่ใจ ถึงคนที่อยู่ตรงหน้าจะดูปกติไม่ออกอาการเมาให้เห็น แต่คิดว่าเธอได้กลิ่นแอลกอฮอล์โชยมาแตะจมูก แล้วอีกอย่าง กับเด็กหนุ่มร่วมชั้นเรียนชื่อพอร์ชหรือพิรัชน์คนนี้ บอกตรงๆ ว่าเธอไม่สนิท ที่ผ่านมาคุยกันเฉพาะเรื่องเรียนและช่วงเวลาจำเป็นแค่นั้น มันก็น่าสงสัยว่าเขาจะเดินตามเธอเข้าบ้านมาทำไม
“ดื่มมานิดหน่อยเอง พอร์ชต้องการความกล้าน่ะ”
คำตอบที่ได้ยินคีรดาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขาต้องการอะไร แต่สายตาที่เพื่อนหนุ่มร่วมห้องสมัยมัธยมใช้มองเธอมันแปลกๆ ดูหยาดเยิ้มอย่างไรชอบกล เธอจึงตัดสินใจไม่ถามต่อ และทำทีจะหลบฉากโดยการหนีเข้าไปในห้องน้ำ
“ควีนขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บหนึ่งนะ”
“เดี๋ยวสิควีน”
ไม่ทักท้วงเปล่า หนุ่มน้อยยังถือโอกาสฉวยข้อมือเล็กของคนที่จะเดินหนีเข้าห้องน้ำเอาไว้อย่างรวดเร็ว พร้อมรีบบอกเร็วรี่
“พอร์ชชอบควีน ชอบมากๆ เลยด้วย และชอบมานานแล้ว ที่ผ่านมาพอร์ชไม่กล้าบอกควีนน่ะ แต่ถ้าไม่บอกคืนนี้ก็ไม่รู้จะได้เจอควีนอีกเมื่อไร”
‘นั่นไง! นึกแล้วเชียวว่าทำไมคืนนี้มาแปลก’
หญิงสาวนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่งกับความจริงที่ได้รู้ เพราะเขาไม่เคยแสดงท่าทีว่าชอบเธอมาก่อน พอมาได้ยินโต้งๆ แบบนี้ก็อดรู้สึกตกใจและแปลกๆ ไม่ได้ ที่สำคัญเธอไม่ได้มีความรู้สึกชอบด้วยเลยแม้แต่นิด เมื่อตั้งสติได้คีรดาก็คลี่ยิ้มแหยๆ ส่งให้ ก่อนจะหาวิธีหลบเลี่ยง
“ขอบใจนะที่ชอบควีน เอ่อ...แต่ตรงนี้มันหน้าห้องน้ำ ควีนขอเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนได้ไหม”
“ควีนจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ บอกว่าควีนรู้สึกยังไงกับพอร์ชสักนิดก็ยังดี ถ้ายังไม่ชอบตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ให้โอกาสพอร์ชได้จีบควีนบ้างได้ไหม”
พิรัชน์ยังไม่ยอมปล่อยข้อมือเล็ก ดูท่าทางแล้วจะเอาคำตอบให้ได้เสียด้วย คีรดาจึงตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ เพื่อตัดปัญหา และเธอไม่อยากให้ความหวังใคร มั่นใจว่าความสัมพันธ์ของเธอกับพิรัชน์มันไม่มีทางพัฒนาไปได้แน่นอน
