مشاركة

Chapter9: อดีต

last update تاريخ النشر: 2026-05-20 22:09:24

ร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาอย่างช้าๆ ตาเรียวมองคนที่นอนกอดเธอเอาไว้ มือเล็กไล้ลูบไปที่โครงหน้าใหญ่พร้อมนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ภาพที่เธอกับเขาอยู่บนเตียงเมื่อคืนชัดเจนทุกอย่าง เยว่ซินหันไปหยิบนาฬิกาเรือนหรูของจื่อหลงที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงเพื่อดูเวลา

“อืมมม คุณตื่นเช้าเกินไปหรือเปล่า” เสียงทุ้มปนแหบเอ่ยถามขึ้นเมื่อคนในอ้อมกอดขยับตัว เยว่ซินหันมามองเจ้าของเสียพร้อมส่งยิ้มให้

“คุณนอนต่อก็ได้นะคะ พึงจะหกโมงเช้าเอง”

“นั่นน่ะสิ คุณไม่เหนื่อยเหรอ เมื่อวานคุณน่ะ…..” ยังไม่ทันพูดจบประโยคมือเรียวก็เอื้อมมาปิดปากคนพูดทันที เธออุส่าห์จะไม่นึกถึงมันแล้วเชียว เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันเพราะตอนที่เธอเจอเขาครั้งแรกเธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมเป็นของเขา แต่พอเจอสายตาและคำพูดที่เขาพูดกับเธอมันเลยทำให้เธอใจอ่อน

“ฉันว่าจะถามคุณตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว…แต่ฉันหลับไปซะก่อน” เสียงหวานบอกออกมาด้วยเสียงอ้อมแอ้ม ทำให้คนที่ยันตัวนั่งพิงเตียงยิ้มขำออกมา

“ไม่ต้องมาขำเลยนะคะ”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันรู้จักยัยคุณนายนั่น” เยว่ซินถามเสียงเบาเมื่อนึกถึงคุณนายเจียง จื่อหลงสูดลมหายใจพร้อมดึงร่างเล็กเข้ามาโอบไหล่เอาไว้

“ผมรู้ได้ไม่อยากหรอก ใช่ไหมหวังจินเยว่” จื่อหลงถามออกมาพร้อมมองเสี้ยวหน้าผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอด เยว่ซินขยับออกจากอ้อมแขนแกร่งเล็กน้อยพร้อมมองหน้าคมด้วยความตกใจ

“คุณรู้ชื่อจริงของฉัน”

“อืม ใช่” เขาตอบรับสั้นๆ พร้อมดึงคนข้างกายมากอดไว้อีกรอบ

“ไม่ต้องตกใจหรอกผมรู้เรื่องของคุณหมดนั่นแหละ ครอบครัวคุณถูกพี่สะใภ้ของพ่อตามฆ่าเพราะหลังจากพ่อคุณตายคุณกับแม่มีสิทธิ์ในมรดก คุณนายเจียงเลยต้องตัดขู่แข่งทั้งหมดของตัวเอง คุณกับแม่เลยมาอาศัยอยู่กับเพื่อนเพียงคนเดียวของแม่คุณ โชคดีที่แม่คุณเป็นคนฉลาด หล่อนเลยพาคุณหลบมาได้จนถึงตอนนี้” เยว่ซินกระพริบตาถี่ๆ ด้วยความทึ่งที่เขารู้เรื่องทุกอย่างของเธอละเอียดขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีคนอื่นรู้เรื่องนี้เหมือนกัน

“ไม่ต้องกังวลหรอก มีเพียงแค่ผมกับลูกน้องสองคนที่รู้เรื่องนี้”

“แล้วคุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง เพราะถ้าสืบแค่ผิวเผินไม่มีทางรู้ได้แน่ๆ” เยว่ซินถามด้วยความสงสัยอีกรอบ

“ผมติดต่อเพื่อนของคุณและเพื่อนของแม่คุณไป พวกเขาอยากขอโทษคุณเหมือกัน แต่ช่างพวกเขาไปก่อนก็แล้วกัน” จื่อ

