ANMELDENความจริงแล้วเธอหายง่วงตั้งแต่เห็นหน้าบูดสนิทของเขาตอนก้าวลงมาจากรถนั่นแล้วละแต่เรื่องอะไรเธอจะบอกให้รู้ คีรดาจึงพยักหน้าเบาๆ ให้เป็นคำตอบ
“งั้นขึ้นรถ แล้วกอดพี่ให้แน่นๆ พี่จะทำเวลา เพราะตอนนี้ง่วงนอนสุดๆ เหมือนกัน”
ประโยคที่ได้ยินทำเอาคีรดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง เธอฟังไม่ผิดหรอก เขาสั่งให้กอด แต่ชายหนุ่มก็ไม่ให้เวลาเธอได้ตั้งตัวหรือเตรียมใจแม้แต่น้อย ทันทีที่เอ่ยจบเขาก็หันไปหยิบหมวกกันน็อกที่วางเอาไว้บนตัวถังน้ำมันขึ้นมาสวมศีรษะลวกๆ แล้วเข้าเกียร์บิดคันเร่งเตรียมจะออกรถ
คีรดาจึงจำต้องรีบปีนขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายอย่างเร็วไว ก่อนจะผวาโอบรัดเอวคนขับเอาไว้แน่นเมื่อมอเตอร์ไซค์คันใหญ่พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูถูกยิงออกจากแหล่ง ไม่รู้จะรีบไปไหน หรืออารมณ์ยังไม่ปกติจนต้องไปลงกับการขับมอเตอร์ไซค์ อันนี้เธอก็ไม่อาจทราบได้
คนประกาศิตน่ะคงได้กอดแนบแน่นสมดังใจ หากสาวน้อยคนนั่งซ้อนท้ายนี่สิ ได้แต่หลับตาปี๋ พร้อมกับภาวนาให้ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพเท่านั้น
**********
คีรดาปีนลงจากรถมอเตอร์ไซค์คันโตในชั่วโมงต่อมา เมื่อคนขับพามาถึงหน้าคฤหาสน์ภูวภาดล หลังจากถอดหมวกกันน็อกเสร็จ เธอก็เอ่ยขอบคุณพร้อมยกมือไหว้เรียบร้อย ก่อนจะยื่นหมวกกันน็อกคืนให้เจ้าของรถ ทว่าคนมาส่งกลับไม่รับเอาไป เขาถอดหมวกกันน็อกวางเอาไว้บนตัวถังน้ำมัน แล้วหวี่ยงขาลงมายืนพิงเจ้าบิ๊กไบค์คันหรูประจันหน้ากับเธอด้วยท่วงท่าสบายๆ แต่หน้าตาและน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาฟังเอาจริงเอาจัง
“พี่ขอคุยด้วยหน่อย”
เธอรู้ว่าเขาจะคุยเรื่องอะไร ก็คนเป็นน้องชายยังโดนสวดซะเละขนาดนั้น แล้วเธอจะรอดหรือ คีรดาจึงหาทางชิ่ง ทำทีปิดปากหาวเสียวอดใหญ่ ก่อนเอ่ยออกมาน้ำเสียงเนือยๆ พร้อมทำตาปรือๆ
“คุยอะไรตอนนี้ล่ะคะ ตีสามจะครึ่งอยู่แล้ว ควีนง่วงนอนจังเลยค่ะ”
“จะคุยกันดีๆ ตรงนี้ หรือจะให้พี่ตามขึ้นไปคุยบนห้องนอนของน้องควีน”
“ว่ามาสิคะ”
คนแกล้งง่วงถึงกับเบิกตาโต แล้วโพล่งออกมาเสียงใสเร็วปรื๋อ เมื่อเจอเขาสวนกลับมาเสียงเรียบ และไม่มีวี่แววล้อเล่นอย่างเช่นเคย
