LOGINหลังจากเห็นเด็กน้อยคนนั้นวิ่งหายเข้าไปเย่หย่าซีก็ก้าวขาเดินตาม เด็กน้อยวิ่งเข้าไปข้างในโรงน้ำชา ผู้คนที่มุงดูบางคนก็ตามไปดู
ที่ด้านในด้านหลังโต๊ะตรงมุม มีหญิงชราผมเผ้ายุ่งเหยิงใบหน้ามอมแมมกำลังนอนหอบหายใจรวยริน
"แค่กๆ แค่กๆ"
"ท่านย่า" เด็กน้อยเดินเข้าไปประคองหญิงชราให้ลุกขึ้น "ท่านย่าพวกเราต้องไปแล้ว" เด็กน้อยพูดพลางออกแรงประคองหญิงชราขึ้น หญิงชราค่อยๆลืมตาขึ้นมาด้วยความเหนื่อยล้า นางยกมือขึ้นมาตบลงบนมือเล็กๆของเด็กน้อยคนนั้นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ย่าไปไม่ไหวแล้วอาห่าวเจ้าต้องดูแลตัวเองดีดีนะ"
เด็กน้อยที่ชื่ออาห่าวได้ยินเช่นนั้นเขาก็ส่ายหน้าพร้อมกับเอ่ยปากด้วยความไม่ยินยอม "ไม่นะท่านย่า ท่านอย่าพูดเช่นนี้ข้าจะพาท่านออกไปจากที่นี่เราค่อยหาทางกลับบ้านกันนะ"
เย่หย่าซีเห็นเด็กน้อยที่พยายามออกแรงดึงหญิงชราให้ลุกขึ้นในหัวใจก็รู้สึกหน่วงๆ นางค่อยๆเดินเข้าไปแล้วนั่งลงข้างๆคนทั้งสองอย่างช้าๆ
เหวินจิ่นเห็นเช่นนั้นนางก็รีบเข้าไปห้ามปราม "พระชายาเพคะ.."
เย่หย่าซีหันไปหานางก่อนจะพูดเสียงเบา "ไม่เป็นไร"
หลังจากนั้นนางก็หันไปยื่นมือไปแตะแขนของเด็กน้อยคนนั้น แล้วพูด "เจ้าวางท่านย่าของเจ้าลงก่อน ให้ข้าตรวจดูหน่อย"
เด็กน้อยหันขวับมามอง "ท่านเป็นหมอหรือ?" เขาเอ่ยถาม
"อืม จะว่าอย่างนั้นก็ได้ " เย่หย่าซีตอบ
เด็กน้อยลังเล "แต่พวกข้าไม่มีเงินค่ารักษาหรอกนะ ของมีค่าของพวกเราก็โดนโจรปล้นไปหมดแล้ว " เด็กน้อยบอก
"ไม่เป็นไร ขอข้าดูหน่อย" เย่หย่าซียื่นมือออกไปแตะดูตรงชีพจรของหญิงชรา ครู่หนึ่งนางก็เอามือออก
จากนั้นนางก็ลุกขึ้นหันไปหาเหวินจิ่น "เหวินจิ่นเจ้าหาพู่กันกับกระดาษมาให้ข้าหน่อย"
เหวินจิ่นแม้จะไม่เข้าใจว่าพระชายาต้องการทำอะไร แต่นางก็ยังหากระดาษและพู่กันมาให้ เย่หย่าซีหยิบกระดาษและพู่กันมา จากเหวินจิ่น จากนั้นนางก็ก้มลงเขียน
ครู่หนึ่งนางก็ยื่นให้เหวินจิ่น "เจ้านำเทียบยานี้ไปโรงหมอ บอกเขาว่าขอสามชุดแล้วนำกลับไปที่จวนต้มยามาห่อหนึ่งพร้อมกับพาหมอจวนมาด้วยคนหนึ่ง" กล่าวจบเย่หย่าซีก็ยื่นถุงตำลึงให้เหวินจิ่น แล้วพูดขึ้นอีกครั้งว่า "แวะซื้อหมั่นโถวแถวนี้มาด้วยสักสามสี่ลูก"
เหวินจิ่นขมวดคิ้วมองด้วยความลำบากใจ "แต่ว่าข้าน้อยไม่สามารถปล่อยให้ท่านอยู่ที่นี่ตามลำพังได้"
เย่หย่าซีเข้าใจนางพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เช่นนั้นก็ให้คนด้านนอกเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนข้าแล้วกัน"
เหวินจิ่นชะงัก นางเองย่อมรู้ดีว่าคนด้านนอกที่พระชายาเอ่ยถึงนั้นหมายถึงองครักษ์เงาที่ท่านอ๋องให้ติดตามพระชายา แล้วพระชายาทรงทราบได้อย่างไร?