หลงอธิบายออกมาพร้อมใช้มือลูบผมที่ยาวสลวยของคนข้างกาย ทำให้เยว่ซินยิ้มออกมา

“อ่าใช่ มีอีกเรื่องที่ฉันยังไม่รู้” เยว่ซินร้องออกมาอย่างนึกได้และขยับตัวออกมาเพื่อมองหน้าคมเล็กน้อย

“คุณทำเหมือนรู้จักฉันมาก่อน ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน คุณเข้ามาช่วยฉันง่ายเกินไป” คนถามถามออกมาพร้อมจ้องมองอีกคนอย่างต้องการคำตอบ

“ก็คุณสวย ผมอยากช่วยคนสวยผิดด้วยเหรอ” จื่อหลงตอบออกมาพร้อมทำสีหน้ากวนๆ จนหญิงสาวต้องยกมือตีที่อกแกร่งเบาๆ

“คุณไม่รู้สึกว่าคุ้นหน้าผมบ้างเหรอ” เขาหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็ถามเธอออกมาพร้อมจ้องไปที่ดวงตาคู่สวยจนคนถูกจ้องต้องหลบสายตาด้วยความเขิน

“จะว่าฉันคุ้นก็คุ้นนะ ฉันอาจจะเคยเห็นหน้าคุณตามทีวีหรือนิตยสาร” หญิงสาวบอกออกมาอย่างที่คิดเอาไว้แต่จื่อหลงก็ส่ายหน้า

“ไม่ใช่หรอก ผมไม่เคยให้ถ่ายรูปลงนิตยสารนอกจากจะเป็นการแอบถ่าย”

“คุณกับแม่เคยช่วยชีวิตใครมาก่อนหรือเปล่าล่ะ” จื่อหลงถามพร้อมมองหน้าหญิงสาวไปด้วย ใบหน้าหวานคิ้วขมวดอย่างใช้ความคิด ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกกว้างเพราะนึกออก

“คุณคือพี่ชายคนนั้นที่แม่ของฉันช่วยเอาไว้ ตอนที่ฉันกับแม่มาไต้หวันวันแรก” หญิงสาวนึกถึงวันแรกที่แม่พาเธอมาที่ไต้หวัน แม่ของเธอพาเธอไปเที่ยวที่สถานที่หนึ่งที่เป็นสวนสาธารณะแต่ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวมากนัก จนกระทั่งเจอกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งลอยมาตามน้ำในแม่น้ำของสวนสาธาณะ ตอนแรกเธอคิดว่าพี่ชายคนนั้นจะไม่มีชีวิตรอดจนกระทั่งแม่ของเธอร้องเรียกให้คนแถวนั้นช่วยและพาไปโรงพยาบาล

“ผมรอจนกระทั่งมั่นใจว่าผมจะโตพอที่จะตามหาคุณกับแม่ที่ช่วยชีวิตผมเอาไว้ แต่มันคงนานเกินไป” เขาบอกเสียงแผ่ว ตอนที่ลูกน้องคนสนิทมาบอกว่าเจอตัวเยว่ซินแล้วเขาดีใจมากเพราะหวังว่าจะได้เจอผู้ที่ช่วยชีวิตเขาไว้อีกครั้งนั่นก็คือเยว่ซินและแม่ของเธอ แต่ก็พบข่าวร้ายว่าแม่ของหญิงสาวจากไปแล้วด้วยโรคร้าย

“คุณอาจจะจำผมไม่ได้ แต่ผมจำคุณได้นะผมจำชื่อที่แม่คุณเรียกคุณได้”

“อาจจะชื่อซ้ำกันก็ได้นะ” เธอบอกออกมา เพราะจีนส่วนหรือชื่อภาษาอื่นๆ ก็มีสิทธิ์ซ้ำกันได้ทั้งนั้น

