Share

บทที่ 3

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-08 09:40:23

บทที่ 3

“ปริมสนใจอยากใช้นามสกุลนี้บ้างไหมล่ะครับ” เขาเรียกอย่างสนิทสนมและถามอย่างสัพยอก อะไรบางอย่างบอกเขาในนาทีนั้นว่าได้ตกหลุมรักเธอคนนี้เข้าแล้ว

‘รักแรกพบ’ รัชภาคย์บอกตัวเองก่อนจะยิ้มน้อยๆ ออกมา ในขณะที่ปริมาตอบคำถามนั้นของเขาอยู่ในใจ

...ทำไมเธอจะไม่อยากให้นามสกุลนี้ แต่เป็นกับอีกคนหนึ่งที่เขาไม่มีวันจะหวนกลับมาหาเธอแล้ว...

แววตาเธอหม่นลงไปเล็กน้อยเมื่อหวนคิดมาถึงเรื่องนี้ รัชภาคย์สังเกตเห็นความผิดปกตินั้นทันทีและไม่แน่ใจว่าตัวเองพูดอะไรผิดจึงทำให้ปริมามีอาการเช่นนี้

“อาการคุณเหมือนคุณที่เพิ่งอกหัก” เขาพูดตามที่ตัวเองรู้สึกและจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะสำรวจหาสิ่งผิดปกติที่ซ่อนอยู่ในนั้น

“อกหักอะไรกันคะ” ปริมาแสร้งยิ้ม แพขนตาคู่สวยกะพริบปริบๆ เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ

“แล้วโกรธผมหรือเปล่าที่บอกว่าอยากให้ปริมาใช้นามสกุลด้วย”

“คนเจ้าชู้ก็อย่างนี้แหละค่ะ” จมูกเรียวย่นใส่

“เปล่านะครับ ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน”

ปริมาแอบยิ้มในใจกับคำตอบนั้น “นี่เราเพิ่งรู้จักกันได้สองวันเองนะคะ”

“ปริมเชื่อเรื่องรักแรกพบหรือเปล่า”

หญิงสาวส่ายหัวน้อยแทนคำตอบว่าไม่เชื่อ

“ถ้าอย่างนั้นผมจะพิสูจน์ให้ปริมเห็นเองว่าเรื่องนี้มีอยู่จริงและหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก”

“แน๊ะ...” เธอขมวดคิ้วมุ่นแล้วหัวเราะ

ทำไมเรื่องมันง่ายกว่าที่คิดเอาไว้ตอนแรกซะอีก รัชภาคย์ตกหลุมพรางอย่างรวดเร็วจนเธอเองก็ตั้งตัวไม่ติด หญิงสาวรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันทีเมื่อมองใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นของเขา จนเธอเองนึกอยากจะหลบหลีกให้พ้นจากสถานการณ์อันชวนใจอ่อนนี้สักพัก

“จะลุกไปไหนครับปริม” เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างบางทำท่าจะลุก

“ปริมจะไปห้องน้ำค่ะ” หญิงสาวบอก เขาจึงรีบเข้ามาช่วยประคอง

มือใหญ่สอดเข้าไปที่เอวคอด ทันทีที่ถูกเขาสัมผัสบริเวณนั้นร่างกายก็เกิดอาการปวดร้าวคล้ายกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงส่งผ่านมากับมือข้างนั้น แล้วแผ่ซ่านไปยังบริเวณท้องน้อย จนเกิดอาการขมวดเกร็งจน แขนขาอ่อนแรง

ปริมากลั้นหายใจ ดวงตากลมแป๋วสบกับตาคมเข้มชั่วขณะ ริมฝีปากหยักของเขาและลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดไปทั่วดวงหน้าสวยหวานของเธอก่อให้เกิดความรัญจวนใจอย่างประหลาด ชีพจรเต้นระรัวจนแทบจะเป็นบ้าคลั่ง ร่างบางสั่นระริก ปฏิกิริยาทั้งหมดเหล่านั้นทำเอาหญิงสาวอ่อนเปลี้ย หมดเรี่ยวแรงไปดื้อๆ

