FAZER LOGIN“เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคุณนิลปลูกผัก” ไม่รู้ก็แปลก เพราะเขาไม่เคยเอ่ยปากถามเลย
“คุณภาคินไม่เคยถามนิลนี่คะ พอรู้แล้วจะมาเป็นลูกค้าประจำให้ไหมคะ” เธอพูดแหย่เล่น แต่เขาดันเอาด้วย
ครั้งแรกเลยมั้งที่ได้คุยกันจริงจัง หรืออาจจะเป็นเพราะทั้งสามคนแยกย้ายกันไปเติบโตแล้วอาศัยความบังเอิญในการคุยกันเท่านั้น
“ไว้ทักผมมาละกันครับ แม่ผมชอบทำอาหาร แกน่าจะชอบ” เขาเสนอไปทางแม่ ซึ่งเปรมสิริก็รู้สึกแปลกๆอย่างไรไม่รู้
แปลกตรงที่ ไม่สนใจเองบ้างเลยหรือไง
ได้ค่ะ แต่ไว้วันหลังนะคะ” ทั้งสองยิ้มให้กันไม่นานพัชสิกาก็เดินลงจากแท็กซี่แล้วเห็นคนทั้งสองยืนคุยกันพอดี
“อ้าวนิล สวัสดีค่ะคุณภาคิน” พัชสิกายกมือไหว้ภาคิน
“พึ่งเลิกงานเหรอครับ”
“ค่ะ” พัชสิกาตอบสั้นๆก่อนทิพวรรณจะวิ่งออกมาพร้อมกับใบหน้าตื่นเต้น
“พัชๆ”
“คะป้า”
“วันนี้จะมาเก็บเสื้อผ้าไปนอนที่คอนโดคุณกฤษใช่ไหมล่ะ คุณกฤษโทรมาบอกป้าแล้ว ซึ่งป้าก็จัดการไว้ให้แล้ว” พัชสิกาไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ แต่เธอไม่ได้ไปตอนเย็นนี้หรอก พรุ่งนี้เช้านู่น
“พรุ่งนี้เช้าค่ะป้า”
ภาคินสงสัย ทำไมต้องไปอยู่กับคนอื่น แล้วแบบนี้เขาก็เห็นหน้าพัชสิกาไม่บ่อยน่ะสิ
“ต้องถึงขั้นไปนอนที่นั่นเลยเหรอครับ”
“ค่ะ ท่านบอกว่าจะได้อยู่ใกล้ที่ทำงาน ท่านไม่อยากให้นั่งแท็กซี่ไปกลับกลัวเลิกดึก” เป็นลุงหรือใครกันแน่ ทำอย่างกับมีความสัมพันธ์กันเกินกว่านั้น ไม่เห็นใจคนขี้หึงอย่างเขาบ้างเลย ทำคะแนนไม่เคยได้ใจพัชสิกาเลยสักครั้ง
“ดีเลย ป้าก็มีกลัวๆ ทุกวันนี้สังคมมันไว้ใจกันไม่ได้”
“ผมอาสาไปรับไปส่งเองครับ” คิดเหรอว่าภาคินจะยอม
“ไม่ดีกว่าค่ะ ยัยพัชกับครอบครัวฝั่งนั้นเขาคุ้นเคยกันดี เขาดูแลยัยพัชได้ดีอยู่แล้ว” ทิพวรรณไม่รู้มาก่อนเลยว่าภาคินชอบหลานตน ที่ผ่านมาก็นึกว่าจะเอ็นดูกันเหมือนพี่น้องสะอีก
“เอ้อนี่ เอาผักมาให้ใช่ไหมหนูนิล มาๆพากันเข้ามาทานข้าวกับป้า ป้าทำกับข้าวอร่อยๆไว้เยอะเลย” ทิพวรรณเอ่ยชวนด้วยท่าทางตื่นเต้น ไม่ได้ตื่นเต้นที่หลานจะไป ตื่นเต้นที่มีเพื่อนทานข้าวด้วยเยอะๆมากกว่า
“ผมมีธุระ” เขาพูดแค่นั้นก็หมุนตัวกลับทันที ทุกคนมองตามพลันขมวดคิ้วงง พัชสิการับรู้ว่าเป็นเพราะอะไร เธอจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ส่วนเปรมสิริเองก็เช่นกันที่มองตามด้วยความรู้สึกเห็นใจ
ตอนที่ 6 เรื่องร้ายๆ