“น้องควีนโตแล้วนะ สวยด้วย รู้ตัวบ้างหรือเปล่า”
ถึงแม้จะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนุ่มหูชวนฟังแบบนี้ อย่าหลงลมว่าเขาชมเธออยู่เชียว เพราะหน้าตาคนพูดดูเครียดขรึมดุดันแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเล็งมุมไหนเขาก็ไม่ได้ชื่นชมหรือล้อเธอเล่นอยู่แน่นอน ถ้าเขามาแบบเย้าหยอก แกล้งแหย่ อย่างเช่นทุกครั้ง เธอยังพอหาเรื่องเถียงไปตามประสาได้บ้าง แต่มาเจอเซบาสเตียนในมาดใหม่เช่นนี้คีรดาก็อดเกรงๆ ไม่ได้ จนไม่กล้าประสานสายตาด้วย เธอจึงทำทีเสหลบไปมองด้านข้างแทน
“เวลานายเล็กมันชวนไปไหน น้องควีนหัดปฏิเสธหรือเบรกๆ มันบ้างก็ได้ อย่าเห็นดีเห็นงามตามมันไปทุกที่แบบนี้ พี่รู้ว่าน้องควีนเก่ง ฉลาดด้วย แต่ผู้หญิงต่อให้เก่งกาจสักแค่ไหนมันก็เสียเปรียบผู้ชายอยู่วันยังค่ำน่ะแหละ นายเล็กน่ะพี่ไม่ห่วงเท่าไรหรอกเพราะมันเป็นผู้ชาย แต่น้องควีนนี่สิ ถ้าพลาดขึ้นมาจะทำยังไง”
“ก็...แค่ครั้งนี้เองนะคะที่มันดึกไปหน่อย” สาวน้อยแก้ตัวเสียงอ่อยๆ
“กลับบ้านเกือบเช้าเขาเรียกดึกไปหน่อยงั้นเหรอน้องควีน”
“ก็ได้ๆ คราวหลังควีนจะกลับให้ถึงบ้านก่อนเที่ยงคืนก็แล้วกันค่ะ”
เซบาสเตียนถึงกับพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ เมื่อได้ยินประโยครับปากส่งๆ แบบขอไปทีของคุณเธอ เขารู้ว่าสาวน้อยตรงหน้าร้ายและรั้นพอตัว ที่เขาพูดออกไปเธอยอมฟัง แต่จะปฏิบัติตามหรือเปล่านั้นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเขาก็ทำอะไรแม่คุณไม่ได้เสียด้วย เพราะพี่ก็ไม่ใช่ พ่อหรือก็ไม่ได้เป็น สถานะเดียวที่เขาจะปราบเธอได้แบบเต็มปาก ถนัดมือ และสะดวกใจมีแค่อย่างเดียวเท่านั้น ว่าแต่...มันถึงเวลาแล้วหรือยัง คิดพลางชายหนุ่มก็กวาดตามองร่างอรชรตรงหน้าไปด้วยช้าๆ ในที่สุดก็ตัดสินใจเป็นฝ่ายตัดบท พูดไปตอนนี้ก็ดูจะเปลืองน้ำลายเปล่า สู้ทำเลยดีกว่า
“ขึ้นไปนอนได้แล้วไป”
คีรดาจึงยื่นหมวกกันน็อกที่ยังถืออยู่ในมือส่งคืนให้ พอเขารับเอาไปเธอก็หันหลังซอยเท้าขึ้นบันไดหน้าตึกเข้าไปในคฤหาสน์ แต่พอหันกลับมาจะปิดประตูบ้านก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นคนมาส่งเดินตามเธอขึ้นมาเงียบๆ พออ้าปากจะถามเขาก็ชิงเอ่ยออกมาเสียก่อน
“พี่ขอยืมห้องนั่งเล่นชั้นล่างนี่หน่อยแล้วกัน ขี้เกียจขับรถกลับบ้าน ง่วงนอน”
