LOGIN“นายครับ หล่อนอยู่ที่หัวหินครับ รู้สึกว่าเหมือนนางจะอยู่กับคนรักครับ” เสียงชายวัยกลางคน รูปร่างกำยำ ยืนคุยโทรศัพท์ โดยรายงาน ความเคลื่อนไหวของเป้าหมายสำคัญ โดยคนปลายสายสั่งการอะไรบางอย่าง แล้วมันก็เดินออกจากมุมมืดนี้ไป....
หลังจากที่ ชายแปลกหน้าเคลื่อนตัวออกไปจากตรงนั้นไม่นาน ทั้งสองหนุ่มสาว ก็เดินกลับมาถึงที่ตรงนี้อยู่พอดี ฝ่ายหญิงไม่ทันสังเกตุที่ตรงนี้ว่ามีสิ่งใดผิดปกติ โดยหล่อนเดินผ่านไปโดยไม่คิดอะไร อีกอย่างมันก็เป็นมุมมืดด้วย จึงยากแก่การสังเกตุเห็น แต่ฝ่ายชายสะดุดเข้ากับหัวไฟแช็คที่ตกอยู่ มันสะท้อนแสงแว๊บหนึ่ง ชายหนุ่มซึ่งช่างสังเกตุอยู่แล้วจึงก้มลงไปหยิบดู เขารู้สึกว่ามันเป็นไฟแช็คที่ไม่ค่อยมีใครใช้นัก นอกเสียจากกลุ่มลูกน้องของมาเฟียแถบเอเชียนี้ เขาลองติดมันดู แสงไฟสว่างขึ้นนั้น ก็พบถึงก้นบุหรี่สามสี่อัน ชายหนุ่มคิดไปถึงการเฝ้ารอของคนๆ นี้ มันมาทำอะไร....ใครคือเป้าหมายของมัน แล้วมันก็คงจะไม่มาดีนัก
“ทำอะไรอยู่คะคุณเค....” เสียงหวานของยายห้าวของเขา ทำให้ชายหนุ่มได้สติ แล้วรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุด
“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะที่รัก ผมขอคุยโทรศัพท์เดี๋ยวเดียวนะ” เควิ่นรีบตอบไปทันควัน เกรงว่าหญิงสาวจะเดินมาถึงตัว ซึ่งมันก็ได้ผล เจ้าหล่อน เดินแก้มป่องสะบัดก้นงอนงามกลับเข้าบ้านไปซะแล้ว....
น้ำใส นึกโมโห ผู้ชายตัวโต ทำมามีความลับ หล่อนเห็นเขาหยุดอยู่นานแล้ว คุยโทรศัพท์กับใครนักหนา หรือว่าคุยกับสาว “จับได้หละน่าดู.....หึ” หญิงสาวสบทออกมาเบาๆ แววตาฉายแววโมโหอย่างเห็นได้ชัด
หล่อนเบื่อที่รอเขา อยู่นานสองนานแล้วหล่อนหิวข้าว เขายังไม่มาทำอะไรให้หล่อนกินอีก นี่ก็เหนียวตัวด้วย งั้นไปอาบน้ำก่อนดีกว่า...เมื่อคิดดังนั้น หล่อนก็ถือผ้าขนหนูผืนใหญ่เดินเข้าห้องน้ำไป เสียงซู่ซ่าของฝักบัว บ่งบอกว่าคนในห้องน้ำกำลังทำอะไร ชายหนุ่มนึกอมยิ้ม นี่คงรอเขาไม่ไหวหละซิ หลังจากที่ชายหนุ่มทำอาหารง่ายๆ เตรียมไว้รอหล่อนแล้ว เขาก็ขึ้นมายังห้องนอน เพื่อเตรียมตัวชำระร่างกายบ้าง....