รัชภาคย์รวบร่างนั้นเข้ามากอดไว้ เมื่อเห็นปริมาทำท่าราวกับกำลังจะล้มลงไป ดวงตาสองดวงสบตากันในระยะใกล้ชิดเป็นครั้งแรก นัยน์ตาของเขาช่างวาววับทำให้โลหิตของปริมาฉีดขึ้นหน้า หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

“คุณเป็นอะไรครับ” เขาพูดขึ้นอย่างเป็นห่วงหญิงสาวตรงหน้า น้ำเสียงเขาช่างฟังทุ้มหูเหลือเกิน ปริมารู้สึกกลัวใจตัวเองขึ้นมาทันที นี่แค่เพิ่งเริ่มต้นเขายังมีอิทธิพลกับหัวใจดวงเล็กๆ มากขนาดนี้ แล้วต่อไปเธอจะทนใจแข็งได้สักแค่ไหน ‘ต้องได้สิปริมา’ หญิงสาวย้ำเตือนกับตัวเอง

“ปริมรู้สึกหน้ามืดค่ะ” เสียงหวานเอ่ยแก้เก้อพร้อมกับร่างที่ยืนโงนเงน

“งั้นเดินช้าๆ นะครับ” ชายหนุ่มบอกอย่างเป็นห่วงแล้วค่อยๆ ประคองเธอพาเดินไปยังประตูห้องน้ำก่อนจะยืนรออยู่ตรงนั้น

ปริมาเข้าไปในห้องน้ำและมองดูตัวเองผ่านกระจกในห้องน้ำ ใบหน้าของเธอยามนี้มีสีแดงเรื่อๆ ปรากฏขึ้นมาให้เห็นชัดเชน

...นี่เธอกำลังหน้าแดงอย่างนั้นหรือ!?...

ปริมาถามตัวเอง รัชภาคย์เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์อย่างเหลือร้าย ยิ่งใกล้เขาก็ยิ่งอันตราย เธอจะต้านทานเขาได้มากสักแค่ไหนนะ

หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากใช้เวลาอยู่ในนั้นนานกว่าสิบนาที รัชภาคย์ยังยืนรออยู่เหมือนเดิม ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ทัน และโดยที่ปริมาไม่ทันตั้งตัว เขาก็ช้อนตัวเธอขึ้นไว้ในวงแขน

“คุณจะทำอะไร!” ปริมาตกใจเมื่อถูกเขาประชิดตัวแบบนั้น

“ขอโทษนะครับ ผมแค่ไม่อยากให้ปริมเดิน” เขาอธิบายพร้อมกับยิ้มให้อย่างอบอุ่น ปริมาตัวแข็งทื่อไปอีกครั้งกับท่าทางที่เขาแสดงออกอย่างสนิทสนมคล้ายกับเป็นคู่รักกัน หน้าอกกว้างของเขาช่างกลัดแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามให้โลหิตสูบฉีดแรงไปทั่วร่างแต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยจนนึกอยากจะซบใบหน้าลงบนหน้าอกนั้น...

 รัชภาคย์พาเธอมาวางลงที่เตียงคนป่วยอย่างเบามือ ราวกับกลัวเธอจะแตกหัก พลางหลุบตาลงมองริมฝีปากบางรูปกระจับที่ยวนตายวนใจอย่างเผลอไผลอยู่ชั่วขณะ เขาต้องใช้กำลังใจอย่างมากในการหักห้ามความต้องการของตัวเองไม่ให้ก้มลงประทับจูบและตักตวงเอาความหวานที่ใกล้แค่เอื้อม

 ทันทีที่ร่างสูงถอยห่าง ปริมาก็ลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งออกเมื่อเหตุการณ์น่าระทึกใจระหว่างเขาและเธอจบลง

