LOGINดีแลน แบล็กเวลล์ ในวัยสิบห้าปี ไม่เคยมีอิสระทางความคิดอย่างแท้จริง ชีวิตของเขาถูกหล่อหลอมด้วยคำสอนที่หนักแน่นและเผด็จการของ ลูคัส แบล็กเวลล์ บิดาผู้ซึ่งมองโลกผ่านเลนส์ของชัยชนะและการทำลายล้าง
ลูคัสปลูกฝังความคิดที่ว่าตระกูล คาร์เตอร์ คือสัญลักษณ์ของความล้มเหลวที่สวยงาม เป็นพวกชนชั้นสูงที่น่ารังเกียจซึ่งยึดติดกับศักดิ์ศรีที่ว่างเปล่า ไม่ต่างอะไรกับปราสาทที่กำลังพังทลาย
"จำไว้ ดีแลน" ลูคัสเคยตบไหล่ลูกชายอย่างหนักแน่นในขณะที่ทั้งคู่มองเห็นบ้านไม้โอ๊กเก่าแก่ของคาร์เตอร์ "ความอ่อนแอคือมะเร็งร้ายที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากระบบธุรกิจ และคาร์เตอร์คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ พวกมันกำลังจะล่มสลาย และแก... ลูกชายของฉัน... จะต้องเป็นคนยืนอยู่บนซากปรักหักพังนั้น"
ดีแลนเชื่อฟังอย่างเคร่งครัด เขาซึมซับคำพูดเหล่านี้เหมือนฟองน้ำ แม้ว่าในวัย 15 ปี เขามีความหลงใหลในศิลปะและหนังสือโบราณ แต่ความคาดหวังของบิดาได้บดบังความสนใจส่วนตัวเหล่านั้นจนมิด การเกลียดชังตระกูลคาร์เตอร์จึงกลายเป็น 'หน้าที่' และ 'ความรับผิดชอบ' ที่ดีแลนต้องแบกรับเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตนเองต่อลูคัส
สำหรับดีแลน, อีวา คาร์เตอร์ ในวัยห้าขวบ ไม่ใช่แค่เด็กผู้หญิง แต่คือภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของสิ่งที่เขาถูกสอนให้เกลียดชัง
เด็กหญิงเอาแต่ใจและน่ารำคาญ
อีวาคือเด็กหญิงที่มีผมสีทองสว่าง ดวงตาสีฟ้าใสที่ชอบวิ่งเล่นในสวนกุหลาบที่เริ่มร่วงโรย ภาพของเธอดูขัดแย้งกับความเป็นจริงที่ครอบครัวกำลังจะล้มละลายอย่างน่าตลก"ดูนั่นสิ" ลูคัสเคยชี้ไปที่อีวาที่กำลังหัวเราะคิกคักกับคุณย่า "พวกมันยังคงทำตัวราวกับเป็นเจ้าหญิงในวัง ทั้งที่ความจริงแล้วเชือกเส้นสุดท้ายกำลังจะขาดแล้ว"
ดีแลนจึงมองว่าการหัวเราะของอีวา การวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานของเธอ คือความไร้เดียงสาที่โง่เขลา และเป็นภาพที่น่ารังเกียจที่สุด เขาเห็นเธอเป็น "ลูกคนรวยตกอับ" ที่ไม่เข้าใจความทุกข์ยากที่ครอบครัวตัวเองสร้างขึ้นมา เขาไม่เคยเรียกเธอด้วยชื่อ แต่ใช้สรรพนามที่เย็นชาว่า 'ยัยเด็กนั่น' หรือไม่ก็เอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
ดีแลนถูกสอนว่าตระกูลคาร์เตอร์สร้างความร่ำรวยจากธุรกิจที่ไม่สะอาด และบิดาของเขาเข้ามาทำลาย "ความสกปรก" เหล่านั้น การมีอยู่ของอีวาจึงเป็นเหมือน ตัวแทนที่บริสุทธิ์จอมปลอม ของตระกูลที่เต็มไปด้วยความเน่าเฟะในสายตาของเขาเมื่ออีวาเดินผ่านรั้วเข้ามาเก็บลูกบอลของเธอในวันนั้น ดีแลนไม่ได้ทำลายลูกบอลเพราะความรำคาญธรรมดา แต่เขาทำลายมันเพราะรู้สึกว่า "สิ่งที่เป็นของคาร์เตอร์ไม่สมควรอยู่ในอาณาเขตของแบล็กเวลล์" มันคือการประกาศอาณานิคมเล็กๆ ของเขาเอง
“ลูกบอลสกปรกนั่นมาแตะที่นี่ได้ยังไง” เขาจะบ่นกับตัวเองเสมอ “ทุกอย่างที่เกี่ยวกับพวกนั้นมันมีแต่จะพาความหายนะมาให้”
ดีแลนไม่เคยซ่อนความเกลียดชังของเขาต่ออีวาเลย แม้กระทั่งในวัยเยาว์
ทุกครั้งที่เขาเผชิญหน้ากับอีวา เขาจะใช้คำพูดที่จงใจทำร้ายจิตใจเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ให้เจ็บปวดครั้งหนึ่ง อีวาได้รับจดหมายจากคุณแม่ที่ไปทำงานต่างประเทศ เธอวิ่งถือจดหมายนั้นอย่างดีใจ แต่ดีแลนที่บังเอิญเดินผ่านมาก็หยุดมองด้วยสายตาเหยียดหยาม
"โอ้... จดหมายจากแม่ที่ทิ้งเธอไปเพื่อตามหาเงินทองสินะ" ดีแลนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ทำตัวน่าสงสารไปเถอะ ยัยเด็กขี้แย สุดท้ายเธอก็เหมือนคนในตระกูล พึ่งพาตัวเองไม่ได้ ถูกทิ้งไว้ให้รอความช่วยเหลือจากความเมตตาของคนอื่น"
คำพูดเหล่านี้บาดลึกในใจของอีวามากกว่ารอยฟกช้ำใด ๆ และดีแลนรู้ดีว่าการทำร้ายความรู้สึกของเด็กหญิงที่อ่อนแอที่สุดในตระกูลนี้ คือการชำระแค้นที่หวานหอมที่สุดสำหรับเขา
โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งเดียวในละแวกนั้น ทำให้ดีแลนและอีวา (แม้จะอยู่คนละระดับชั้น) ต้องอยู่ในสังคมเดียวกัน ดีแลนใช้ชื่อเสียงและอำนาจของตระกูลในการสร้างกำแพงรอบตัวอีวา
"อย่าไปยุ่งกับยัยคาร์เตอร์" คือคำสั่งที่เขาแฝงไว้กับเพื่อนร่วมชั้นของเขา "ครอบครัวของเธอเป็นพวกขี้โกงและล้มละลาย ใครที่เข้าใกล้พวกนั้นก็จะพลอยติดเชื้อไปด้วย"
ผลคือ อีวาในวัยห้าขวบต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว ไม่มีใครกล้าเข้ามาเล่นกับเธอ เพราะกลัวอำนาจและอิทธิพลของตระกูลแบล็กเวลล์ แม้แต่ครูเองก็ไม่กล้าเข้าข้างเด็กหญิงที่มาจากตระกูลที่กำลังจะล้มละลาย
อีวา กลายเป็นเด็กที่เงียบขรึมและหวาดระแวง ต้องใช้ชีวิตในโลกเล็ก ๆ ที่มีเพียงคุณย่าแคโรไลน์เป็นที่พึ่ง และดีแลนคือเงาแห่งความเกลียดชังที่ตามหลอกหลอนเธอไปทุกที่
จุดสูงสุดของความเกลียดชังในวัยเยาว์เกิดขึ้นในช่วงที่ตระกูลคาร์เตอร์ใกล้จะล่มสลายจริง ๆ คุณย่าแคโรไลน์ พยายามอย่างหนักที่จะปลูกต้นกุหลาบพันธุ์หายากให้กลับมาสวยงามเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความหวังดีแลนรู้เรื่องนี้ เขาเห็นคุณย่าต้องทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายในการดูแลสวนที่ทรุดโทรม
วันหนึ่งเมื่ออีวาเข้าไปในสวนเพื่อรดน้ำ ดีแลนก็ปรากฏตัวที่ริมรั้วอย่างเงียบเชียบ เขาสวมชุดราคาแพง มองอีวาด้วยความเย็นชา
"กุหลาบของเธอไม่มีทางรอดหรอก อีวา" ดีแลนพูดเสียงต่ำ "เหมือนกับตระกูลของเธอ ทุกสิ่งที่เป็นของคาร์เตอร์ถูกสาปให้เหี่ยวเฉาและตายไป"
อีวาโกรธจนตัวสั่น เธอปาบัวรดน้ำใส่เขาด้วยความโกรธ ดีแลนปัดมันออกอย่างไม่แยแส เขาไม่ตอบโต้ด้วยกำลัง แต่ตอบโต้ด้วยความรุนแรงทางอารมณ์
"อีกไม่นาน ที่ดินผืนนี้ก็จะเปลี่ยนเจ้าของ" ดีแลนยิ้มอย่างเย้ยหยัน เป็นรอยยิ้มที่ฝังลึกในความทรงจำของอีวา "ฉันจะรื้อบ้านเก่า ๆ ของเธอทิ้งทั้งหมด และสร้างตึกสูงเสียดฟ้าขึ้นมาบนซากปรักหักพังนี้ เธอจะไม่มีอะไรเหลือแม้แต่ความทรงจำโง่ ๆ ในสวนกุหลาบนี้ด้วยซ้ำ"
