LOGIN“ศะ ศะศิษย์พี่” จูเพ่ยเพ่ยเรียกซ้ำด้วยความสุขล้น นางรู้ว่าถ้านางเรียกแบบนี้ เขาจะลงโทษนางด้วยจุมพิตกระชากวิญญาณ ที่เร่งเร้าให้กลางกายสาวนางเปียกเยิ้ม และแล้วเขาก็บดจูบนางลงมาอย่างที่คิด จุมพิตนี้เนิ่นนานหวานล้ำเป็นที่น่าพอใจ“เรียกอีกครั้ง” ตงจื่อห้าวทำหน้าขึงขัง“สามี” หญิงสาวเอ่ยพลางยกยิ้มอ่อนโยนก้มหน้าหลบสายตา“ภรรยารัก” เขาชอบที่นางเรียกว่าสามี หัวใจเขาเต้นแทบไม่เป็นจังหวะที่เห็นนางเขินอายหลบสายตา วงแขนแกร่งโอบกระชับร่างบาง ก่อนจะตวัดตัวนางมานั่งบนตัก แล้วประกบเรียวปากดูดกลืนวิญญาณนางอย่างทานทนไม่ไหว“อื้อ”จูเพ่ยเพ่ยถูกมือหนาฟ้อนเฟ้นลามไล้ไปตามจุดกระสัน ทำให้ตอนนี้ร่างบอบบางสั่นระริกวาบหวาม ชุดเจ้าสาวถูกเปลืองออกอย่างรวดเร็ว นางที่ถูกฝึกฝนมาจนชำนาญ ก็เร่งปลดเปลื้องชุดเจ้าบ่าวให้พ้นจากเรือนกายกำยำเช่นกันตงจื่อห้าวซุกหน้าเขากลางอกอุ่นแล้วดูดดุนเล็มเลีย “เพ่ยเพ่ยพี่คิดถึงเจ้าแทบจะคลั่งตายแล้ว”ก่อนแต่งงานเขาไม่เคยแตะต้องนางเลยสักครั้ง ทำให้ยามนี้อารมณ์ปรารถนาลุกโชน แค่เห็นหน้านางเอ็นอุ่นของเขาก็ชี้ชันโดยไม่ต้องเล้าโลมตึก ตึก ตึก“เพ่ยเพ่ยก็คิดถึงท่านมาก” ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้
หญิงสาวยังคงยืนนิ่งสะอื้นไห้แบบไร้เสียง มือนิ่มยกขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะหมุนตัวถลาวิ่งไปกอดคนตัวโต“คนเจ้าเล่ห์ ท่านแค่พูดตรง ๆ ข้าก็ตอบตกลงแล้วไม่รู้หรือ”คนตัวโตนิ่งค้างหัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ สัมผัสอันคุ้นเคยพาให้เขากระชับกอดนางแน่นด้วยความดีใจ เขาไม่กล้าปล่อยวงแขนออก กลัวว่าหากปล่อยแล้วนางจะสลายหายไปจากอ้อมกอดเขาตลอดกาล“พี่ไม่กล้า พี่กลัวเจ้าหวาดกลัวพี่ พี่กลัวเจ้าหนีพี่ไป และที่กลัวที่สุดคือเจ้าไม่รักพี่”“แค่ก แค่ก ศิษย์พี่ เพ่ยเพ่ย หายใจ ไม่ออก” หญิงสาวเอ่ยเสียงติดขัด หากศิษย์พี่ยังรัดแน่นเช่นนี้นางคงขาดอากาศหายใจในไม่ช้าเขาก้มมองดวงหน้าเล็กที่ดูอึดอัดจะขาดใจก็คลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย “เจ้ายังโกรธอยู่หรือไม่”“โกรธสิเจ้าค่ะ” หญิงสาวทำหน้าง้อก่อนจะเขย่งเท้าจุมพิตที่คางของคนตัวโต “แต่เพ่ยเพ่ยรักศิษย์พี่มากกว่า ไม่อยากให้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ทำลายความสุขทั้งชีวิตของเรา”ตงจื่อห้าวส่งยิ้มละมุมให้กับคนตัวเล็ก ก่อนจะโน้มหน้ามาจุมพิตริมฝีปากแดงเรื่ออย่างทะนุถนอม เนิ่นนานเขาถึงยอมผละออก “ขอบคุณนะที่ให้โอกาสพี่ นับจากนี้พี่สัญญาจะไม่ใช้เล่ห์กลใด ๆ กับเจ้าอีก พี่รักเจ้านะเพ่ยเพ่ย”“เพ
