Share

แค่จำใจ

Author: นรมน
last update publish date: 2026-05-19 19:38:46

คามินพิงพนักเก้าอี้ มือสองข้างประสานกันอยู่บนโต๊ะ เขาหลุบตามองพื้นก่อนเงยหน้าขึ้นตอบเสียงนิ่ง

"ผมเข้าใจครับ ว่าภาพลักษณ์ของตระกูลสำคัญแค่ไหน แต่ทำไมถึงต้องให้เธอ"

สายตาของเขาเลื่อนจากพ่อไปยังปรางค์แก้วที่นั่งนิ่งเหมือนตุ๊กตา เธอช้อนตามามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนหลุบลงเหมือนเดิม

"เพราะหนูปรางค์คือคนในครอบครัวของเราแล้วนะ คามิน" คุณนุชนารถพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

 "ปรางค์แก้วไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่พ่อกับแม่ให้ลูกแต่งงานด้วย หนูปรางค์เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของลูกด้วยนะคามิน"

ปรางค์แก้วได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเหมือนโดนบีบให้แน่นขึ้น เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพยายามพูดขึ้น แม้เสียงจะเบาหวิว

"ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไว้ใจหนู หนูจะพยายามค่ะ แต่คุณคามินอาจไม่เห็นด้วย"

คามินหันมามองหน้าเธอทันที แววตาของเขาอ่านไม่ออก ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่

"คุณไม่ต้องพยายาม ผมจัดการเองได้" เขาตอบห้วนๆ หันกลับไปทางพ่อแม่

 "เธอไม่จำเป็นต้องยุ่งเรื่องของผม เธอแค่เล่นบทบาทตามที่ผมขอให้เล่นก็พอ"

คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดเข้าไปในใจปรางค์แก้ว เธอกำมือไว้แน่น แต่ยังพยักหน้ารับเบาๆ

"ได้ค่ะ ฉันจะทำตามบทที่คุณให้ฉันเล่น"

คุณเอนกถอนหายใจออกมาเบาๆ พยายามจะผ่อนคลายความตึงเครียดในห้อง

 "คามิน แกอย่าพูดเหมือนผลักหนูปรางค์ออกไปแบบนั้น คนเราถ้าร่วมทางกันแล้ว ก็ควรช่วยกันเดิน ไม่ใช่เดินล้ำหน้าแล้วบอกให้คนอื่นตามมาเอง"

คุณนุชนารถเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่จริงจัง

 "คามิน แม่หวังว่าวันหนึ่งแกจะรู้ว่าอะไรที่สำคัญจริงๆ ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ หรือความเป็นตระกูลวัชรเกียรติ แต่เป็นคนที่อยู่ข้างแกในตอนนี้"

คามินสบตากับแม่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนี "ครับ ผมจะจำไว้"

เมื่อการสนทนาจบลง คามินลุกขึ้นโดยไม่พูดอะไรเพิ่ม ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ปรางค์แก้วมองตามแผ่นหลังของเขา

 เธอลุกขึ้นตามไปอย่างลังเล แต่ก็ต้องหยุดเมื่อคุณนุชนารถเรียกไว้

"หนูปรางค์"

"คะ"

"แม่ฝากดูแลคามินด้วย แม้เขาจะดื้อไปบ้าง แต่ลึกๆ เขาเป็นคนดี"

รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคุณนุชนารถ เธอยื่นมือไปแตะเบาๆ ที่แขนของปรางค์แก้วเป็นเชิงปลอบโยน

"แม่เชื่อว่าหนูทำได้"

ปรางค์แก้วได้แต่พยักหน้า ทั้งๆ ที่ในใจยังเต็มไปด้วยความสับสน 

เธอกล่าวลาคุณนุชนารถอย่างสุภาพก่อนเดินออกจากห้องตามหลังคามินไป

ปรางค์แก้วเดินตามออกมาช้าๆ จนถึงบริเวณหน้าบ้าน สายลมยามเช้าพัดเอื่อยๆ

 ทำให้เธอเงยหน้ามองแสงแดดที่ลอดผ่านกิ่งไม้ใหญ่ คามินยืนอยู่ไม่ไกล 

หันหลังให้เธอ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกข้างถือโทรศัพท์เหมือนกำลังรอใคร

