LOGINสายลมหนาวพัดผ่านในค่ำคืนที่เงียบสงบนี่เป็นคืนที่สี่ที่นางทะลุห้วงเวลาข้ามมาอยู่ในอีกภพหนึ่งซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ให้เห็นเย่หย่าซีนั่งอยู่บนชิงช้าด้านหน้าเรือนของนางภายใต้แสงจันทร์และแสงสว่างจากไฟทำให้เห็นใบหน้าเล็กขาวนวลโอบล้อมด้วยเส้นผมสีดำที่พลิ้วไหวยามชิงช้าแกว่งไกว
"พระชายาเพคะอากาศข้างนอกเย็นมากแล้วพระชายากลับเข้าเรือนดีหรือไม่เพคะ"ชิงชิงทนเห็นนายของตนเศร้าโศกเช่นนี้ท่ามกลางลมหนาวต่อไปไม่ได้จึงเอ่ยปาก
เย่หย่าซีถอนหายใจ ร่างบางลุกขึ้นเดินเข้าไปในเรือนอย่างเงียบๆ ทันทีที่เดินเข้ามาในห้องเธอก็หันไปบอกชิงชิง" นี่ก็ไม่เช้าแล้วเจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวข้าก็จะเข้านอนแล้ว"
ชิงชิงรับคำจากนั้นนางก็ออกไปพร้อมกับปิดประตู เย่หย่าซีเดินเข้ามาข้างในปลดเสื้อคลุมออกยังไม่ทันได้ก้าวขาขึ้นเตียงที่หน้าต่างก็มีคนชุดดำพุ่งเข้ามา
เย่หย่าซีเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณแต่ชายชุดดำเหมือนจะรู้ทิศทางของนางมือแกร่งคว้าท่อนแขนของนางเหวี่ยงนางขึ้นไปบนเตียง ความเร็วและพลังที่มากมายของคนชุดดำทำให้เย่หย่าซีที่ถูกโยนไปบนเตียงไม่ทันระวังศรีษะก็กระแทกเข้ากับไม้ขอบเตียงจนเธอมึนงง
มู่หรงเทียนหยูดึงรั้งเสื้อผ้าของตนทิ้งแล้วกระโจนขึ้นเตียงดึงขาของนางลากร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด เย่หย่าซีที่ยังไม่ทันได้สติดีก็ถูกแรงกระแทกจากอกแกร่งของเขาปะทะเข้าที่ใบหน้าเล็กๆของนางจนมึนเบลอ
นางเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบใบหน้าที่เย็นชาดวงตาที่มืดครึ้มของมู่หรงเทียนหยู เย่หย่าซีผวาเล็กน้อยกลิ่นสุราคละคลุ้งเข้ามาในจมูกนางขมวดคิ้ว "ท่าน ท่านอ๋องท่านเมาและ....."
ไม่รอให้นางพูดจบริมฝีปากบางเย็นเยียบก็โฉบลงมาที่ริมฝีปากของนาง มือหนากระชากเสื้อผ้าของนางหลุดรุ่ยเย่หย่าซีแทบจะไม่เหลืออะไรมาปกปิดร่างกายที่ขาวผ่องของนางแล้ว
หญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหลบหนีเขาในคราแรกยามนี้ถูกเขาจูบดูดวิญญาณอย่างดุดันก็ทำให้ร่างของนางอ่อนระทวยไร้แรงผลักดันเขาออก