"หืม? " เห็นเหวินจิ่นยืนนิ่งไม่ขยับ เย่หย่าซีก็หันมาเอ่ยอีกครั้ง ทำให้เหวินจิ่นตื่นจากภวังค์แล้วนางก็รีบรับคำในทันที
"เพคะ" หลังจากรับคำแล้วเหวินจิ่นก็หมุนตัวเดินหายออกไป
ผู้คนที่มามุงดูเมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องอะไรให้ดูแล้วต่างก็พากันแยกย้ายออกไป มีเพียงบางคนเท่านั้นที่ยังอยากจะดูต่อให้จบ แต่เมื่อเห็นว่าด้านในมีเพียงคนชราที่ใกล้ตายกับเด็กคนหนึ่งพวกเขาก็ถอนหายใจแล้วเดินออกไป
อาห่าวเห็นผู้คนที่ยืนมุงดูก่อนนี้ได้หายไปจนหมดแล้วเขาจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเย่หย่าซี "พี่สาว ท่านช่วยรักษาท่านย่าให้ข้าโดยไม่คิดเงินจริงๆหรือ?"
เย่หย่าซีจ้องมองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างพินิจ เด็กคนนี้หน้าตาน่ารักมาก ผิวพรรณภายใต้ความมอมแมมก็ดูขาวผ่องต่างจากเด็กขอทานที่ผิวหยาบกร้านทั่วๆไป
นางนั่งลง "อืม ..ว่าแต่ที่เจ้าบอกว่าโดนโจรปล้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือ?"
อาห่าวพยักหน้า "จริงขอรับ ข้ากับท่านย่าโดนปล้น ท่านย่าบอกว่าต้องหาเงินพอค่ารถม้าถึงจะกลับบ้านได้แต่ท่านย่าล้มป่วย"
เย่หย่าซีหันไปมองหญิงชรา จากนั้นก็หันมาพูดกับเด็กน้อยว่า "ย่าของเจ้าจะไม่เป็นอะไรพี่สาวรับรอง"
เด็กน้อยดวงตาเป็นประกาย "ทานพูดจริงหรือ?"
"เจ้าไม่เชื่อนางหรือ แต่เจ้าดูแผลที่หน้าผากข้าสินางรักษาให้ข้าครู่เดียวก็หายแล้วเจ้าก็ควรเชื่อนาง"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงใสของเด็กสาวที่เคยโวยวายก่อนนี้ก็ดังขึ้น
ใบหน้าเล็กๆของนางดูหงุดหงิด
"เหตุใดเจ้ายังอยู่?" อาห่าวเห็นเด็กสาวเดินเข้ามาเขาก็ตกใจจนเอ่ยถาม
"ทำไมข้าจะต้องไปด้วยในเมื่อเจ้าตีหัวข้าแตกเจ้ายังไม่รับผิดชอบเลย"
เด็กชายตัวน้อยหยุดชะงัก เขาก้าวขาเดินไปหยุดตรงหน้าเด็กสาวแล้วยกมือขึ้น "ข้าต้องขอโทษด้วย ข้าไม่มีของสิ่งใดที่มีค่าพอให้รับผิดชอบต่อการกระทำของข้า เช่นนั้นเจ้าตีข้าคืนเถอะ" หลังจากพูดจบอาห่าวก็ยืดตัวยื่นแขนออกไปให้เด็กสาว แววตาของเขาดูจริงจัง
เด็กสาวตวัดมือไปมา "เจ้าขอโทษข้าแล้วเช่นนั้นก็แล้วกันไปเถอะแต่ศรีษะของข้าเป็นเช่นนี้ข้าคงจะต้องถูกกักบริเวณแน่เลย"
เย่หย่าซีตวัดดวงตาหงส์ขึ้นไปมองเด็กสาวนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงเอ่ย "เจ้าแอบหนีออกมาอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นเจ้าก็รอสักครู่เสร็จธุระข้าจะไปส่งเจ้าที่จวน.."