ปรางค์แก้วตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ พลางพูดเสียงเบา “คุณจะออกไปข้างนอกเหรอคะ”

คามินหันมองเธอเพียงแวบเดียวก่อนกลับไปมองที่หน้าจอโทรศัพท์ “ใช่ ผมมีนัดกับเพื่อนที่มางานเมื่อคืนนี้”

เธอพยักหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงคล้ายลังเล “คุณจะกลับมาทานข้าวเย็นที่นี่หรือเปล่าคะ เผื่อฉันจะช่วยเตรียมไว้ให้”

คามินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบๆ

 “ไม่ต้องหรอก คุณไม่ต้องทำอะไรแบบนั้น แค่เป็นหน้าฉากให้พ่อกับแม่พอใจ ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากกว่านี้”

คำพูดของเขากระแทกใจเธอจนจุก เธอพยายามฝืนยิ้มบางๆ พลางตอบ “เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าคุณไม่อยากให้ยุ่ง ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่าย”

คามินถอนหายใจอย่างไม่พอใจนัก “ผมพูดแค่ว่าคุณไม่ต้องพยายามทำตัวเป็นภรรยาดีสำหรับผม ทุกอย่างมันจบตั้งแต่เราเริ่มต้นแล้ว”

ปรางค์แก้วหลุบตาลง เธอพยายามระงับความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในอก

 “แล้วแต่คุณจะคิดเถอะค่ะ ฉันก็แค่ทำในสิ่งที่คิดว่ามันสมควรเท่านั้น”

เสียงรถคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน คามินมองแล้วก้าวยาวๆ

 ไปยังรถทันที “ผมไปก่อน ถ้าพ่อแม่ถาม ก็บอกว่าผมไปทำธุระ”

ปรางค์แก้วยืนมองเขาขึ้นรถไปอย่างเฉยเมย ราวกับเธอเป็นอากาศธาตุ

 เขาขึ้นรถกับเพื่อนสองสามคนที่หัวเราะร่าเริง และในเวลาไม่นาน รถก็แล่นออกไปจากบ้าน

เธอมองตามแผ่นหลังของเขาจนรถลับไปจากสายตา ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ 

หันหลังกลับไปยังบ้านที่ยังคงเงียบสงบ แต่ในใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่า

เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับบรรยากาศอึมครึมภายในบ้าน ปรางค์แก้วแต่งกายเรียบร้อยในชุดกระโปรงทรงสุภาพ 

โทนสีครีม เธอตัดสินใจตรงไปยังห้องนั่งเล่นซึ่งคามินกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่

 ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้ม ดูสุขุมและเยือกเย็นเหมือนเคย

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนพูดขึ้น “คุณแม่บอกว่าฉันต้องไปที่บริษัทกับคุณวันนี้ ฉันเตรียมตัวพร้อมแล้วค่ะ”

คามินมองเธอผ่านกรอบแว่นตา แววตาที่จ้องมองมีแต่ความเฉยเมย “งั้นก็ตามมาให้ทัน อย่าให้ผมต้องรอ”

คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่กดดันจนปรางค์แก้วต้องยืดตัวตรง เธอเพียงพยักหน้าเบาๆ “ฉันพร้อมแล้วค่ะ”

เมื่อทั้งคู่มาถึงบริษัท รถยนต์คันหรูจอดสนิทบริเวณหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ของตระกูลวัชรเกียรติ

 พนักงานมากมายก้มหัวเคารพขณะที่ทั้งสองเดินเข้าไปในอาคาร บรรยากาศโดยรอบเงียบกริบจนได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้น

“จำไว้นะ” คามินพูดเสียงเรียบขณะเดินข้างเธอ

 “หน้าฉากคุณต้องเป็นภรรยาที่ดี จะทำให้ผมเสียหน้าไม่ได้ ถ้ามีคำถามจากใคร คุณแค่ยิ้มและพูดให้น้อยที่สุด”

