LOGIN"น่าตาย ใครหน้าไหนแส่หาเรื่อง" ลูกสมุนของหยวนตี้ห่าวที่โดนคนแปลกหน้าถีบกระเด็นลุกขึ้นหันมาตวาดเสียงดัง
"ใครไม่อยากมีชีวิตที่ไหนแส่มายุ่งเรื่องของข้าหยวนตี้ห่าว?" หยวนตี้ห่าวที่กุมจุดอ่อนของตัวเองเอาไว้อยู่ที่พื้นหันมาเอ่ยถามอย่างเกรี้ยวกราด
ลู่หยางเดินไปที่หยวนตี้ห่าว หยวนตี้ห่าวขมวดคิ้วมองชายหนุ่มร่างสูงสวมใส่ชุดรัดกุมสีดำใบหน้าเกลี้ยงเกลาคมเข้มดวงตาเย็นชาเขาก็รู้สึกว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดา
ลู่หยวนจ้องมองไปที่หยวนตี้ห่าวด้วยสายตาเย็นชาแล้วชูป้ายคำสั่งใสหน้าของเขา หยวนตี้ห่าวจ้องมองไปที่ป้ายคำสั่งนั้นคนทั้งคนก็ผงะ บนป้ายหยกเนื้อดีสลักอักษรไว้เด่นชัดว่า "หยู"
ทันใดนั้นร่างทั้งร่างของเขาก็อ่อนยวบลง เขาทบทวนความจำเล็กน้อย พระชายา หญิงสาวหน้าตาสวยงามดั่งเซียนสาวผู้นี้เป็นพระชายาจริงๆหรือ? พระชายาหยู? หยู? องค์หญิงแคว้นหนาน?
ท่านอ๋องมู่หรงเทียนหยู? องค์หญิงแคว้นหนาน ความงดงามที่ไม่มีในแคว้นเหย่าฮั่น?
"อ่า พระชายาหมิงหรือ? ท่านอ๋องสามหมิงอ๋องหรือ?"
ลู่หยางแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาอย่างดูถูก "อย่างน้อยหัวของเจ้าก็ยังไม่เลอะเลือน เจ้ารู้หรือไม่ว่าสตรีที่เจ้าเอ่ยปากเหยียดหยามทั้งสองนางนั้นคือผู้ใดบ้าง?"
หยวนตี้ห่าวมองไปยังหญิงสาวที่สวยสดงดงามด้วยอาการสั่นเทา เด็กสาวที่มีบาดแผลบนศรีษะก้าวเท้าออกมาอย่างโมโห "เรื่องนี้ไม่จบแค่ตรงนี้แน่จวนจิ้งโหวของข้าจะไปเอาความเจ้าถึงจวนเสนาบดีหยวนแน่นอน"
จิ้งโหว? ถังจิ้งโหว?ถังซิน?คุณหนูสามที่ชอบหนีเที่ยวหน่ะหรือ?
หยวนตี้ห่าวกลืนน้ำลาย เย่หย่าซีดึงถังซินให้มายืนข้างๆ เย่หย่าซีมองไปที่ลู่หยางนางไม่รู้จักเขา "คุณชายท่านนี้ขอบใจมากที่ท่านยื่นมือเข้าช่วย"
"___"
ลู่หยางก้าวถอยหลัง "พระชายา"
"พระชายา?"