“คือ...ยังไงดีล่ะ เราคุยกันแต่ละทีไม่เคยเกินสามประโยค แล้วจู่ๆ พอร์ชก็มาบอกว่าชอบ ควีนตั้งตัวไม่ติดน่ะ แต่ถ้าพอร์ชยังยืนยันจะเอาคำตอบตอนนี้ ควีนก็บอกได้แค่ว่าเราเป็นเพื่อนกันอย่างเดิมน่ะดีที่สุดแล้ว เพราะไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ ควีนก็คงไม่ชอบพอร์ชเกินกว่าเพื่อนไปได้หรอก”
คนถูกปฏิเสธถึงกับหน้าแดงก่ำ อุตส่าห์ซดเหล้าเรียกความกล้ามาก็หลายแก้วยังรู้สึกว่าหน้ามันชาด้วยความอับอายอย่างชัดเจน แล้วโทสะกับความริษยามันก็พุ่งขึ้นหน้าตามมาอย่างห้ามไม่ได้ ทั้งอิจฉาเพื่อนร่วมชั้นอย่างเซมิรอนที่คีรดาให้ความสนิทด้วยอย่างไม่ถือตัว ทั้งผิดหวังจากคำพูดของสาวน้อยตรงหน้า มันปะปนกันไปหมด ประกอบกับเหล้าที่ดื่มเข้าไปพอสมควรทำให้พิรัชน์ถูกความลืมตัวเข้าครอบงำ
“ทำไม! เพราะควีนชอบไอ้เล็กอยู่ใช่ไหมล่ะ ไอ้เล็กมันมีดีอะไรนักหนา จีบผู้หญิงมั่วไปทั่วไม่เห็นมันจะจริงจังกับใครเลยสักคน ก็แค่หน้าตาฝรั่งกระจอกๆ ที่เห็นกันเกร่ออยู่แถวตรอกเข้าสาร มีดีก็แค่รวยอย่างเดียว แต่ผู้หญิงหน้าโง่พวกนั้นก็ยังไปหลงลมมันอยู่ได้ นี่ควีนจะยอมโง่อีกคนหรือไง”
ไม่แปลกที่เพื่อนร่วมชั้นจะเข้าใจว่าเธอกับเซมิรอนชอบกัน เพราะเซมิรอนเป็นเพื่อนผู้ชายคนเดียวที่เธอสนิทที่สุด เล่นหัวกันได้ กอดคอไปไหนมาไหนด้วยกันแบบไม่แคร์สื่อ ไม่มีคำว่าเพศมาขวางกั้นความเป็นเพื่อน และเซมิรอนกับเธอก็เป็นประเภทไม่สนโลกคล้ายๆ กัน ใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง มีแค่เธอกับเขาที่รู้กันดีอยู่แก่ใจว่ามันไม่มีอะไรเกินกว่าเพื่อน
หลังจากที่คลอดเจ้าหนูเซคีออกมาได้หนึ่งเดือน คีรดาก็กลับไปเรียนต่อปริญญาโทอีกครั้ง เพราะมันได้จังหวะเปิดเทอมพอดี และอีกอย่างเธอไม่อยากให้มันค้างคาอยู่นาน คิดว่าถ้าทิ้งช่วงนานไปเดี๋ยวจะพานขี้เกียจแล้วจะเรียนไม่จบเอาได้ เหลืออีกแค่เทอมเดียวเธอก็จะจบแล้ว แต่ช่วงที่ไปเรียนเธอก็จะปั๊มน้ำนมกักตุนเอาไว้ให้ลูกน้อยอย่างพอเพียง ให้คุณนายอันนาและผู้เป็นพ่อขุนลูกชายของเธอจนตอนนี้ตัวจ้ำม่ำเกินเด็กวัยสามเดือนเข้าไปทุกทีด้านเซบาสเตียนเองนับจากเธอคลอดลูกเขาก็เปลี่ยนเวลากลับจากที่ทำงานไวขึ้น ไม่เกินสี่โมงเย็นก็จะเห็นเขาโผล่กลับบ้านมารับช่วงเลี้ยงลูกต่อจากคุณนายอันนา ซึ่งต้องไปทำหน้าที่ดูแลเรื่องปากท้องของคนในบ้าน หลังจากกลับมาจากเรียนคีรดาก็จะเห็นสามีอุ้มเจ้าตัวเล็กติดมืออยู่เป็นประจำ ส่วนงานที่ท่าเทียบเรือทั้งที่ภูเก็ตและสัตหีบชายหนุ่มจะไปเคลียร์เดือนละไม่เกินสามครั้ง แล้วไปแต่ละครั้งก็อยู่ไม่เกินสามวัน ไม่ได้อยู่เป็นอาทิตย์เหมือนเมื่อครั้งยังไม่ได้แต่งงาน ส่วนใหญ่จะให้ผู้จัดการของท่าเทียบเรือขนแฟ้มงานสำคัญที่เขาต้องเซ็นต้องอนุมัติเอามาให้ที่บริษัทแม่ในกรุงเทพฯ แทนส่วนคุณนายอันนาก็ยุ่งอยู่กับการเลี้