บอกพร้อมกับลงมือปิดประตูบ้านให้เสร็จสรรพ และไม่รอฟังว่าเจ้าของบ้านสาวจะว่าอย่างไร เซบาสเตียนพาร่างสูงใหญ่ก้าวเอื่อยๆ ตรงไปยังห้องนั่งเล่นอย่างคุ้นเคยดี เพราะเขาเคยมาหาเพื่อนรักอยู่หลายครั้ง พอจะรู้ว่าห้องอะไรอยู่ตรงไหน ด้านสาวน้อยเจ้าบ้านก็ได้แต่มองตามหลังคนที่เดินหายเข้าไปในห้องนั่งเล่นนิ่งค้างอยู่ที่เดิม เธอไม่ได้มีปัญหาใดๆ กับการขอค้างที่บ้านของเขา แค่อึ้งนิดหน่อย เพราะครั้งนี้เป็นหนแรกที่เขาค้างที่บ้านของเธอ หลายนาทีคีรดาถึงเดินช้าๆ ขึ้นไปยังห้องนอนบนชั้นสองบ้าง
เกือบยี่สิบนาที ร่างระหงในชุดนอนสีขาวเนื้อบางเบา มีเสื้อคลุมเข้าชุดสวมทับมาอีกชั้นก็เดินกลับลงมายังชั้นล้างอีกครั้ง พร้อมหอบผ้านวมกับหมอนใบใหญ่เต็มอ้อมแขน ตั้งใจเอามาให้คนในห้องนั่งเล่นโดยเฉพาะ พอก้าวผ่านประตูห้องนั่งเล่นเข้าไปเธอก็เห็นร่างใหญ่นอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาตัวยาวหน้าทีวีที่ปรับเป็นเตียงเรียบร้อย ถึงแม้ในห้องจะไม่ได้เปิดไฟ แต่โคมไฟจากระเบียงก็ส่องเล็ดลอดเข้ามาให้ความสว่างอยู่บ้าง ทำให้ภายในห้องไม่มืดสนิทซะทีเดียว ซึ่งโซฟาตัวนี้เธอก็เคยมานั่งเล่นนอนเล่นดูหนังฟังเพลงอยู่บ่อยๆ บางทีดูหนังเพลินจนดึกขี้เกียจกลับขึ้นไปบนห้องก็ยึดเป็นที่นอนยันเช้าเลยก็มี
หลังจากที่คลอดเจ้าหนูเซคีออกมาได้หนึ่งเดือน คีรดาก็กลับไปเรียนต่อปริญญาโทอีกครั้ง เพราะมันได้จังหวะเปิดเทอมพอดี และอีกอย่างเธอไม่อยากให้มันค้างคาอยู่นาน คิดว่าถ้าทิ้งช่วงนานไปเดี๋ยวจะพานขี้เกียจแล้วจะเรียนไม่จบเอาได้ เหลืออีกแค่เทอมเดียวเธอก็จะจบแล้ว แต่ช่วงที่ไปเรียนเธอก็จะปั๊มน้ำนมกักตุนเอาไว้ให้ลูกน้อยอย่างพอเพียง ให้คุณนายอันนาและผู้เป็นพ่อขุนลูกชายของเธอจนตอนนี้ตัวจ้ำม่ำเกินเด็กวัยสามเดือนเข้าไปทุกทีด้านเซบาสเตียนเองนับจากเธอคลอดลูกเขาก็เปลี่ยนเวลากลับจากที่ทำงานไวขึ้น ไม่เกินสี่โมงเย็นก็จะเห็นเขาโผล่กลับบ้านมารับช่วงเลี้ยงลูกต่อจากคุณนายอันนา ซึ่งต้องไปทำหน้าที่ดูแลเรื่องปากท้องของคนในบ้าน หลังจากกลับมาจากเรียนคีรดาก็จะเห็นสามีอุ้มเจ้าตัวเล็กติดมืออยู่เป็นประจำ ส่วนงานที่ท่าเทียบเรือทั้งที่ภูเก็ตและสัตหีบชายหนุ่มจะไปเคลียร์เดือนละไม่เกินสามครั้ง แล้วไปแต่ละครั้งก็อยู่ไม่เกินสามวัน ไม่ได้อยู่เป็นอาทิตย์เหมือนเมื่อครั้งยังไม่ได้แต่งงาน ส่วนใหญ่จะให้ผู้จัดการของท่าเทียบเรือขนแฟ้มงานสำคัญที่เขาต้องเซ็นต้องอนุมัติเอามาให้ที่บริษัทแม่ในกรุงเทพฯ แทนส่วนคุณนายอันนาก็ยุ่งอยู่กับการเลี้