ตึง!คนทั้งคนร่างทั้งร่างของหยวนตี้ห่าวล้มลงไปนอนแน่นิ่ง ลู่หยางมองออกถึงความขลาดกลัวในดวงตาของหยวนตี้ห่าวมุมปากของเขาก็เย้ยหยัน "เป็นพระชายาหมิงจริงๆ"
ทันใดนั้นเองที่ด้านหลังของหยวนตี้ห่าวก็ปรากฎชายหนุ่มรูปลักษณ์หล่อเหลารูปร่างของเขาดูแข็งแรงสูงสง่า รอบกายมีกลิ่นอายสูงศักดิ์หยิ่งยโส ให้ความห่างเหินต่อผู้คน ผมสีดำดุจหมึกถูกรวบขึ้นม้วนตรึงกลางศรีษะสวมกวานสีทองสลักลวดลายมังกรเหินสี่เล็บครอบเอาไว้ นัยน์ตาใสกระจ่างที่ดูเย็นชาก้าวมาหยุดลงไม่ไกลจากผู้คน
ด้านข้างมีหญิงสาวนางหนึ่งที่มีใบหน้าสะสวยอ่อนหวาน แต่งตัวหรูหราเสื้อขนสีชมพูทั้งคู่ดูเหมาะสมกันยิ่งนัก แต่ชายผู้นี้เย่หย่าซีรู้สึกคุ้นหน้าเขามากดวงตาเย็นชาคู่นี้ของเขาก็ดูค้นเคยมากจริงๆแต่นางนึกไม่ออกว่าเขาเป็นใคร ยังไม่ทันได้คิดให้ละเอียดรอบคอบน้ำเสียงเย็นเยือกของเขาก็ดังขึ้น
"จับพวกมันไปโบยคนละสามสิบไม้แล้วโยนกลับจวนเสนาบดีหยวนหากเสนาบดีหยวนมีปัญหาให้มาพบข้าที่จวนอ๋อง"
"ท่านอ๋องไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยท่านอ๋องอ๊าก..."
หลังจากองครักษ์มาลากหยวนตี้ห่าวและสมุนออกไปโบยท่ามกลางเสียงร้องโอดโอยเจ็บปวดของพวกเขาก็มีเสียงของผู้คนรอบข้างซุบซิบขึ้น
"นั่นแม่นางหวังไม่ใช่หรือ?"
"ใช่นางมาอยู่กับหมิงอ๋องได้อย่างไร? แล้วนั่นพระชายาหมิงไม่ใช่หรือ?"
"ใช่นั่นพระชายาหมิง คุณชายหยวนโดนเข้าเสียบ้างสามสิบไม้ยังน้อยไป"
หมิงอ๋อง? หรือว่าเขาจะเป็น...เย่หย่าซีพลันนึกขึ้นได้และความทรงจำในคืนแรกที่นางโผล่มาที่นี่โดนเข้าขืนใจดวงตาคู่นี้ก็จดจ้องนางอย่างเกลียดชัง และในกลางดึกหลายคืนก่อนก็เป็นเขาที่บังคับขืนใจนางมอบความเกลียดชังในใจของเขาทั้งหมดลงมาที่นาง มู่หรงเทียนหยู สามีของนาง
"พระชายา" หวังลี่อินทำความเคารพเย่หย่าซีอย่างอ่อนหวาน เย่หย่าซีราวมีก้อนแข็งๆมาจุกที่คอ นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยยิ้มเย็น "ไม่กล้า เชิญแม่นางตามสบาย"
คำพูดนี้ของนางทำให้หวังลี่อินหยุดชะงัก นั่นไม่ใช่หมายถึงไม่กล้ารับการคารวะจากคุณหนูหวังผู้สูงส่งและเป็นหญิงสาวที่ผู้คนกล่าวว่านางไปแย่งหมิงอ๋องมาจากนางหรอกหรือ
หวังลี่อินกัดริมฝีปากล่างมองไปยังมู่หรงเทียนหยูที่กำลังมองเย่หย่าซีอย่างเย็นชาอยู่ หลังจากได้ยินน้ำเสียงที่เหน็บแนมของนางมู่หรงเทียนหยูก็ตวัดดวงตาขึ้นไปมองหญิงสาวตรงหน้า เมื่อหลายวันก่อนและครั้งก่อนเขาไม่เคยมองหน้านางเลยสักครั้ง ในยามนี้นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มองหน้าหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพระชายาของตนอย่างชัดเจน
