เข้าสู่ระบบเด็กสาวอยู่ในสายตาของคุณธรรมตลอดเวลา ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ที่ไหน กับใคร แต่ภัทรวนันต์เองไม่รู้ตัว แค่รู้สึกว่ามีคนแอบมองก็เท่านั้น เธอไม่ได้สนใจ เพราะว่ามีคนงานมากมายอยู่ทั่วบริเวณคงจะมองกันไปมาเป็นธรรมดานั่นเอง
ลลนาพยายามเสนอตัวเสนอหน้าเข้าไปใกล้ชิดกับคุณธรรม แต่กลับหน้าแตกหลายครั้งหลายคราเมื่อชายหนุ่มกลับไม่สนใจสักนิด
งานเลี้ยงต้อนรับคุณธรรมเป็นงานที่จัดเฉพาะญาติๆ ไม่ได้เชิญใครมามากมาย มีคนงานที่มาช่วยงานและทำความรู้จักกับทายาทของไร่บารมี เพราะระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมามีคนงานใหม่ๆ มากมายเข้ามาทำงาน ซึ่งไม่เคยรู้จักคุณธรรมมาก่อน ส่วนคนงานเก่าแก่นั้นจะรู้จักชายหนุ่มเป็นอย่างดีในฐานะบุตรชายคนเดียวของตระกูล
“หนูพัด หนูไปอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนชุดใหม่เลยลูก หน้ามันเหงื่อโซมไปหมดแล้ว อุตส่าห์มีน้ำใจมาช่วยงานทั้งๆ ที่เรียนกลับมาเหนื่อยๆ” จันทร์ระวีไล่ให้เด็กสาวไปเปลี่ยนชุดเพราะงานกำลังจะเริ่ม
“ค่ะคุณป้า”
“เดี๋ยวจ้ะหนูพัด”
“คะ” ภัทรวนันต์ชะงัก ก่อนจะหันมามองผู้มีพระคุณด้วยความสงสัย
“ป้าเตรียมชุดไว้ให้หนูแล้ว ให้นวลเอาไปไว้บนห้อง หนูใส่ชุดนั้นนะจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า ความจริงไม่น่าลำบากเลยค่ะ หนูก็มีชุด...”
“มีชุดอะไรกันจ๊ะ เสื้อผ้าเก่าๆ ทั้งนั้น จะประหยัดไปไหนกันหนูพัด ลุงกับป้ายินดีดูแลหนูเพราะแม่ของหนูเป็นเพื่อนที่ป้ารักและเป็นคนที่ลุงรักสุดหัวใจ อะไรที่ทำได้ ป้าอยากทำให้หนูมีความสุขที่สุด หนูจะได้ไม่รู้สึกขาดอะไรในชีวิต”
“พัดขอบคุณคุณลุงกับคุณป้าอย่างสุดซึ้ง นอกจากพ่อแม่ที่แท้จริงแล้ว คุณลุงกับคุณป้าก็เหมือนพ่อกับแม่คนที่สองของหนู ดูแลหนูอย่างดี หนูไม่เคยรู้สึกขาดอะไรตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ หนูคิดเสมอว่าจะทำอย่างไรเพื่อตอบแทนบุญคุณของคุณลุงกับคุณป้า หนูไม่อยากเป็นภาระ ไม่อยากทำให้ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ”
ภัทรวนันต์กอดรัดจันทร์ระวีและซบที่อกอย่างรักใคร่ นางลูบศีรษะของเด็กสาวด้วยความรักและเอ็นดูสุดหัวใจ ตั้งแต่เธอและสามีรับเด็กสาวมาอยู่ด้วย ภัทรวนันต์ไม่เคยทำอะไรให้ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ แถมยังเป็นเด็กกตัญญู ช่วยเหลืองานบ้านงานเรือนและงานอะไรที่พอจะทำได้ ไม่เคยนิ่งดูดาย รักและเห็นใจคนอื่น เป็นคนใจเย็น กิริยามารยาทเรียบร้อย น่ารักอ่อนโยน มีน้ำใจกับคนอื่นเสมอๆ แบบนี้จะไม่ให้เธอและสามีรักได้อย่างไรกัน และที่เด็กสาวศึกษาเล่าเรียนอยู่ในปัจจุบันก็เป็นเพราะได้ทุนการศึกษาต่อเนื่องมาตลอด นางและสามีเพียงแค่ช่วยเหลือเรื่องอื่นๆ เท่านั้น ภัทรวนันต์ไม่เคยทำตัวเป็นภาระ พอย้ายมาเรียนอยู่ที่นี่ มีแต่ครูบาอาจารย์เชิญไปที่โรงเรียน เพราะเด็กสาวผลการเรียนยอดเยี่ยม แข่งขันทักษะวิชาการได้รับรางวัล เป็นตัวอย่างที่ดีจนนางและสามียิ้มหน้าบานทุกครั้งที่ได้ไปร่วมในงานมอบรางวัลต่างๆ ให้หลานสาวคนนี้
