Share

27.แตกหัก

last update Last Updated: 2025-11-18 23:20:47

จุดแตกหักและการปกป้องครั้งสุดท้าย (The Ultimate Protection)จุดเริ่มต้นของหายนะ: จดหมายฉบับสุดท้าย

หลังจากชัยชนะทางกฎหมายที่ มูลนิธิเพื่อความซื่อสัตย์ ได้รับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ทางการเงิน ความสงบสุขก็กลับมาเพียงชั่วคราวเท่านั้น ดีแลน รู้ดีว่า ลูคัส แบล็กเวลล์จะไม่ยอมแพ้ การต่อสู้ทางกฎหมายเป็นเพียงการหยั่งเชิง แต่การโจมตีครั้งต่อไปย่อมเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัญญาณแรกมาถึงในเช้าวันหนึ่งที่เงียบสงบ อีวา ซึ่งใกล้กำหนดคลอดเต็มที กำลังเพลิดเพลินกับการดื่มชาที่สวนหลังบ้าน เมื่อคนส่งเอกสารที่ไม่ระบุตัวตนส่งกล่องไม้เล็ก ๆ มาให้ ภายในบรรจุผ้าพันคอถักมือสีเหลืองอ่อน ผ้าพันคอที่อีวาถักเองสำหรับลูกแฝดในครรภ์ที่เธอทำหายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมกับการ์ดสีขาวที่ถูกเขียนด้วยลายมือของลูคัสเอง:

“ของขวัญสำหรับหลานชายและหลานสาวของฉัน พวกเขาจะน่ารักมาก... น่าเสียดายที่โลกใบนี้เต็มไปด้วยอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง, โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่พยายามสร้างปาฏิหาริย์ในชีวิตของฉัน ฉันจะจับตาดูพวกเขาให้ดีนะ อีวา”

ความเยือกเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่างของอีวา ความกลัวไม่ได้เกิดจากคำพูด แต่เกิดจากการที่ลูคัสสามารถเข้าถึงสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดของเธอได้โดยที่เธอไม่รู้ตัว เธอทรุดลงอย่างอ่อนแรง ดีแลนรีบเข้าประคองภรรยาไว้

ดีแลน ไม่เคยรู้สึกถึงความโกรธที่บริสุทธิ์และรุนแรงขนาดนี้มาก่อน ความโกรธนี้ไม่ใช่ความแค้นจากความสูญเสียทางธุรกิจ แต่เป็นสัญชาตญาณดิบของ ผู้พิทักษ์ที่ถูกคุกคามโดยสมบูรณ์ ลูคัสได้ข้ามเส้นแบ่งสุดท้ายไปแล้ว

การเตรียมตัวสู่ศึกสุดท้าย: การดึงวิญญาณแห่ง Blackwell กลับมา

ดีแลนรู้ว่าเขาไม่สามารถเรียกตำรวจหรือทนายความได้ เพราะจดหมายไม่ได้มีคำขู่โดยตรง แต่มันคือ คำประกาศสงครามจากบุรุษผู้ที่เชื่อว่าทุกอย่างเป็นเพียงเกมอำนาจ เขาต้องทำสิ่งที่เขาเคยสาบานว่าจะไม่ทำอีก นั่นคือการสวมวิญญาณของ ดีแลน แบล็กเวลล์ ผู้บงการ อีกครั้ง

เขาเริ่มดำเนินการอย่างลับ ๆ:

กลยุทธ์ที่ 1: การทำให้ลูคัสโดดเดี่ยว (The Isolation)

ลูคัส แบล็กเวลล์ พึ่งพาเครือข่ายความภักดีที่สร้างขึ้นจากความหวาดกลัวและผลประโยชน์ ดีแลนใช้เวลา 48 ชั่วโมงติดต่อกับอดีตผู้บริหารระดับสูงและพันธมิตรทางธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยซื่อสัตย์ต่อเขา แต่ถูกลูคัสทอดทิ้งเมื่อดีแลนล่มสลาย