“ช่วงบ่ายมีประชุม เตรียมเอกสารให้ครบด้วย” เขาเดินเข้ามาในห้องพร้อมออกคำสั่งเสียงแข็ง พัชสิกาได้แต่จิบปากหมั่นไส้
พูดกับเธอดีๆสักวันไม่เป็นหรือไง
แผนงานนี้จะมีลูกค้ารายใหญ่มาจากต่างประเทศ ข้อมูลอย่าพลาดเชียวนะ” เนื่องจากมีแผนงานใหม่เกี่ยวกับการก่อสร้างสายการบินที่ประเทศตุรกีซึ่งทางฝั่งนั้นอยากร่วมงานกับบริษัทติดอันดับอย่าง แอร์ไลน์ ทรูซี มากกว่า เพราะมีโอกาสเติบโตในด้านธุรกิจยาวนานมั่นคง คิมหันต์เองก็มองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ขยับขยายธุรกิจกับนักลงทุนต่างชาติอีกหนึ่งประเทศเช่นกัน
“ค่ะ ฉันจะไม่ทำให้ผิดหวัง” เธอรีบจัดการกับเอกสารตามที่เขาว่า คิมหันต์ได้แต่เผลอมองทุกท่วงท่าราวต้องมนต์สะกด
ที่จริงพัชสิกาไม่เคยทำอะไรให้เขาผิดหวังเลย ทำงานเก่ง รอบคอบ หาจุดตำหนิแทบไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่าเคยมีปัญหากันมาก่อนเขาก็คง ‘หลงรักเธอ’ ไปนานแล้ว
ภายในห้องประชุม
คิมหันต์พูดถึงการสร้างสายการบินแห่งใหม่ในประเทศตุรกี ซึ่งมีมูลค่าการสร้างค่อนข้างสูง เขาได้เสนอแนวคิดต่างๆร่วมกับผู้เข้าประชุมอย่างฉลาดรอบรู้ จนทำให้กรรมการและคู่ค้าพึงพอใจในความคิดเขาเป็นอย่างมาก
ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ที่จะได้เห็นเขาขึ้นมาเป็นประธานบริษัทในอนาคต แม้กระทั่งพัชสิกายังแอบนึกชื่นชมเจ้านายของตัวเองเลย
“เอาล่ะ ผมขอจบการประชุมเพียงเท่านี้ก่อน ถ้ามีความคืบหน้าเพิ่มเติม ผมจะรวบรวมมาประชุมในครั้งถัดไป” คิมหันต์กล่าวจบการประชุมเสร็จ ผู้เข้าร่วมก็ลุกออกไปจากห้องเหลือไว้เพียงแค่เขากับพัชสิกาเท่านั้น
คิมหันต์จัดการเก็บเอกสารของตัวเอง แล้วหันมามองพัชสิกาเหมือนคิดจะทำอะไรบางอย่าง “เก็บกระเป๋าให้ฉันด้วย”
คิมหันต์ไม่รอให้เธอพูดเลย จัดการโยนกระเป๋าไปให้เธออย่างไม่ไยดี จนหญิงสาวอ้าแขนรับแทบไม่ทัน แถมกระเป๋าใบนี้ถูกอัดแน่นไปด้วยเอกสารทางการค้าระหว่างประเทศ ทำให้มันแน่นจนเธอทรงตัวแทบไม่ได้
“หนักจังค่ะ” เธอโต้กลับด้วยน้ำเสียงอิดออด อ้อนวอนให้เขาเห็นใจ
“แค่นี้ไม่ทำให้เธอถึงขั้นช็อกตายได้หรอกมั้ง ทำตัวดีๆให้เหมือนปากหน่อย” เขาแสยะยิ้มร้ายก่อนเดินออกไปแบบไม่รอเธอเลย หญิงสาวเห็นก็นึกหมั่นไส้
พัชสิกาเดินหอบกระเป๋าเก็บเอกสารมายังห้องทำงาน ท่าทางของเธอทำให้คิมหันต์ถึงกับหลุดขำออกมา จะว่าไปแกล้งเธอมันก็สนุกดีเหมือนกัน ถ้าเธอยังไม่คิดที่จะออกไปไหน เลี้ยงไว้เป็นตัวตลกก็น่าจะดี
พัชสิกาเมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น ก็ได้แต่วางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะของเขาแรงๆ จนผู้เป็นเจ้านายหุบยิ้มแทบไม่ทัน
“เร็วๆลูก” คิมหันต์ยืนอ้าแขนรอรับลูกฟุตบอลจากลูกชายวัยห้าขวบหน้าประตูตาข่ายขนาดกลางด้วยความสนุกสนานและเต็มไปด้วยความสุขสนามหญ้าแห่งนี้เดิมทีเคยทำเป็นสวนหย่อมไว้ปลูกพันธุ์ไม้ในยามว่าง เมื่อกฤษกับสุวรรณรัตน์รู้ว่าตนจะได้หลานเป็นผู้ชายและแน่นอนว่าผู้ชายจะต้องชอบกิจกรรมกลางแจ้งแน่ๆ ปู่กับย่าของแกก็เลยจ้างคนสวนมาย้ายกระถางดอกไม้ไปไว้ที่อื่น ซึ่งขณะเดียวกันก็ทำเป็นสนามฟุตบอลไปด้วยเลย‘เด็กชายกัปตัน คีริน บริพัฒน์สาธร’ สมาชิกใหม่ของบ้านใช้เท้าเล็กๆเขี่ยบอลไปมาจากนั้นก็เตะส่งไปให้พ่อทว่ากลับเด้งออกนอกประตูจนได้“โห้ กัปตัน” จักรพรรดิที่อยู่ทีมเดียวกับหลานสบถออกมาด้วยความหัวเสีย กะว่าจะเอาชนะเพื่อนสะหน่อย“สอนหลานให้รู้จักแพ้รู้จักชนะบ้างสิวะ ทำอย่างกับจะให้หลานไปอยู่ในแก๊งมาเฟียเหมือนตัวเองงั้นแหละ” ภาคินถือลูกฟุตบอลเข้ามาในสนาม จากนั้นก็ย่อตัวลงอุ้มเจ้าคีรินน้อยขึ้นมาฝังจมูกที่แก้มข้างซ้าย“ไม่ดีเหรอ หลานจะได้มีคนนับหน้าถือตาแถมยังไม่มีใครกล้ารังแกด้วย”“กัปตันจะเป็นมาเฟียเหมือนคุณยุงคั๊บ” ทั้งสามหนุ่มหัวเราะออกมาให้กับสิ่งที่หลานพูด“ปะป๊าว่ามาเป็นท่านประธานที่มีลูกน้องคอยรับใช้เหมือนปาป๊า
“เดินไปเดินมากูเริ่มจะเวียนหัวแล้วนะมึง” จักรพรรดิทักเมื่อเห็นคิมหันต์เอาแต่เดินวนไปวนมาหน้าห้องคลอด ท่าทางดูตื่นเต้นกว่าใครๆ“เอาน่า พ่อลูกอ่อนพึ่งมีลูกเป็นตัวเป็นตน” ภาคินที่นั่งอยู่ข้างๆพูดขึ้น“นิลก็อยากเห็นหน้าหลานเหมือนกัน ได้ข่าวว่าเป็นลูกชายคงจะหล่อเหมือนพ่อแน่ๆ” เปรมสิริพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น เพราะคิมหันต์เคยบอกไว้ตอนพาภรรยาไปอัลตราซาวด์มาแล้ว“นี่ ไม่คิดอยากจะมีบ้างเหรอ” จักรพรรดิหันไปคุยกับภาคินพร้อมชี้ไปทางคนรักของเจ้าตัว เปรมสิริได้แต่ยิ้มบางๆแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมายหลายอย่าง “เราก็พึ่งอยู่ในช่วงคบหาดูใจกันไปก่อนน่ะค่ะ ส่วนเรื่องแต่งคงต้องรอโอกาสที่เหมาะสม” ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยดีแต่เธอก็อยากจะให้เกียรติภาคินในฐานะอธิการบดีด้วยภาคินหันไปส่งยิ้มพร้อมจับมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน “เราจะมีวันนั้นแน่ ถ้าเราไม่ปล่อยมือกัน”เปรมสิริมองเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวังหวังว่าเขาจะจับมือเธอไปนานๆจริงๆ“คุณหมอเมียกับลูกผมเป็นยังไงบ้างครับ” ทุกคนหันมาทางประตูห้องคลอดเป็นตาเดียวเมื่อได้ยินคิมหันต์คุยกับคุณหมอทำคลอด“ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกนะคะ คุณพ่อจะเข้าไปดูเลยไหมคะ”“ไปครับๆ” เขาบอกหมอด้วยค
หลายเดือนต่อมา“ระวังๆนะครับ” คิมหันต์ค่อยๆประคองภรรยาที่ตอนนี้ท้องโตใกล้คลอดแล้ว เมื่อภรรยาสาวนั่งลงที่เก้าอี้เขาก็ถือโจ๊กที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวมาวางไว้ด้านหน้าเพื่อที่จะป้อนให้เธอ“อุ่นๆอยู่เลย” เขาพูดหลังจากเป่าโจ๊กให้เธอ“ขอบคุณค่ะ” เมื่อป้อนโจ๊กให้เธอไปสองสามคำเขาก็วางโจ๊กลงตรงหน้าเหมือนเดิม จากนั้นก็โน้มใบหน้าไปจ่อตรงบริเวณหน้าท้องที่มีลูกน้อยอาศัยอยู่“อร่อยไหมค้าบลูก” มือหนาลูบบริเวณหน้าท้องอย่างอ่อนโยน พัชสิกาได้แต่ยิ้มให้กับภาพความอบอุ่นนั้น“อุ๊ย ลูกดิ้น” เขาเงยหน้าขึ้นมาคุยกับภรรยา“สงสัยคุยกับพ่อแล้วสนุกมั้งคะ” คิมหันต์เปลี่ยนมามองหน้าท้องภรรยาอีกครั้ง “หรือเพราะโจ๊กฝีมือพ่ออร่อยกันนะ เดี๋ยวกินต่อนะ จะได้แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก” เขานั่งตัวตรงป้อนโจ๊กให้เธอต่อเมื่อพาพัชสิกาทานข้าวเช้าเสร็จเขาก็พาออกมาเดินเล่นที่สวนหย่อมชมบรรยากาศในยามเช้า“ไอ้คิมมมม” เสียงทุ้มของใครบางคนลอยมาแต่ใกล้คิมหันต์และพัชสิกาหันไปมองก็พบว่าเป็นจักรพรรดิ“เอ้า มึงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”“พี่จักรบอกจะกลับมาตอนพัชคลอดเลยไม่ใช่เหรอคะ” พัชสิกาก็สงสัยเหมือนกัน“ก็เดือนหน้าเริ่มไม่ว่างแล้วน่ะสิ ก็เลย
หนึ่งเดือนแล้วกับการที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะสามีภรรยาและวันนี้ก็เป็นวันที่เธอกับเขามาฮันนีมูนที่เกาะล้านในจังหวัดชลบุรี โดยจองรีสอร์ตแบบส่วนตัวให้เห็นวิวทะเลสีสวยในยามเย็นพัชสิกานอนซบที่แขนซ้ายของสามีบนเตียงนอนพลันเปิดอ่านไดอารี่บรรยายคำว่ารักให้เขาฟัง เมื่ออ่านมาได้ครึ่งหน้าเธอก็ปิดลงแล้วดีดตัวขึ้น“เอ๊า พี่ยังอยากฟังต่ออยู่เลย” คิมหันต์มองตามก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเขาติดเธอมาก ชอบกอด ชอบหอมตลอดเวลา แม้กระทั่งสายตายังมีให้แค่เธอคนเดียว“พี่คิมอ่านไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ” หลายรอบแล้วด้วยซ้ำ คิมหันต์ขยับเข้ามากอดเธอแน่นกว่าเดิมก่อนจะหอมแก้มเธอเพื่อแสดงถึงความรัก“พี่อยากให้พัชอ่านให้พี่ฟังและอยากฟังหลายๆรอบทุกๆวันเลย” หญิงสาวยิ้มแล้วจับปลายคางเขาส่ายไปมา “พัชรักพี่คิมๆๆๆๆๆๆ รักแค่คนเดียว รักมากที่สุดเลยด้วย”ไม่นานมือหนาก็จับท้ายทอยของเธอเข้ามาประกบปากอวบอิ่ม“พี่ก็รักพัชมากที่สุด” เขาปล่อยริมฝีปากได้ไม่นานก็ดึงเธอเข้าไปจูบใหม่และบดขยี้หนักกว่าเดิม หญิงสาวรีบดันตัวเขาออกไปก่อนซึ่งเขาก็ปล่อยอย่างว่าง่าย“ยังก่อนค่ะ”“ยังมีเวลาเหลือๆ”“แต่ตอนนี้...” เธอมองไปนอกหน้าต่าง
“คุณแพนเป็นไงบ้าง” จักรพรรดิกำลังจัดการเก็บเสื้อผ้าเตรียมขึ้นเครื่องไปไต้หวันในเช้าวันพรุ่งนี้ ขณะนั้นเขาหันไปเห็นจอมพลเดินเข้ามาในบ้านพอดีจึงถามไปพลางๆ เนื่องจากเจ้าตัวแจ้งไว้แล้วว่าจะไปเยี่ยมแพนนีญาร์ที่เรือนจำ“เขาสบายดีครับนาย” จักรพรรดิพยักหน้าเบาๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย“มึงจะไม่ไปทำงานกับกูต่อที่ไต้หวันจริงเหรอวะ” ก่อนหน้านั้นเขาได้ถามจอมพลแล้วว่าจะไปทำงานต่อกับเขาหรือจะลาออกปักหลักอยู่ที่ไทยแทน ซึ่งค่าตอบแทนที่จะได้ก็คือเงินเดือนที่เพิ่มมาเป็นสองเท่าทว่าจอมพลดันเลือกอยู่ไทยแทนที่จะเลือกความสบายก่อน“ไม่ครับ ผมอยู่ที่นี่ก็สบายดี”จักรพรรดิมองยิ้มๆก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่ลูกน้องที่อยู่กันมานานผูกพันราวกับเป็นคนในครอบครัว “ยังไงกูก็ต้องขอบคุณมึงมากนะที่จงรักภักดีต่อกูมาตลอด กูขอให้เส้นทางใหม่ของมึงสวยงามตามที่มึงปรารถนา”จอมพลโค้งศีรษะก่อนจักรพรรดิจะพูดอะไรบางอย่างอีกครั้ง “กูให้เงินเพิ่มไปตั้งตัวนะ สิบล้านพอไหม”“หึ” จอมพลได้แต่หัวเราะออกมาสั้นๆ “ไม่หรอกครับ”“ทำไมวะ”“ผมมองว่ามันไม่จำเป็นสำหรับผม ไว้ถ้าผมไม่มีผมขอกลับไปทำงานร่วมกับคุณในอนาคตแล้วกันนะ” จักรพรรดิได้แต่ขมวดคิ้วมอง
“คุณสบายดีไหม อยู่ในนี้ได้ไหม” จอมพลเอ่ยถามผ่านกระจกกั้น อีกฝั่งจะเป็นแพนนีญาร์ที่ถูกจำคุกไว้ด้วยความผิดทางคดีถ้าย้อนเวลากลับไปในตอนที่เริ่มทำความผิดแล้วเธอไม่คิดจะทำลายหลักฐานโดยการสั่งให้คนไปเผารถทิ้ง เธอก็คงได้แค่รอลงอาญาไม่ต้องมาอยู่ในคุกให้ลำบากแบบนี้หญิงสาวหลุบตาลงเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงในตอนที่พ่อแม่เธอมาหา ไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่มีกำลังใจ มีแต่ซ้ำเติม.........................................................................................