สามวันสามคืนที่เขานอนไม่หลับ แม้เพียงข่มตาลงภาพอันเย้ายวนของหญิงสาวภายใต้ร่างของเขาก็ผุดขึ้นมาเสียงครวญครางหวานแว่วตามหลอกหลอนจนเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย ความอดทนอดกลั้นที่เขาบ่มเพาะมาตลอดยี่สิบปีก็ขาดผึ่งลงเมื่อรองแม่ทัพเสิ่นพูดขึ้นท่ามกลางวงสนทนาว่า "ท่านอ๋องแต่งงานใหม่เหตุใดไม่อยู่เข้าหอกับพระชายาเล่ายังจะมาหลับนอนอะไรที่ค่ายอีก"
"สมรสก็สมรสไปแล้ว องค์หญิงแคว้นหนานก็เป็นพระชายาของท่านแล้ว...."แม่ทัพน้อยไป๋กล่าวเสริม
"ดังนั้นก็ทำในสิ่งที่ควรทำเสีย ท่านอ๋องมานั่งดื่มสุราอยู่ที่นี่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้.." รองแม่ทัพเสิ่นก็พูดขึ้นอีก
คืนนี้เขาหวังเพียงจะร่ำสุราให้มึนเมาแล้วนอนหลับสักคืนให้ดีดี แต่ใครจะคิดในตอนที่เขาคิดว่าจะกลับค่ายทหารเพื่อพักผ่อนสองเท้าก็พาเขามายังจวนอ๋องของตนเองเสียแล้ว
เขายืนมองนางในความมืดตามดูนางที่อยู่ดีมีสุขในขณะที่เขากลับตกอยู่ในความกรุ่นโกรธ ความหงุดหงิดกับการที่ต้องสมรสกับนางเพียงลำพัง
เพียงแค่คิดว่านางเป็นองค์หญิงแคว้นหนานเป็นธิดาของแคว้นศัตรูที่สังหารเสด็จพ่อของเขา ความคับแค้นใจก็วิ่งพล่าน
ร่างสง่างามในเงามืดถึงได้พุ่งทะยานเข้ามาในห้องนางทางหน้าต่าง
"มะ ไม่ ~~ อื้อ~~" เย่หย่าซีพยายามตั้งสติ นางไม่อยากเสียท่าให้เขาเป็นครั้งที่สองแล้ว คราวที่แล้วทำเอานางแทบลุกไม่ขึ้น เย่หย่าซีพยายามผลักดันเขาอีกครั้งครานี้สองมือเล็กของนางถูกเขารวบขึ้นไปด้านบน
มู่หรงเทียนหยูจ้องมองเต้างามที่ชูชันตรงหน้าเวลานี้เต้างามขยับขึ้นลงตามแรงหอบหายใจของนาง
มือหนาเอื้อมมาบีบเคล้นแล้วก้มลงงับสองเต้าของนางสลับกับดูดดึง
การบังคับจูบของเขานั้นรุกร้าวเอาแต่ใจตนเองสุดๆ ไม่สนใจว่าร่างบางจะต่อต้านมากเพียงใด
เย่หย่าซีเองก็พยายามแสดงท่าทางปฏิเสธการร่วมสัมพันธ์สวาทอย่างหนักหน่วง...
เขาดูดดึงเต้างามของนางจนก่อเกิดเสียงดัง จ๊วบ! มู่หรงเทียนหยูที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าและความคับแค้นใจถูกขับออกมาทางการกระทำด้วยพิษสุราที่เป็นแรงผลักดัน
เย่หย่าซีสั่นสะท้าน ต่อให้ชายคนนี้เป็นสามีที่ถูกต้องของนางก็ตามแต่การกระทำนี้ของเขามันช่างเอาแต่ใจและป่าเถื่อนสิ้นดี
"ทะท่านอ๋อง ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ อ๊ะ!"
"ทำไมแคว้นหนานของเจ้าไม่เคยสั่งสอนหรือว่าสมรสออกมาต้องเชื่อฟังสามี.."