“กึก...แอ๊ดด....อุ๊ยย” เสียงหญิงสาวร้องอุทนอย่างตกใจ เมื่อหล่อนเปิดประตูห้องน้ำออกมา แล้วเจอผู้ชายตัวโตนั่งอมยิ้มอยู่ที่เตียง หล่อนมีเพียงผ้าขนหนูพันกายไว้อย่างหลวมๆ ไม่คิดว่าเขาจะขึ้นมาแล้วนี่ คิดว่าคงอีกนาน หยดน้ำที่เกาะผิวละเอียดนั้นมันทำให้หล่อนดูยั่วยวนชายหนุ่มเป็นที่สุด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากสบู่ก็ทำให้อารมณ์ภายในของเขามันปั่นป่วนไปหมด เขาไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ทำไมกับยายห้าวของเขา หล่อนเผยผิวนิดเผยผิวหน่อย ของเขาขึ้นทุกทีเลย แต่กับหญิงอื่นมายืนเปลือยกายต่อหน้า เขายังไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ.....
“คุยเสร็จแล้วเหรอ โทรศัพท์หน่ะ..ทำไมไม่นอนข้างนอกบ้านไปเลยหละ.... หือ” น้ำเสียงของหญิงสาวบ่งบอกว่าเจ้าหล่อนโมโหเขา
“เสร็จแล้วครับ...ทำกับข้าวก็เสร็จแล้วด้วย” ชายหนุ่มตอบไปอมยิ้มไป ส่งสายตายียวนไปยังหล่อน นี่คงโมโหหิวแน่ๆ
“แล้วคุยกับสาวที่ไหนหล่ะ...” น้ำใส โพล่งถามออกไปด้วยความที่หล่อนอยากรู้ เขาคุยแบบมีลับลมคมนัยนี่ อีกอย่างทำไมหล่อนถึงรู้สึก หงุดหงิดไม่อยากให้เขาคุยกับสาวคนไหนเลย มันรู้สึกขัดใจชอบกล
“อ๋อ...นี่ที่รักหึงผม ใช่ไหม... ไม่ได้คุยกับสาวที่ไหนหรอก คุยธุระกับคุณอาลัลอยู่ ไม่เชื่อโทรถามเลย...” เควิ่น แกล้งเย้าหล่อน เรื่องที่หล่อนถามเขา นี่เจ้าหล่อนคงหึงเขาจริงๆ แน่เลยดูสิ หันหน้าไปทางอื่นไม่มองหน้าเขาเลย
“นี่ไม่เชื่อผมเหรอ....จริงๆ น๊า” เมื่อหญิงสาวยังทำเป็นไม่สนใจเขา
“อ๊ะ..ว้ายยยยย........ฟลุ๊บ!!!! ..อ้ายยย....ปล่อยน๊ะ....” หญิงสาวร้องเสียงหลง เมื่อร่างของหล่อนถูกช้อนขึ้น แล้วร่างอรชรก็ถูกอุ้มมาวางลงยังเตียงกว้าง แบบที่หล่อนไม่ทันตั้งตัว ร่างหนาก็ตามขึ้นทาบทับท่อนล่างทันที....
“นี่.ๆ ..คะ...คุณ..ทำอะไรเนี้ย อย่าแกล้งน้ำนะ...” น้ำใส รีบดันอกแกร่งของผู้ชายร่างหนาบึกบึนไว้ เกรงว่าเขาจะซุกใบหน้าคมลงมา..
“ไม่ได้แกล้ง....เอาจริง...ก็เมียไม่เชื่อก็เลยต้องพิสูจน์ ว่าผัวคนนี้ มีเมียคนนี้คนเดียว...” เควิ่น พูดใส่ใบหน้าสวยของร่างบางใต้ร่างเขา ที่ตอนนี้นอนแก้มแดงปลั่งอย่างกับลูกตำลึงสุก
“ยะ..อย่าคะ...น้ำเชื่อแล้วค่ะ...เชื่อแล้ว...” หญิงสาวรีบพูดห้ามพัลวัน ว่าหล่อนเชื่อเขาแล้ว ก็ชายหนุ่มเล่นซุกไซ้จมูกโด่งที่ลำคอขาวของหล่อน จนขนกายหล่อนลุกซู่ไปหมด
“เชื่อแล้วเหรอ...ว๊า..เชื่อง่ายจัง” คิ้วคมเข้มยักขึ้นอย่างยียวน พร้อมน้ำเสียงของชายหนุ่มก็แสนจะกวนเป็นที่สุด....