"อื้อ ไม่เป็นไรๆเจ้าค่ะประเดี๋ยวข้าจะหาทางกลับเอง"
"ไม่ได้หรอกนี่ก็ไม่เช้าแล้ว เจ้านั่งรอสักครู่แล้วกัน" เมื่อเห็นเย่หย่าซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเด็กสาวก็ไม่กล้าปฏิเสธอีก นางขบเม้มริมฝีปากพลางพยักหน้า "เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ"
ในตอนนั้นเองเหวินจิ่นที่ออกไปสักพักแล้วก็กลับเข้ามาพร้อมกับห่อยาสองห่อและอาหาร ด้านหลังเป็นคนขับรถม้าถือหม้อยามาด้วยหม้อหนึ่ง
"พวกเจ้ามากันแล้วหรือ?" เมื่อเห็นคนเดินเข้ามาเย่หย่าซีก็ลุกขึ้นจากนั้นก็นำยาต้มในหม้อเทลงใส่ถ้วยน้ำชา นางเดินไปที่หญิงชราแต่ยังไม่ทันได้นั่งลงเหวินจิ่นก็เข้ามา "ให้หม่อมฉันเถิดเพคะ"
อาห่าวดวงตาเป็นประกายร่างเล็กรีบวิ่งเข้ามาประคองหญิงชราขึ้น
"ท่านย่าดื่มยาเสียก่อน ดื่มเสร็จนอนพักท่านก็จะดีขึ้นแล้ว"
หญิงชราค่อยๆลืมตาแล้วอ้าปากดื่มยาลงไปจนหมด หลังจากดื่มยาลงไปแล้วนางก็รู้สึกโล่งตรงบริเวณหน้าอกเย่หย่าซีหันไปสั่งให้คนขับรถม้าวางอาหารลงบนโต๊ะก่อนจะสั่งให้อาห่าวและหญิงชราลุกขึ้นมารับประทาน
ถัดออกไปที่ชั้นสามฝั่งตรงข้ามของหอซวนอวี้
เทียบยาที่เย่หย่าซีเขียนให้เหวินจิ่นยามนี้ตกอยู่ในมือของมู่หรงเทียนหยูเรียบร้อยแล้วใบหน้าหล่อเหลาของเขาแลดูมืดครึ้ม ดวงตาลึกล้ำจดจ้องลงไปที่เทียบยา คิ้วดาบขมวดเข้าหากัน ไม่นานเขาก็หันไปถามแม่ทัพน้อยไป๋
"เจ้าให้องครักษ์ไปสืบประวัติองค์หญิงหนานคนนี้ได้ความว่าอย่างไรนะ?"
แม่ทัพน้อยไป๋เคาะที่ขมับแล้วพูดขึ้น "นางเป็นองค์หญิงที่ฮ่องเต้และฮองเฮาแคว้นหนานโปรดปรานมาก เป็นองค์หญิงที่ราษฎรแคว้นหนานรัก ยิ่งนางเสียสละตนเองเดินทางมาเหย่าฮั่นเพื่อกระชับสัมพันธ์เหล่าราษฎรแคว้นหนานก็ยิ่งสรรเสริญนาง..."
มู่หรงเทียนหยูถอนหายใจ "เรื่องที่เจาะจงตัวนางไม่มีเลย?"
แม่ทัพน้อยไป๋ครุ่นคิด "ไม่มีอะไรเลยท่านอ๋องนางก็คงเป็นเพียงองค์หญิงในวัง ที่ร่ำเรียนตำรา ดีดพิณ วาดภาพคัดอักษรอะไรพวกนั้นแหล่ะ.."
