LOGIN“น้ำ,,,น้ำครับ ที่รักตื่นเร็ว..ทานข้าวได้แล้ว” เควิ่น ก้มลงกระซิบข้างใบหูขาวของหญิงสาวที่เขาหลงใหล หล่อนนอนคว่ำหน้าอย่างนี้อยู่นานแล้วนะ เขาก็เรียกหล่อนแบบนี้อยู่นานแล้วเหมือนกัน...เขาอุตส่าห์ตื่นมาทำกับข้าวตอนเช้าให้เจ้าหล่อนกิน ดูซิ ทำเสร็จตั้งนั้นแล้ว เข้ามาเรียกหล่อน ยังนอนคว่ำหน้าเบี่ยงใบหน้าสวยทางนู้นที ทางนี้ที เพื่อหนีเสียงเรียกของเขา.....
“น้ำ....ถ้าน้ำไม่ตื่น...ผมจะใช้วิธีปลุกในแบบที่ว่า น้ำจะไม่กล้านอนหลับอีกเลย...” ชายหนุ่มแกล้งกระซิบเสียงทุ้มนั้น ด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า..เมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนยังคงนิ่งอยู่ แววตาเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏบนใบหน้าหล่อนั้น....
“หึ..หนึ่ง...สอง...” เขาแสร้งเคลื่อนกายไปหาหล่อนอย่างช้าๆ ช้าๆ
“ได้ๆ น้ำตื่นแล้วค่ะ...คุณนี่ก็..เอะอะ ๆ ก็จะแกล้งน้ำ ตลอดเลย...” ยังไม่ทันที่ร่างหนาของเขาจะถึงแผ่นหลังของร่างบาง หญิงสาวก็รีบส่งเสียงร้องห้ามเขาพัลวัน หล่อนกลัวว่าเขาจะกินหล่อนอีก ซึ่งกว่าจะได้นอนก็เกือบตีสาม คนอะไร เอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนไม่รู้ นี่ก็ตื่นเช้าอีก หล่อนซิไม่อยากจะลุกขึ้นจากที่นอนด้วยซ้ำ.
เควิ่น เดินเข้าไปนั่งคุกเข่าข้างเตียงกว้าง เพื่อประคองดวงหน้าสวยเมียของเขา หล่อนนั่งขยี้ตาไปมายังกับเด็กๆ ถูกขัดใจ ชายหนุ่มค่อยๆ ไล้นิ้วยาวจับปอยผมที่ยุ่งเหยิงนั้นขึ้นไปทัดใบหูขาว แล้วก็บอกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะครับที่รัก เสร็จแล้วมาทานข้าวกันครับ...”
ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อ จะไม่ให้หล่อนเขินได้ยังไงก็เขาเล่นนั่งลงกับพื้นยืดตัวขึ้นเสมอหล่อน จ้องใบหน้าหล่อน แล้วส่งสายตาอบอุ่นมาให้ หัวใจหล่อนเต้นแรงมากเลยตอนนี้ ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายอย่างเควิ่น ผู้ชายจอมเฉยชา เขามีมุมแบบนี้กับเขาด้วย...
ชายหนุ่มอมยิ้ม ในความน่ารักของหญิงสาว หล่อนยังงัวเงียอยู่เลย.... จุ๊บ!!!! ....อุ๊ย...!!! ร่างบางร้องอุทาน เมื่อชายหนุ่มหล่อที่หล่อนจ้องหน้าอยู่เมื่อกี้ ชะโงกหน้ามาจุมพิต ลงที่ปากบางของหล่อน อย่างที่หล่อนไม่ทันตั้งตัว....เขาอมยิ้ม.....