“ปริมโกรธผมเหรอครับ”เขาถามเมื่อเห็นเธอเงียบไป

“ปะ...เปล่าค่ะ” ถึงปากจะตอบเขาออกไปแต่ก็ยังดูเลื่อนลอย

“ผมขอโทษนะ ผมก็แค่เป็นห่วงปริม” รัชภาคย์พูดเสียงทุ้มน้ำเสียงอบอุ่น

“คุณนี่ท่าจะคล่องเรื่องจีบผู้หญิงนะคะ” ปริมาเหน็บแนม

“แสดงว่าปริมรู้ว่าผมกำลังจีบคุณอยู่...” ปากพูด แต่ตากลับจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของเธอ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นราวกับมีพลังดึงดูดมหาศาล หัวใจของปริมาเต้นผิดจังหวะอีกครั้งเมื่อต้องเผชิญกับสายตาวาววามวิบวับทอประกายบ่งบอกความรู้สึกที่หลากหลายของเขา

“พูดอย่างนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือเปล่าคะ”

“พูดกับปริมเป็นคนแรก” เขาตอบได้อย่างไม่ต้องคิดมาก

“ปริมจะพยายามเชื่อค่ะ” เธอปรายหางตามองเขา “ถึงจะฟังดูไม่น่าเชื่อเลยสักนิดก็ตาม”

“โธ่ปริมครับ ใจคอจะไม่ยอมเชื่ออะไรผมเลยเหรอ” เขาแสร้งโวยวายประท้วงออกอาการงอนๆ เหมือนเด็กถูกขัดใจ แต่ก็ทำให้ปริมายิ้มได้

“อย่าลืมว่าเราเพิ่งรู้จักกันนะคะ”

“ย้ำจังนะครับ แล้วสักวันผมจะทำให้ปริมเชื่อใจผมให้ได้”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์รักเปลวพิศวาส   บทที่ 5

    บทที่ 5“ปริมขอโทษค่ะ”“ถ้าเป็นคนอื่น ผมจะไม่ยกโทษให้ที่เห็นความรู้สึกคนอื่นเป็นเรื่องตลกแบบนี้” น้ำเสียงนั้นฟังดูเคร่งเครียดไม่มีแววขี้เล่นแฝงอยู่เหมือนเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ปริมาหน้าเจื่อนไปทันทีเพราะไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนอารมณ์กะทันหันแบบนี้“โธ่...ก็มันเร็วขนาดนี้ ปริมจะไปเชื่อได้ยังไงล่ะคะ”“ผมยังไม่ได้ขอให้ปริมเชื่อผมในวันนี้นะครับ แต่ผมจะพิสูจน์ให้ปริมเห็นว่าทุกอย่างที่ผมพูดเป็นความจริง”“โดยที่คุณไม่คิดจะถามปริมอย่างนั้นเหรอคะว่าปริมต้องการหรือเปล่า”“ไม่ถามครับ เพราะไม่ว่าคำตอบของปริมจะเป็นอย่างไร ผมก็จะไม่ยอมแพ้”“แล้วถ้าปริมมีใครอยู่แล้วล่ะคะ คุณจะยอมแพ้หรือเปล่า”คำถามนั้นทำเอารัชภาคย์อึ้งไป ใช่สินะทำไมเขาไม่ทันได้ฉุกคิดเรื่องนี้เลย ผู้หญิงที่สวยและน่ารัก น่าทะนุถนอมอย่างปริมาถ้าจะมีใครเป็นเจ้าของหัวใจอยู่แล้วก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกเลย“ผมขอโทษ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมก็จะเลิกตอแยคุณ”“ปริมบอกว่า ‘ถ้า’ นะคะ” เธอเน้นคำนั้น และประโยคของเธอก็ทำให้รัชภาคย์ยิ้มออกได้อีกครั้ง“ฝากไว้ก่อนเถอะ...” เขาคาดโทษด้วยน้ำเสียงและแววตา“ไม่รับฝากค่ะ” เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนรัชภาคย์ชอบรอยยิ้มนั