“เอ๊...คุณนิ...ไม่เชื่อก็ว่า ...เชื่อก็ไม่ชอบอีกจะเอายังไงแน่เนี้ย” หญิงสาวพูดตัดพ้อชายหนุ่มที่ตอนนี้ส่งสายตาหวานเยิ้มมายังหล่อน หล่อนเขินอายจนอยากจะจมหายไปกับหมอนนี่เหลือเกิน แบบนี้หล่อนคงเดาได้ไม่ยากว่าเขากวนประสาทหล่อนเพราะอะไร....
“งั้น.....” ......อุ๊บ!!!! สิ้นเสียงทุ้มแสนเจ้าเล่ห์ของคนบนร่างหล่อน ริมฝีปากบางของหญิงสาวก็ถูกฉกวูบด้วยริมฝีปากหนาหยักเข้ารูปนั้น มันบดเบียดเสียดสีกันอย่างเรียกร้องให้ริมฝีปากของคนใต้ร่างเปิดออก....อื้ออ...” ร่างบางครางออกมาอย่างขัดใจเมื่อปากหนาพยายามแทรกปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากหวานของหล่อน.....อ๊ะ!!! เสียงหวานใสร้องดังขึ้น เมื่อผ้าขนหนูของหล่อนถูกดึงออก เผยผิวกายขาวเหลืองนวลเนียนต่อสายตาของชายหนุ่ม .......
“อืมมมม............” เสียงนุ่มทุ้มครางออกมาจากลำคอหนาของคนด้านบน เสียงนั้นมันครางออกมาด้วยอารมณ์พึงพอใจ ชายหนุ่มส่งเรียวลิ้นเข้าไปตั้งแต่ที่หล่อนร้องเมื่อกี้ แล้วตอนนี้เรียวลิ้นของเราก็กำลังเกี่ยวกวัดพัลวันกันอย่างสนุกสนาน มือสากลูบไล้ผิวเนียนไปทุกซอกทุกมุม...อื้อ...จ๊วบบบ....อ่าส์ ร่างหนาครางออกมาเมื่อเรียวปากของเขาผละออกจากปากบางสีสวยอย่างน่าเสียดาย เขารู้สึกว่ายายห้าวของเขากำลังจะขาดอากาศหายใจ ไม่อย่างนั้น โคนลิ้นของเจ้าหล่อนต้องหลุดติดออกมาแน่เลย
“ผมขอนะน้ำ...อ๊ะ..!!! ..” เควิ่น กระซิบชิดริมฝีปากบางของหญิงสาวเพื่อขออนุญาต เขาอดใจไม่ไหวจริงๆ เขาอยากกินเจ้าหล่อนตลอดเวลาเลย ยิ่งมาเห็นหล่อนสภาพนี้แล้ว กับข้าวข้างล่างนั้นแทบจะเป็นหมันเลย ตอนนี้ขอกินหล่อนก่อนแล้วกัน...จ๊วบบบ...สู๊ดดด.....เสียงปากหนาเข้าครอบครองยอดอกงามของร่างบาง เขาดูดเล็มเลียพวกมันอย่างหิวโหย อีกมือก็เคล้นคลึงเต้าสวยอีกข้าง อีกมือก็บีบเคล้นเนื้อสะโพกผายของหญิงสาวไปมาตามแรงอารมณ์....
.....อา อือ..... ร่างบางครางระบายความเสียวซ่านภายใน ตอนนี้อารมณ์ปรารถนาของหล่อนมันถูกดึงออกมา จนมันเอ่อล้นช่วงล่างของหล่อนไปหมด เรียวขางามบิดเร้าไปมา มือเรียวเล็กก็ลูบไล้แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มไปมา หยดน้ำที่ติดผิวกายของหล่อนตอนแรก บัดนี้มันแห้งเหือดไปด้วยเรียวปากหนาดูดซับมันไปจนหมด แล้วหยดเหงื่อก็กำลังจะถูกขับออกมาแทนที่....