น้ำใส มองตามแผ่นหลังกว้างที่มีสายผ้ากันเปื้อนคาดอยู่ หล่อนนึกแล้วก็อมยิ้มกับตัวเอง นี่เขาชอบเข้าครัวเหรอเนี้ย ดีจริงหล่อนจะได้มีคนทำอาหารให้กินบ่อยๆ น่ารักซะไม่มี แฟนใครเนี๊ยะ
หลังจากที่น้ำใส ล้างหน้าล้างตาก็ลงมาชั้นล่าง ข้าวต้มกุ้งอุ่นๆ ถูกจัดวางเตรียมไว้อยู่ก่อนแล้ว หล่อนหย่อนก้นงามงอนลงตรงอีกฝั่งหนึ่งที่เขานั่งอยู่ สายตาคมคู่สวยก็ชำเรืองมองกุ้งตัวโตในชามข้าวต้ม จนหล่อนต้องเบิกตากว้างขึ้น
“อู้หู้...เอามาจากไหนคะเนี้ยะ...” หล่อนต้องเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ หล่อนแน่ใจว่าที่บ้านหล่อนไม่มีแน่
“ก็ในตู้หละครับ มันแช่ฟิตไว้ ผมเอามาเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง” เควิ่น บอกตามตรง เขาเปิดตู้ตอนเช้าเห็นอาหารทะเลเหลือ สองสามอย่าง เลยนึกอยากทำข้าวต้มกุ้งให้ที่รักเขาทานดีกว่า
“อ๋อ..ถ้างั้นคงเป็นของที่พวกพี่วินเหลือไว้นะคะ...ดีเลยลาภปากนึ..” หล่อนออกความเห็นไปด้วย แล้วก็พาลตักข้าวต้มใส่ปากไปด้วย เธอกินอย่างเอร็ดอร่อย จนมันเลอะขอบปากไปหมดแล้ว สงสัยยายห้าวของเขาจะไม่รู้ตัว ดูซิ....เหมือนเด็กๆ ก็ไม่ผิด...หึ เควิ่น นั่งมองหญิงสาวอันเป็นที่รักของเขาไป ส่ายหน้าไป อมยิ้มในความน่ารักของหล่อนไป นี่คือแม่นักสืบคนเดียวกับที่เขาเจอที่ฮ่องกงหรือนี่ เขาไม่อยากจะเชื่อ....
น้ำใส กำลังง่วนอยู่กับข้าวต้มกุ้งชามโตสุดแสนอร่อยนี้อยู่ โดยที่หล่อนไม่รู้เลยว่ามีร่างหนาของคนตัวโตเข้ามายืนข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไร “อุ้ย...คะ..คุณๆ ทำอะไรคะ น้ำกำลังทานอยู่นะคะ..” ร่างบางสะดุ้งตกใจเล็กน้อย เมื่อมือหนาของผู้ชายอันหล่อเหลาจับข้อมือข้างที่หล่อนใช้ตักข้าวต้มเข้าปากให้หยุดชะงัก คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันแน่น เมื่อใบหน้าคมเข้ม ค่อยๆ ก้มเข้ามาใกล้ใบหน้าสวยอย่างช้าๆ ....
“อื้ออออ.....” ร่างบางครางออกมาอย่างแผ่วเบา เมื่อลิ้นหนาของชายหนุ่มตวัดเลียเศษอาหารที่ติดอยู่ริมฝีบางบางด้านบนนั้น ....แกร่ง!!! เสียงช้อนกระเบื้องหล่นลงในชามข้าวต้มอย่างไม่รู้ตัว...พวงแก้มใสของหล่อนตอนนี้แดงจัดอย่างเห็นได้ชัด หัวใจดวงน้อยของหล่อนแทบหยุดเต้นก็ว่าได้...เขาทำอะไรของเขาเนี๊ยะ หล่อนอายเป็นบ้าเลย นี่หล่อนกินข้าวติดปากตั้งแต่เมื่อไร แล้วทำไมเขาไม่บอกดีๆ หละ....มาทำแบบนี้ฆ่าหล่อนชัดๆ เลย....