ปรางค์แก้วเหลือบมองเขา ความรู้สึกเจ็บลึกที่ถูกพูดเหมือนเป็นเครื่องมือหนึ่งในชีวิตของเขาทำให้เธอเงียบ

 เธอเพียงพยักหน้าแทนคำตอบ

“คุณคามิน! ยินดีต้อนรับค่ะ” เสียงหญิงสาวในชุดพนักงานต้อนรับดังขึ้น เธอโค้งให้อย่างสุภาพ ทันทีที่ทั้งสองเข้าไปในล็อบบี้

“นี่คุณปรางค์แก้ว ภรรยาผม”

 คามินแนะนำเธอด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนกำลังเล่าความจริงข้อหนึ่งมากกว่าแสดงความภาคภูมิใจในตัวเธอมาก

“สวัสดีค่ะ” ปรางค์แก้วยิ้มสุภาพพลางพยักหน้าทักทาย

สายตาของพนักงานหลายคนจับจ้องมาที่พวกเขาด้วยความสนใจและคาดเดาเรื่องราวมากมาย 

แต่ปรางค์แก้วก้าวเดินต่อไปข้างเขาอย่างสงบนิ่ง

เมื่อถึงห้องทำงานใหญ่ของคามิน ปรางค์แก้วถูกจัดให้นั่งตรงมุมเล็กๆ ซึ่งมีโต๊ะเล็กวางไว้

“คุณต้องจัดเอกสารพวกนี้ให้เรียบร้อยก่อนเที่ยง” เขาบอกโดยไม่มองเธอ

เธอก้มมองกองเอกสารตรงหน้า แล้วตอบเสียงเบา “ฉันจะจัดการให้ค่ะ”

คามินไม่พูดอะไรต่อ เขาหันกลับไปที่โต๊ะทำงานใหญ่และเริ่มทำงานของตัวเอง 

ปรางค์แก้วแอบมองแผ่นหลังของเขา ความรู้สึกปะปนกันในใจ ทั้งตัดพ้อและท้าทาย

วันนี้ดูเหมือนจะเป็นอีกวันที่ยากลำบากสำหรับเธอ

ปรางค์แก้วนั่งลงที่โต๊ะเล็กซึ่งถูกจัดให้เป็นที่ประจำของเธอในห้องทำงานกว้างขวางของคามิน

 เธอเริ่มลงมือจัดการกองเอกสารที่เขามอบหมาย ความเงียบภายในห้องมีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษ 

และเสียงปากกาขีดเขียนของคามินที่โต๊ะทำงาน

หลังจากเวลาผ่านไปพักใหญ่ คามินเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์

 มองเห็นปรางค์แก้วกำลังก้มหน้าเรียงเอกสารอย่างขะมักเขม้น เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนถามเสียงเรียบ

“คุณเคยทำงานอะไรแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า”

ปรางค์แก้วเงยหน้าขึ้น ชะงักเล็กน้อยกับคำถามของเขา ก่อนจะพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบางๆ

 “เคยค่ะ แต่ไม่มาก งานส่วนใหญ่ที่ฉันเคยทำมักเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประสานงานเล็กๆ น้อยๆ”

คามินพยักหน้าเบาๆ “งั้นถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ถาม อย่าทำผิดแล้วปล่อยผ่านไปล่ะ ผมไม่ชอบความผิดพลาด”

“ค่ะ ฉันจะระวัง” เธอตอบรับเรียบง่าย แต่ลึกๆ ในใจรู้สึกเหมือนเขากำลังตำหนิเธอทางอ้อม

ไม่นานนัก ประตูกระจกก็เปิดออกโดยไม่ต้องเคาะ ผู้หญิงรูปร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้อง 

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะ พนักงานสาวหน้าคมที่ก้าวเข้ามาพูดขึ้นด้วยเสียงมั่นใจ

“คุณคามิน สาเอาสัญญาของโปรเจกต์ใหม่มาให้ค่ะ”