“ใช่” เสียงตอบรับของนางแผ่วเบา ไม่มีการตะคอกด่าทอ แต่กลับกดอากาศรอบตัวให้แน่นตึงจนคนตัวโตนึกหวาดกลัวเขาอยากเอ่ยคำแก้ตัว แต่ริมฝีปากกลับแข็งค้าง เขารู้ดีว่าเขาจงใจ เขาใช้เล่ห์กลเพื่อให้ได้นางมาครอบครอง เขารู้ตัวว่าเขาทำผิด ทว่าเขาก็รักนางเกินกว่าจะห้ามใจเขาไม่อยากให้นางเที่ยวไปเกี้ยวใครต่อใครอีก จึงวางกับดักให้นางเป็นฝ่ายเข้าหาเขาเรื่องตำรานั้นหลายเดือนก่อนเขาฝากศิษย์น้องในสำนักนำไปไว้ในห้องหนังสือ เพราะรู้ว่านางอยากบรรลุขั้น และเพื่อกระตุ้นนางให้เข้าหา เขาจึงเติมข้อความไปว่า ฝึกครบสามปีไม่บรรลุจะต้องตายทำให้นางนั้นติดกับเขาโดยง่าย เพราะนางฝึกมาใกล้ครบสามปีแล้ว เมื่อนางเหลือเวลาไม่กี่วันเขาก็ปรากฏตัว ควบคุมเพลิงรัตติกาลให้ส่องสว่างอย่างจงใจต่อหน้านางเขาระบุชัดเจนว่าต้องเป็นคนที่มีเหมยรัตติกาลส่องสว่างกลางหน้าผาก เป็นเพราะเขาควบคุมวิชาบุปผาเพลิงได้และฝึกจนบรรลุแล้ว เพื่อไม่ให้นางตกลงบำเพ็ญกับผู้อื่น แผนนี้ของเขาลุลวงได้ผลดี แต่ทว่า...ชายหนุ่มไม่เคยคิดมาก่อนว่าถ้าถูกจับได้จะทำอย่างไร ทำให้ตอนนี้เขารักษาสีหน้าเรียบนิ่งไม่ได้อีก ชายหนุ่มกำลังหวาดกลัว กลัวว่าจะเสียนางไป กลัวว่านางจะไม
จูเพ่ยเพ่ยหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันตาเห็น นางก้มหน้าเอียงอาย “อีกไม่นานเพ่ยเพ่ยก็จะบรรลุแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้เหลือเพียงบทสุดท้ายแล้ว” เมื่อคิดถึงท่าบำเพ็ญที่ไม่เคยซ้ำกันจูเพ่ยเพ่ยก็ขนลุกขนพองขึ้นมาเอาดื้อ ๆ“เจ้าจะบรรลุได้อย่างไร วิชานี้จะต้องรับพลังปราณ จากอาจารย์เจ้าถึงจะบรรลุได้”จะเป็นไปได้อย่างไร ตำราบรรลุเพลิงอัคคีที่ศิษย์พี่ให้มา ไม่ได้บอกเรื่องพลังปราณของอาจารย์ในนั้นเลย “ขอศิษย์ดูหน่อยเจ้าค่ะ”โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ในตำราของอาจารย์ไม่มีการบรรลุขั้นด้วยวิธีพิเรนทร์เหมือนของศิษย์พี่เลย แค่อาจารย์ถ่ายปราณให้นางก็สามารถบรรลุขั้นได้แล้ว“อาจารย์ถ้าฝึกวิชานี้ให้บรรลุขั้นไม่ได้เพ่ยเพ่ยจะตายไหมเจ้าค่ะ”“จะบ้าหรือ วิชาที่อาจารย์เลือกให้ย่อมไม่มีทางทำร้ายศิษย์ มานั่งลงอาจารย์จะถ่ายปราณให้ เจ้าอยากหลอมยาขั้นหนึ่งได้มาตลอด จะได้สมปรารถนาสักที”จูเพ่ยเพ่ยนั่งลงก่อนจะหัวเราะขึ้นเบา ๆ เสียงหัวเราะแห้งผากเหมือนใบไม้แห้งที่ถูกแผดเผาจนกรอบ ในอกมีบางอย่างแตกดังเปาะแม้จะพยายามควบคุมตัวเองให้มั่นคง แต่ร่างเล็กก็ยังสั่นเทา นางถูกศิษย์พี่หลอก เขาทำแบบนี้ทำไมกันยามอาจารย์ถ่ายปราณนางก็นั่งเหม่อลอย แม้จะร