"เกี่ยวอะไรกับการสอนสั่งด้วยเล่า ตัวท่านเองที่กระทำการป่าเถื่อนเช่นนี้ท่านจะบอกว่าแคว้นของท่านก็สั่งสอนมาเช่นนี้อย่างนั้นหรือ?" เย่หย่าซีที่หอบหายใจโต้เถียงออกมา
"แน่นอนว่าแคว้นของข้าไม่เคยสั่งสอนเช่นนี้ ข้าเองก็รู้ว่าควรรักหยกถนอมบุปผา แต่สำหรับบุตรสาวของศัตรูสำหรับข้าคือข้อยกเว้นทั้งสิ้น!" เพียงพูดจบร่างกายใหญ่ก็คว้าตัวของเย่หย่าซีลงไปที่เตียงก่อนจับขาทั้งสองแยกจากกันและจัดการมังกรตัวใหญ่ที่บวมเป่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ไม่มีการเล้าโลมไม่มีความอ่อนโยนมีเพียงการแสดงถึงความป่าเถื่อนเย่หย่าซีที่รอคอยความเจ็บปวดเช่นคราแรกนางก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ในตอนที่เขายัดเยียดแท่งมังกรใหญ่ของเขาเข้ามานางรู้สึกเจ็บแต่ไม่มาก ที่เหลือมันคือความจุกแน่นเสียวสยิว
แต่การกระทำที่รุนแรงของเขาทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดหัวใจทรมานร่างกายและรู้สึกต่ำต้อยในศักดิ์ศรีเป็นอย่างมากถูกกระทําไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่าที่หื่นกระหายอยากจะผสมพันธ์อย่างบ้าคลั่ง
ชายผู้นี้ช่างโหดร้ายป่าเถื่อนมากจริงๆเขาไม่มีความอบอุ่นไม่มีความทะนุถนอมไม่มีความอ่อนโยนดั่งที่สามีภรรยาควรกระทำเลยสักนิด นี่เขาเกลียดคนแคว้นหนานมากขนาดนี้เลยหรือ?
เย่หย่าซีรู้สึกปวดหนึบแสบร้อนตรงช่องรักแต่ก็ยังมีความเสียวซ่านปะปนมาอยู่ "อื้อ~~" เสียงเล็กหวานครางออกมาเมื่อถูกเขากระแทกกระทั้นแท่งมังกรใหญ่เข้าไปจนสุด
จนนางรู้สึกร้อนวูบวาบจุกแน่นจนเกิดแรงบีบรัดในช่องรักนั้นของนาง แรงตอดรัดถูกส่งมาถึงมังกรตัวใหญ่ที่ขยับเข้าออกอย่างรุนแรง เมื่อรับรู้ถึงแรงตอดรัดจากร่างบาง
เขาก็รู้แล้วว่านางกำลังจะถึงจุดสูงสุดและเขาเองก็แทบจะทนไม่ไหวจึงเร่งขยับตัวเข้าออกที่ถ้ำงามสีแดงสดของนางอย่างรุนแรง
"ตับ..ตับ..ตับ!!!
"อื้ม~~~ฮื้อ~~อ๊ะ!!!" เสียงเล็กหวานครวญครางมือเล็กกำผ้าปูแน่นนางรู้สึกเสียวซ่านปนความเจ็บหน่วงลมหายใจของนางติดขัด
ยิ่งเมื่อเขาขยับเอวสอบเข้าออกอย่างรุนแรงและเร็วถี่ ยิ่งทำให้นางรู้สึกจวนใจจะขาด
"อ๊าส์~~~" ในที่สุดร่างบางก็ทนไม่ไหวเกร็งกระตุกปลดปล่อยออกมา
มู่หรงเทียนหยูปวดหนึบเมื่อช่องรักของนางตอดรัดแท่งมังกรของเขาแน่นเขาขยับเอวสอบเข้าออกอย่างรุนแรงและถี่รัวปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งมวลลงไปในร่างของนาง
"อ่าาาส์!!"ร่างหนาส่งเสียงครางต่ำปลดปล่อยน้ำขุ่นข้นออกมาในถ้ำรักของนางเมื่ออารมณ์ทุกอย่างปะทุขึ้น
ไม่รอให้นางได้หยุดหายใจเขาก็จับร่างเล็กคว่ำหน้าลงกดมือของนางเอาไว้แล้วเสียบแทงแท่งมังกรใหญ่เข้าไปอีกครั้งในคราเดียว
ปึก!
"อ๊าส์ เจ็บ! อ้ะ~~"
..