เปิดโปงการทุจริตที่ใหญ่กว่า ดีแลนใช้ความรู้ภายในที่ละเอียดที่สุดเกี่ยวกับธุรกรรมลับของ Blackwell Global ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการเลี่ยงภาษีในช่วง 5 ปีล่าสุด ที่ลูคัสคิดว่าถูกปิดตายแล้ว เขาไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด แต่ปล่อย ร่องรอย ให้กับคนเหล่านั้นที่สามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อปกป้องตัวเองจากความผิดที่จะเกิดขึ้น

การทรยศที่ส่งผลดีแลนเสนอข้อตกลงง่าย ๆ: ความปลอดภัยแลกกับ ความเงียบ พวกเขาต้องตัดขาดการสื่อสารกับลูคัสทันที การทำเช่นนี้ทำให้ลูคัสที่เคยสั่งการผ่านคนกลางไม่สามารถรับข้อมูลหรือส่งคำสั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครือข่ายของเขาเริ่มสั่นคลอนและล่มสลายจากภายใน

การเปิดเผยความผิดในอดีต (The Ultimate Truth)

หัวใจหลักของความแค้นของลูคัสคือ มูลนิธิเพื่อความซื่อสัตย์ดีแลนเข้าใจว่าความแค้นนี้ไม่ได้มาจากเพียงการที่เขาเลือกอีวา แต่มาจากความจริงที่ว่า การมีอยู่ของมูลนิธิเป็นการตอกย้ำความผิดพลาดที่ลูคัสซ่อนไว้

ดีแลนกลับไปตรวจสอบเอกสารหลักฐานคดีฉ้อโกงดั้งเดิมของอีวาอีกครั้ง และพบความเชื่อมโยงที่น่าตกใจ: การทุจริตดั้งเดิมไม่ได้เป็นเพียงความผิดพลาด แต่เป็น แผนการที่ลูคัสบงการเพื่อกำจัดคู่แข่งทางธุรกิจและใช้บริษัทของอีวาเป็นแพะรับบาป

หลักฐานชิ้นสุดท้าย ดีแลนพบ **ลายเซ็นดิจิทัล ที่ซ่อนอยู่ในการสื่อสารทางอีเมลเก่า ที่พิสูจน์ว่าลูคัสสั่งการให้มีการสร้างหลักฐานปลอมเพื่อใส่ร้ายอีวา นี่คือ หลักฐานทางอาญาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายชื่อเสียงของลูคัสเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เขาต้องรับผิดชอบทางอาญาอย่างร้ายแรง

 สถานที่เผชิญหน้า: ใจกลางมรดกที่ล่มสลาย (The Fallen Empire)

ดีแลนส่งข้อความสุดท้ายถึงลูคัสด้วยวิธีเข้ารหัสลับเก่าที่พ่อลูกเคยใช้ในการสื่อสารทางธุรกิจ ข้อความนั้นเรียบง่ายและเป็นทางการ

“ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 80 อาคารแบล็กเวลล์ทาวเวอร์ พรุ่งนี้เวลา 19.00 น. เรื่อง ‘การโอนถ่ายอำนาจและความรับผิดชอบขั้นสุดท้าย”

ลูคัสตอบตกลงทันที เพราะเขายังคงเชื่อว่านี่คือโอกาสที่เขาจะ เอาชนะลูกชายได้อีกครั้ง เขายังคงมองว่าดีแลนเป็นเพียงลูกชายที่สับสน ซึ่งกลับมาหาพ่อเพื่อขอความช่วยเหลือ

วันต่อมา ดีแลนมาถึงอาคารแบล็กเวลล์ทาวเวอร์ ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ห้องประชุมใหญ่ที่ชั้น 80 ถูกทิ้งร้าง แสงสลัว ๆ จากเมืองยามค่ำคืนส่องกระทบพื้นหินอ่อนที่ไม่มีใครดูแล

ลูคัสเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มหยันที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

ลูคัส "ในที่สุดแกก็กลับมาที่บ้านของเรา ดีแลน ฉันรู้ว่าแกไม่สามารถทิ้งทุกสิ่งที่ฉันสร้างไว้ได้นานนัก มูลนิธิบ้า ๆ นั่นเป็นเพียงความเพ้อฝันชั่วคราว ตอนนี้... แกพร้อมที่จะกลับมาบริหารอาณาจักรนี้แล้วใช่ไหม?"