ปลายบานใหญ่ดันเข้าไปในรูบุปผาเล็กน้อย แล้วถอดกลับมาถูไถไปมาจนน้ำสีไสไหลออกมาเปียกแฉะ จูเพ่ยเพ่ยแทบคลั่งยิ่งเขาสัมผัสมากเท่าไรนางยิ่งต้องการเขามากเท่านั้นเอ็นอุ่นดุนดันล่วงล้ำเข้ามาทีละน้อย ความกระสันซ่านถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวด เมื่อแท่งหยกร้อนดันเข้ามาสุดลำเอ็น ร่างเล็กรู้สึกเหมือนถูกฉีกทึ้งรุนแรงหยาดน้ำตาเม็ดไสไหลอาบแก้ม รู้สึกอึดอัดคับแน่นจนหายใจไม่ออก แม้ว่าเขาจะแช่ไว้แน่นิ่งก็ตาม“เพ่ยเพ่ยคนดี ผ่อนคลายหน่อยนะ”น้ำตาของนางถูกเรียวปากร้อนจูบซับอย่างอ่อนโยน ราวกับจะจูบซับเอาความเจ็บที่ถาโถมออกจากกายนางไปให้หมด เขาซุกไซร้จมูกไปตามซอกคอ ก่อนจะวกวนมาจุมพิตริมฝีปาก ปลุกเร้านางจนรู้สึกผ่อนคลายลงเอวสอบเริ่มขยับดุนดันเชื่องช้า จังหวะเสียดแทงเข้ามาอุ่นร้อน พาให้ความเจ็บร้าวเริ่มแปลเปลี่ยนเป็นเสียวซ่านระคนจุกมือหนาฟ้อนเฟ้นอกเต่งตึงจนเนื้อล้นทะลักง่ามนิ้วออกมา ยิ่งเขาบีบแรงนางยิ่งซ่านสะท้านวาบหวิวไปทั้งกาย“อื้อ”เสียงครางหวานหูทำให้ตงจื่อห้าวรู้ว่านางคุ้นชินกับแท่งหยกของเขาแล้ว จังหวะเนิบช้าวาบหวามค่อย ๆ เร่งเร้ารุนแรงขึ้นตามแรงปรารถนาที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนตับ! ตับ! ตับ!เรียวปากเล็
หญิงสาวตัดพ้อให้กับชีวิตตนแล้วหันมาสนใจเครื่องเพศใหญ่โตตรงหน้า นางลองใช้นิ้วแหย่รูเล็กนั่นกดเบา ๆ ก็เข้าไปไม่ได้“ศิษย์พี่รูของท่านคับแคบนักนิ้วเพ่ยเพ่ยใหญ่เกินไป”ตงจื่อห้าวยิ้มกว้างให้กับความไร้เดียงสาของนาง จุมพิตเงอะงะงุ่มง่ามของกระต่ายน้อย ทำให้หัวใจเขาหวานล้ำ ด้วยรู้ว่าเขาเป็นอาจารย์สอนจูบแรกให้นาง“เพ่ยเพ่ยคนดี ทำแบบนี้นะ”จูเพ่ยเพ่ยเกือบลืมหายใจเมื่อถูกจับมือไปกอบกุมของใหญ่ยาว“กำไว้เช่นนี้แล้วรูดขึ้นลง”มือเล็กกำของใหญ่รูดขึ้นลงตามคำสอน“อืมส์ แบบนั้นถูกแล้ว จากนั้น เจ้าก็ก้มลงไปเลียตรงปลาย”ไม่รู้เพราะเหตุใดเสียงของศิษย์พี่ใหญ่ยามนี้จึงมีเสน่ห์น่าหลงใหลนัก นางถึงกับขนอ่อนลุกชันยามเขากระซิบใกล้ใบหู เลือดลมทั้งร่างปั่นป่วน คล้ายว่ากลางกายสาวจะเสียวแปลบขึ้นมาอีกด้วย“เพ่ยเพ่ย อ่าส์ เลียแล้วก็อมมัน ใช้ปากอมมันรูดขึ้นลง”จูเพ่ยเพ่ยฟังแล้วทำตามอย่างแข็งขัน ศิษย์พี่ใหญ่ของนางใช้นิ้วบี้บดปลายถัน ความกระสันแล่นพล่านไปทั้งตัวปากของนางอ้ากว้างอมของแข็งขืนที่ใหญ่ยาวจนตาเหลือก อมเข้าไปได้แค่ส่วนหัวเพียงเล็กน้อยในขณะที่นิ้วศิษย์พี่บี้บดสร้างความเสียวที่ปลายถัน นางก็ห่อลิ้นด้วยความกระสัน