"แล้วเหตุใดท่านอ๋องถึงไม่ใช้ความสัมพันธ์ใกล้ชิดของสามีภรรยาค่อยๆสืบหาจากตัวนางเล่าขอรับ" ในตอนนั้นเองรองแม่ทัพเสิ่นที่งุนงงก็เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ แม่ทัพน้อยไป๋วางจอกสุราลง "ใช่ข้าน้อยเห็นด้วยกับท่านรองเสิ่น"
มู่หรงเทียนหยูหรี่ตา "หากนางอยู่แต่ในรั้วในวังเหตุใดนางถึงรู้จักพืชสมุนไพรและการรักษาเป็นอย่างดี"
มู่หรงเทียนหยูพึมพำ ขณะนั้นเองที่หน้าประตูลู่หยางก็เดินเข้ามา เขาทำความเคารพแล้วยื่นกระดาษส่งให้มู่หรงเทียนหยู
มู่หรงเทียนหยูคลี่อ่านจากนั้นก็ส่งกระดาษให้แม่ทัพน้อยไป๋ และรองแม่ทัพเสิ่นหลังจากทั้งสามอ่านจดหมายจบรองแม่ทัพเสิ่นก็เผากระดาษนั้นในทันที
"ยามนี้ไม่มีอะไรเหตุใดแคว้นฉีเทียนถึงขยับแล้วหล่ะ?"
"ไม่ใช่ว่าอยากจะส่งองค์หญิงมาสมรสกับแคว้นเหย่าฮั่นของเราอีกแคว้นหรอกนะ?"
"เดี๋ยวก็รู้..." มู่หรงเทียนหยูเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น
ชั้นหนึ่งของหอซวนอวี้หญิงสาวในชุดสีเหลืองอ่อนรูปร่างอ่อนช้อย ใบหน้างดงามยั่วยวนก้าวเดินเข้ามา พร้อมกับด้านหลังของนางก็ยังมีสาวใช้อีกสามคน
เสี่ยวเอ้อทันทีที่เห็นนางเขาก็รีบเดินออกมาต้อนรับอย่างนอบน้อม "คุณหนูหวังวันนี้ท่านต้องการนั่งโต๊ะโล่ง หรือห้องส่วนตัวขอรับ?"
หวังลี่อินยื่นมือออกมา เสี่ยเอ้อมองดูนางอย่างงุนงงแต่เขาก็ยังยื่นมือออกมารับ ตำลึงเลินก้อนใหญ่ตกลงไปในมือของเสี่ยวเอ้อ เขาเบิกตากว้างรีบจัดเก็บแล้วเอ่ยถาม
"คุณหนูหวังท่านต้องการสิ่งใดหรือขอรับ"
"หมิงอ๋องอยู่ที่ใด?" นางเอ่ยถามเสียงต่ำ
เสี่ยวเอ้อชะงักเขาหันซ้ายหันขวาก่อนจะกระซิบ "คุณหนูหวังตามข้าน้อยมาขอรับ"
หวังลี่อินก้าวเดินตามเสี่ยวเอ้อขึ้นไป แต่นางไปได้เพียงชั้นที่สองก็พบร่างสง่างามของมู่หรงเทียนหยูก้าวเดินลงมา
ในตอนที่มู่หรงเทียนหยูก้าวเดิน ทุกย่างก้าวของเขามันกระทบมาถึงหัวใจของนางตั้งแต่มู่หรงเทียนหยูเดินเข้ามาสายตาของหวังอี้หลินก็จับจ้องอยู่ที่เขาไม่กระพริบตา นางก็ไม่อาจละสายตาไปไหนได้อีก
เขาทั้งหล่อเหลาสูงส่ง เป็นถึงเทพสงครามของแคว้น รอบกายเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมานั้นกัดกินผู้คนให้หายใจติดขัด หวังลี่อินหัวใจเต้นโครมคราม ยิ่งเขาตวัดสายตาเย็นชามาทางนาง นางยิ่งไหวหวั่น
มู่หรงเทียนหยูกำลังจะเดินผ่านนาง หวังลี่อินก็ก้าวเข้าไปหา "ลี่อินถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ"
...