  • เล่ห์รักเปลวพิศวาส   บทที่ 4

    บทที่ 4เสียงทุ้มเอ่ยอย่างมุ่งมั่น“ลิเกค่ะ” หญิงสาวย่นจมูกใส่พร้อมกับหัวเราะ และคนถูกหัวเราะก็ต้องหน้างอ...เวลาคนหล่อหน้างอนี่ก็น่าดูรักไปอีกแบบนะ...ปริมารีบสลัดความคิดที่เผลอไผลของตัวเองออกไปทันทีที่ตั้งสติได้“ปากเก่งแบบนี้ น่าจับมาจูบลงโทษซะให้เข็ด” เขายื่นหน้าเข้ามาพูดใกล้ๆ จนหญิงสาวรู้สึกได้ถึงลมอุ่นๆ จากริมฝีปากหยักสวยนั้น“คุณ!” มือบางรีบยกขึ้นผลักเขาออกห่าง“นี่เห็นว่าป่วยอยู่นะ ไม่งั้นคุณปริมคนสวยโดนจูบแน่ๆ” รัชภาคย์พูดอย่างคาดโทษทีเล่นทีจริงและหลิ่วตามองคนตรงหน้าอย่างนึกอยากจะจูบเธอขึ้นมาจริงๆ“อย่ามาหาเรื่องเอาเปรียบซะให้ยาก” หญิงสาวเบ้ปาก สะบัดหน้าหนีเพื่อหลบสายตาวาววามที่จ้องมองมาแทบจะไม่กะพริบ“เฮ้อ...” รัชภาคย์ได้แต่ถอนหายใจและพยายามระงับความพลุ่งพล่านที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเองในขณะนี้ลงเพราะไม่อยากให้ปริมาตกใจจนเตลิดกลัวเขาไปมากกว่านี้….“ก็เคยฝันใฝ่และเคยมั่นใจในวันนี้ ว่าคงต้องดีต้องเป็นได้ดังที่ตั้งใจ แต่คนทั้งคนที่เป็นความฝันของหัวใจ กลับมาทิ้งกันไปต้องสูญสิ้นไปหมดทุกอย่าง ปวดใจเหลือเกินแต่คงต้องทนข่มความทรมาน ฉันจะ ต้องก้าวผ่านตราบฉันยังคงหายใจ แม้ว่าจะต้องเ

  • เล่ห์รักเปลวพิศวาส   บทที่ 3

    บทที่ 3“ปริมสนใจอยากใช้นามสกุลนี้บ้างไหมล่ะครับ” เขาเรียกอย่างสนิทสนมและถามอย่างสัพยอก อะไรบางอย่างบอกเขาในนาทีนั้นว่าได้ตกหลุมรักเธอคนนี้เข้าแล้ว‘รักแรกพบ’ รัชภาคย์บอกตัวเองก่อนจะยิ้มน้อยๆ ออกมา ในขณะที่ปริมาตอบคำถามนั้นของเขาอยู่ในใจ...ทำไมเธอจะไม่อยากให้นามสกุลนี้ แต่เป็นกับอีกคนหนึ่งที่เขาไม่มีวันจะหวนกลับมาหาเธอแล้ว... แววตาเธอหม่นลงไปเล็กน้อยเมื่อหวนคิดมาถึงเรื่องนี้ รัชภาคย์สังเกตเห็นความผิดปกตินั้นทันทีและไม่แน่ใจว่าตัวเองพูดอะไรผิดจึงทำให้ปริมามีอาการเช่นนี้“อาการคุณเหมือนคุณที่เพิ่งอกหัก” เขาพูดตามที่ตัวเองรู้สึกและจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะสำรวจหาสิ่งผิดปกติที่ซ่อนอยู่ในนั้น“อกหักอะไรกันคะ” ปริมาแสร้งยิ้ม แพขนตาคู่สวยกะพริบปริบๆ เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ“แล้วโกรธผมหรือเปล่าที่บอกว่าอยากให้ปริมาใช้นามสกุลด้วย”“คนเจ้าชู้ก็อย่างนี้แหละค่ะ” จมูกเรียวย่นใส่“เปล่านะครับ ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน”ปริมาแอบยิ้มในใจกับคำตอบนั้น “นี่เราเพิ่งรู้จักกันได้สองวันเองนะคะ”“ปริมเชื่อเรื่องรักแรกพบหรือเปล่า”หญิงสาวส่ายหัวน้อยแทนคำตอบว่าไม่เชื่อ“ถ้าอย่างนั้นผมจะพิสูจน์ใ