“เลอะหมดแล้วครับ....” เควิ่น มองใบหน้ายายห้าวของเขาแล้วก็อมยิ้ม หล่อนคงตกตะลึงอยู่หละซิ นี่นั่งยังไม่กระพริบตาเลย หล่อนคงคาดไม่ถึงว่าหล่อนจะกินอาหารติดปาก แล้วก็คงคาดไม่ถึงอีกว่าเขาจะใช้วิธีนี้เช็ดให้หล่อน เขาหมั่นเขี้ยวหล่อนที่นั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย ก้มหน้าก้มตากิน โดยไม่เงยหน้ามาคุย หรือมองหน้าคนทำเลยสักนิด คิดแล้วก็น้อยใจ เขาเลยอยากแกล้งอะไรเจ้าหล่อนสักหน่อย หึ...ดูสิยังอึ้งอยู่เลย..ชายหนุ่มอมยิ้มชอบใจ
“เอ่อ...เอ่อ..ขอบคุณนะคะ..แต่บอกน้ำดีๆ ก็ได้นะคะ...ไม่เห็นต้อง........” เสียงของหญิงสาวขาดไปแค่นั้น หล่อนเลือกที่จะไม่พูดแล้วก็งุดหน้าลงทานข้าวต้มสองคำสุดท้าย ด้วยใบหน้าแดงจัดเพราะความเขินอาย...
หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จ หล่อนอาสาที่จะช่วยเขาบ้างโดยหล่อนเป็นคนเก็บจานชามล้างเอง ความจริงหล่อนมีแม่บ้านนะ ซึ่งพักอยู่ในบ้านหลังเล็กกับคนสวนในรั้วเดียวกัน แต่ว่าวันนี้ เป็นวันหยุดของพวกเขา หล่อนจึงต้องจัดการเอง...
“เดี๋ยวน้ำจะออกไปเก็บค่าเช่าห้องเช่าสักหน่อย..คุณจะเอาอะไรไหมค่ะ..” น้ำใส เดินออกมาบอกชายหนุ่มที่นั่งจิบกาแฟรับลมทะเลอยู่ที่ลานหลังบ้าน
“เอ่อ..ไม่เอาอะไรหรอกครับ แต่ขอไปด้วยได้ไหม..อยากไปดูหนะครับ..” ชายหนุ่มเอ่ยร้องตามหล่อนไปด้วย โดยส่งสายตาออดอ้อนมายังหล่อน จนหญิงสาวอมยิ้ม ส่ายศีรษะไปมาด้วยความระอานิดๆ
ทั้งสองลงจากรถ เข้าไปยังออฟฟิตที่ดูแลห้องเช่าราวๆ สามสิบห้องในตัวเมืองหัวหิน ซึ่งวันนี้จะมีพนักงานเก็บเงินค่าเช่าห้องอยู่สองคน หญิงสาวทั้งสองคน มองชายหนุ่มรูปหล่อชาวตะวันตกที่ตามติดเจ้านายสาวของพวกหล่อนทุกฝีก้าวยังกับปลิงก็ไม่ปาน...