มู่หรงเทียนหยูไม่รอช้า เขาก้มหน้าลงแล้วตวัดปลายลิ้นเลียเมล็ดทับทิมของนางแรงๆทันที“อ่าส์~~อ๊ะ~~ซี้ด!อื้ม~~ทะ...ท่านอ๋องข่ะ...ข้าเสียวเหลือเกิน~~ ”การลงลิ้นของเขาทำให้เย่หย่าซีครวญครางเสียงสั่นเมื่อเขาทั้งเลีย ทั้งดูดเม็ดทับทิมของนาง อีกทั้งยังห่อปลายลิ้นแล้ว แหย่เข้าไปในถ้ำงามที่เฉอะแฉะของนางนั้นอีกด้วย“หวานเหลือเกินซีซีของข้า.."เขาบ่นพึมพำก่อนจะกลืนกินน้ำใสที่ไหลหยาดหยดออกมาจากถ้ำงาม สองมือหนาช้อนก้นของนางเอาไว้แน่นพร้อมกับลงลิ้นร้อนละเลงเลียระรัวเข้าไปในถ้ำงามเย่หย่าซีเเอ่นกายขึ้นกระเด้งก้นงามขึ้นลงตอบรับความเสียวซ่านที่เขานั้นมอบให้“อื้ม~~~ อ่าส์ อ๊ะ~~” เย่หย่าซีครวญครางเสียงหลง นางรู้สึกเสียวซ่านที่ถูกเขาดูดเลียเม็ดทับทิมจนแทบดิ้น“ซี๊ด ขะ ข้าจะไม่ไหวแล้วท่านอ๋อง”ไม่นานเย่หย่าซีก็กระตุกตัวเกร็งแล้วปล่อยน้ำใสออกมาให้สามีดื่มกินจนหมดทุกหยาดหยด จากนั้นนางจึงเป็นฝ่ายดันให้เขานอนลงในขณะที่นางเปลี่ยนมาทาบทับบนตัวของเขานางไม่พูดให้มากความมือเล็กคว้าหมับเข้าที่แท่งมังกรใหญ่แล้วอ้าปากครอบครองมันกว่าสองในสามส่วน ทั้งดูด ทั้งเลีย แล้วใช้มือรูดดึงส่วนโคนไปด้วย“อ่ะ...อืมซีซี~~” มู่หรงเ
"ท่านอ๋อง?" หลังจากถูกดึงร่างเข้าไปโอบกอดเย่หย่าซีก็ลืมตา "ท่านอ๋อง...""ซีซี.." มู่หรงเทียนหยูกล่าวพลางงับติ่งหูที่ขาวสะอาดของนางสองมือที่โอบกอดร่างบางอยู่ใต้น้ำก็เริ่มไม่อยู่นิ่งมือหนาค่อยๆเอื้อมขึ้นมาบีบเคล้นหน้าอกงามเต่งตึงพอดีมือของนางเบาๆ"อืม..ท่านอ๋องยามนี้ไม่ใช่..อ๊ะ เวลาที่จะมา อื้อ ทำย่ะ อย่างนี้นะ!""เช่นนั้นเวลานี้ข้าควรจะทำอย่างไรกับเจ้าดีหรือ หื๊ม?" มู่หรงเทียนหยูกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"อื้ม เรื่องตั้งครรภ์ ขะ ข้าแต่งเรื่องขึ้น" มู่หรงเทียนหยูที่กำลังซุกไซ้ซอกคอขาวหยุดชะงักลง "ซีซี เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"เย่หย่าซีเอนตัวแหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำของเขา นางโน้มใบหน้าเข้าไปจุมพิตริมฝีปากบางของเขาทีหนึ่งจากนั้นนางก็พูดขึ้นอย่างจริงจัง"ข้า คือ ข้าไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆ เรื่องตั้งครรภ์ข้าเพียง ข้าเพียงแต่งเรื่องหลอกเสด็จพ่อเท่านั้น..ท่านอ๋องท่านห้ามโกรธข้านะที่ข้าทำเช่นนี้เพราะเกรงว่าเสด็จพ่อจะลงโทษท่านแต่ต่อให้ข้าไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆเสด็จพ่อก็ไม่ประสงค์จะเอาความเรื่องนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ท่านอ๋อง..."เย่หย่าซีทำน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อยมู่หรงเทียนหยูหรี่