อืมมม......ลำคอหนาครางออกมาเมื่อเรียวลิ้นและริมฝีปากหนาของเขาเล็มเลียไปทุกพื้นผิวเนียนของหญิงสาว มันไล้ลงมาจนถึงหน้าท้องเนียนแบนราบนั้น....อา...อืมมม....อ๊ะ..!! ร่างบางใต้ร่างผวาสะดุ้งขึ้น เมื่อเนื้อกุหลาบนูนของหล่อนถูกสัมผัสด้วยเรียวลิ้นร้อน ปากหนาไล่งับกลีบกุหลาบงาม ดูดดึงมันไปมา น้ำหวานที่ไหลออกมาตอนนี้ถูกดูดซับ ด้วยปากหนา และถูกเรียวลิ้นร้อนเล็มเลียจนไม่เหลือสักหยด.....
“อืมมมม...เสียงครางออกมาจากลำคอหนา เมื่อมือเรียวเล็กของเจ้าหล่อน ขยุ้มศีรษะของเขาแล้วกดมันหายลงไปในช่อกุหลาบงามนั้น ลิ้นร้ายวนเวียนซับความหวานทุกซอกกลีบ จนน้ำหวานนั้นไหลออกมาแทบไม่ทัน..เขากลืนกินมันอย่างไม่รังเกียจ แถมชอบกลิ่นและหลงใหลในรสหวานของมันด้วยซ้ำ....
ร่างหนายืนมองร่างบางที่นอนปรือตามองมายังเขา สายตาเจ้าหล่อนนั้นแสนจะเว้าวอน ชายหนุ่มอมยิ้ม เมื่อใบหน้าสวยพยักขึ้นลงเบาๆ เพื่อเชิญชวนเขา ทั้งที่เขาถอดเครื่องพันธนาการยังไม่หมดด้วยซ้ำ
“ผมจะไม่ยุ่งและคุยกับสาวคนไหน นอกจากเมียผมคนนี้คนเดียว..ผมสัญญาครับที่รัก...” ชายหนุ่มพูดชิดใบหน้าสวยหวานนั้น ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแล้วก็จริงใจเป็นที่สุด พวงแก้มสวยขึ้นสีแดงระเรื้อทันที จากนั้นร่างหนาก็ขับเคลื่อนร่างกายของเขาขึ้นลงตามแรงอารมณ์ และแรงปรารถนาของคนทั้งสอง เขารักยายห้าวของเขาคนนี้คนเดียว หากใครมาทำให้หล่อนเจ็บ มันผู้นั้นต้องเจ็บกว่าหล่อนเป็นร้อยเท่าพันเท่า..ไม่เชื่อคอยดู.>>>>>
ณ.....โรงแรมในเครือแกรนเดร์สัน กรุ๊ปเควิ่น เดินไปยังห้องอาหารที่นัดหมายกับครอบครัว"คาซิโอ" ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ในแบบฉบับที่เขาชอบ เขานึกถึงยายห้าวของเขา นี่ถ้าหล่อนมาด้วยเขาจะเดินควงหล่อนไปอวดพ่อเขาสักหน่อย พ่อเขาจะต้องถูกใจลูกสะใภ้คนนี้แน่นนอน ผู้หญิงที่เก่ง คล่องแคล่ว และสวย เป็นสาวในฝันของพ่อเขาก็ว่าได้ ซึ่งยายห้าวของเขาก็สุดยอดในทุกๆ เรื่องอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาตื้อให้หล่อนมาไม่ได้ เขาตื้อเท่าไรหล่อนก็ไม่ยอมมา อ้างแต่ว่ามีธุระๆ โดยก่อนที่เขาจะมาที่นี่ หล่อนก็ขอให้เขาพาไปส่งที่คอนโดเธอเพื่อเตรียมตัวแล้วก็เผื่อเธอกลับมาก่อนที่เขาจะกลับ...เห้ออออ....หากคืนนี้ไม่นอนด้วยกันมีหวัง เขาเฉาตายแน่เลย.......เมื่อมาถึงที่นัดหมาย ในห้องอาหารนั้น เขาก็มองเห็น ชายวันกลางคนที่อยู่ในสูทสีดำเช่นเดียวกับเขา รูปร่างสูงโปร่งเหมือนเขา แล้วก็ใบหน้าละม้ายคล้ายเขา แต่ที่ไม่เหมือนก็คงเป็นสีผิวที่พ่อของเขาเป็นคนผิวขาว แต่เขานี่ผิวสีแทนเหมือนแม่เขา ผู้หญิงที่พ่อบอกกับเขาตลอดเวลาว่าเป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด และไม่เคยลืมเลือนไปจากหัวใจ...... ชายหนุ่มนึกดังนั้นก็พาลอมยิ้ม ไม่เคยลืมเลือนก็จร