“ชื่อเยว่ซินในไต้หวันอาจจะมี เพราะนั่นเป็นชื่อที่แม่คุณตั้งให้ใหม่ แต่ชื่อมณีจันทร์ที่เป็นชื่อภาษาไทยของคุณคงไม่มีคนไต้หวันใช้ชื่อนี้” เยว่ซินตาโตทันที ถึงเขาจะพูดชื่อภาษาไทยของเธอด้วยสำเนียงจีนแต่เธอก็มั่นใจว่านั่นคือชื่อของเธอ เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแม่ของเธอเรียกชื่อภาษาไทยของเธอต่อหน้าคนอื่น แต่เขาก็จำได้

“จำแหวนที่คุณให้ผมได้ไหม” เขาถามออกมาก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือในลิ้นชักที่อยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง

“ผมยังเก็บมันไว้นะ” เขายื่นมือถือให้หญิงสาวดู คิ้วสวยขมวดเข้าหากันพร้อมมองรูปภาพแหวนพลาสสติกของเล่นรูปพระจัทร์ครึ่งเสี้ยวสีเหลือง ที่อยู่ในกล่องพลาสติกใส ดูก็รู้ว่าเขาคงจะเห็บมันไว้เป็นอย่างดี

“ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำ” หญิงสาวบอกออกมา ดวงตาใสมีหยาดน้ำตาเอ่ออยู่เล็กน้อยด้วยความรู้สึกดี เขาจำเรื่องราวของเธอได้เป็นอย่างดี อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นเขาเองก็อายุมากกว่าเธอ คนตรงหน้าเลยจำเรื่องราวต่างๆ ได้หมดทุกอย่าง

“คุณเคยบอกว่าผมเป็นผู้เฒ่าอยู่เลยนะ จำได้ใช่ไหม” จื่อหลงเอ่ยถามเสียงทุ้ม ทำให้คนผิวขาวหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมพยักหน้า ทำไมเธอจะจำไม่ได้ล่ะ เขาอายุเยอะกว่าเธอตั้งเจ็ดปีในสายตาเธอตอนนั้นเขาก็ดูแก่จริงๆ เพราะเขาเองก็มีเชื้อสายชาวยุโรปเขาจะดูโตกว่าคนเอเชียก็ไม่แปลก

“ไม่ต้องหัวเราะเลย ผมพึ่งจะสามสิบกว่าๆ เองนะคุณ” จื่อหลงว่าออกมาพร้อมโยกหัวเล็กเบาๆ

“คุณว่าคุณนายเจียงจะสงสัยฉันไหมคะ”

“ไม่หรอก หล่อนคงไม่คิดว่าคุณเป็นคนเดียวกับหลานสาวที่หล่อนคิดจะกำจัดหรอก” จื่อหลงว่าออกมาตามที่เขาคิด แต่ถึงแม้ว่าคุณนายเจียงจะสงสัยหล่อนก็คงทำอะไรไม่ได้ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่

“ไปอาบน้ำกัน” จื่อหลงบอกเพราะตอนนี้ก็ใกล้จะเจ็ดโมงครึ่งแล้วเขากลัวว่าหญิงสาวจะหิวข้าวซะก่อนที่จะทำการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม

“ไม่ค่ะ ฉันจะไปอาบก่อน” เยว่ซินว่าออกมาพร้อมขยับตัวออกจากอ้อมแขนที่โอบเธออยู่ จื่อหลงก็ยอมปล่อยหญิงสาวแต่โดยดี

“แล้วคุณไม่เจ็บ…ตรงนั้นเหรอ” คำถามเรียบๆ แต่ทำให้คนฟังหน้าขึ้นสี ทำไมเขาถึงชอบทำให้เธอเขินนักนะ เยว่ซินไม่ได้ตอบแต่พยายามพยุงตัวเองลงจากเตียงและลากสังขารเดินไปห้องน้ำ

“อ๊ะ…คุณเฉินปล่อย ฉันเดินเองได้” หญิงสาวร้องบอกออกมาเมื่อแขนแกร่งช้อนตัวเธอไปอุ้มเอาไว้

“ผมไม่ทำอะไรหรอกหน่า” จื่อหลงบอกออกมาเสียงเรียบสั้นๆ พร้อมก้าวเท้าไปทางห้องน้ำ โชคดีที่เมื่อคืนเขาสวมชุดคลุมให้เธอแล้วไม่อย่างนั้นเขาคงอดใจไม่ได้