เมื่อเขาหันไปมองหญิงสาวใบหน้าขาวผ่องผิวเนียนเปล่งปลั่งไร้เครื่องประทินโฉมราวผิวเด็กดูสง่าและงดงามบริสุทธิ์ราวเทพเซียนก็สะท้อนเข้ามามู่หรงเทียนหยูจ้องมองเย่หย่าซีอยู่ครู่ใหญ่ภายในใจก็อดยอมรับไม่ได้ว่านางนั้นงดงามเกินหญิงงามทั่วไปในเมืองหลวงหรือแม้แต่แคว้นเหย่าฮั่นก็คงจะไม่มีใครมีความงดงามเหมือนนาง
หญิงงามทุกคนล้วนงดงามเหมือนๆกันแต่หญิงงามนางนี้แตกต่างออกไปดูสบายใจ สบายตาแต่ขัดกันเล็กน้อยกับวาจาประชดประชันนั้นของนาง
เย่หย่าซีถูกมองจนอึดอัดนางเชิดหน้าไปทางอื่นไม่มองหน้าชายหนุ่ม เมื่อเห็นเขาไม่รับสั่งอะไรนางหันไปหาเด็กสาวด้านหลังจับมือของนางเอาไว้ "เรื่องในวันนี้ขอบพระทัยหมิงอ๋องที่ให้ความช่วยเหลือ หม่อมฉันยังมีเรื่องต้องจัดการขอตัวลาเพคะ"
กล่าวจบร่างบางก็หมุนกายดึงเด็กสาวหมายจะจากไป มู่หรงเทียนหยูหรี่ตาลงกำลังจะดึงรั้งนางเอาไว้หวังลี่อินที่เห็นเขาจ้องมององค์หญิงแคว้นหนานอย่างชื่นชมภายในใจก็เจ็บปวดและกล่าวกับเขาอย่างผู้ใจกว้างว่า "องค์หญิงแคว้นหนานผู้นี้ช่าง...อินเอ๋อขออภัยเพคะคือ.."
หวังลี่อินกล่าวพลางทำท่าทางลำบากใจ มู่หรงเทียนหยูขมวดคิ้วมองตามร่างเล็กๆนั้นไปด้วยดวงตามืดครึ้ม แล้วพูดกับลู่หยางว่า "ตามไป"
ลู่หยางคำนับแล้วรีบตามเย่หย่าซีออกไปทางด้านหวังลี่อินยืนกัดริมฝีปากอยู่ด้านข้างของมู่หรงเทียนหยู นางกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้ตามเขาไปยังวังอ๋องได้ มู่หรงเทียนหยูหันมามองนาง
"คุณหนูหวังกลับจวนก่อนเถิดเปิ่นหวางยังมีเรื่องต้องจัดการ" เขากล่าวน้ำเสียงราบเรียบ
หวังลี่อินตวัดดวงตาขึ้นมองเขาอย่างอ่อนช้อยและมีเสน่ห์ นางยิ้มหวานอย่างว่าง่าย "เช่นนั้นวันข้างหน้าหากอินเอ๋ออยากไปเยี่ยมท่านอ๋องที่จวนอ๋องไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่เพคะ" กล่าวจบนางก้มหน้าลงอย่างเขินอาย
มู่หรงเทียนหยูพยักหน้า "ได้.." เพราะถึงอย่างไรก็รู้จักนางมานานเขาจึงตอบรับอย่างไม่คิดอะไร เมื่อได้ยินเขาอนุญาตเช่นนั้นหวังลี่อินก็เบิกตากว้างเก็บความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ไม่มิด
"ขอบพระทัยท่านอ๋องเช่นนั้นอินเอ๋อทูลลาเพคะ" หญิงสาวเดินจากไปพร้อมกับสาวใช้ข้างกาย ทันทีที่ขึ้นไปบนรถม้าหวังลี่อินก็กรีดร้องในลำคออย่างตื่นเต้นดีใจ