  • เล่ห์รักเปลวพิศวาส   บทที่ 2

    บทที่ 2ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้เตียงที่เธอนอนอยู่ รัศมีบางอย่างในตัวเขาทำให้ปริมารู้สึกหวิวๆ แปลกๆ แต่รัชภาคย์กลับรู้สึกพอใจเมื่อมองเห็นแววตาตื่นกลัวราวกับลูกกวางน้อยหลงฝูงของเธอ จนเขาต้องระบายยิ้มบางๆ ออกมาซึ่งยิ่งเสริมให้ใบหน้าคมนั้นหล่อเหลาขึ้นเป็นทวีคูณ“ก็ไม่มากเท่าไหร่ แต่ยังมึนๆ ค่ะ” ปริมาบอกอย่างพยายามรวบรวมสติไม่ให้จดจ่ออยู่ที่เขามากจนเกินไป“ผมดีใจนะที่คุณไม่เป็นอะไรมาก แต่หมอบอกว่าคุณต้องนอนโรงพยาบาลสักสองสามวันนะครับ”“สามวันเลยเหรอ” หญิงสาวพูดแผ่วเบาเหมือนน้ำเสียงบ่นของเด็กขี้งอแง“ครับ” ชายหนุ่มอมยิ้ม นัยน์ตาคมไหวระริกอย่างอดนึกขำไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้มีอะไรหลายๆ อย่างที่ตรึงตาตรึงใจเขาตั้งแต่ครั้งแรกเห็นและพอได้คุยด้วยก็ยิ่งทำให้อยากใกล้ชิดมากขึ้นกว่าเดิมอีกและก่อนที่ปริมาจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างเร่งรีบ ทำให้การพูดคุยของทั้งสองคนต้องหยุดชะงักไป ผู้ที่เข้ามาใหม่นั้นก็คือแม่พิมและพ่อทองซึ่งเป็นพ่อและแม่ของปริมานั่นเอง ทั้งสองคนตกใจไม่น้อยเมื่อได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าลูกสาวถูกรถชนจึงต้องรีบขับรถจากต่างอำเภอเข้ามาดูอาการของ ปริมาท

  • เล่ห์รักเปลวพิศวาส   บทที่ 1

    บทที่ 1สายลมเอื่อยๆ ที่พัดพลิ้วหวิวไหวมากระทบกับต้นหูกวางต้นใหญ่ซึ่งสูงตระหง่านโดดเด่นอยู่ริมถนนเป็นระยะๆ พอจะช่วยทำให้ความร้อนอบอ้าวในยามบ่ายแก่ๆ ผ่อนคลายลงได้บ้าง เมื่อมองไปยังสวนหย่อมที่อยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น ก็เห็นลำน้ำพุพุ่งทะยานขึ้นด้านบนอย่างต่อเนื่อง สายน้ำแตกกระเซ็นให้ความชุ่มชื้นกับต้นหญ้าเล็กๆ อยู่รอบๆ จนดูมีชีวิตชีวาท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุซึ่งกำลังสาดส่องลงบนพื้นถนนจนทำให้สายตาคู่สวยดุจประกายเพชรต้องหรี่มองพร้อมบังยกมือป้องแสงที่หน้าผากอย่างใจจดใจจ่อเนื่องด้วยกำลังรอคอยอะไรบางอย่างรถเมอร์เซเดสเบนซ์สปอร์ตเอสแอลเครุ่นใหม่ล่าสุดบ่งบอกถึงฐานะและรสนิยมของผู้ขับได้เป็นอย่างดีกำลังแล่นใกล้เข้ามายังบริเวณสี่แยกไฟแดง รถคันดังกล่าวก็ชะลอความเร็วลงเมื่อสัญญาณไฟจราจรสีแดงสว่างวาบขึ้น ‘รัชภาคย์ รักเกียรติธนาคุณ’ หนุ่มหล่อวัยสามสิบปี แตะเบรกอย่างคล่องแคล่วและหยุดรถหลังเส้นสีขาวก่อนจะถึงทางม้าลายเพื่อให้คนเดินข้ามถนน อีกงสองนาทีต่อมามือหนาก็เลื่อนไปเปลี่ยนเกียร์แบบอัตโนมัติเพื่อเตรียมออกรถเมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว ทันใดนั้น!! เท้าที่กำลังแตะคันเร่งก็เปลี่ยนมากระทืบเบรกแท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status