คำพูดนั้นไม่ได้เป็นแค่การข่มขู่ แต่เป็นคำทำนายที่มาจากผู้ที่มีอำนาจจะทำให้มันเป็นจริง
ความเกลียดชัง ที่ถูกปลูกฝังจากผู้เป็นบิดา ได้เติบโตขึ้นในใจของ ดีแลน แบล็กเวลล์ อย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่แค่ความไม่ชอบส่วนตัว แต่เป็นความรังเกียจที่มาพร้อมกับฐานะและอำนาจที่เหนือกว่า และมันถูกพุ่งเป้าไปที่ อีวา คาร์เตอร์ เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่เขาเห็นเป็นเหยื่อที่อ่อนแอที่สุดของตระกูลที่เขาสาบานว่าจะทำลายให้สิ้นซาก
โนอาห์—การสร้างตัวตน (The Pursuit of Identity) เงาที่ต้องหลีกหนี (The Shadow to Evade)โนอาห์ แบล็กเวลล์ วัย 24 ปี เป็นแฝดคนหนึ่งที่แสดงความสามารถทางธุรกิจและเทคโนโลยีออกมาอย่างโดดเด่นตั้งแต่เด็ก เขามีความเฉียบขาด, มีสัญชาตญาณทางตลาด, และมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จแบบ ดีแลน แบล็กเวลล์ แต่เป็นดีแลนในเวอร์ชันที่ทันสมัยและเร็วกว่าแต่สิ่งหนึ่งที่ โนอาห์ ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงคือ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ เขามองว่าการทำงานด้านการกุศลเป็นเหมือนการยืนอยู่ใต้ เงา ของความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างไว้ โนอาห์ต้องการพิสูจน์ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จด้วย ชื่อของตัวเอง โดยปราศจากมรดกที่ถูกไถ่บาปเขาได้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน (AI-Fi)ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โนอาห์สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์ โดยปฏิเสธเงินทุนจากครอบครัวความขัดแย้งภายในความมุ่งมั่นที่จะหลีกหนีจากเงาของพ่อแม่ทำให้ โนอาห์ เริ่มแสดงนิสัยที่คล้ายกับ ลูคัส แบล็กเวลล์ ในอดีต: เขาหมกมุ่นอยู่กับการแข่งขัน, มองว่าการเข้าซื้อกิจการเป็น การทำสงคราม และเชื่อว่า ประสิท
กำแพงแก้วแห่งความคาดหวัง (The Glass Wall of Expectation)อีธาน แบล็กเวลล์ ในวัย 25 ปี เป็นบุตรชายคนโตและเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวา เขาสูงสง่า มีความสุภาพอ่อนโยน และมีแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจตามแบบฉบับของมารดา อีวาเขาเป็นผู้บริหารหลักของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ และเป็นหัวหน้าโครงการยุติธรรมทางสังคม อีธานมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉียบคมเหมือนพ่อ แต่เขามักจะ ลังเล ที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง เพราะความกลัวที่จะทำผิดพลาดอย่างรุนแรงความกลัวของอีธานอีธานไม่ได้กลัวความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่เขากลัวที่จะ ทำลายมรดก แห่งความซื่อสัตย์ที่พ่อแม่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขารู้ว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเขาจะถูกตีความว่าเป็น เงาของตระกูลแบล็กเวลล์ ที่กลับมาหลอกหลอน ด้วยเหตุนี้ ชีวิตส่วนตัวของเขาจึงถูก แช่แข็ง ไว้ เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ไม่เคยไปเที่ยวคลับ ไม่เคยทำอะไรที่เสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์เขามองเห็นความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่เป็นเหมือน งานศิลปะชั้นยอด ที่สมบูรณ์แบบเสียจนเขาไม่กล้าแตะต้องมัน จุดเริ่มต
สิบแปดปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีธาน, โนอาห์, และลินน์ แบล็กเวลล์ เติบโตขึ้นภายใต้แสงสว่างของ โรงเรียนกุหลาบขาว และหลักการของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ พวกเขาคือภาพสะท้อนของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวาแต่ความสมบูรณ์แบบที่พ่อแม่สร้างขึ้นกลับกลายเป็น กำแพง และ ความคาดหวัง ที่หนักอึ้งสำหรับคนรุ่นใหม่อีธาน (วัย 25 ปี) แบกรับภาระทางจริยธรรมของมูลนิธิ โนอาห์ (วัย 24 ปี) ใช้ความสามารถทางธุรกิจเพื่อสร้างชื่อเสียงของตัวเองให้ห่างจากเงาของพ่อแม่ และ ลินน์ (วัย 24 ปี) ค้นหาตัวตนที่แท้จริงในโลกของศิลปะเมื่อ ความลับจากอดีต ที่ถูกเก็บงำไว้ในยุคลูคัสถูกเปิดเผยอีกครั้ง และมี ตัวละครใหม่ ที่นำพาความเสี่ยงและความรักเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ลูก ๆ ของดีแลนและอีวาจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างความรักในแบบของตัวเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยการไถ่บาปของคนรุ่นก่อน
โครงการสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ หลังจากผ่านพ้นความท้าทายทางกฎหมาย จริยธรรม และความท้าทายในครอบครัว ดีแลน แบล็กเวลล์ และ อีวา ก็ตัดสินใจที่จะใช้เงินทุนทั้งหมดจาก กองทุนแอนนา แบล็กเวลล์เพื่อความยั่งยืนและทรัพย์สินส่วนตัวที่เหลือของดีแลนในการสร้างโครงการที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "โรงเรียนกุหลาบขาว"โรงเรียนนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเรียน แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่แสวงหาผลกำไรสำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการถูกชักจูงให้ทำผิดกฎหมายหรือขาดการชี้นำทางจริยธรรมปรัชญาของโรงเรียนโรงเรียนกุหลาบขาวจะเน้นการศึกษาที่ครอบคลุมสี่ด้านหลัก จริยธรรมและการไถ่บาปสอนความซื่อสัตย์ ความเห็นอกเห็นใจ และการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ศิลปะและการบำบัด ใช้ดนตรี ศิลปะ และการเขียนเป็นเครื่องมือในการเยียวยาบาดแผลทางอารมณ์ ความยั่งยืน การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลก (จากกองทุนแอนนา) ความรู้ทางธุรกิจที่รับผิดชอบ การสอนพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงินภายใต้หลักการความยุติธรร การมีส่วนร่วมของลูก ๆ (The Children's Contribution)การสร้างโ