มู่หรงเทียนหยูไม่รอช้า เขาก้มหน้าลงแล้วตวัดปลายลิ้นเลียเมล็ดทับทิมของนางแรงๆทันที“อ่าส์~~อ๊ะ~~ซี้ด!อื้ม~~ทะ...ท่านอ๋องข่ะ...ข้าเสียวเหลือเกิน~~ ”การลงลิ้นของเขาทำให้เย่หย่าซีครวญครางเสียงสั่นเมื่อเขาทั้งเลีย ทั้งดูดเม็ดทับทิมของนาง อีกทั้งยังห่อปลายลิ้นแล้ว แหย่เข้าไปในถ้ำงามที่เฉอะแฉะของนางนั้นอีกด้วย“หวานเหลือเกินซีซีของข้า.."เขาบ่นพึมพำก่อนจะกลืนกินน้ำใสที่ไหลหยาดหยดออกมาจากถ้ำงาม สองมือหนาช้อนก้นของนางเอาไว้แน่นพร้อมกับลงลิ้นร้อนละเลงเลียระรัวเข้าไปในถ้ำงามเย่หย่าซีเเอ่นกายขึ้นกระเด้งก้นงามขึ้นลงตอบรับความเสียวซ่านที่เขานั้นมอบให้“อื้ม~~~ อ่าส์ อ๊ะ~~” เย่หย่าซีครวญครางเสียงหลง นางรู้สึกเสียวซ่านที่ถูกเขาดูดเลียเม็ดทับทิมจนแทบดิ้น“ซี๊ด ขะ ข้าจะไม่ไหวแล้วท่านอ๋อง”ไม่นานเย่หย่าซีก็กระตุกตัวเกร็งแล้วปล่อยน้ำใสออกมาให้สามีดื่มกินจนหมดทุกหยาดหยด จากนั้นนางจึงเป็นฝ่ายดันให้เขานอนลงในขณะที่นางเปลี่ยนมาทาบทับบนตัวของเขานางไม่พูดให้มากความมือเล็กคว้าหมับเข้าที่แท่งมังกรใหญ่แล้วอ้าปากครอบครองมันกว่าสองในสามส่วน ทั้งดูด ทั้งเลีย แล้วใช้มือรูดดึงส่วนโคนไปด้วย“อ่ะ...อืมซีซี~~” มู่หรงเ
"ท่านอ๋อง?" หลังจากถูกดึงร่างเข้าไปโอบกอดเย่หย่าซีก็ลืมตา "ท่านอ๋อง...""ซีซี.." มู่หรงเทียนหยูกล่าวพลางงับติ่งหูที่ขาวสะอาดของนางสองมือที่โอบกอดร่างบางอยู่ใต้น้ำก็เริ่มไม่อยู่นิ่งมือหนาค่อยๆเอื้อมขึ้นมาบีบเคล้นหน้าอกงามเต่งตึงพอดีมือของนางเบาๆ"อืม..ท่านอ๋องยามนี้ไม่ใช่..อ๊ะ เวลาที่จะมา อื้อ ทำย่ะ อย่างนี้นะ!""เช่นนั้นเวลานี้ข้าควรจะทำอย่างไรกับเจ้าดีหรือ หื๊ม?" มู่หรงเทียนหยูกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"อื้ม เรื่องตั้งครรภ์ ขะ ข้าแต่งเรื่องขึ้น" มู่หรงเทียนหยูที่กำลังซุกไซ้ซอกคอขาวหยุดชะงักลง "ซีซี เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"เย่หย่าซีเอนตัวแหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำของเขา นางโน้มใบหน้าเข้าไปจุมพิตริมฝีปากบางของเขาทีหนึ่งจากนั้นนางก็พูดขึ้นอย่างจริงจัง"ข้า คือ ข้าไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆ เรื่องตั้งครรภ์ข้าเพียง ข้าเพียงแต่งเรื่องหลอกเสด็จพ่อเท่านั้น..ท่านอ๋องท่านห้ามโกรธข้านะที่ข้าทำเช่นนี้เพราะเกรงว่าเสด็จพ่อจะลงโทษท่านแต่ต่อให้ข้าไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆเสด็จพ่อก็ไม่ประสงค์จะเอาความเรื่องนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ท่านอ๋อง..."เย่หย่าซีทำน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อยมู่หรงเทียนหยูหรี่