“ไปเถอะลูก ไปเปลี่ยนชุดให้สวยๆ แล้วมานั่งทานอาหารกัน ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ให้คนอื่นจัดการกันบ้าง เพราะหนูช่วยมาเยอะแล้ว”
“ค่ะคุณป้า” ภัทรวนันต์ไหว้ขอบคุณที่อกของจันทร์ระวี ก่อนจะผละจากไปอย่างว่านอนสอนง่าย
“เธอทำแบบนี้นี่เอง คุณพ่อกับคุณแม่ถึงได้หลงนัก” เมื่อภัทรวนันต์เดินจะถึงห้องก็ต้องตกใจ
“อุ๊ย!” น้ำเสียงหาเรื่องพร้อมกับร่างสูงที่มายืนขวางทางขึ้นบันไดทำให้ร่างบางสะดุ้ง คุณธรรมกอดอกมองเธออย่างอารมณ์ไม่ดีนัก ภัทรวนันต์จึงถอยไปหลายก้าว
“พี่คุณมีอะไรเหรอคะ” เธอตั้งสติแล้วเอ่ยถามออกไป
“ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากรู้ว่าเธอทำยังไง คุณพ่อกับคุณแม่และทุกคนถึงได้รักได้หลงกันนัก พูดจาออดอ้อนออเซาะฉอเลาะแบบนี้นี่เอง” เขาก้าวเข้าหา เธอก้าวหนีไปติดกับผนังอย่างจนมุม
“ถ้าพี่คุณไม่มีอะไร พัดขอตัวนะคะ” เธอคิดว่าคงไม่ปลอดภัยถ้าจะอยู่กับเขาสองคน
คุณธรรมยกมือทั้งสองขึ้นแบข้างตัว แถมยังไม่พูดอะไร ไม่โต้เถียง ไม่กักเธอเอาไว้ ภัทรวนันต์จึงรีบเดินเข้าห้องในทันทีเมื่อคิดว่าเขายอมปล่อยเธอไป แต่ฝีเท้าเบาแสนเบาของคุณธรรมเดินตามมาอย่างที่ไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ เพราะมัวแต่รีบเลยไม่ได้หันไปสนใจด้านหลัง
“อุ๊ย!” ภัทรวนันต์อุทานอย่างตกใจเมื่อทำท่าจะปิดประตู เขาแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วและกดล็อกประตูห้องเอาไว้ เสียงล็อกประตูห้องทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว ตาโตเบิกกว้าง มองใบหน้านิ่งๆ ของเขาแต่ดวงตาฉายแววประหลาดล้ำ
“พี่คุณเข้ามาทำไมคะ กรุณาออกไปด้วย” ภัทรวนันต์รับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยของตัวเอง เธอถอยหนีอย่างระแวดระวัง
“เธอไล่ฉันอีกแล้วเหรอ” เขาถามอย่างไม่พอใจ
“ไม่ได้ไล่ค่ะ แต่ชายหญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันในห้องตามลำพัง มันจะไม่งาม อีกอย่างพัดจะอาบน้ำเปลี่ยนชุด ไม่สะดวกใจมากๆ ที่จะให้พี่คุณอยู่ในห้อง หรือถ้าพี่คุณมีอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ทุกคนกำลังรอทานอาหารอยู่ข้างล่าง” ภัทรวนันต์ถอยหนี ฝีเท้าหนักก้าวตามมาหาอย่างคุกคาม เธอพยายามพูดให้เขาเห็นใจ