** “แมนด้า หรือแมนดาริน คาซิโอ” **เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ เควิ่นรัก เขาและหล่อนเรียนที่เดียวกันที่อเมริกา เราทั้งคู่เคยคบกันสักระยะหนึ่ง แต่ด้วยความที่บ้านหล่อนมีปัญหาด้านการเงิน หล่อนจึงต้องออกจากมหาลัยกลางคัน จากนั้นเธอก็หนีหน้าเขาไปเกือบแรมปี ทำให้เขาเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคน อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็ถูกเรียกตัวให้กลับบ้าน เพื่อร่วมงานแต่งงานของพ่อของเขา ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจเจ้าสาวของพ่อตัวเองเท่าไรนัก เพราะพ่อของเขาแต่งงานเป็นว่าเล่น รวมครั้งนั้นก็รอบที่สี่แล้ว .......ภาพวันนั้น...วันแต่งงานของพ่อเขา เขาจำไม่เคยลืม หญิงสาวที่ยืนควงแขนพ่อของเขา ในฐานะเจ้าสาวในงาน ก็คือ “แมนด้า หรือแมนดาริน เรนเดียร์” หญิงสาวที่เขาเฝ้าตามหาตลอดเกือบหนึ่งปี หญิงสาวที่ทำให้หัวใจเขาตายด้านจนมาเจอยายห้าวของเขา แมนด้า...เป็นหญิงสาวที่ทำให้เขาเข้าใจว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ หลังจากวันนั้น วันที่หล่อนเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงของเขา เขาก็แทบจะไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไรนัก โดยจะอยู่กับคุณอาลัล และคนในตระกูลแกรนด์เดร์สันมากกว่านับจากวันนั้น จนมาถึงวันนี้ก็ผ่านมาเกือบแปดปีแล้ว นับจากวันที่หล่อนจดทะเบียนกับพ่อของเขา แล
น้ำใส ตื่นขึ้นมา เพราะกลิ่นอาหารที่แสนจะหอมตลบอบอวนห้อง หล่อนมองนาฬิกาบนหัวเตียง 7.30 น. อื้อหือ..เขาตื่นเช้าจังเลย หญิงสาวนึกในใจ หล่อนค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกมาจากเตียงนอน เปิดประตูห้องนอนแล้วตรงไปยังห้องครัวทันที ภาพที่เห็น คือชายหนุ่มร่างบึกบึน ใส่เสื้อกล้าม คาดผ้ากันเปื้อน ผ้าขนหนูผืนบางคาดศีรษะไว้หญิงสาว หลุดขำออกมาเล็กน้อย ตั้งแต่ที่หล่อนอยู่กับเขามา วันนี้ถือว่าเขาจัดเต็มที่สุดเลย เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนแบบสุดๆ เลยนะเนี้ยะ ขัดกับบุคลิกมากเลย ภาพลักษณ์ที่เป็นผู้ชายใบหน้าเฉยชา ไร้อารมณ์หายวับไปในพริบตา หล่อนยืนมองชายหนุ่มทำอาหารอย่างมีความสุข จนอยากที่จะทำบ้าง แต่กลัวว่ามันจะไม่ง่ายเหมือนที่เขาทำนะสิ ดูซิคล่องแคล่วไปซะหมดเควิ่น กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่า มีหญิงสาวแอบมายืนอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไร เขานึกอยู่อย่างเดียวแหละว่า เขาต้องทำอาหารดีๆ มีประโยชน์ให้กับที่รักของเขา เพราะตั้งแต่หล่อนอยู่โรงพยาบาลหล่อนทานแต่ข้าวต้มปลา อาหารอ่อนๆ ทั้งนั้น วันนี้เขาจะทำสปาเก็ตตี้ สูตรมิสเตอร์เค ให้หล่อนทาน...รับรองว่าหล่อนต้องติดใจในรสชาดของมันแน่นอน ชายหนุ่มทำไปอมยิ้มไป