“เอ่อ..แฟนหรือคะคุณน้ำ...หล่อจังเลยนะคะ..พูดไทยได้หรือเปล่าคะ..” พนักงานสาวทั้งสองคนรีบกระหน่ำคำถามมายังหล่อนด้วยความอยากรู้ เมื่อชายหนุ่มขอตัวไปคุยโทรศัพท์
“อ๋อ...เอ่อ...ๆ ๆ ๆ ...ใช่ครับ ผมเป็นแฟนคุณน้ำ..มีอะไรถามผมได้นะครับ.” ยังไม่ทันที่น้ำใสจะตอบ เสียงเข้มของชายหนุ่มหล่อเหลาที่ถามถึงก็ตอบคำถามนั้นด้วยตัวเอง
“เอ่อๆ ๆ ไม่มีอะไรหรอกคะ...แค่อยากรู้ เพราะปกติคุณน้ำไม่เคยพาใครมาด้วยนอกจากคุณนี่แหละค่ะ” เสียงพนักงานสาวคนหนึ่งพูดคุยกับชายหนุ่มอย่างติดๆ ขัดๆ เพราะหล่อนกำลังอึ้งอยู่กับฝรั่งรูปหล่อคนนี้พูดไทยคล่องปรือเลย
“น้ำ ไม่เคยพาใครมาที่นี่เลยเหรอ..ผมเป็นคนแรกใช่ไหมครับ.” เควิ่น เอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งข้างคนขับ ซึ่งตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับบัญชีรายรับค่าเช่าห้องในมือ
“อืมใช่ค่ะ....” น้ำใส ตอบไปแบบสั้นๆ เพราะตอนนี้หล่อนกำลังคำนวณตัวเลขอยู่..แต่แค่คำสั้นๆ นั้นมันก็ทำให้ชายหนุ่มหล่อที่ทำหน้าที่สารถียิ้มกว้างจนปากเกือบฉีกถึงหู ด้วยความดีใจ
เมื่อเสร็จธุระนอกบ้านทุกเรื่องแล้วทั้งสองก็กลับมาบ้านด้วยอาหารการกิน ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านอย่างเต็มมือ... “น้ำ...เย็นนี้เราไปเดินเล่นรับลมกันนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยปากชวนหญิงสาวเองเลย เขาอยากเดินสวีทหวานกับเจ้าหล่อนที่ชายทะเลบ้าง
ร่างบางกับร่างหนาเดินเปลือยเท้าเปล่ากับชายหาดขาวสะอาดที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ทั้งสองมองตากันหวานซึ้งอย่างกับคู่รักที่รักใคร่กันนานแรมปี สายลมเย็นและเสียงคลื่นที่สาดซัดเข้าหาฝั่งมันดูโรแมนติกเป็นที่สุด ชายหนุ่มค่อยๆ สอดมือเข้าประสานฝ่ามือน้อยอันนุ่มนิ่มของหญิงสาว หล่อนไม่ขัดขืนยอมให้เขาสอดรับมันอย่างเต็มใจ ใบหน้าสวยหันมองมายังชายหนุ่ม ดวงตาของทั้งสองประสานกันอย่างรักใคร่ วันนี้ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ทั้งสองคนมีใจให้กัน รักกันด้วยความเต็มใจ หนทางข้างหน้าจะเป็นยังไงมันก็เป็นเรื่องของอนาคต
ในระหว่างที่ทั้งสองเดินพูดคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุขนั้น มีสายตาดุกร้าวของใครบางคนที่ดักซุ่มมองมายังพวกเขาโดยทั้งสองคนไม่รู้ตัว...>>>>>>
ณ.....โรงแรมในเครือแกรนเดร์สัน กรุ๊ปเควิ่น เดินไปยังห้องอาหารที่นัดหมายกับครอบครัว"คาซิโอ" ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ในแบบฉบับที่เขาชอบ เขานึกถึงยายห้าวของเขา นี่ถ้าหล่อนมาด้วยเขาจะเดินควงหล่อนไปอวดพ่อเขาสักหน่อย พ่อเขาจะต้องถูกใจลูกสะใภ้คนนี้แน่นนอน ผู้หญิงที่เก่ง คล่องแคล่ว และสวย เป็นสาวในฝันของพ่อเขาก็ว่าได้ ซึ่งยายห้าวของเขาก็สุดยอดในทุกๆ เรื่องอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาตื้อให้หล่อนมาไม่ได้ เขาตื้อเท่าไรหล่อนก็ไม่ยอมมา อ้างแต่ว่ามีธุระๆ โดยก่อนที่เขาจะมาที่นี่ หล่อนก็ขอให้เขาพาไปส่งที่คอนโดเธอเพื่อเตรียมตัวแล้วก็เผื่อเธอกลับมาก่อนที่เขาจะกลับ...