‘เป็นไงล่ะลูกสาวคุณ’ ปราณีเบ้ปากเมื่อเห็นลูกสาวนอกคอกยืนคุยอยู่ข้างในห้องสี่เหลี่ยมที่มีผู้คุมขังยืนเฝ้าไม่คลาดสายตา ‘ไม่คิดเล้ยว่าจะมาอยู่ตรงจุดจุดนี้ได้’ ‘คุณ พูดดีๆหน่อย’ จรูญหันไปตำหนิปราณีก่อนจะหันมาทางลูกสาวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ‘ทำไมถึงทำตัวแบบนี้’ ‘หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะพ่อ’ ‘ไม่ได้ตั้งใจแต่เอาตัวเองมาทำให้วงศ์ตระกูลขายขี้หน้าแบบนี้นี่นะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น น่าจะตัดๆออกไปจากกองมรดกไปเลย’ ปราณีผู้ซึ่งที่ไร้ความรักต่อลูกเลี้ยงแฝงไปด้วยความเกลียดชังมากมาย แพนนีญาร์เธอก็แค่เป็นคนอารมณ์ร้ายและตอนทิพวรรณเสียเธอก็ไม่ได้มีเจตนาให้มันเกิดข
“เธอเลือกเองนะ” หญิงสาวหายใจไม่เป็นจังหวะมองเขาด้วยความตกใจ“คะ ค่ะ”คิมหันต์กวาดสายตามองทั่วเรือนร่างของเธอ จะว่าไปเลขาของเขาสวยหุ่นดีเหมือนกันนะเนี่ย นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ออกไปเริงร่ากับสาวที่ไหน ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งรองประธานฯ เขาก็ทุ่มเทให้กับงานมากกว่าเรื่องเที่ยว การที่เธอยอมเสนอตัวแบบนี้เหมื
พัชสิกาเดินออกมาจากห้องเพราะไม่มีอารมณ์แม้จะทำอาหารกิน เธอเห็นร้านโจ๊กเปิดอยู่ตรงสี่แยกพอดีจึงกะว่าจะไปนั่งทานข้าวที่นั่นอาการเหม่อลอยทำให้เธอไม่ได้โฟกัสที่เบื้องหน้าทำให้เผลอเดินชนกับใครบางคนเข้าจนเซถลาเล็กน้อย “ฉันขอโทษค่ะ” เธอกล่าวขอโทษโดยไม่มองหน้าอีกคน คิมหันต์จัดการกับเนื้อตัวก่อนจะเงยหน้ามอ
“เบื่อ? เบื่อใคร” เปรมสิริถามเบื่อเจ้านายฉันน่ะสิ ฉันไม่รู้ว่าจะทนอยู่กับเขาได้อีกนานแค่ไหน” “ทำไมล่ะ มันแย่ขนาดนั้นเชียวเหรอ” คิวมิกส์สงสัยเพราะปกติพัชสิกาจะมีความอดทนสูง ถ้าถึงขนาดทำให้พัชสิกาทนไม่ได้ก็คงเป็นอะไรที่แย่สำหรับเธอมากๆ “ก็ไม่ได้แย่หรอก ถ้ามัน...” พัชสิกาอธิบายไม่ถูก งานที่ทำอยู่มั
“วางเบาๆหน่อยสิ โต๊ะที่เธอวางมันประกอบไปด้วยกระจกและบางส่วนหลอมไปด้วยไม้เนื้อดี ถ้ามันพังขึ้นมาเงินเดือนของเธอจะพอจ่ายไหม” เขายืนเท้าสะเอวมองอย่างเอาเรื่อง “บอกแล้วไงคะว่ามันหนัก” พัชสิกายกยิ้มแล้วยักคิ้วท้าทายสองรอบก่อนจะหมุนตัวกลับไปนั่งที่เก้าอี้เธอไม่ใช่คนไม่เคารพใคร แต่ถ้าเธอไม่ได้หาเรื่องใ






![[NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