"เจ้าเห็นหรือไม่แม้ว่าท่านอ๋องจะแต่งองค์หญิงอะไรนั่นเข้าจวนไปแล้วก็ยังให้ความสำคัญกับข้าเช่นเดิม เป็นอย่างนี้แล้วข้าจะต้องกลับไปบอกท่านแม่ให้ท่านแม่อนุญาตให้ข้าไปที่จวนอ๋องบ่อยๆ"
"คุณหนูเจ้าคะ ต่อให้พระชายานั่นจะเป็นถึงองค์หญิงแต่คนที่อยู่ในพระทัยท่านอ๋องก็คือคุณหนูของบ่าวคราวหน้าไม่แน่ว่าท่านอ๋องอาจจะเลือกคุณหนูเข้าจวนเป็นชายารองก็เป็นได้นะเจ้าคะ ถึงตอนนั้นตำแหน่งพระชายาก็อยู่ไม่ไกลแล้วนะเจ้าคะ"
หวังลี่อินหัวเราะเขินอาย "พูดจาอะไรน่าเกลียด รอก่อนเถอะข้าจะทวงท่านอ๋องของข้ากลับคืนมา"
จวนตระกูลถัง
เย่หย่าซีเดินลงจากรถม้าโดยมีเด็กสาวยืนแอบอยู่ด้านหลัง ลู่หยางเดินไปเคาะประตูจวนครู่หนึ่งทหารยามเฝ้าประตูก็เปิดประตูออก ทันทีที่เห็นลู่หยางยามเฝ้าประตูก็โค้งตัวแล้วเข้าไปในจวนไม่นาน ที่หน้าประตูใหญ่ก็มีหญิงวัยกลางคนแต่งตัวหรูหราใบหน้างดงามตามวัยก็เดินออกมาตามมาด้วยสาวใช้และคนในจวนจำนวนหนึ่ง
ลู่หยางทำความเคารพ แล้วพูดขึ้นว่า "ฮูหยินใหญ่จิ้งโหวพระชายาหมิงพาคุณหนูถังมาส่งขอรับ"
ทันทีที่เขาพูดจบทุกคนก็หันตามสายตาของลู่หยางไปยังหญิงสาวที่แต่งกายเรียบๆไม่หรูหราทว่าใบหน้างดงามไม่เหมือนใครที่ยืนห่างออกไป แสงแดดในยามเย็นสอดส่องปะทะลงมากระทบหญิงสาวทำให้ผิวที่ขาวผ่องของนางส่องสว่างใบหน้างามดูสวยสง่าน่าหลงใหลราวเซียนสาวลงมาจุติ
"ท่านแม่..." เสียงของเด็กสาวดังขึ้นมาท่ามกลางความสงบนิ่งของทุกคน ทำให้ฮูหยินใหญ่จิ้งโหวได้สติแล้วเดินออกมายอบกาย "ถวายบังคมพระชายาหมิงเพคะ ลำบากพระชายาแล้ว"
เย่หย่าซีเดินเข้ามาประคองฮูหยินใหญ่ถังด้วยตนเอง หญิงสาวยิ้มหวานก่อนจะหันไปมองถังเซินแล้วพูดกับฮูหยินใหญ่ถังว่า "ฮูหยินใหญ่จิ้งโหวเป็นข้าที่ทำให้คุณหนูถังลำบากแล้ววันนี้มาขอรับโทษด้วยตนเอง"
ฮูหยินใหญ่ถังได้ฟังเช่นนั้นก็เงยหน้าหันไปมองหน้าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนอย่างถี่ถ้วนแล้วนางก็ผงะไป
"เรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุท่านแม่ไม่ใช่ความผิดพระชายาหมิงเลยเจ้าค่ะ" หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง ฮูหยินใหญ่ถอนหายใจ "ไม่เป็นอันใดมากก็ดีแล้วพระชายาหมิงเชิญด้านในก่อนเถิดเพคะ"
เย่หย่าซีครุ่นคิดครู่หนึ่ง แต่ถังเซินกลับยื่นมือมาดึงนาง"ท่านพี่พระชายาเชิญด้านในก่อนเถิดเจ้าค่ะ ท่านยังไม่ได้ดื่มน้ำชาเลยวันนี้ก็ถูกรบกวนเสียก่อน ท่านแม่ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ท่านแม่ฟังเยอะแยะเลยนะเจ้าคะ...."