ดีแลน (ยืนนิ่งอยู่ที่กลางห้อง) "ผมมาที่นี่เพื่อ ยุติ อาณาจักรนี้ครับ พ่อ"

การเผชิญหน้า: การดวลทางจิตวิทยา (The Psychological Duel)การปะทะกันเริ่มต้นขึ้นด้วยการโจมตีทางอารมณ์จากลูคัส

ลูคัส "อีวา! หญิงคนนั้นทำลายทุกสิ่งที่เราสร้างมา เธอทำให้แกทิ้งศักดิ์ศรีของแบล็กเวลล์ เธอเป็นแค่ เหยื่อ ที่ใช้ความน่าสงสารเพื่อผูกมัดแกไว้กับความผิดที่ไร้สาระของแกเอง เธอทำให้แกอ่อนแอ!"

ดีแลน"เธอไม่ได้ทำให้ผมอ่อนแอครับ พ่อเธอทำให้ผม แข็งแกร่งขึ้น ผมใช้ความรู้ทางธุรกิจที่พ่อสอนในการปกป้องสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพื่อทำลายใครอีกต่อไป และผมมาที่นี่เพื่อเตือนพ่อเป็นครั้งสุดท้าย อย่าแตะต้องอีวาและลูก ๆ ของผม"

ลูคัส "แกจะทำอะไร? ฟ้องฉันงั้นเหรอ? แกเคยพยายามแล้ว แต่มันล้มเหลว!"

ดีแลน "นั่นคือ ดีแลน ที่พยายามต่อสู้ในกฎของ กฎหมายแต่ตอนนี้... ผมจะต่อสู้ในกฎของ แบล็กเวลล์ ที่พ่อสร้างขึ้นเอง"

ดีแลนเริ่มเปิดแฟ้มที่วางอยู่บนโต๊ะ ภายในบรรจุเอกสารและหลักฐานทั้งหมดที่เขารวบรวมมา:

รายงานการทรยศรายชื่ออดีตผู้บริหารระดับสูงที่ได้ตัดการติดต่อกับลูคัสแล้ว

หลักฐานการฟอกเงิน แผนผังเครือข่ายบริษัทบังหน้า (Shell Companies) ที่ลูคัสใช้เพื่อเลี่ยงภาษีและซ่อนทรัพย์สินส่วนตัว ซึ่งจะทำให้บริษัทต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียดจากหน่วยงานรัฐบาลกลาง

ลายเซ็นดิจิทัลหลักฐานที่เชื่อมโยงลูคัสโดยตรงกับการทุจริตของอีวาเมื่อหลายปีก่อน

ดีแลน "หลักฐานที่ 2 และ 3 จะทำให้พ่อต้องเผชิญกับคดีอาญาที่ซับซ้อนและยาวนาน จนกว่าจะตายในคุกครับ พ่อ ไม่ใช่แค่การถูกปรับ แต่เป็นการถูกดำเนินคดีอาญาอย่างแท้จริง และเมื่อไม่มีใครคอยหนุนหลัง... อาณาจักรของพ่อจะล่มสลายในพริบตา"

การเปิดเผยความลับ: มรดกที่แปดเปื้อน

ความมั่นใจของลูคัสเริ่มสลายไปเมื่อเห็นความเฉียบขาดที่แท้จริงของดีแลน ลูกชายของเขากำลังใช้ อาวุธ ที่เขาถ่ายทอดให้ มาหันกลับเข้าหาเขา

ลูคัส(เสียงแหบเครือ) "แก... แกทำสิ่งนี้กับพ่อของแกได้ยังไง? ฉันสร้างทุกอย่างให้แกนะ!"