“แต่คำพูดเธอมันเหมือนไล่” เขาสาวเท้าเข้าหาเบียดหญิงสาวจนชิดกับผนังห้อง ภัทรวนันต์จึงถูกกักเอาไว้ภายใต้อ้อมแขนแกร่ง
“พี่คุณคะ ได้โปรดอย่าทำอะไรพัดเลย” หญิงสาวขอร้องเสียงสั่นนิดๆ
“เธอมีความสัมพันธ์พิเศษอะไรกับหัวหน้าคนงาน ถึงได้ดูสนิทสนมกันแบบนั้น” คุณธรรมกระซิบถามอย่างคุกคาม เขาเห็นปฐพี หัวหน้าคนงานหนุ่มที่คอยช่วยเหลือหญิงสาวตลอดเวลา เธอก็ให้ความสนิทสนมกับอีกฝ่ายจนเขาขัดสายตานัก อยากจะเข้าไปกระชากร่างบางให้ออกห่าง แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือคาดโทษเธอไว้ในใจ เพราะถ้าเขาทำเช่นนั้นมันจะดูเป็นตัวตลกของคนอื่นๆ ทั้งๆ ที่เขาหงุดหงิดกับภาพตรงหน้ามากมายขนาดไหน
“พี่ดินนะเหรอคะ” ภัทรวนันต์เงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่กำลังคาดคั้นเธออยู่
“ถึงกับเรียกพี่เชื้อเชียวรึ สนิทสนมกันขนาดนี้ เป็นแฟนมันหรือไง” เขาถามอย่างไม่สบอารมณ์
“เอ๊ะ! พี่คุณนี่ ใครๆ มาคุยกับพัด พี่คุณก็หาว่าเป็นแฟนไปหมด พัดยังไม่คิดเรื่องนั้นเสียหน่อย พัดยังไม่มีใคร ไม่ได้เป็นแฟนกับใครทั้งนั้น พัดสนแต่เรื่องเรียนและเรื่องงาน” เธอตอบเสียงดังฟังชัดให้เขาได้เข้าใจ คุณธรรมมีสีหน้าดีขึ้น เขาก้มลงหอมแก้มนวลฟอดใหญ่
“อุ๊ย!” ภัทรวนันต์อายจนหน้าแดงเมื่อโดนขโมยหอมแก้มอีกครั้ง เธอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง
“พี่จองทั้งปากและก็แก้ม” เขาวางหน้าผากมาแนบชิดกับหน้าผากเธอ มองสบตาสะเทิ้นอายของหญิงสาวอย่างชอบใจ
“พะ... พี่คุณปล่อยพัดได้แล้วค่ะ” เธอผินหน้าหนีอย่างเอียงอาย สัมผัสแนบชิดกับลมหายใจร้อนระอุที่เป่ารดทำให้เธอรู้สึกแปลก หัวใจสั่นหวิวชอบกล
“แล้วไอ้เดชอีกคน อย่าไปสนิทกับมันมาก” คุณธรรมหมายถึงอัครเดช เด็กในบ้านที่บิดามารดานำมาชุบเลี้ยงตั้งแต่เด็ก และเป็นเพื่อนเล่นของเขามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย อัครเดชนั้นอายุน้อยกว่าเขาสองปี
“พี่เดชเป็นเหมือนพี่ชายของพัด” คำตอบของหญิงสาวทำให้คุณธรรมพึงพอใจเป็นอันมาก
“วันนี้ใส่ชุดไหนลงไปงานเลี้ยง ชุดที่แขวนอยู่นั่นเหรอ” เขาถามแล้วหันไปมองชุดดังกล่าวที่แขวนอยู่ที่หน้าตู้
“ค่ะ” ภัทรวนันต์ตอบอย่างงงๆ ว่าเขาจะถามทำไม
“อย่าใส่ชุดนี้” เขาตาวาวเดินไปกระชากชุดสวยที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า
“ทำไมคะพี่คุณ ชุดนี้คุณป้าเป็นคนเลือกให้” ภัทรวนันต์ตกใจเมื่อเห็นเขากระชากชุดอย่างไม่ปรานี โชคดีที่มันไม่ได้ฉีกขาด
“อยากจะใส่ชุดโป๊ๆ แบบนี้ไปอวดใครกัน คนงานในไร่หรือว่าผู้ชายกลัดมัน” เขากำชุดไว้แน่น มองเธออย่างโกรธเกรี้ยว แต่มันยิ่งกลับทำให้ภัทรวนันต์งุนงงมากกว่าเดิมว่าเขาจะโมโหเธอเรื่องอะไรกัน
“แต่คุณป้า...”