เย่หย่าซีถูกถังเซินดึงเข้าไปข้างในจวน ลู่หยางและเหวินจิ่นก็เดินตามเข้าไปลู่หยางนั้นเพียงยืนอยู่ด้านนอก เหวินจิ่นเดินตามเย่หย่าซีเข้าไปที่ห้องโถงของจวนจิ้งโหว
ฮูหยินใหญ่จิ้งโหวเห็นบุตรสาวของตนชื่นชอบพระชายาหมิงนางเองก็พลอยชื่นชอบไปด้วย ขณะนั้นเองถังเซินก็ลุกขึ้นทำท่าที่เย่หย่าซีเตะเป้ากางเกงของหยวนตี้ห่าวให้ฮูหยินใหญ่ดูทุกคนในห้องโถงใหญ่ต่างก็หัวเราะเสียงดัง
"พระชายาดูเรียบร้อยอ่อนโยนขนาดนั้นถังเซินเจ้าพูดเกินไปหรือไม่?" ฮูหยินใหญ่ถังจิ้งโหวเอ่ยถาม
ถังเซินรีบปฏิเสธ "ไม่เลยเจ้าค่ะท่านแม่ จริงสิวันข้างหน้าข้าจะไม่หนีเที่ยวแล้วท่านแม่ข้าขอไปหาพี่สาวพระชายาที่จวนหมิงอ๋องได้หรือไม่เจ้าคะ?"
ฮูหยินใหญ่จิ้งโหวปรายตาไปมองเย่หย่าซีครู่หนึ่ง "เรื่องนี้นั้น..."
"ได้สิ เจ้าไปบ่อยๆข้าก็ต้อนรับบ่อยๆ" เย่หย่าซีพูด ถังเซินดีใจมาก
"เช่นนั้นข้าจะไม่เกรงใจแล้ว" ถังเซินพูดขึ้น เวลานั้นเองที่ด้านนอกประตูก็มีร่างสง่างามของมู่หรงเทียนหยูเดินเข้ามา
....
มู่หรงเทียนหยูไม่รอช้า เขาก้มหน้าลงแล้วตวัดปลายลิ้นเลียเมล็ดทับทิมของนางแรงๆทันที“อ่าส์~~อ๊ะ~~ซี้ด!อื้ม~~ทะ...ท่านอ๋องข่ะ...ข้าเสียวเหลือเกิน~~ ”การลงลิ้นของเขาทำให้เย่หย่าซีครวญครางเสียงสั่นเมื่อเขาทั้งเลีย ทั้งดูดเม็ดทับทิมของนาง อีกทั้งยังห่อปลายลิ้นแล้ว แหย่เข้าไปในถ้ำงามที่เฉอะแฉะของนางนั้นอีกด้วย“หวานเหลือเกินซีซีของข้า.."เขาบ่นพึมพำก่อนจะกลืนกินน้ำใสที่ไหลหยาดหยดออกมาจากถ้ำงาม สองมือหนาช้อนก้นของนางเอาไว้แน่นพร้อมกับลงลิ้นร้อนละเลงเลียระรัวเข้าไปในถ้ำงามเย่หย่าซีเเอ่นกายขึ้นกระเด้งก้นงามขึ้นลงตอบรับความเสียวซ่านที่เขานั้นมอบให้“อื้ม~~~ อ่าส์ อ๊ะ~~” เย่หย่าซีครวญครางเสียงหลง นางรู้สึกเสียวซ่านที่ถูกเขาดูดเลียเม็ดทับทิมจนแทบดิ้น“ซี๊ด ขะ ข้าจะไม่ไหวแล้วท่านอ๋อง”ไม่นานเย่หย่าซีก็กระตุกตัวเกร็งแล้วปล่อยน้ำใสออกมาให้สามีดื่มกินจนหมดทุกหยาดหยด จากนั้นนางจึงเป็นฝ่ายดันให้เขานอนลงในขณะที่นางเปลี่ยนมาทาบทับบนตัวของเขานางไม่พูดให้มากความมือเล็กคว้าหมับเข้าที่แท่งมังกรใหญ่แล้วอ้าปากครอบครองมันกว่าสองในสามส่วน ทั้งดูด ทั้งเลีย แล้วใช้มือรูดดึงส่วนโคนไปด้วย“อ่ะ...อืมซีซี~~” มู่หรงเ