เห้ออออ....หากคืนนี้ไม่นอนด้วยกันมีหวัง เขาเฉาตายแน่เลย.......เมื่อมาถึงที่นัดหมาย ในห้องอาหารนั้น เขาก็มองเห็น ชายวันกลางคนที่อยู่ในสูทสีดำเช่นเดียวกับเขา รูปร่างสูงโปร่งเหมือนเขา แล้วก็ใบหน้าละม้ายคล้ายเขา แต่ที่ไม่เหมือนก็คงเป็นสีผิวที่พ่อของเขาเป็นคนผิวขาว แต่เขานี่ผิวสีแทนเหมือนแม่เขา ผู้หญิงที่พ่อบอกกับเขาตลอดเวลาว่าเป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด และไม่เคยลืมเลือนไปจากหัวใจ...... ชายหนุ่มนึกดังนั้นก็พาลอมยิ้ม ไม่เคยลืมเลือนก็จร
** “แมนด้า หรือแมนดาริน คาซิโอ” **เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ เควิ่นรัก เขาและหล่อนเรียนที่เดียวกันที่อเมริกา เราทั้งคู่เคยคบกันสักระยะหนึ่ง แต่ด้วยความที่บ้านหล่อนมีปัญหาด้านการเงิน หล่อนจึงต้องออกจากมหาลัยกลางคัน จากนั้นเธอก็หนีหน้าเขาไปเกือบแรมปี ทำให้เขาเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคน อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็ถูกเรียกตัวให้กลับบ้าน เพื่อร่วมงานแต่งงานของพ่อของเขา ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจเจ้าสาวของพ่อตัวเองเท่าไรนัก เพราะพ่อของเขาแต่งงานเป็นว่าเล่น รวมครั้งนั้นก็รอบที่สี่แล้ว .......ภาพวันนั้น...วันแต่งงานของพ่อเขา เขาจำไม่เคยลืม หญิงสาวที่ยืนควงแขนพ่อของเขา ในฐานะเจ้าสาวในงาน ก็คือ “แมนด้า หรือแมนดาริน เรนเดียร์” หญิงสาวที่เขาเฝ้าตามหาตลอดเกือบหนึ่งปี หญิงสาวที่ทำให้หัวใจเขาตายด้านจนมาเจอยายห้าวของเขา แมนด้า...เป็นหญิงสาวที่ทำให้เขาเข้าใจว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ หลังจากวันนั้น วันที่หล่อนเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงของเขา เขาก็แทบจะไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไรนัก โดยจะอยู่กับคุณอาลัล และคนในตระกูลแกรนด์เดร์สันมากกว่านับจากวันนั้น จนมาถึงวันนี้ก็ผ่านมาเกือบแปดปีแล้ว นับจากวันที่หล่อนจดทะเบียนกับพ่อของเขา แล
น้ำใส ตื่นขึ้นมา เพราะกลิ่นอาหารที่แสนจะหอมตลบอบอวนห้อง หล่อนมองนาฬิกาบนหัวเตียง 7.30 น. อื้อหือ..เขาตื่นเช้าจังเลย หญิงสาวนึกในใจ หล่อนค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกมาจากเตียงนอน เปิดประตูห้องนอนแล้วตรงไปยังห้องครัวทันที ภาพที่เห็น คือชายหนุ่มร่างบึกบึน ใส่เสื้อกล้าม คาดผ้ากันเปื้อน ผ้าขนหนูผืนบางคาดศีรษะไว้หญิงสาว หลุดขำออกมาเล็กน้อย ตั้งแต่ที่หล่อนอยู่กับเขามา วันนี้ถือว่าเขาจัดเต็มที่สุดเลย เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนแบบสุดๆ เลยนะเนี้ยะ ขัดกับบุคลิกมากเลย