“เดี๋ยวผมให้ซีริวสั่งอาหารมาไว้นะ ถ้าอาหารมาแล้วคุณทานก่อนผมได้เลย ส่วนของใช้ทั้งหมดของคุณผมให้คุณน้ำหวานฝากซีริวมาให้แล้ว” เขาบอกหญิงสาวก่อนจะปิดประตูห้องน้ำ ที่เขาบอกให้หญิงสาวทานอาหารก่อนเพราะเขากลัวว่าหญิงสาวจะหิว ส่วนตัวเขาปกติแล้วไม่ค่อยจะได้ทานอาหารเช้าจึงไม่ได้เดือดร้อนอะไร หญิงสาวรีบอาบน้ำพร้อมมองร่างกายตัวเองอย่างตกใจ

“ทำไมคุณทำรอยเยอะขนาดนี้นะ” หญิงสาวบ่นออกมาเมื่อเห็นรอยที่คนอยู่ในห้องนอนฝากเอาไว้บนร่างกาย เยว่ซินอาบน้ำเสร็จก็ห่มผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำแต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นซีริวอยู่ในห้อง จื่อหลงรีบเอาตัวบังหญิงสาวเอาไว้ ส่วนซีริวก็รีบหันหลังให้ทันที

“แกรีบออกไปได้แล้วซีริว” เสียงเข้มเอ่ยบอก ซีริวรีบก้มหัวให้ทั้งที่ยังหันหลังอยู่พร้อมเดินออกมาจากห้องนอนของคนเป็นนาย เมื่อพ้นประตูห้อง เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“เกือบได้กินลูกปืนแล้วไหมล่ะเรา”

อาหารสองสามอย่างถูกวางเอาไว้บนโต๊ะทานอาหารที่ห้องอีกฝั่งที่อยู่ถัดจากห้องนั่งเล่น หญิงสาวรู้สึกว่าท้องเริ่มร้องเมื่อได้กลิ่นอาหาร จื่อหลงมองร่างเล็กด้วยความเอ็นดู เมื่อคืนเขาน่าจะสูบพลังจากเธอมากเกินไป เธอถึงได้ดูหิวขนาดนี้

“คุณทานก่อนเลยนะ ผมจะไปอาบน้ำก่อน”

“ไม่เป็นไรค่ะรอทานพร้อมกัน” เยว่ซินบอกออกมาพร้อมส่งยิ้มให้ จื่อหลงพยักหน้ารับแล้วรีบเข้าไปอาบน้ำ หญิงสาวจึงเอาชุดที่ซีริวเอามาให้ไปเปลี่ยน เธอเลือกเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสีดำสบายๆ มาใส่

“คุณอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ!!!” เยว่ซินร้องถามอย่างตกใจเมื่อประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมร่างสูงที่ใช้ผ้าขนหนูพันช่วงล่างเอาไว้ บนแผงอกและใบหน้ายังคงมีหยดน้ำเกาะอยู่ เขาเข้าไปในห้องน้ำไม่ถึงสิบนาทีเลยนะ หรือเขาเป็นคนอาบน้ำเร็วแบบนี้เป็นปกติ

“อืม ผมหิวข้าวน่ะ” เขาบอกเสียงเรียบ พร้อมเดินไปใส่เสื้อผ้าที่อยู่ตรงโซฟา เขาไม่อยากบอกว่าที่รีบอาบน้ำเพราะหญิงสาวบอกว่าจะรอกินข้าวพร้อมเขา และนี่ก็เป็นอาหารมื้อแรกที่เขากับเธอกินข้าวด้วยกัน อีกอย่างคือเขาไม่อยากปล่อยให้หญิงสาวหิ้วท้องรอนาน

“ทานอาหารกันเถอะ ผมจะได้พาคุณกลับไต้หวัน”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   chapter15: S..x Phone With my Love