เสียงกระซิบจากโลกภายนอก (Whispers from the Outside World)อีธาน แบล็กเวลล์ในวัยเจ็ดขวบ ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาอีกต่อไป เขาเป็นเด็กชายที่ช่างสังเกต, มีความรู้สึกอ่อนไหว, และมีความคิดที่ซับซ้อนตามแบบฉบับของ อีวา ผู้เป็นแม่ เขากำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่มีพื้นเพมาจากครอบครัวชนชั้นสูงที่เคยรู้จักหรือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลแบล็กเวลล์ในอดีตแม้ว่า ดีแลนและอีวาจะพยายามปกป้องลูก ๆ จากเงาของอดีต แต่กำแพงของบ้านก็ไม่สามารถกั้นคำพูดของคนภายนอกได้วันหนึ่ง อีธาน กลับมาถึงบ้านจากโรงเรียนด้วยสีหน้าที่เงียบผิดปกติ เขานั่งเล่นอยู่เงียบๆ ในห้องนั่งเล่น โดยมีหนังสือเล่มโปรดอยู่ในมือแต่ไม่ได้เปิดอ่าน ดีแลน สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น และรู้ทันทีว่ามีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของลูกชายอีธาน รอจนกระทั่ง โนอาห์ และ ลินน์ เข้านอนแล้ว เขาเดินเข้าไปหา ดีแลน ซึ่งกำลังนั่งตรวจเอกสารของมูลนิธิอยู่หน้าเตาผิงอีธาน (พูดด้วยเสียงเบาและสั่นเครือ) "คุณพ่อครับ... วันนี้เพื่อนที่โรงเรียนถาม อีธานว่า... คุณปู่ลูคัส... เป็นคนไม่ดีใช่ไหมครับ?"คำถามนั้นเหมือนเป็นระเบิดเวล
ความท้าทายด้านจริยธรรมในมูลนิธิ (The Ethical Crossroads)หลังจากที่ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากการเปิดโปงและจัดการกับมรดกที่ถูกซ่อนไว้ของ แอนนา แบล็กเวลล์ องค์กรก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแต่ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นก็นำมาซึ่งความท้าทายที่ยากจะปฏิเสธ วันหนึ่ง มูลนิธิได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจาก มาร์คัส เคนอดีตซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ฉ้อโกง และ ปั่นราคาหุ้น ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากต้องประสบกับความสูญเสียมาร์คัส เคนไม่ได้มาขอความช่วยเหลือเพื่อต่อสู้คดีในศาล แต่มาพร้อมกับ การสารภาพผิดอย่างสมบูรณ์และข้อเสนอที่ไม่เคยมีมาก่อน: เขาจะ มอบทรัพย์สินส่วนตัวเกือบทั้งหมด (ประมาณ 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดของเขา) คืนให้กับเหยื่อและสังคม โดยมีเงื่อนไขว่ามูลนิธิฯ ต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เขาในการเจรจาโทษกับทางการ ซึ่งรวมถึงการขอโอกาสในการ ไถ่บาป ด้วยการทำงานเพื่อสังคมหลังจากพ้นโทษข้อเสนอของมาร์คัสทำให้บอร์ดบริหารของมูลนิธิและ ดีแลนกับ อีวา ต้องเผชิญกับทางแยกที่ยากลำบากที่สุดนับต






![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