ดีแลน "พ่อไม่ได้สร้างให้ผมครับ พ่อสร้างเพื่อ ตัวพ่อเองพ่อสร้างมันบนความทุกข์ยากของคนอื่น พ่อตั้งใจทำลายอีวา... เพียงเพราะเธอเป็น เครื่องมือในการกำจัดคู่แข่งทางธุรกิจของพ่อในตอนนั้น! พ่อไม่ได้สร้างมรดก พ่อสร้างความแค้นและความแค้นนั้นกัดกินทุกสิ่ง แม้กระทั่งความรักระหว่างพ่อกับแม่!"

น้ำตาเริ่มเอ่อคลอในดวงตาของลูคัส ไม่ใช่ความสำนึกผิด แต่เป็นความเจ็บปวดจากการถูกเปิดโปง

ลูคัส"แกไม่เข้าใจหรอก! การเป็นแบล็กเวลล์คือการ ควบคุมทุกสิ่ง! แกเลือกที่จะยอมแพ้ต่อผู้หญิงที่อ่อนแอ แกเลือกที่จะทิ้ง อำนาจ ที่ฉันมอบให้... นั่นคือการทรยศต่อทุกสิ่งที่ฉันเป็น! ถ้าฉันไม่สามารถควบคุมอาณาจักรนี้ได้... ก็ไม่มีใครควรได้!"

ดีแลน "ผิดแล้วครับ พ่อผมไม่ได้ทิ้งอำนาจ ผมทิ้ง ความชั่วร้ายที่มาพร้อมกับมัน และผมจะพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่า แบล็กเวลล์ สามารถมีความหมายที่แตกต่างได้"

การปกป้องครั้งสุดท้าย: การยุติอย่างเด็ดขาด

ดีแลนดึงเอกสารฉบับสุดท้ายออกมา มันคือ สัญญาการยอมรับความผิด ที่ถูกร่างขึ้นมาอย่างละเอียด ซึ่งถ้าลูคัสลงนาม จะเป็นการยอมรับการมีส่วนร่วมในอาชญากรรมทางธุรกิจบางส่วน โดยแลกกับการได้รับการดูแลที่เหมาะสมในสถานที่ที่ไม่เปิดเผย (ภายใต้การควบคุมของดีแลน) และรับประกันว่าหลักฐานอาญาที่ร้ายแรงที่สุดจะถูกระงับชั่วคราว แต่จะถูกส่งมอบทันทีที่เขาละเมิดสัญญา

ดีแลน"เซ็นมันซะ พ่อนี่คือทางออกเดียวที่พ่อจะไม่มีวันได้ใกล้ชิดครอบครัวของผมอีก แต่พ่อก็จะไม่ต้องไปใช้ชีวิตในคุกเหมือนอาชญากรชั้นเลวคนอื่น ๆ พ่อสามารถมีชีวิตอยู่... ในความเงียบ"

ลูคัสจ้องมองเอกสารนั้นอย่างเจ็บปวด เขาพ่ายแพ้แล้ว ไม่ใช่ทางธุรกิจ ไม่ใช่ทางกฎหมาย แต่ทาง ความมุ่งมั่นเขาเห็นชายคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกชายของเขา แต่ตอนนี้เป็น ศัตรูที่น่าเกรงขามซึ่งต่อสู้ด้วยหลักการที่บริสุทธิ์

ในที่สุด ลูคัสก็ยอมแพ้ เขาหยิบปากกาและลงนามในเอกสารด้วยมือที่สั่นเทา พลังทั้งหมดที่เคยมีถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้น การต่อสู้เพื่อมรดกที่แปดเปื้อนได้จบลงแล้ว

ดีแลน หยิบเอกสารขึ้นมาแล้วมองบิดาของเขาเป็นครั้งสุดท้าย

ดีแลน "อำนาจของแบล็กเวลล์ไม่ได้อยู่ที่การควบคุมคนอื่นครับ พ่อ แต่อยู่ที่การ ปกป้อง คนที่เรารัก... และผมได้ปกป้องครอบครัวของผมแล้ว"

 มรดกใหม่และการเริ่มต้นใหม่ สองชั่วโมงต่อมา ดีแลนกลับถึงบ้าน อีวานั่งรอเขาอย่างกระสับกระส่าย เมื่อเห็นดีแลนเดินเข้ามาพร้อมกับความสงบที่แท้จริงในดวงตา เธอก็รู้ว่ามันจบแล้ว