คามินเงยหน้าจากคอมพิวเตอร์และพยักหน้าให้เธอวางเอกสารลงบนโต๊ะโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

“ขอบใจ คุณอริสา”

อริสาหันไปมองปรางค์แก้วด้วยแววตาที่แฝงด้วยความสงสัย เธอหันกลับมาทางคามินแล้วถามด้วยน้ำเสียงติดแฝงแววเย้ยหยันเล็กน้อย

“ภรรยาของคุณเหรอคะ ไม่คิดว่าคุณจะพาเธอมาที่นี่ด้วย”

คามินเหลือบมองปรางค์แก้วด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะพูดเสียงเย็น “ใช่ นี่ปรางค์แก้ว เธอจะมาช่วยงานผม”

ปรางค์แก้วยิ้มสุภาพ แต่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากสายตาของอริสา เธอเพียงแค่ก้มหน้าลงต่อและหันกลับไปจัดการงานของตัวเอง

“งั้นฉันไม่กวนแล้วค่ะ” อริสาพูดพลางหมุนตัวเดินออกจากห้อง ทิ้งไว้แต่บรรยากาศหนักอึ้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#4

    ปรางค์แก้วนั่งเงียบอยู่ในรถขณะที่คามินขับกลับบ้าน เธอเบนสายตาออกไปมองวิวทิวทัศน์ภายนอก แม้ว่าเมืองจะสวยงามและเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ แต่ในหัวใจของเธอกลับรู้สึกว่างเปล่าเธอพยายามถามตัวเองว่า "นี่หรือชีวิตคู่ที่ฉันเฝ้าฝันถึง?" วันแรกที่พ่อแม่ของเธอพูดถึงการแต่งงาน เธอยอมรับข้อเสนอนั้นด้วยความหวังว่าความสัมพันธ์นี้จะนำพาความรักและความอบอุ่นมาในที่สุด"คงไม่ยากหรอก เราแค่อยู่ด้วยกันใช้เวลาร่วมกัน บางทีเขาอาจจะรักเรา บางทีเขาก็อาจจะรักฉัน" เธอเคยคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ดวงตาของปรางค์แก้วมองลงมายังแหวนวงบางที่นิ้วของเธอ เธอยกมือขึ้นไล้แหวนแต่งงานอย่างเหม่อลอย สิ่งที่เธอหวังกลับเป็นเพียงภาพลวงตา การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้นำพาอะไรมากไปกว่าความห่างเหิน"คนสองคนที่แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน อยู่ๆ จะรักกันได้ง่ายๆ งั้นหรือ?" เสียงเล็กๆ ในใจเธอดังขึ้น ยิ่งนึกถึงความอ่อนโยนของคามินที่มีต่อคนอื่น ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่าเขาไม่เคยมีความรู้สึกพิเศษอะไรกับเธอสายตาของเธอลอบมองเขา คามินยังคงตั้งหน้าขับรถ ใบหน้าเขาเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกอะไรที่ชัดเจน แต่เขามีเสน่ห์อย่างประหลาด แม้จะดูเหมือนห่าง