    “นายจะไม่ให้ผมอยู่ด้วยจริงๆ เหรอครับ”“ฉันบอกแกไปแล้วไง แกก็แค่อย่าไปบอกพี่สาวกับแม่ฉันก็พอว่าแกไม่ได้นอนเฝ้า”“แต่นายครับ.....” ลู่เหวินยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ต้องเงียบ เมื่อได้รับสายตานิ่งๆ จากคนเป็นนายนี่แค่ช่วงบ่ายลูกน้องคนสนิทก็พร่ำถามอยู่เรื่อย เนื่องจากโดนคำสั่งมาจากบ้านใหญ่ว่าต้องให้คนมานอนเป็นเพื่อนกับเฉินจื่อหลง ลู่เหวินที่สองจิตสองใจว่าจะทำตามคำสั่งใคร สุดท้ายก็ต้องตามใจนายตนเองเป็นหลักอยู่ดี“เพื่อความสบายใจของแก แกไปยกโซฟามานอนหน้าห้องเฝ้าฉันก็แล้วกันจะได้สบายใจ”“หมดเรื่องแล้วจะไปทำอะไรก็ไป” มือหนาโบกไล่ลูกน้องให้ออกจากห้องของตัวเอง ถ้าเขารู้ว่าการแต่งงานมันจะยุ่งยากขนาดนี้ เขาแต่งงานเงียบๆ กับว่าที่เจ้าสาวสองคนก็ยังดี ครั้นจะไม่ทำตามธรรมเนียมก็คงจะโดนแม่บังเกิดเกล้าเอ็ดเอาแน่ๆ“เมื่อไหร่จะถึงคืนนี้เร็วๆ กันนะ”ณ บ้านใหญ่“ฉันกับยัยหวานนอนกับแกก็ได้นะยัยซินแกจะได้ไม่เหงาไง”“หรือแกไม่สะดวกที่ฉันกับเจ้แคนดี้นอนด้วย”“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก คือคืนนี้คุณเฉินเขาอยากโทรคุยน่ะ เพราะมันเหลืออีกตั้งสองวันกว่าจะถึงงานแต่ง ฉันเกรงใจ” เยว่ซินอธิบายให้เพื่อนตัวเองเข้าใจว่าทำไมถึงให้เพื

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   chapter14: ก่อนเข้าหอ

    “นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ลู่เหวินที่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีร้อนรนหลังจากออกไปคุยธุระด้านนอกทำให้คนเป็นนายที่ง่วนอยู่กับกองเอกสารมาเงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ พร้อมขมวดคิ้ว ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นั่นแหละลูกน้องคนนี้ถึงได้ลืมเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา“ทนายเก่าแก่ของตระกูลจีรวรกุลเสียชีวิตแล้วครับนาย”“เมื่อไหร่” เสียงหนาถามออกมาอย่างประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้ให้ลูกน้องตามสืบตั้งแต่แรก อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยหากไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับว่าที่ภรรยาเขาก็คงไม่เข้าไปยุ่ง“ประมาณสองเดือนที่แล้วครับ มีสายรายงานว่าคุณเจียงประกาศทนายคนใหม่ของตระกูลเพราะทนายคนเก่าที่ชื่อเกรียงไกรเสียชีวิตครับ” ลู่เหวินรายงานข่าวตามที่เขาไปสืบหามาได้ เมื่อได้ยินที่ลูกน้องรายงานก็ยิ่งทำให้คิ้วหนาของจื่อหลงขมวดเป็นปมหนักขึ้นไปอีก“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ” ลู่เหวินก้มหัวเป็นการตอบรับ“ทั้งๆ ที่ฉันอยากจัดการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนงานแต่ง แต่สงสัยว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาเป็นว่าหลังจากแต่งงานแล้วฉันค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน”“แล้วนี่ซีริวออกไปรับเพื่อนเยว่ซินที่สนามบินแล้วใช่ไหม” พอจื่อหลงรับรู้ว่าเพื่อ