"เกิดอะไรขึ้นคะ?" อีวาถามด้วยเสียงเบา

"มันจบแล้ว อีวา" ดีแลนตอบ "อาณาจักรของแบล็กเวลล์ที่แปดเปื้อนได้ถูกยุติลงแล้ว และจะไม่มีใครมาคุกคามครอบครัวของเราได้อีก"

ในคืนนั้นเอง อีวา ก็เริ่มเจ็บท้องคลอด ดีแลนพาเธอไปยังโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน การเดินทางที่เต็มไปด้วยความเครียดและความหวัง

หลายชั่วโมงต่อมา เสียงร้องของทารกสองคนก็ดังก้องไปทั่วห้องคลอด ลูกแฝด คนหนึ่งเป็นเด็กผู้ชาย และอีกคนเป็นเด็กผู้หญิง พวกเขาคือสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ เป็นมรดกที่บริสุทธิ์และไม่มีมลทิน

ดีแลนจับมืออีวาแน่น เขามองใบหน้าของลูก ๆ และรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่หนักอึ้งแต่เต็มไปด้วยความสุข

อีวา (ยิ้มอ่อนแรง) "เราตั้งชื่อให้เขาว่าอะไรดีคะ ดีแลน"

ดีแลน"สำหรับลูกชายของเรา... โนอาห์(Noah) หมายถึงผู้สร้างใหม่... และสำหรับลูกสาวของเรา... ลินน์ (Lynn) หมายถึงน้ำตกที่บริสุทธิ์ พวกเขาจะเป็นพยานของความรักและการไถ่บาปของเรา"

ดีแลน แบล็กเวลล์ ไม่ได้เป็นอดีตซีอีโอผู้เฉียบขาดอีกต่อไป เขากลายเป็น สามี และ พ่อผู้ที่ใช้ความรู้และสติปัญญาของเขาในการปกป้องสิ่งที่เขาแคร์ที่สุด

มูลนิธิเพื่อความซื่อสัตย์ ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรการกุศล แต่เป็น มรดกใหม่ที่ดีแลนและอีวาร่วมกันสร้าง มันคือเครื่องพิสูจน์ว่าแม้แต่ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็สามารถนำไปสู่ความจริงที่ยิ่งใหญ่กว่าได้ การต่อสู้เพื่อความซื่อสัตย์ ได้สิ้นสุดลงแล้ว และชีวิตของพวกเขาก็เริ่มต้นขึ้นใหม่อย่างแท้จริง ภายใต้ การปกป้องครั้งสุดท้าย ที่มาพร้อมกับความรักอันบริสุทธิ์.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์รักนางฟ้า   42.ข้อจำกัด

    โนอาห์—การสร้างตัวตน (The Pursuit of Identity) เงาที่ต้องหลีกหนี (The Shadow to Evade)โนอาห์ แบล็กเวลล์ วัย 24 ปี เป็นแฝดคนหนึ่งที่แสดงความสามารถทางธุรกิจและเทคโนโลยีออกมาอย่างโดดเด่นตั้งแต่เด็ก เขามีความเฉียบขาด, มีสัญชาตญาณทางตลาด, และมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จแบบ ดีแลน แบล็กเวลล์ แต่เป็นดีแลนในเวอร์ชันที่ทันสมัยและเร็วกว่าแต่สิ่งหนึ่งที่ โนอาห์ ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงคือ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ เขามองว่าการทำงานด้านการกุศลเป็นเหมือนการยืนอยู่ใต้ เงา ของความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างไว้ โนอาห์ต้องการพิสูจน์ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จด้วย ชื่อของตัวเอง โดยปราศจากมรดกที่ถูกไถ่บาปเขาได้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน (AI-Fi)ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โนอาห์สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์ โดยปฏิเสธเงินทุนจากครอบครัวความขัดแย้งภายในความมุ่งมั่นที่จะหลีกหนีจากเงาของพ่อแม่ทำให้ โนอาห์ เริ่มแสดงนิสัยที่คล้ายกับ ลูคัส แบล็กเวลล์ ในอดีต: เขาหมกมุ่นอยู่กับการแข่งขัน, มองว่าการเข้าซื้อกิจการเป็น การทำสงคราม และเชื่อว่า ประสิท