“ห้ามเถียง ฉันบอกไม่ให้เธอใส่ชุดนี้ก็ห้ามใส่สิ”
“ค่ะ” เพราะไม่อยากมีเรื่องทะเลาะกับเขา เพราะไม่อยากขัดใจใครทำให้เธอจำต้องรับคำ จริงๆ จะใส่ชุดอะไร เธอไม่ได้ซีเรียสทั้งนั้น
“ดีมาก ห้ามดื้อกับฉันอีก เธอเป็นผู้อาศัยต้องสำนึกในบุญคุณของเจ้าของบ้าน” เขาโยนชุดนั้นลงบนเตียง เดินเข้ามาหาร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่อีกด้าน
อยู่เพียงไม่นานก็จางหาย พร้อมๆ กับแสงสว่างที่เข้ามาแทนที่ให้ชีวิตได้เดินต่อไปสู่จุดหมายชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป เมื่อสุขก็อย่าเพิ่งเหลิงกับมัน เมื่อทุกข์ก็อย่าเพิ่งท้อกับมัน เพราะมนุษย์ต้องเผชิญกับเรื่องไม่คาดฝันมากมายจนกว่าจะลาลับจากโลกนี้ไป...บทส่งท้ายย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน...คุณธรรมมาเยี่ยมชญาณิศาหลังจากหญิงสาวโดนจับในคดีค้ายาเสพติด ยังมีเรื่องคาใจมากมายที่เขาอยากรู้ว่าจริงๆ มันคืออะไรกันแน่“ดีใจจังเลยนะคะที่คุณมาเยี่ยมเดียร์” หญิงสาวโปรยยิ้มหวานหยด ไม่มีท่าทีเศร้าใจหรืออะไรสักนิด แววตานั้นดูน่ากลัวจนคุณธรรมคิดว่าหญิงสาวเหมือนคนโรคจิตนิดๆ“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้”“แหม... คุณก็กล่าวหากันเกินไปหรือเปล่า เรื่องเลวร้ายที่คุณว่า หมายความว่าเรื่องอะไรเหรอคะ เดียร์ไม่เห็นเข้าใจเลย”“เรื่องที่คุณค้ายา คุณทำได้ยังไง”“ใครๆ ก็อยากมีเงิน พวกเสพมันก็อยากเสพเอง ถึงฉันไม่ค้า คนอื่นก็ค้า แบ่งๆ กันไปค่ะ แบ่งกันรวย” หญิงสาวหัวเราะเสียงแหลม“ดูคุณไม่ทุกข์ใจเลยนะที่ถูกจับ” เขาตั้งข้อสังเกต“ทุกข์ใจไปทำไมล่ะคะ นี่จะบอกให้ อีกไม่นานฉันก็ออกไปแล้ว” หญิงสาวหัวเราะ ก่อนเ
“พี่คุณ ดึกแล้วนะคะ” คนที่บอกว่าดึกแล้วถูกแยกเรียวขาเพรียวออกจากกัน หลังจากที่ผ่านพ้นบทรักไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาก็พาเธอไปอาบน้ำ กลับมานอนสลบไสลด้วยความเหนื่อยล้าจากบทรักที่เกิดขึ้นอีกครั้งในห้องน้ำ“ก็ดึกแล้วน่ะสิ” คุณธรรมเลื่อนมือมากอบกุมทรวงอกอิ่มแล้วเคล้นคลึงจนได้ยินเสียงร้องครางผะแผ่วออกมาจากริมฝีปากนิ่ม คุณธรรมเลื่อนใบหน้าให้เหมาะเจาะกับหว่างขาสวยที่เปิดอ้าออกรอรับการปรนเปรอด้วยมือหนาที่จัดการแยกให้กลีบกุหลาบแบะออกจากกัน กลิ่นสาบสาวหอมเย้ายวนรัญจวนใจ ปลายลิ้นสากร้อนกรีดไปตามร่องผิวเนื้ออ่อนละมุนของบุปผชาติยวนใจ หยาดน้ำหวานแห่งความกระสันซ่านถูกไหลรินออกมาถึงปากร้อนที่กำลังดูดกลืนลามเลียอย่างลุ่มหลงเสียงครวญครางดังขึ้นอีกระลอกพร้อมกับร่างสาวที่บิดเร้า คุณธรรมผละห่างจากกลีบกายสาวที่ถูกปลุกเร้าจนตื่นเร่า เขาเลื่อนริมฝีปากไปทั่วเรือนร่างหอมกรุ่นที่ยังมีกลิ่นสบู่อาบน้ำติดกายอยู่ไม่คลาย ประทับจุมพิตที่หน้าผากสวยแผ่วเบาทะนุถนอม ภัทรวนันต์รับสัมผัสนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเต็มตื้นในหัวใจคุณธรรมยื่นหน้ามาประกบริมฝีปากกับปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ บดปากแลกลิ้นกันอย่างเร่าร้อน ทรวงสาวถูก