สองเดือนต่อมา สองหนุ่มเพื่อนซี้อย่างเซบาสเตียนกับคีรินทร์ก็ต่างแข่งกันนั่งหน้าซีดตาเซียวอยู่ตรงโซฟาตรงโถงรับแขกของคฤหาสน์ภูวภาดล พลางพิงศีรษะเอาไว้กับพนักพิง และถือหลอดยาดมจ่อปลายจมูกอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าอาการแพ้ท้องแทนภรรยาเล่นงานผู้ชายตัวโตๆ เสียหมดสภาพเลยทีเดียว ในขณะที่ภรรยาสาวของทั้งคู่นั้นไม่มีอาการแพ้ใดๆ ทั้งสิ้น กลับดูอิ่มเอิบผิวพรรณมีน้ำมีนวลแลสวยขึ้นผิดหูผิดตาเวลานี้สองสาวเพื่อนรักอย่างศิริกานดากับคีรดาก็กำลังช่วยกันลำเลียงจานผลไม้หมักดองและผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ เอามาวางไว้ให้สามีที่โต๊ะหน้าโซฟา ปกติสองหนุ่มไม่เคยพิสมัยอาหารแสลงเช่นนี้เลยสักนิด ทว่านับตั้งแต่ภรรยาท้องกลับโหยหิวที่จะกินมันอย่างเอาเป็นเอาตาย จนผู้เป็นภรรยาต้องซื้อหาเอามาตุนติดบ้านเอาไว้ให้ตลอดและโดยปกติในวันหยุดสุดสัปดาห์เช่นนี้ ถ้าทั้งสองครอบครัวว่างตรงกันก็จะไปมาหาสู่กันอยู่เป็นประจำ อย่างเช่นในวันนี้ที่คีรดาลากสามีมาเยี่ยมเยียนพี่ชายถึงที่บ้าน อาการแพ้ท้องของสามีที่สองสาวได้เห็นมันก็น่าสงสารอยู่หรอกนะ แต่คีรดากับศิริกานดาก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ ที่สามีแพ้แทนให้หมด เพราะเธอสองคนต้องเรียนหนังสือ ถ้าต้องแพ้ท้องเห
“แล้วไงคะ”คีรดาชักเสียงขุ่น ดวงตาคู่งามก็เริ่มวาววับ จ้องคนพูดอย่างเอาเรื่อง เมื่อพอจะเข้าใจอะไรได้รางๆ แต่ยังไม่ชัดเจน เธอต้องบังคับใจให้เย็นแล้วฟังเขาต่อให้จบ“พี่ก็แค่โทรไปปรึกษาว่าอยากมีลูก ช่วยทำยังไงก็ได้ให้เมียพี่ท้องภายในหนึ่งเดือน ไอ้หมอมันก็ดีใจหาย เปลี่ยนยาคุมมาเป็นยาบำรุงเลือดให้เมียพี่รวดเร็วทันใจ จนเซบาสเตียนน้อยมานอนอยู่ในพุงของน้องควีนอยู่นี่ไง”“อ๊ายยย! คุณใหญ่! จะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษาควีนก่อนฮะ! ไหนใครบอกว่าไม่ซีเรียสไง ควีนยังเรียนไม่จบเลยเห็นไหมเล่า เหลืออีกตั้งสองเทอมกว่าจะเรียนจบ ท้องกลางคันแบบนี้แล้วคราวนี้จะทำยังไง คนบ้า! เจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการที่สุดเลย”เมื่อความกระจ่าง ภรรยาสาวก็รัวคำต่อว่าโวยวายใส่เป็นชุด พร้อมกับกระหน่ำกำปั้นเล็กลงที่อกกว้างรัวเร็วแบบไม่ยั้งด้วยความโมโห“ใจเย็นทูนหัว เดี๋ยวลูกพี่กระเทือน ที่อยากให้เราท้องพี่มีเหตุผลนะน้องควีน”เซบาสเตียนบอกพลางรวบกำข้อมือเล็กเอาไว้ทั้งสองข้างได้อย่างไม่ยากเย็น หากคนเป็นเมียเมื่อทำอะไรเขาไม่ได้เธอก็สะบัดหน้าให้อย่างแสนงอน ทว่าชายหนุ่มก็ยังไม่ละความพยายามที่จะอธิบายให้ฟัง“ไอ้หมอมันบอกพี่ว่าวิธีคุมกับเนิดด้วยการ
ในชั่วโมงต่อมา คีรดาก็ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นที่เป็นห้องทำงานของคนเป็นสามี เธอเจอเข้ากับเลขาฯ หนุ่มกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับเอกสารบนโต๊ะทำงาน ซึ่งตั้งอยู่หน้าห้องเยื้องๆ กับประตูห้องทำงานของคนเป็นเจ้านาย พอเขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นเธอก็ส่งยิ้มทักทายนำมาก่อน แล้วถึงกำมือเหลือแต่หัวแม่โป้งชี้ไปยังประตูห้องทำงานด้านหลัง บอกให้เธอรู้ว่าเจ้านายของเขาอยู่ที่ไหนโดยไม่ต้องเอ่ยปากอะไรออกมาสักคำ เพราะเลขาฯ อย่างภีมรู้จักเธอดีว่าเป็นใคร ในวันแต่งงานเขาก็ยังไปร่วมแสดงความยินดีอยู่เลย และเธอก็ไม่ได้มีกิจธุระอันใดกับสถานที่แห่งนี้ ยกเว้นธุระเดียวที่เกี่ยวข้องกับเธอโดยตรงก็คือผู้ชายที่กำลังทำงานอยู่ในห้องนั่นเท่านั้น คาดว่าเลขาฯ อย่างเขาก็คงมองออกคีรดาคลี่ยิ้มสดใสมอบให้กับคุณเลขาฯ พร้อมกับก้มหัวเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ ก่อนเธอจะเคาะประตูห้องทำงานเบาๆ แล้วผลักเปิดเข้าไปทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของห้องเอ่ยปากอนุญาตด้านเจ้าของห้องทำงานสุดหรูก็เงยหน้าจากงานบนโต๊ะขึ้นมามองอย่างสงสัยเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามา พอได้เห็นร่างอรชรในชุดเดรสสั้นเหนือเขา แขนเสมอศอก เนื้อผ้าสีขาวพริ้วสวย ประดับด้วยลวดลายดอกไม้หลากสีดูกระ