สองเดือนต่อมา สองหนุ่มเพื่อนซี้อย่างเซบาสเตียนกับคีรินทร์ก็ต่างแข่งกันนั่งหน้าซีดตาเซียวอยู่ตรงโซฟาตรงโถงรับแขกของคฤหาสน์ภูวภาดล พลางพิงศีรษะเอาไว้กับพนักพิง และถือหลอดยาดมจ่อปลายจมูกอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าอาการแพ้ท้องแทนภรรยาเล่นงานผู้ชายตัวโตๆ เสียหมดสภาพเลยทีเดียว ในขณะที่ภรรยาสาวของทั้งคู่นั้นไม่มีอาการแพ้ใดๆ ทั้งสิ้น กลับดูอิ่มเอิบผิวพรรณมีน้ำมีนวลแลสวยขึ้นผิดหูผิดตาเวลานี้สองสาวเพื่อนรักอย่างศิริกานดากับคีรดาก็กำลังช่วยกันลำเลียงจานผลไม้หมักดองและผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ เอามาวางไว้ให้สามีที่โต๊ะหน้าโซฟา ปกติสองหนุ่มไม่เคยพิสมัยอาหารแสลงเช่นนี้เลยสักนิด ทว่านับตั้งแต่ภรรยาท้องกลับโหยหิวที่จะกินมันอย่างเอาเป็นเอาตาย จนผู้เป็นภรรยาต้องซื้อหาเอามาตุนติดบ้านเอาไว้ให้ตลอดและโดยปกติในวันหยุดสุดสัปดาห์เช่นนี้ ถ้าทั้งสองครอบครัวว่างตรงกันก็จะไปมาหาสู่กันอยู่เป็นประจำ อย่างเช่นในวันนี้ที่คีรดาลากสามีมาเยี่ยมเยียนพี่ชายถึงที่บ้าน อาการแพ้ท้องของสามีที่สองสาวได้เห็นมันก็น่าสงสารอยู่หรอกนะ แต่คีรดากับศิริกานดาก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ ที่สามีแพ้แทนให้หมด เพราะเธอสองคนต้องเรียนหนังสือ ถ้าต้องแพ้ท้องเห
“แล้วไงคะ”คีรดาชักเสียงขุ่น ดวงตาคู่งามก็เริ่มวาววับ จ้องคนพูดอย่างเอาเรื่อง เมื่อพอจะเข้าใจอะไรได้รางๆ แต่ยังไม่ชัดเจน เธอต้องบังคับใจให้เย็นแล้วฟังเขาต่อให้จบ“พี่ก็แค่โทรไปปรึกษาว่าอยากมีลูก ช่วยทำยังไงก็ได้ให้เมียพี่ท้องภายในหนึ่งเดือน ไอ้หมอมันก็ดีใจหาย เปลี่ยนยาคุมมาเป็นยาบำรุงเลือดให้เมียพี่รวดเร็วทันใจ จนเซบาสเตียนน้อยมานอนอยู่ในพุงของน้องควีนอยู่นี่ไง”“อ๊ายยย! คุณใหญ่! จะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษาควีนก่อนฮะ! ไหนใครบอกว่าไม่ซีเรียสไง ควีนยังเรียนไม่จบเลยเห็นไหมเล่า เหลืออีกตั้งสองเทอมกว่าจะเรียนจบ ท้องกลางคันแบบนี้แล้วคราวนี้จะทำยังไง