หลังจากได้ฟังเช่นนั้นหวางฮองไทเฮาก็รู้สึกเจ็บปวด "เรื่องนี้ข้าผิดต่อทุกคนจริงๆ หยูเอ๋อยิ่งเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดข้ารู้สึกละอายใจที่จะพบหน้าเขา ทำได้เพียงหนีมาที่นี่หวังว่าฮ่องเต้ของแคว้นหนานจะมอบความตายให้ข้า ชดเชยโอรสและพระสนมที่เสียไปแต่ไม่คิดเลยว่านอกจากจะไม่ถูกทำโทษแล้วกลับยังได้รับการต้อนรับอย่างดีหยูเอ๋อนั้นถูกข้ามอบความเกลียดชังชักจูงเขาไปในทางที่ผิดข้าเจ็บปวดแต่เขาคงจะเจ็บปวดมากกว่าข้ายิ่งนัก""ไทเฮาเจ้าอย่าได้คิดมากเช่นนี้ หมิงอ๋องโอรสของเจ้าช่างเป็นคนเที่ยงธรรมและกตัญญูยิ่งนักฝ่าบาทชื่นชมแล้วชื่นชมอีก ที่เขาเป็นเช่นนี้ก็เพราะได้เจ้าสอนสั่งมาไม่ใช่หรือ?" หวางฮองไทเฮาได้ยินเช่นนั้นน้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลพรากลงมา นางไม่คิดเลยว่า ทุกคนที่นางเฝ้าเกลียดชังต่างก็มีความรู้สึกดีกับนาง แม้แต่ฮ่องเต้มู่หรงที่เป็นพระสวามีของนางเอง แม้เขาจะเฉยชากับนางไร้เยื่อใยกับนางแต่ก็ยังคงทำหน้าที่บิดาที่ดีเสมอ "ชั่วชีวิตนี้ของข้าคงได้เพียงบำเพ็ญเพียรเพื่ออดีตฮ่องเต้และพระสนมและองค์ชายที่เสียไปแล้ว คงไม่มีทางใดที่จะทำได้ดีไปกว่านี้แล้ว..หยูเอ๋อนั้นเวลานี้...""พระนางท่านอ๋องรออยู่ด้านนอกนานแล้วเ
"มู่หรงเทียนหยูท่านคิดที่จะทิ้งข้าเอาไว้แล้วหนีมาเช่นนี้ท่านยังมีหัวใจหรือไม่?"ด้านนอกประตูเสียงใสอันคุ้นเคยดังขึ้นมาอย่างโกรธเคืองและดุดัน ทุกคนที่อยู่ภายในท้องพระโรงต่างก็หยุดชะงักและหันกลับมามองเป็นจุดเดียวกันไม่นานร่างแบบบางของหญิงสาวก็ก้าวเดินเข้ามา ใบหน้างามขึ้นสีแดงฝาด หน้าอกกระเพื่อมจากการหอบหายใจผมของนางดูยุ่งเล็กน้อยดูก็รู้ว่านางรีบมากแค่ไหนมู่หรงเทียนหยูขมวดคิ้ว "ซีซี../ซีเอ๋อ?/องค์หญิงหก?" ภายในท้องพระโรงทุกคนต่างก็กล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงเป็นเสียงเดียวกัน"อะซีถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จพี่ใหญ่เสด็จพี่รองเสด็จพี่สามเพคะ" พูดจบเย่หย่าซีก็คุกเข่าลงด้านข้างของมู่หรงเทียนหยู"ซีซี เจ้ามาได้อย่างไร?" มู่หรงเทียนหยูหลังจากตื่นจากภวังค์เขาก็รีบเอ่ยถาม"นั่นสิซีเอ๋อเจ้ามาได้อย่างไร?" ฮ่องเต้เย่ซวงอี้ตรัสถามด้วยความแปลกพระทัย"อย่าบอกนะว่าเจ้าควบม้ามาจากเมืองทางใต้?" องค์รัชทายาทเย่อู๋เฉินรีบร้อนเอ่ยถามเช่นเดียวกันเย่หย่าซีไม่ได้ตอบคำถามนางคุกเข่าลงแล้วพูดว่า "เสด็จพ่อเพคะ เสด็จพ่อจะลงโทษท่านอ๋องไม่ได้นะเพคะ""อ่า น้องหญิงหกเจ้าเดินทางมาตั้งไกลเพียงเพื่อมาขออภัยโทษให้กับพระสวามีห