“หลับตาก่อนสิ” คุณธรรมกระซิบที่ซอกหูของภรรยาสาว ภัทรวนันต์มองอย่างสงสัยก่อนจะยอมหลับตา เธอสัมผัสได้ว่าเขาสวมสร้อยให้เธอและอุ้มเธอไปที่หน้ากระจก“พี่คุณ” เธอลืมตาโดยที่ไม่ต้องให้เขาบอก เมื่อเขาวางคางที่ไหล่มน จับมือเธอวางที่สร้อยเส้นนั้น“พี่เอาหัวใจของพี่กลับมาไว้ที่เจ้าของ”“สร้อยเส้นนี้” เธอมองสร้อยรูปหัวใจนั้นด้วยความรู้สึกตื้อในอก“พี่กระชากมันไปเอง และพี่ก็เก็บมันมาซ่อมให้ดูดี รอวันที่จะสวมไว้ให้คนที่พี่รัก พัดทิ้งหัวใจของพี่ไปนานแสนนาน ครั้งนี้ห้ามทิ้งมันไปอีก” เขายกจี้รูปหัวใจขึ้นมาประทับจุมพิตกับริมฝีปาก กอดรัดให้เธอจุมพิตพร้อมๆ กับเขาด้วยหัวใจที่ซ่านไปด้วยความรักอันแสนบริสุทธิ์เตียงขนาดเล็กดูช่างน่าอึดอัดสำหรับหนุ่มสาวที่บดเบียดกันแนบชิด ภัทรวนันต์ถูกยกเรือนร่างให้คุกเข่าอยู่บนหัวเตียง มือนิ่มจับพนักหัวเตียงเอาไว้ เธอส่ายร่อนสะโพกด้วยความเสียวซ่านเมื่อเรือนกายสาวจำต้องบดเบียดกับปากร้อนร้ายที่รอคอยซอกซอนดื่มกินน้ำทิพย์อันฉ่ำหวานภัทรวนันต์ดึงสะโพกหนี เขาดึงกลับมา ใบหน้าที่สอดอยู่หว่างขาสาวเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว การได้ลิ้มรสสวาทที่แสนตราตรึงในหัวใจทำให้คุณธรรมครางงึมงำ มือห
“ไม่อายหรอกครับ ผมสงสารแม่”“แม่ของเราไม่มีเงินซื้อรองเท้าให้เหรอไง” คุณธรรมเสียงแผ่วลงในทันทีที่คิดว่าภรรยาและลูกลำบาก“ไม่ใช่หรอกครับ ผมเป็นคนขอแม่ใส่รองเท้าคู่นี้เอง มีพี่คนหนึ่งเป็นนักกีฬาอยู่ในซอยนั้น เขาให้ผมมา ผมเลยใส่ไปโรงเรียนจะได้ประหยัดเงินไม่ต้องซื้อใหม่ ผมสงสารที่แม่ต้องทำงานหนัก อีกอย่างแม่จะได้เก็บเงินส่วนนั้นไปทำอย่างอื่น”จริงที่ภาสวิชญ์อยากใส่รองเท้าคู่นี้เอง เพราะประทับใจรุ่นพี่ในซอยที่เคารพรัก ใจนักเลง และเป็นลูกผู้ชาย ไม่ใช่ไม่มีเงินซื้อรองเท้าอย่างที่คุณธรรมเข้าใจ แต่เด็กน้อยไม่อธิบายให้พ่อเข้าใจ อยากให้พ่อเห็นใจแม่มากๆ“โธ่... ลูก” คุณธรรมมือสั่นดึงลูกมากอด“แล้วเพื่อนไม่ล้อหรือลูก” ชายหนุ่มถามลูกชายตัวอ้วนที่ตอนนี้มีรองเท้าใหม่ เพราะเขาซื้อให้“ล้อครับ แต่ผมไม่สนใจ ผมสนใจแม่ สนใจน้อง และสนใจเรียนมากกว่าเรื่องไร้สาระพวกนั้น”คุณธรรมถึงกับพูดไม่ออก “ผมคิดว่าจะใส่มันอีกหลายปีเพราะรองเท้าคู่นี้แพงมาก แม้จะเก่าไปสักหน่อย แต่ผมจะใส่มันจนกว่าผมจะมีเท้าที่ใหญ่พอดีกับรองเท้า” ภาสวิชญ์นึกถึงวีรภาพพี่ชายที่แสนดีในซอย ซึ่งเป็นนักกีฬาโรงเรียน พี่ชายคนนั้นสอนอะไรเขาตั้งหลายอ