  • เล่ห์รักนางฟ้า   41.กำแพง

    กำแพงแก้วแห่งความคาดหวัง (The Glass Wall of Expectation)อีธาน แบล็กเวลล์ ในวัย 25 ปี เป็นบุตรชายคนโตและเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวา เขาสูงสง่า มีความสุภาพอ่อนโยน และมีแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจตามแบบฉบับของมารดา อีวาเขาเป็นผู้บริหารหลักของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ และเป็นหัวหน้าโครงการยุติธรรมทางสังคม อีธานมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉียบคมเหมือนพ่อ แต่เขามักจะ ลังเล ที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง เพราะความกลัวที่จะทำผิดพลาดอย่างรุนแรงความกลัวของอีธานอีธานไม่ได้กลัวความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่เขากลัวที่จะ ทำลายมรดก แห่งความซื่อสัตย์ที่พ่อแม่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขารู้ว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเขาจะถูกตีความว่าเป็น เงาของตระกูลแบล็กเวลล์ ที่กลับมาหลอกหลอน ด้วยเหตุนี้ ชีวิตส่วนตัวของเขาจึงถูก แช่แข็ง ไว้ เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ไม่เคยไปเที่ยวคลับ ไม่เคยทำอะไรที่เสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์เขามองเห็นความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่เป็นเหมือน งานศิลปะชั้นยอด ที่สมบูรณ์แบบเสียจนเขาไม่กล้าแตะต้องมัน จุดเริ่มต

  • เล่ห์รักนางฟ้า   40.สิบแปดปีผ่านไป

    สิบแปดปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีธาน, โนอาห์, และลินน์ แบล็กเวลล์ เติบโตขึ้นภายใต้แสงสว่างของ โรงเรียนกุหลาบขาว และหลักการของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ พวกเขาคือภาพสะท้อนของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวาแต่ความสมบูรณ์แบบที่พ่อแม่สร้างขึ้นกลับกลายเป็น กำแพง และ ความคาดหวัง ที่หนักอึ้งสำหรับคนรุ่นใหม่อีธาน (วัย 25 ปี) แบกรับภาระทางจริยธรรมของมูลนิธิ โนอาห์ (วัย 24 ปี) ใช้ความสามารถทางธุรกิจเพื่อสร้างชื่อเสียงของตัวเองให้ห่างจากเงาของพ่อแม่ และ ลินน์ (วัย 24 ปี) ค้นหาตัวตนที่แท้จริงในโลกของศิลปะเมื่อ ความลับจากอดีต ที่ถูกเก็บงำไว้ในยุคลูคัสถูกเปิดเผยอีกครั้ง และมี ตัวละครใหม่ ที่นำพาความเสี่ยงและความรักเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ลูก ๆ ของดีแลนและอีวาจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างความรักในแบบของตัวเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยการไถ่บาปของคนรุ่นก่อน

  • เล่ห์รักนางฟ้า   39.แสงสว่าง

    โครงการสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ หลังจากผ่านพ้นความท้าทายทางกฎหมาย จริยธรรม และความท้าทายในครอบครัว ดีแลน แบล็กเวลล์ และ อีวา ก็ตัดสินใจที่จะใช้เงินทุนทั้งหมดจาก กองทุนแอนนา แบล็กเวลล์เพื่อความยั่งยืนและทรัพย์สินส่วนตัวที่เหลือของดีแลนในการสร้างโครงการที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "โรงเรียนกุหลาบขาว"โรงเรียนนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเรียน แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่แสวงหาผลกำไรสำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการถูกชักจูงให้ทำผิดกฎหมายหรือขาดการชี้นำทางจริยธรรมปรัชญาของโรงเรียนโรงเรียนกุหลาบขาวจะเน้นการศึกษาที่ครอบคลุมสี่ด้านหลัก จริยธรรมและการไถ่บาปสอนความซื่อสัตย์ ความเห็นอกเห็นใจ และการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ศิลปะและการบำบัด ใช้ดนตรี ศิลปะ และการเขียนเป็นเครื่องมือในการเยียวยาบาดแผลทางอารมณ์ ความยั่งยืน การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลก (จากกองทุนแอนนา) ความรู้ทางธุรกิจที่รับผิดชอบ การสอนพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงินภายใต้หลักการความยุติธรร การมีส่วนร่วมของลูก ๆ (The Children's Contribution)การสร้างโ