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#3

    เย็นวันนั้น หลังจากเสร็จสิ้นจากการประชุมอันยาวนาน ปรางค์แก้วตั้งใจว่าจะเก็บเอกสารในห้องประชุมให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน แต่เมื่อเดินออกจากห้อง เธอสังเกตว่าห้องทำงานของคามินยังคงมีแสงไฟเปิดอยู่ เธอคิดว่าเขาจะไปรอเธอที่รถแล้ว"เขายังทำงานอยู่เหรอเนี่ย" เธอคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจนำรายงานที่ต้องเซ็นต์มาให้เขาแต่เมื่อเธอเข้าใกล้ประตูห้องทำงาน เสียงพูดคุยดังลอดออกมา เสียงหัวเราะที่คุ้นหูจนเธอชะงักไปครู่หนึ่ง เธอแอบชำเลืองผ่านช่องว่างของประตูที่เปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ภาพที่เห็นทำให้เธอหัวใจหล่นวูบคามินนั่งเอนหลังบนโซฟา ส่วนอริสานั่งอยู่ข้างๆ ใกล้ชิดกว่าที่ควรจะเป็น มือของเธอวางบนแขนของคามินอย่างสนิทสนม สายตาที่เธอส่งไปหาคามินเต็มไปด้วยความชื่นชมราวกับผู้หญิงที่หลงรักใครสักคนคามินดูเหมือนไม่ได้สนใจท่าทีของอริสาในเชิงโรแมนติก แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ มือของเขาวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กัน ท่าทีดูผ่อนคลายเหมือนคนที่สนิทสนมกันมาเนิ่นนาน"ขอบคุณนะคะคุณคามิน ถ้าไม่มีคุณช่วย สาก็คงจัดการเอกสารนี้ไม่ได้เลย" เสียงอริสาดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างคามินหัวเราะเบาๆ "คุณก็ทำดีแล้ว ไม่ต้องค

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี#2

    บรรยากาศในที่ทำงานเสียงเครื่องพิมพ์ดังต่อเนื่องผสมกับเสียงพูดคุยของพนักงานในแผนกช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับวันทำงาน คามินเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่าทางสง่างาม ชุดสูทของเขาดูเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ขณะที่ปรางค์แก้วกำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสารอยู่ที่โต๊ะเล็กมุมห้องของเธอไม่นานนัก อริสา เลขาฯ ส่วนตัวของคามิน เดินเข้ามาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจแต่แฝงด้วยความไม่พอใจในสายตาที่จ้องมองไปยังปรางค์แก้ว"คุณปรางค์คะ เอกสารที่คุณส่งให้เมื่อเช้าผิดอยู่นิดหน่อย ฉันต้องเสียเวลาปรับแก้ให้ คงต้องละเอียดมากกว่านี้นะคะ" อริสาพูดด้วยน้ำเสียงแหลม และรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ ทำให้ปรางค์แก้วชะงักไป"ฉันจะตรวจสอบให้รอบคอบกว่านี้ ขอโทษที่ทำให้คุณลำบากค่ะ" ปรางค์แก้วตอบกลับไปอย่างสุภาพ พร้อมกับเก็บเอกสารขึ้นมาอ่านทบทวนทันทีอริสายืนกอดอก มองปรางค์แก้วด้วยท่าทางเยาะเย้ยเล็กน้อยก่อนที่จะเดินจากไปไม่นานนัก คามินเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของปรางค์แก้ว เขามองเอกสารในมือเธอพร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเงียบๆ"ปรางค์ คุณโอเคไหม? ดูเครียดไปนะ"ปรางค์แก้วเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันกำลังแก้เอกสา

  • เล่ห์รักคามิน   รู้สึกดี

    คามินจิบเครื่องดื่มในมือช้าๆ ก่อนจะวางแก้วลงและถอนหายใจ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก็พบว่าดึกพอสมควรแล้ว"ฉันว่าพอแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้มีงานสำคัญ ต้องพักผ่อนบ้าง" เขาหันไปบอกเพื่อนๆ ที่ยังนั่งพูดคุยกันอย่างออกรส“อะไรกัน นี่ยังไม่ทันจะได้ลืมเรื่องงานเลย” ธีรศักดิ์แซว พร้อมรอยยิ้มขี้เล่น“พักบ้างก็ไม่เสียหายหรอก ว่าแต่นายเถอะ ดูเหมือนไม่ค่อยสนุกนะ” อีกคนเสริมคามินยิ้มจางๆ ก่อนลุกขึ้นยืน “สนุกไม่สนุกก็คงแล้วแต่คนมั้ง ฉันไปก่อนละกัน ไว้เจอกัน” เขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนเดินออกจากบาร์ขณะที่ขับรถกลับบ้าน ใจของเขากลับเต็มไปด้วยภาพของปรางค์แก้ว เขาจำได้ชัดถึงแววตาของเธอเมื่อเช้านี้แววตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อถึงบ้าน แสงไฟในห้องรับแขกยังเปิดไว้จางๆ แต่ทุกอย่างดูเงียบสงัดเหมือนคนในบ้านเข้านอนกันหมดแล้ว คามินถอดเสื้อสูทออกวางไว้ก่อนเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องเขาปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบเขาหยุดอยู่หน้าห้องนอน ปรางค์แก้วยังคงเปิดไฟหัวเตียงไว้ และเธอก็หลับไปแล้ว หญิงสาวฟุบหลับกับโต๊ะทำงานข้างตัวมีเอกสารงานที่เธอน่าจะพยายามสะสางก่อนหลับไป มือของเธอพิงอยู่บนกองเอกสารด้