เรียวปากร้อนจัดบดเบียดกลีบปากนุ่มอิ่มเต็มหนักหน่วงร้อนแรง ส่งปลายลิ้นระคายซอกซอนเลาะไปตามไรฟันขาวสะอาดของเธอย่างช่ำชองและชำนาญราวกับปรมาจารย์ทางด้านจูบมาเอง ผลสุดท้ายคีรดาก็ต้านไม่ไหว จำต้องเปิดปากให้เขาเข้าไปลิ้มรสความหวานแสนซ่านใจในอุ้งปากเล็กในที่สุดเพียงไม่นานหญิงสาวก็เริ่มครวญครางออกมาแผ่วหวาน เมื่อปากร้อนๆ เริ่มไต่ลงไปดูดซับลำคอนุ่มหอมกรุ่น พร้อมกับสองมือใหญ่ลากไล้ลงไปตามเรือนกายสาวขาวนวลช้าๆ สติสัมปชัญญะก็ชักถดถอยลงเรื่อยๆ ตอนที่เขาดึงชุดนอนผ้าพลิ้วสวยหลุดออกไปจากร่างเธอก็เลือนรางเต็มที หมดปัญญาที่จะห้ามปรามและต้านทานอีกต่อไปคีรดาได้แต่ครางหวิวไหวอยู่ในลำคอ เมื่อกายแกร่งกำยำอันไร้อาภรณ์ใดๆ ซึ่งไม่รู้ว่าบ็อกเซอร์ตัวเดียวที่เขาใส่ติดตัวหลุดออกไปจากร่างเขาตั้งแต่เมื่อไรเริ่มบดคลึงเข้าหาเรือนกายสาวขาวอ่อนนุ่ม ทำการหลอมละลายเธอกับเขาให้เป็นหนึ่งเดียวกัน จากจังหวะเนิบช้า แล้วเร่งเร้าระดับความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ สองมือเล็กไขว่คว้ากายหนาโอบรัดเอาไว้แน่น ปล่อยตัวปล่อยใจให้เขานำพาเข้าสู่กระแสธารพิศวาสอันเชี่ยวกรากและแสนรัญจวญใจ แต่ขณะเดียวกันเธอก็เรียนรู้ที่จะตอบสนองอารมณ์รักที่สามีเป็น
“คุณใหญ่น่ะ”คีรดาแว้ดเสียงให้เสร็จก็ต้องหันหน้าขวับเข้าหาผนังห้องน้ำว่องไว แล้วทำทีเปิดน้ำฝักบัวล้างตัวและผมบนศีรษะพัลวัน เพราะชายหนุ่มกำลังดึงอาภรณ์ตัวน้อยแบรนด์หรูชิ้นสุดท้ายออกจากกาย ด้านเซบาสเตียนก็หัวเราะหึๆ อยู่ในลำคอ ขำภรรยาสาวที่อายจนจะมุดหน้าเข้าผนังห้องน้ำได้อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าอายจากคำพูดของเขาหรืออายที่จะมองเนื้อตัวของเขากันแน่ ชายหนุ่มส่ายหน้าให้เบาๆ พลางโยนกางเกงเนื้อนิ่มที่อยู่ในมือไปใส่ตะกร้ามุมห้องอย่างแม่นยำ ก่อนเขาจะเดินไปทรุดนอนในอ่างอาบน้ำอีกด้าน จัดการเปิดน้ำอุ่นให้ไหลลงสู่ในอ่าง แล้วเอนศีรษะลงกับขอบอ่างสบายๆ จากนั้นถึงเอ่ยบอกผู้เป็นภรรยา“มาสระผมให้พี่หน่อยเร็ว”คีรดารีบล้างเนื้อล่างตัวพร้อมทั้งล้างแชมพูออกจากผมอย่างรวดเร็ว เสร็จก็ไปดึงผ้าขนหนูเอามาพันกายเอาไว้ลวกๆ ก่อนที่จะก้าวไปนั่งคุกเข่าตรงศีรษะทุยสวยของสามี เธอคว้าเอาขวดแชมพูมาเทลงบนฝ่ามือแล้วเริ่มนวดคลึงไปบนศีรษะได้รูปช้าๆ ก็บอกแล้วถ้ามันเป็นความสุขของผู้ชายที่รัก เธอยินดีที่จะทำให้ด้านเซบาสเตียนก็หลับตาลงปล่อยให้ภรรยาสาววุ่นวายอยู่กับศีรษะอย่างสบายอารมณ์ ความจริงผมสั้นๆ แค่นี้เขาสระเองก็ได้ ดูจะง่ายดายและ