"ท่านอ๋อง?" หลังจากถูกดึงร่างเข้าไปโอบกอดเย่หย่าซีก็ลืมตา "ท่านอ๋อง...""ซีซี.." มู่หรงเทียนหยูกล่าวพลางงับติ่งหูที่ขาวสะอาดของนางสองมือที่โอบกอดร่างบางอยู่ใต้น้ำก็เริ่มไม่อยู่นิ่งมือหนาค่อยๆเอื้อมขึ้นมาบีบเคล้นหน้าอกงามเต่งตึงพอดีมือของนางเบาๆ"อืม..ท่านอ๋องยามนี้ไม่ใช่..อ๊ะ เวลาที่จะมา อื้อ ทำย่ะ อย่างนี้นะ!""เช่นนั้นเวลานี้ข้าควรจะทำอย่างไรกับเจ้าดีหรือ หื๊ม?" มู่หรงเทียนหยูกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"อื้ม เรื่องตั้งครรภ์ ขะ ข้าแต่งเรื่องขึ้น" มู่หรงเทียนหยูที่กำลังซุกไซ้ซอกคอขาวหยุดชะงักลง "ซีซี เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"เย่หย่าซีเอนตัวแหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำของเขา นางโน้มใบหน้าเข้าไปจุมพิตริมฝีปากบางของเขาทีหนึ่งจากนั้นนางก็พูดขึ้นอย่างจริงจัง"ข้า คือ ข้าไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆ เรื่องตั้งครรภ์ข้าเพียง ข้าเพียงแต่งเรื่องหลอกเสด็จพ่อเท่านั้น..ท่านอ๋องท่านห้ามโกรธข้านะที่ข้าทำเช่นนี้เพราะเกรงว่าเสด็จพ่อจะลงโทษท่านแต่ต่อให้ข้าไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆเสด็จพ่อก็ไม่ประสงค์จะเอาความเรื่องนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ท่านอ๋อง..."เย่หย่าซีทำน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อยมู่หรงเทียนหยูหรี่
หลังจากได้ฟังเช่นนั้นหวางฮองไทเฮาก็รู้สึกเจ็บปวด "เรื่องนี้ข้าผิดต่อทุกคนจริงๆ หยูเอ๋อยิ่งเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดข้ารู้สึกละอายใจที่จะพบหน้าเขา ทำได้เพียงหนีมาที่นี่หวังว่าฮ่องเต้ของแคว้นหนานจะมอบความตายให้ข้า ชดเชยโอรสและพระสนมที่เสียไปแต่ไม่คิดเลยว่านอกจากจะไม่ถูกทำโทษแล้วกลับยังได้รับการต้อนรับอย่างดีหยูเอ๋อนั้นถูกข้ามอบความเกลียดชังชักจูงเขาไปในทางที่ผิดข้าเจ็บปวดแต่เขาคงจะเจ็บปวดมากกว่าข้ายิ่งนัก""ไทเฮาเจ้าอย่าได้คิดมากเช่นนี้ หมิงอ๋องโอรสของเจ้าช่างเป็นคนเที่ยงธรรมและกตัญญูยิ่งนักฝ่าบาทชื่นชมแล้วชื่นชมอีก ที่เขาเป็นเช่นนี้ก็เพราะได้เจ้าสอนสั่งมาไม่ใช่หรือ?" หวางฮองไทเฮาได้ยินเช่นนั้นน้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลพรากลงมา นางไม่คิดเลยว่า ทุกคนที่นางเฝ้าเกลียดชังต่างก็มีความรู้สึกดีกับนาง แม้แต่ฮ่องเต้มู่หรงที่เป็นพระสวามีของนางเอง แม้เขาจะเฉยชากับนางไร้เยื่อใยกับนางแต่ก็ยังคงทำหน้าที่บิดาที่ดีเสมอ "ชั่วชีวิตนี้ของข้าคงได้เพียงบำเพ็ญเพียรเพื่ออดีตฮ่องเต้และพระสนมและองค์ชายที่เสียไปแล้ว คงไม่มีทางใดที่จะทำได้ดีไปกว่านี้แล้ว..หยูเอ๋อนั้นเวลานี้...""พระนางท่านอ๋องรออยู่ด้านนอกนานแล้วเ
"มู่หรงเทียนหยูท่านคิดที่จะทิ้งข้าเอาไว้แล้วหนีมาเช่นนี้ท่านยังมีหัวใจหรือไม่?"ด้านนอกประตูเสียงใสอันคุ้นเคยดังขึ้นมาอย่างโกรธเคืองและดุดัน ทุกคนที่อยู่ภายในท้องพระโรงต่างก็หยุดชะงักและหันกลับมามองเป็นจุดเดียวกันไม่นานร่างแบบบางของหญิงสาวก็ก้าวเดินเข้ามา ใบหน้างามขึ้นสีแดงฝาด หน้าอกกระเพื่อมจากการหอบหายใจผมของนางดูยุ่งเล็กน้อยดูก็รู้ว่านางรีบมากแค่ไหนมู่หรงเทียนหยูขมวดคิ้ว "ซีซี../ซีเอ๋อ?/องค์หญิงหก?" ภายในท้องพระโรงทุกคนต่างก็กล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงเป็นเสียงเดียวกัน"อะซีถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จพี่ใหญ่เสด็จพี่รองเสด็จพี่สามเพคะ" พูดจบเย่หย่าซีก็คุกเข่าลงด้านข้างของมู่หรงเทียนหยู"ซีซี เจ้ามาได้อย่างไร?" มู่หรงเทียนหยูหลังจากตื่นจากภวังค์เขาก็รีบเอ่ยถาม"นั่นสิซีเอ๋อเจ้ามาได้อย่างไร?" ฮ่องเต้เย่ซวงอี้ตรัสถามด้วยความแปลกพระทัย"อย่าบอกนะว่าเจ้าควบม้ามาจากเมืองทางใต้?" องค์รัชทายาทเย่อู๋เฉินรีบร้อนเอ่ยถามเช่นเดียวกันเย่หย่าซีไม่ได้ตอบคำถามนางคุกเข่าลงแล้วพูดว่า "เสด็จพ่อเพคะ เสด็จพ่อจะลงโทษท่านอ๋องไม่ได้นะเพคะ""อ่า น้องหญิงหกเจ้าเดินทางมาตั้งไกลเพียงเพื่อมาขออภัยโทษให้กับพระสวามีห
แคว้นหนานพระตำหนักรองแม่นมสวีรีบเร่งเข้ามาด้านในพร้อมกับพูดขึ้นอย่างตื่นตระหนกว่า "ไทเฮาเพคะที่ด้านนอกลือกันว่าหมิงอ๋องเดินทางมาถึงแคว้นหนานแล้วยามนี้ถูกจัดให้พักอยู่ที่พระตำหนักทางปีกซ้ายของพระราชวังเพคะ""ว่าอย่างไรนะ?" ทันทีที่ได้ยินแม่นมสวีพูดหวางฮองไทเฮาที่กำลังยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบก็ถึงกับต้องตกตะลึง"หยูเอ๋อ หยูเอ๋อมาแคว้นหนานหรือ? นี่จะเป็นไปได้อย่างไรไม่ใช่ว่า.."