หลังจากได้ฟังเช่นนั้นหวางฮองไทเฮาก็รู้สึกเจ็บปวด "เรื่องนี้ข้าผิดต่อทุกคนจริงๆ หยูเอ๋อยิ่งเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดข้ารู้สึกละอายใจที่จะพบหน้าเขา ทำได้เพียงหนีมาที่นี่หวังว่าฮ่องเต้ของแคว้นหนานจะมอบความตายให้ข้า ชดเชยโอรสและพระสนมที่เสียไปแต่ไม่คิดเลยว่านอกจากจะไม่ถูกทำโทษแล้วกลับยังได้รับการต้อนรับอย่างดีหยูเอ๋อนั้นถูกข้ามอบความเกลียดชังชักจูงเขาไปในทางที่ผิดข้าเจ็บปวดแต่เขาคงจะเจ็บปวดมากกว่าข้ายิ่งนัก""ไทเฮาเจ้าอย่าได้คิดมากเช่นนี้ หมิงอ๋องโอรสของเจ้าช่างเป็นคนเที่ยงธรรมและกตัญญูยิ่งนักฝ่าบาทชื่นชมแล้วชื่นชมอีก ที่เขาเป็นเช่นนี้ก็เพราะได้เจ้าสอนสั่งมาไม่ใช่หรือ?" หวางฮองไทเฮาได้ยินเช่นนั้นน้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลพรากลงมา นางไม่คิดเลยว่า ทุกคนที่นางเฝ้าเกลียดชังต่างก็มีความรู้สึกดีกับนาง แม้แต่ฮ่องเต้มู่หรงที่เป็นพระสวามีของนางเอง แม้เขาจะเฉยชากับนางไร้เยื่อใยกับนางแต่ก็ยังคงทำหน้าที่บิดาที่ดีเสมอ "ชั่วชีวิตนี้ของข้าคงได้เพียงบำเพ็ญเพียรเพื่ออดีตฮ่องเต้และพระสนมและองค์ชายที่เสียไปแล้ว คงไม่มีทางใดที่จะทำได้ดีไปกว่านี้แล้ว..หยูเอ๋อนั้นเวลานี้...""พระนางท่านอ๋องรออยู่ด้านนอกนานแล้วเ
"มู่หรงเทียนหยูท่านคิดที่จะทิ้งข้าเอาไว้แล้วหนีมาเช่นนี้ท่านยังมีหัวใจหรือไม่?"ด้านนอกประตูเสียงใสอันคุ้นเคยดังขึ้นมาอย่างโกรธเคืองและดุดัน ทุกคนที่อยู่ภายในท้องพระโรงต่างก็หยุดชะงักและหันกลับมามองเป็นจุดเดียวกันไม่นานร่างแบบบางของหญิงสาวก็ก้าวเดินเข้ามา ใบหน้างามขึ้นสีแดงฝาด หน้าอกกระเพื่อมจากการหอบหายใจผมของนางดูยุ่งเล็กน้อยดูก็รู้ว่านางรีบมากแค่ไหนมู่หรงเทียนหยูขมวดคิ้ว "ซีซี../ซีเอ๋อ?/องค์หญิงหก?" ภายในท้องพระโรงทุกคนต่างก็กล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงเป็นเสียงเดียวกัน"อะซีถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จพี่ใหญ่เสด็จพี่รองเสด็จพี่สามเพคะ" พูดจบเย่หย่าซีก็คุกเข่าลงด้านข้างของมู่หรงเทียนหยู"ซีซี เจ้ามาได้อย่างไร?" มู่หรงเทียนหยูหลังจากตื่นจากภวังค์เขาก็รีบเอ่ยถาม"นั่นสิซีเอ๋อเจ้ามาได้อย่างไร?" ฮ่องเต้เย่ซวงอี้ตรัสถามด้วยความแปลกพระทัย"อย่าบอกนะว่าเจ้าควบม้ามาจากเมืองทางใต้?" องค์รัชทายาทเย่อู๋เฉินรีบร้อนเอ่ยถามเช่นเดียวกันเย่หย่าซีไม่ได้ตอบคำถามนางคุกเข่าลงแล้วพูดว่า "เสด็จพ่อเพคะ เสด็จพ่อจะลงโทษท่านอ๋องไม่ได้นะเพคะ""อ่า น้องหญิงหกเจ้าเดินทางมาตั้งไกลเพียงเพื่อมาขออภัยโทษให้กับพระสวามีห