มองตากันอย่างเจ้าเล่ห์ และจะต้องเล่าวีรกรรมที่เอาคืนบิดาให้ฟัง ซึ่งก็จะถูกมารดาเอ็ดเอาทุกครั้ง แต่ทั้งสองแอบเห็นท่านอมยิ้มขำเลยอยากเอาคืนให้อย่างสาสม“อุ๊ย! คุณพ่อ พลอยขอโทษค่ะ” ภัคจิราเดินไปหลบหลังพี่ชาย กลัวบิดาจะโกรธเอา คุณธรรมเองอยากจะตำหนิลูก แต่พอเห็นแววตาไร้เดียงสาแถมยังสำนึกผิดและหวาดกลัวเขา หน้าตึงๆ ดุๆ ก็คลายลง“ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้อาบน้ำได้แล้ว” เสียงเข้มๆ ของคนเป็นพ่อทำให้เด็กๆ ยอมให้พ่อถูสบู่ให้ทั่วตัวและอาบน้ำในที่สุด เด็กแสบทั้งสองสบตากันยิ้มๆ ยอมทำตามอย่างว่าง่ายคุณธรรมยิ้มออกเมื่อจัดการกับลูกลิงสองตัวได้สำเร็จ ก่อนจะฉุกใจคิดขึ้นมาว่าเมื่อก่อนภัทรวนันต์คงต้องอาบน้ำให้เสือแสบทั้งสองทุกวันเป็นแน่ แค่คิดเขาก็เหนื่อยแทน เธอช่างอดทนอย่างที่สุดจริงๆหลังออกจากห้องน้ำ คุณธรรมก็หัวหมุนอีกรอบเมื่อต้องจัดการให้เจ้าแสบทั้งสองเช็ดตัวและใส่เสื้อผ้า กว่าจะสวมเสื้อผ้าได้เล่นเอาหอบแฮกๆ เช่นเดิม ลูกทั้งสองเลือกเสื้อผ้ากันยกใหญ่ ทำให้เขาต้องตัดสินใจว่าจะให้ใส่ชุดไหนดี“เสื้อสวยมากๆ เลยค่ะพี่เพชร พลอยไม่เคยมีเสื้อผ้าแบบนี้มาก่อน” น้ำเสียงตื่นเต้นของภัคจิราทำให้คุณธรรมถึงกับพูดไม่ออก เมื่
เธอและลูกจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก“หนูพัดคงได้ยินแล้วนะ ออกมาได้แล้ว” คำพูดของคุณากรทำให้ภัทรวนันต์สะดุ้ง“คุณลุงเอ่อ... เห็นหนูด้วยเหรอคะ” เธอไม่คิดว่าคุณากรจะตาไวขนาดนี้“เห็นนานแล้ว เลยอยากให้หนูได้รู้ความรู้สึกของเจ้าคุณมัน แต่หากมันยังปากไม่ดี พูดหมาๆ อีก ลุงคงช่วยไม่ได้ ปรับความเข้าใจกันซะ มีหลายเรื่องที่หนูเข้าใจผิดอยู่ คนเรารักกันอย่าเอาแต่ทิฐิ หันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกัน ความเข้าใจจะเกิดขึ้น” คุณากรพูดอย่างปรานี“พ่อ” คุณธรรมเสียงดังกลบเกลื่อน ใบหน้าแดงก่ำ คราแรกคิดว่าเป็นแผนการของพ่อเลยนึกฉุนจัด แต่เพราะประโยคถัดมาทำให้รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของพ่อ ท่านกำลังช่วยให้เขาปรับความเข้าใจกับภัทรวนันต์ได้เร็วขึ้น เขายังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง ได้แต่ใช้กำลังที่เหนือกว่ากักเธอเอาไว้ รวมถึงคิดจนสมองแทบแตกว่าจะง้อเมียอย่างไรดี ก็ยังคิดไม่ออก ที่คิดออกคือจับปล้ำทำให้ท้องโย้ไว้ก่อนแล้วค่อยผูกมัดคนท้องโย้ไม่ให้ไปไหน แต่แผนการของบิดาเมื่อครู่เหนือชั้นกว่า ดูจากสีหน้าของท่าน ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนเลยว่าจะถามเขาแบบนี้ เตรียมมาฆ่าเขามากกว่าที่เขาบังอาจพาหลานรักอย่างภัทรวนันต์มาขย้ำเขมือบจนอิ่มแปล้อ