  • เล่ห์รักนางฟ้า   38.โลกภายนอก

    เสียงกระซิบจากโลกภายนอก (Whispers from the Outside World)อีธาน แบล็กเวลล์ในวัยเจ็ดขวบ ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาอีกต่อไป เขาเป็นเด็กชายที่ช่างสังเกต, มีความรู้สึกอ่อนไหว, และมีความคิดที่ซับซ้อนตามแบบฉบับของ อีวา ผู้เป็นแม่ เขากำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่มีพื้นเพมาจากครอบครัวชนชั้นสูงที่เคยรู้จักหรือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลแบล็กเวลล์ในอดีตแม้ว่า ดีแลนและอีวาจะพยายามปกป้องลูก ๆ จากเงาของอดีต แต่กำแพงของบ้านก็ไม่สามารถกั้นคำพูดของคนภายนอกได้วันหนึ่ง อีธาน กลับมาถึงบ้านจากโรงเรียนด้วยสีหน้าที่เงียบผิดปกติ เขานั่งเล่นอยู่เงียบๆ ในห้องนั่งเล่น โดยมีหนังสือเล่มโปรดอยู่ในมือแต่ไม่ได้เปิดอ่าน ดีแลน สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น และรู้ทันทีว่ามีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของลูกชายอีธาน รอจนกระทั่ง โนอาห์ และ ลินน์ เข้านอนแล้ว เขาเดินเข้าไปหา ดีแลน ซึ่งกำลังนั่งตรวจเอกสารของมูลนิธิอยู่หน้าเตาผิงอีธาน (พูดด้วยเสียงเบาและสั่นเครือ) "คุณพ่อครับ... วันนี้เพื่อนที่โรงเรียนถาม อีธานว่า... คุณปู่ลูคัส... เป็นคนไม่ดีใช่ไหมครับ?"คำถามนั้นเหมือนเป็นระเบิดเวล

  • เล่ห์รักนางฟ้า   37.ท้าทาย

    ความท้าทายด้านจริยธรรมในมูลนิธิ (The Ethical Crossroads)หลังจากที่ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากการเปิดโปงและจัดการกับมรดกที่ถูกซ่อนไว้ของ แอนนา แบล็กเวลล์ องค์กรก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแต่ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นก็นำมาซึ่งความท้าทายที่ยากจะปฏิเสธ วันหนึ่ง มูลนิธิได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจาก มาร์คัส เคนอดีตซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ฉ้อโกง และ ปั่นราคาหุ้น ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากต้องประสบกับความสูญเสียมาร์คัส เคนไม่ได้มาขอความช่วยเหลือเพื่อต่อสู้คดีในศาล แต่มาพร้อมกับ การสารภาพผิดอย่างสมบูรณ์และข้อเสนอที่ไม่เคยมีมาก่อน: เขาจะ มอบทรัพย์สินส่วนตัวเกือบทั้งหมด (ประมาณ 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดของเขา) คืนให้กับเหยื่อและสังคม โดยมีเงื่อนไขว่ามูลนิธิฯ ต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เขาในการเจรจาโทษกับทางการ ซึ่งรวมถึงการขอโอกาสในการ ไถ่บาป ด้วยการทำงานเพื่อสังคมหลังจากพ้นโทษข้อเสนอของมาร์คัสทำให้บอร์ดบริหารของมูลนิธิและ ดีแลนกับ อีวา ต้องเผชิญกับทางแยกที่ยากลำบากที่สุดนับต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status