แคว้นหนานพระตำหนักรองแม่นมสวีรีบเร่งเข้ามาด้านในพร้อมกับพูดขึ้นอย่างตื่นตระหนกว่า "ไทเฮาเพคะที่ด้านนอกลือกันว่าหมิงอ๋องเดินทางมาถึงแคว้นหนานแล้วยามนี้ถูกจัดให้พักอยู่ที่พระตำหนักทางปีกซ้ายของพระราชวังเพคะ""ว่าอย่างไรนะ?" ทันทีที่ได้ยินแม่นมสวีพูดหวางฮองไทเฮาที่กำลังยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบก็ถึงกับต้องตกตะลึง"หยูเอ๋อ หยูเอ๋อมาแคว้นหนานหรือ? นี่จะเป็นไปได้อย่างไรไม่ใช่ว่า.."แม่นมสวีรู้สึกเศร้าใจ "พระนางเพคะเดิมทีท่านอ๋องก็เป็นผู้ที่มีความกตัญญูอย่างที่สุด นี่ไม่ใช่ว่ารีบเดินทางมาจากทางใต้มุ่งหน้ามาที่แคว้นหนานในทันทีที่ทราบข่าวหรอกหรือเพคะ"หวางฮองไทเฮาสองมือกำแน่น ก่อนนี้ไม่ใช่ว่าหยูเอ๋อเกลียดนางไปแล้วหรอกหรือ ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจมารดาเช่นนางแล้วหรอกหรือ แล้วนี่.."พระชายาเสด็จมาด้วยหรือไม่?" หลังจากสงบสติอารมณ์ลงได้หวางฮองไทเฮาก็ทรงตรัสถาม"ไม่นะเพคะ ด้านนอกพูดเพียงว่าหมิงอ๋องเทพสงครามของแคว้นเหย่าฮั่นในที่สุดก็ยอมสยบให้แคว้นหนาน...เพคะ" "แค้กๆ แค้กๆ.." หลังจากฟังจบหวางฮองไทเฮาก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาจากนั้นก็ไอเป็นเลือดพร้อมกับเป็นลมล้มลงไป"พระนางเพคะ ตามหมอให้ทีใครก็ได้ไปตามหมอที!"
ท้องพระโรงพระตำหนักเฉินเจิ้งแคว้นเหย่าฮั่นฮ่องเต้มู่หรงเทียนเฟยรับสั่งให้เหล่าขุนนางคิดหาวิธีในการไปขอโทษและคืนความเป็นธรรมให้แคว้นหนานในยามนี้เหล่าขุนนางต่างก็ช่วยกันแสดงความคิดกันอย่างเต็มที่ ในขณะที่ราชครูไป๋เองก็ครุ่นคิดอยู่อย่างเงียบๆเช่นเดียวกันเวลาผ่านไปราวครึ่งก้านธูป ราชครูไป๋จึงได้ก้าวขาออกมา "ทูลฝ่าบาท เหย่าฮั่นควรแสดงความจริงใจด้วยการประกาศต่อสี่แคว้นว่า เรื่องราวเมื่อสิบปีนั้นพวกเราแคว้นเหย่าฮั่นเข้าใจแคว้นหนานผิดและประกาศขอโทษต่อแคว้นหนานในเรื่องที่เข้าใจผิดในครั้งนั้น พร้อมกับพระราชทานสิ่งของที่แคว้นหนานขาดแคลน และเหย่าฮั่นก็เปิดการค้าขายกับแคว้นหนานโดยไม่เก็บภาษีดีหรือไม่พะย่ะค่ะ""อืม ดี เช่นนั้นเรื่องนี้ก็มอบหมายให้ชินอ๋องจัดการก็แล้วกัน!" ฮ่องเต้มู่หรงเทียนเฟยตรัส นี่ก็ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะละเว้นสงครามระหว่างแคว้นแล้วมู่หรงเทียนหยูออกเดินทางมายังแคว้นหนานระหว่างทางต่างก็ได้ฟังเรื่องราวที่ชาวบ้านกล่าวขานถึงความอำมหิตของพระมารดาของตนที่เกิดจากความอิจฉาริษยาต่อให้เขาจะรู้สึกเจ็บปวดมากเพียงใดแต่ก็ไม่อาจทนฟังเรื่องราวเหล่านี้ในทุกๆวันได้แม้ว่าเรื่องราวเหล่า