แอ๊ด.....!!!!! .มือหนาของชายหนุ่มกุมอยู่ที่ลูกบิดประตูห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน แห่งหนึ่ง เควิ่นค่อยๆ ปิดมันอย่างเบามือที่สุด สายตาก็หันไปมองร่างอรชรของหญิงสาวที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ของยา ชายหนุ่มค่อยๆ เดินมาใกล้เตียงนอน ดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิทและลมหายใจที่ผ่อนเข้า-ออกอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกถึงว่าเจ้าหล่อนคงยังไม่ตื่นง่าย ดวงตาเข้มจ้องมองใบหน้าเรียวงามนั้น แววตาอ่อนโยน เขารู้สึกสงสารหล่อน เขาเคยเตือนหล่อนแล้วว่างานเนี้ยมันไม่เหมาะกับผู้หญิง มันอันตรายสารพัด แล้วนี่ต้องมาเจ็บตัวอีก นอนให้น้ำเกลือเลยเห็นไหม..เฮ้ออ....ดื้อจริงอะไรจริงนะเนี้ยนิ้วเรียวยาวค่อยๆ เกลี่ยผมของหญิงสาวที่มันปกใบหน้าสวยนั้นขึ้นทัดใบหู ชายหนุ่มเกลี่ยนิ้วเบาๆ แถวแก้มใสนั้น เรียวปากบางที่เขากำลังสัมผัสนี้มันมีรอยแตกแถวมุมปาก ...นี่มันทำร้ายยายห้าวของฉันด้วยหรือนี่ ....หน้าตัวเมียจริงๆ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังทำได้ นี่ถ้าหากพวกเขาไปช่วยไม่ทัน มีหวังร่างบางของหล่อน เนื้อตัวของหล่อนคงเละไม่มีชิ้นดี...หึ...ฉันเจอแกวันไหน ฉันจะเป่ากะบาลแกเอง..ไอ้เลวทั้งหลายก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ....เสียงเคาะประตูห้อง ทำให้เควิ่นละสายตาจากร่างบาง มองไปยั
แสงแดดที่ลอดส่องผ่านพัดลมระบายอากาศขนาดยักษ์จากหลังคาของโกดังร้าง มันส่องกระทบใบหน้าสวยของหญิงสาวที่เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ หล่อนค่อยๆ หรี่ดวงตาคู่สวยของหล่อน เธอรู้สึกแสบตาเล็กน้อยหลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้
หลังจากวันหยุดพักผ่อนยาวของ น้ำใสจบลง เธอถูกเรียกตัวเข้าไปที่กรมฯ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ คนในองค์กรของเธอถูกระดมเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากครั้งที่แล้ว ในระหว่างที่หล่อนจอดรถแวะที่ปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวเติมน้ำมันและทำธุระส่วนตัว หล่อนก็นึกถึงคนตัวโตที่กลับไปก่อนหล่อนเมื่อตอนเช้า เพราะคุณอาลัล มีงานที่สั่งการด่วนเหมือนกัน.. เขาอ้างว่าอย่างนั้นนะ...!!! .ครืดๆ ๆ ๆ ครืดๆ ๆ ๆ หญิงสาวก้มมองกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่หล่อนสวมใส่ เสียงมือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในนั้นมันสั่นไปมาอยู่สามสี่ครั้ง บ่งบอกถึงมีสายเรียกเข้า.“.....แหม ๆ ๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลยนะ....” น้ำใส เปรยออกมาเบาๆ เมื่อหล่อนหยิบเจ้าเครื่องน้อยนั้นขึ้นมาดู โดยไม่ลืมอมยิ้มกับชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น“ฮัลโหล...ว่าไงค่ะที่รัก” หญิงสาวแสร้งกรอกเสียงหวานๆ ใส่คนปลายสาย เมื่อหล่อนกดรับสายนั้นทันที เสียงนั้นทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าระเบียงนั้น ยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว“ครับที่รัก...ถึงไหนแล้ว มาถึงกรุงเทพฯ หรือยัง” เควิ่น พูดกับหญิงสาวโดยปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ทั้งๆ ที่ตอนนี้ เขาร้อนใจเป็นบ้าเลย กับข่าวที่เขาได้มานี้