ภาพลักษณ์ที่เป็นผู้ชายใบหน้าเฉยชา ไร้อารมณ์หายวับไปในพริบตา หล่อนยืนมองชายหนุ่มทำอาหารอย่างมีความสุข จนอยากที่จะทำบ้าง แต่กลัวว่ามันจะไม่ง่ายเหมือนที่เขาทำนะสิ ดูซิคล่องแคล่วไปซะหมดเควิ่น กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่า มีหญิงสาวแอบมายืนอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไร เขานึกอยู่อย่างเดียวแหละว่า เขาต้องทำอาหารดีๆ มีประโยชน์ให้กับที่รักของเขา เพราะตั้งแต่หล่อนอยู่โรงพยาบาลหล่อนทานแต่ข้าวต้มปลา อาหารอ่อนๆ ทั้งนั้น วันนี้เขาจะทำสปาเก็ตตี้ สูตรมิสเตอร์เค ให้หล่อนทาน...รับรองว่าหล่อนต้องติดใจในรสชาดของมันแน่นอน ชายหนุ่มทำไปอมยิ้มไป
แอ๊ด.....!!!!! .มือหนาของชายหนุ่มกุมอยู่ที่ลูกบิดประตูห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน แห่งหนึ่ง เควิ่นค่อยๆ ปิดมันอย่างเบามือที่สุด สายตาก็หันไปมองร่างอรชรของหญิงสาวที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ของยา ชายหนุ่มค่อยๆ เดินมาใกล้เตียงนอน ดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิทและลมหายใจที่ผ่อนเข้า-ออกอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกถึงว่าเจ้าหล่อนคงยังไม่ตื่นง่าย ดวงตาเข้มจ้องมองใบหน้าเรียวงามนั้น แววตาอ่อนโยน เขารู้สึกสงสารหล่อน เขาเคยเตือนหล่อนแล้วว่างานเนี้ยมันไม่เหมาะกับผู้หญิง มันอันตรายสารพัด แล้วนี่ต้องมาเจ็บตัวอีก นอนให้น้ำเกลือเลยเห็นไหม..เฮ้ออ....ดื้อจริงอะไรจริงนะเนี้ยนิ้วเรียวยาวค่อยๆ เกลี่ยผมของหญิงสาวที่มันปกใบหน้าสวยนั้นขึ้นทัดใบหู ชายหนุ่มเกลี่ยนิ้วเบาๆ แถวแก้มใสนั้น เรียวปากบางที่เขากำลังสัมผัสนี้มันมีรอยแตกแถวมุมปาก ...นี่มันทำร้ายยายห้าวของฉันด้วยหรือนี่ ....หน้าตัวเมียจริงๆ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังทำได้ นี่ถ้าหากพวกเขาไปช่วยไม่ทัน มีหวังร่างบางของหล่อน เนื้อตัวของหล่อนคงเละไม่มีชิ้นดี...หึ...ฉันเจอแกวันไหน ฉันจะเป่ากะบาลแกเอง..ไอ้เลวทั้งหลายก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ....เสียงเคาะประตูห้อง ทำให้เควิ่นละสายตาจากร่างบาง มองไปยั
แสงแดดที่ลอดส่องผ่านพัดลมระบายอากาศขนาดยักษ์จากหลังคาของโกดังร้าง มันส่องกระทบใบหน้าสวยของหญิงสาวที่เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ หล่อนค่อยๆ หรี่ดวงตาคู่สวยของหล่อน เธอรู้สึกแสบตาเล็กน้อยหลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้
หลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว“ครับที่รัก...ถึงไหนแล้ว มาถึงกรุงเทพฯ หรือยัง” เควิ่น พูดกับหญิงสาวโดยปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ทั้งๆ ที่ตอนนี้ เขาร้อนใจเป็นบ้าเลย กับข่าวที่เขาได้มานี้







![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)