แคว้นหนานพระตำหนักรองแม่นมสวีรีบเร่งเข้ามาด้านในพร้อมกับพูดขึ้นอย่างตื่นตระหนกว่า "ไทเฮาเพคะที่ด้านนอกลือกันว่าหมิงอ๋องเดินทางมาถึงแคว้นหนานแล้วยามนี้ถูกจัดให้พักอยู่ที่พระตำหนักทางปีกซ้ายของพระราชวังเพคะ""ว่าอย่างไรนะ?" ทันทีที่ได้ยินแม่นมสวีพูดหวางฮองไทเฮาที่กำลังยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบก็ถึงกับต้องตกตะลึง"หยูเอ๋อ หยูเอ๋อมาแคว้นหนานหรือ? นี่จะเป็นไปได้อย่างไรไม่ใช่ว่า.."แม่นมสวีรู้สึกเศร้าใจ "พระนางเพคะเดิมทีท่านอ๋องก็เป็นผู้ที่มีความกตัญญูอย่างที่สุด นี่ไม่ใช่ว่ารีบเดินทางมาจากทางใต้มุ่งหน้ามาที่แคว้นหนานในทันทีที่ทราบข่าวหรอกหรือเพคะ"หวางฮองไทเฮาสองมือกำแน่น ก่อนนี้ไม่ใช่ว่าหยูเอ๋อเกลียดนางไปแล้วหรอกหรือ ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจมารดาเช่นนางแล้วหรอกหรือ แล้วนี่.."พระชายาเสด็จมาด้วยหรือไม่?" หลังจากสงบสติอารมณ์ลงได้หวางฮองไทเฮาก็ทรงตรัสถาม"ไม่นะเพคะ ด้านนอกพูดเพียงว่าหมิงอ๋องเทพสงครามของแคว้นเหย่าฮั่นในที่สุดก็ยอมสยบให้แคว้นหนาน...เพคะ" "แค้กๆ แค้กๆ.." หลังจากฟังจบหวางฮองไทเฮาก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาจากนั้นก็ไอเป็นเลือดพร้อมกับเป็นลมล้มลงไป"พระนางเพคะ ตามหมอให้ทีใครก็ได้ไปตามหมอที!"
ท้องพระโรงพระตำหนักเฉินเจิ้งแคว้นเหย่าฮั่นฮ่องเต้มู่หรงเทียนเฟยรับสั่งให้เหล่าขุนนางคิดหาวิธีในการไปขอโทษและคืนความเป็นธรรมให้แคว้นหนานในยามนี้เหล่าขุนนางต่างก็ช่วยกันแสดงความคิดกันอย่างเต็มที่ ในขณะที่ราชครูไป๋เองก็ครุ่นคิดอยู่อย่างเงียบๆเช่นเดียวกันเวลาผ่านไปราวครึ่งก้านธูป ราชครูไป๋จึงได้ก้าวขาออกมา "ทูลฝ่าบาท เหย่าฮั่นควรแสดงความจริงใจด้วยการประกาศต่อสี่แคว้นว่า เรื่องราวเมื่อสิบปีนั้นพวกเราแคว้นเหย่าฮั่นเข้าใจแคว้นหนานผิดและประกาศขอโทษต่อแคว้นหนานในเรื่องที่เข้าใจผิดในครั้งนั้น พร้อมกับพระราชทานสิ่งของที่แคว้นหนานขาดแคลน และเหย่าฮั่นก็เปิดการค้าขายกับแคว้นหนานโดยไม่เก็บภาษีดีหรือไม่พะย่ะค่ะ""อืม ดี เช่นนั้นเรื่องนี้ก็มอบหมายให้ชินอ๋องจัดการก็แล้วกัน!" ฮ่องเต้มู่หรงเทียนเฟยตรัส นี่ก็ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะละเว้นสงครามระหว่างแคว้นแล้วมู่หรงเทียนหยูออกเดินทางมายังแคว้นหนานระหว่างทางต่างก็ได้ฟังเรื่องราวที่ชาวบ้านกล่าวขานถึงความอำมหิตของพระมารดาของตนที่เกิดจากความอิจฉาริษยาต่อให้เขาจะรู้สึกเจ็บปวดมากเพียงใดแต่ก็ไม่อาจทนฟังเรื่องราวเหล่านี้ในทุกๆวันได้แม้ว่าเรื่องราวเหล่า



![จะไม่ทนกับบทบาทนางร้าย [รีไรท์ตอนจบ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