  • เล่ห์รักคามิน   ความกดดัน#2

    เมื่อปรางค์แก้วแต่งตัวเสร็จ เธอมองตัวเองในกระจกสักพัก สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ดูสงบแต่มุมปากที่เบาลงเผยถึงความเครียดและเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆความงดงามจากภายนอกไม่อาจบดบังความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังในตัวเธอขณะนั้น มือของเธอพยายามจับผมไว้ให้เรียบร้อย แต่มือที่สั่นนิดๆเป็นสัญญาณของการควบคุมตัวเองอยู่ในระดับที่ยากจะเข้าใจชีวิตที่เคยเต็มไปด้วยการวางแผน และทุกอย่างที่เคยมีระเบียบดูเหมือนจะพังทลายไปในพริบตาเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก ร่างของปรางค์แก้วสดุ้งตื่นจากภวังค์"ปรางค์คุณแต่งตัวเสร็จหรือยัง" คำถามจากคามินดังมา ทำให้เธอต้องรวบความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ และตอบกลับไป"ค่ะ... เสร็จแล้ว"ประตูห้องถูกเปิดออกมาพร้อมๆ กับภาพของคามินในชุดทำงานที่เข้ากันอย่างไร้ข้อสงสัย เมื่อคืนเขาคงไปนอนอีกห้องท่าทีที่คงจะชินกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ ดวงตาคมยังคงไร้อารมณ์ เหมือนทุกๆวันกระทั่งการตั้งคำถามดูเหมือนเป็นเพียงกิจวัตรหนึ่งที่เขาทำกับทุกค

  • เล่ห์รักคามิน   ความกดดัน

    เมื่อคามินพูดประโยคนี้ออกมา น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชา แต่คำพูดนั้นกลับทำให้ปรางค์แก้วรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก“ผมจะให้เงินคุณก้อนหนึ่งไปตั้งตัว” เขาพูดต่อด้วยเสียงราบเรียบ ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลกปรางค์แก้วชะงักไป ชั่วขณะที่สมองของเธอพยายามจัดการกับคำพูดของเขา เธอรู้สึกเหมือนว่าโลกทั้งหมดหยุดหมุน ชั่วขณะหนึ่งความเจ็บปวดจากการที่ต้องยอมรับความจริงทั้งหมดเข้ามาท่วมท้น“คุณหมายความว่าไงคะ” น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย แม้จะพยายามทำตัวแข็งกร้าวแต่คำถามนั้นเหมือนสะท้อนถึงความโหดร้ายในตัวเขาคามินหันมามองเธอ รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา แต่กลับดูห่างเหินและเย็นชาไปพร้อมกัน“หมายความว่า...ถ้าคุณต้องการชีวิตใหม่หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น ผมจะช่วยคุณ ผมจะให้เงินคุณไปเริ่มต้นใหม่เอง”ปรางค์แก้วเงียบไปครู่หนึ่ง คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำ เธอไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไร แต่ความรู้สึกของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง“คุณคิดว่าฉันจะอยากได้เงินจากคุณเหรอคะ” เธอถามอย่างเจ็บปวด แม้จะรู้ว่าตัวเองเป็นเพียงแค่ภรรยาที่ไม่มีสิทธิ์ แต่เธอยังคงรู้สึกถึงความเสียศักดิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status