คนบ้า! เจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการที่สุดเลย”เมื่อความกระจ่าง ภรรยาสาวก็รัวคำต่อว่าโวยวายใส่เป็นชุด พร้อมกับกระหน่ำกำปั้นเล็กลงที่อกกว้างรัวเร็วแบบไม่ยั้งด้วยความโมโห“ใจเย็นทูนหัว เดี๋ยวลูกพี่กระเทือน ที่อยากให้เราท้องพี่มีเหตุผลนะน้องควีน”เซบาสเตียนบอกพลางรวบกำข้อมือเล็กเอาไว้ทั้งสองข้างได้อย่างไม่ยากเย็น หากคนเป็นเมียเมื่อทำอะไรเขาไม่ได้เธอก็สะบัดหน้าให้อย่างแสนงอน ทว่าชายหนุ่มก็ยังไม่ละความพยายามที่จะอธิบายให้ฟัง“ไอ้หมอมันบอกพี่ว่าวิธีคุมกับเนิดด้วยการ
ในชั่วโมงต่อมา คีรดาก็ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นที่เป็นห้องทำงานของคนเป็นสามี เธอเจอเข้ากับเลขาฯ หนุ่มกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับเอกสารบนโต๊ะทำงาน ซึ่งตั้งอยู่หน้าห้องเยื้องๆ กับประตูห้องทำงานของคนเป็นเจ้านาย พอเขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นเธอก็ส่งยิ้มทักทายนำมาก่อน แล้วถึงกำมือเหลือแต่หัวแม่โป้งชี้ไปยังประตูห้องทำงานด้านหลัง บอกให้เธอรู้ว่าเจ้านายของเขาอยู่ที่ไหนโดยไม่ต้องเอ่ยปากอะไรออกมาสักคำ เพราะเลขาฯ อย่างภีมรู้จักเธอดีว่าเป็นใคร ในวันแต่งงานเขาก็ยังไปร่วมแสดงความยินดีอยู่เลย และเธอก็ไม่ได้มีกิจธุระอันใดกับสถานที่แห่งนี้ ยกเว้นธุระเดียวที่เกี่ยวข้องกับเธอโดยตรงก็คือผู้ชายที่กำลังทำงานอยู่ในห้องนั่นเท่านั้น คาดว่าเลขาฯ อย่างเขาก็คงมองออกคีรดาคลี่ยิ้มสดใสมอบให้กับคุณเลขาฯ พร้อมกับก้มหัวเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ ก่อนเธอจะเคาะประตูห้องทำงานเบาๆ แล้วผลักเปิดเข้าไปทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของห้องเอ่ยปากอนุญาตด้านเจ้าของห้องทำงานสุดหรูก็เงยหน้าจากงานบนโต๊ะขึ้นมามองอย่างสงสัยเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามา พอได้เห็นร่างอรชรในชุดเดรสสั้นเหนือเขา แขนเสมอศอก เนื้อผ้าสีขาวพริ้วสวย ประดับด้วยลวดลายดอกไม้หลากสีดูกระ