แม่นมสวีรู้สึกเศร้าใจ "พระนางเพคะเดิมทีท่านอ๋องก็เป็นผู้ที่มีความกตัญญูอย่างที่สุด นี่ไม่ใช่ว่ารีบเดินทางมาจากทางใต้มุ่งหน้ามาที่แคว้นหนานในทันทีที่ทราบข่าวหรอกหรือเพคะ"หวางฮองไทเฮาสองมือกำแน่น ก่อนนี้ไม่ใช่ว่าหยูเอ๋อเกลียดนางไปแล้วหรอกหรือ ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจมารดาเช่นนางแล้วหรอกหรือ แล้วนี่.."พระชายาเสด็จมาด้วยหรือไม่?" หลังจากสงบสติอารมณ์ลงได้หวางฮองไทเฮาก็ทรงตรัสถาม"ไม่นะเพคะ ด้านนอกพูดเพียงว่าหมิงอ๋องเทพสงครามของแคว้นเหย่าฮั่นในที่สุดก็ยอมสยบให้แคว้นหนาน...เพคะ" "แค้กๆ แค้กๆ.." หลังจากฟังจบหวางฮองไทเฮาก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาจากนั้นก็ไอเป็นเลือดพร้อมกับเป็นลมล้มลงไป"พระนางเพคะ ตามหมอให้ทีใครก็ได้ไปตามหมอที!"
ท้องพระโรงพระตำหนักเฉินเจิ้งแคว้นเหย่าฮั่นฮ่องเต้มู่หรงเทียนเฟยรับสั่งให้เหล่าขุนนางคิดหาวิธีในการไปขอโทษและคืนความเป็นธรรมให้แคว้นหนานในยามนี้เหล่าขุนนางต่างก็ช่วยกันแสดงความคิดกันอย่างเต็มที่ ในขณะที่ราชครูไป๋เองก็ครุ่นคิดอยู่อย่างเงียบๆเช่นเดียวกันเวลาผ่านไปราวครึ่งก้านธูป ราชครูไป๋จึงได้ก้าวขาออกมา "ทูลฝ่าบาท เหย่าฮั่นควรแสดงความจริงใจด้วยการประกาศต่อสี่แคว้นว่า เรื่องราวเมื่อสิบปีนั้นพวกเราแคว้นเหย่าฮั่นเข้าใจแคว้นหนานผิดและประกาศขอโทษต่อแคว้นหนานในเรื่องที่เข้าใจผิดในครั้งนั้น พร้อมกับพระราชทานสิ่งของที่แคว้นหนานขาดแคลน และเหย่าฮั่นก็เปิดการค้าขายกับแคว้นหนานโดยไม่เก็บภาษีดีหรือไม่พะย่ะค่ะ""อืม ดี เช่นนั้นเรื่องนี้ก็มอบหมายให้ชินอ๋องจัดการก็แล้วกัน!" ฮ่องเต้มู่หรงเทียนเฟยตรัส นี่ก็ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะละเว้นสงครามระหว่างแคว้นแล้วมู่หรงเทียนหยูออกเดินทางมายังแคว้นหนานระหว่างทางต่างก็ได้ฟังเรื่องราวที่ชาวบ้านกล่าวขานถึงความอำมหิตของพระมารดาของตนที่เกิดจากความอิจฉาริษยาต่อให้เขาจะรู้สึกเจ็บปวดมากเพียงใดแต่ก็ไม่อาจทนฟังเรื่องราวเหล่านี้ในทุกๆวันได้แม้ว่าเรื่องราวเหล่า







![จะไม่ทนกับบทบาทนางร้าย [รีไรท์ตอนจบ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)