เรียวปากร้อนจัดบดเบียดกลีบปากนุ่มอิ่มเต็มหนักหน่วงร้อนแรง ส่งปลายลิ้นระคายซอกซอนเลาะไปตามไรฟันขาวสะอาดของเธอย่างช่ำชองและชำนาญราวกับปรมาจารย์ทางด้านจูบมาเอง ผลสุดท้ายคีรดาก็ต้านไม่ไหว จำต้องเปิดปากให้เขาเข้าไปลิ้มรสความหวานแสนซ่านใจในอุ้งปากเล็กในที่สุดเพียงไม่นานหญิงสาวก็เริ่มครวญครางออกมาแผ่วหวาน เมื่อปากร้อนๆ เริ่มไต่ลงไปดูดซับลำคอนุ่มหอมกรุ่น พร้อมกับสองมือใหญ่ลากไล้ลงไปตามเรือนกายสาวขาวนวลช้าๆ สติสัมปชัญญะก็ชักถดถอยลงเรื่อยๆ ตอนที่เขาดึงชุดนอนผ้าพลิ้วสวยหลุดออกไปจากร่างเธอก็เลือนรางเต็มที หมดปัญญาที่จะห้ามปรามและต้านทานอีกต่อไปคีรดาได้แต่ครางหวิวไหวอยู่ในลำคอ เมื่อกายแกร่งกำยำอันไร้อาภรณ์ใดๆ ซึ่งไม่รู้ว่าบ็อกเซอร์ตัวเดียวที่เขาใส่ติดตัวหลุดออกไปจากร่างเขาตั้งแต่เมื่อไรเริ่มบดคลึงเข้าหาเรือนกายสาวขาวอ่อนนุ่ม ทำการหลอมละลายเธอกับเขาให้เป็นหนึ่งเดียวกัน จากจังหวะเนิบช้า แล้วเร่งเร้าระดับความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ สองมือเล็กไขว่คว้ากายหนาโอบรัดเอาไว้แน่น ปล่อยตัวปล่อยใจให้เขานำพาเข้าสู่กระแสธารพิศวาสอันเชี่ยวกรากและแสนรัญจวญใจ แต่ขณะเดียวกันเธอก็เรียนรู้ที่จะตอบสนองอารมณ์รักที่สามีเป็น
“คุณใหญ่น่ะ”คีรดาแว้ดเสียงให้เสร็จก็ต้องหันหน้าขวับเข้าหาผนังห้องน้ำว่องไว แล้วทำทีเปิดน้ำฝักบัวล้างตัวและผมบนศีรษะพัลวัน เพราะชายหนุ่มกำลังดึงอาภรณ์ตัวน้อยแบรนด์หรูชิ้นสุดท้ายออกจากกาย ด้านเซบาสเตียนก็หัวเราะหึๆ อยู่ในลำคอ ขำภรรยาสาวที่อายจนจะมุดหน้าเข้าผนังห้องน้ำได้อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าอายจากคำพูดของเขาหรืออายที่จะมองเนื้อตัวของเขากันแน่ ชายหนุ่มส่ายหน้าให้เบาๆ พลางโยนกางเกงเนื้อนิ่มที่อยู่ในมือไปใส่ตะกร้ามุมห้องอย่างแม่นยำ ก่อนเขาจะเดินไปทรุดนอนในอ่างอาบน้ำอีกด้าน จัดการเปิดน้ำอุ่นให้ไหลลงสู่ในอ่าง แล้วเอนศีรษะลงกับขอบอ่างสบายๆ จากนั้นถึงเอ่ยบอกผู้เป็นภรรยา“มาสระผมให้พี่หน่อยเร็ว”คีรดารีบล้างเนื้อล่างตัวพร้อมทั้งล้างแชมพูออกจากผมอย่างรวดเร็ว เสร็จก็ไปดึงผ้าขนหนูเอามาพันกายเอาไว้ลวกๆ ก่อนที่จะก้าวไปนั่งคุกเข่าตรงศีรษะทุยสวยของสามี เธอคว้าเอาขวดแชมพูมาเทลงบนฝ่ามือแล้วเริ่มนวดคลึงไปบนศีรษะได้รูปช้าๆ ก็บอกแล้วถ้ามันเป็นความสุขของผู้ชายที่รัก เธอยินดีที่จะทำให้ด้านเซบาสเตียนก็หลับตาลงปล่อยให้ภรรยาสาววุ่นวายอยู่กับศีรษะอย่างสบายอารมณ์ ความจริงผมสั้นๆ แค่นี้เขาสระเองก็ได้ ดูจะง่ายดายและ