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   chapter13: ห่าง

    ช่วงเช้าก่อนงานแต่งหนึ่งวัน เยว่ซินต้องเตรียมพร้อมอะไรหลายๆ อย่าง แต่เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะวาวาและว่าที่แม่สามีเตรียมพร้อมให้เธอทุกอย่าง จนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าครอบครัวนี้ก็ดีกับเธอเหลือเกิน วาวายกมือถือขึ้นมาดูก็เห็น ‘Miscall’ จากจื่อหลงรวมถึงข้อความในวีแชทหลายข้อความ เธอส่งวีแชทกลับไปว่าจะขอโทรหาน้ำหวานและเจ้แคนดี้ที่อยู่ประเทศไทยก่อน และที่เธอไม่ได้รับสายเพราะเมื่อเช้าวาวาให้เธอลงไปทำเล็บด้านล่าง โดยมีช่างทำเล็บจากร้านดังมาทำให้‘ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะ’ เสียงเล็กๆ ของน้ำหวานดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำให้เยว่ซินยิ้มออกมาเบาๆ เพราะปฏิกิริยาของเพื่อนเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ว่าที่เจ้าสาวโทรบอกข่าวดีกับเพื่อนที่อยู่ทางไกล เมื่อน้ำหวานรู้ก็บ่นออกมาชุดใหญ่เนื่องจากว่าเพื่อนสนิทคนสวยไม่ได้บอกข่าวคราวล่วงหน้า‘แบบนี้แกก็ไม่สะดวกมาเดินแบบให้ฉันแล้วสินะ’ เสียงใหญ่ที่ถูกดัดให้เล็กจนติดแหบเล็กน้อยดังแทรกเข้ามา วาวาที่เพิ่งจะเดินขึ้นมาจากห้องโถงชั้นล่างเพราะเพิ่งไปคุยเรื่องพีธีงานแต่งงานช่วงเช้ากับแม่ของเธอ เปิดประตูห้องนอนเข้ามาพร้อมเดินเข้ามาหาคนที่คุยโทรศัพท์อยู่“อีกสักพักมาลองชุดนะ

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   Chapter12: ความวุ่นวายก่อนงานแต่ง

    “โอ๊ยยยย เมื่อไหร่จะถึงพรุ่งนี้สักที” เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้าน ลูกน้องหลายคนแม้กระทั่งคนสนิทอย่างซีริวและลู่เหวินก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เขากลับมาถึงบ้านในช่วงเย็น เมื่อแม่และพี่สาวเห็นว่าเขาคงไม่ยอมห่างจากเยว่ซินง่ายๆ พี่และแม่จึงใช้วิธี 'ไล่' ให้เขากลับมาบ้านของตัวเอง“มองอะไรกัน ไปทำงานกันสิโว้ยยยย!!!!” จื่อหลงตะโกนไล่ลูกน้องที่เดินผ่านห้องโถง เพียงแค่ลูกน้องปรายตามองคนเป็นเจ้านายก็รู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด“นายคงรักคุณเยว่มากๆ”“เรียกได้ว่า ถ้าคุณเยว่สั่งให้พวกเราไปถ่วงน้ำ นายก็พร้อมจับเราสองคนถ่วงน้ำทันที” ซีริวกับลู่เหวินคุยกันเบาๆ ไม่ให้เจ้านายตัวเองได้ยิน ก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆ เดินออกจากห้องโถงไปอยู่หน้าบ้าน“พวกแกสองคนจะไปไหน!!! อยู่นี่แหละ” ลูกน้องคนสนิทสองคนหยุดเท้าตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเจ้านายตวาดถาม ทั้งสองจึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิม“ใจเย็นๆ สิคะคุณหนู พรุ่งนี้ก็จะไปรับตัวคุณเยว่มาแล้ว อดทนรอหน่อยนะคะ” ป้าหลิวเดินออกมาพร้อมน้ำเย็นก่อนจะยื่นให้จื่อหลง เขารับมาก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ“ผมไม่เคยกินน้ำอันนี้มาก่อน มันคืออะไรครับป้า” จื่อหลงมองแก้วน้ำในมือ น้ำที่อยู่ในแก้

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   Chapter11: แม่สามีที่รัก

    เยว่ซินเดินตัวเกร็งลงจากรถเบื้องหน้าของเธอคือคฤหาสน์ใหญ่อย่างกับพระราชวังที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าของเธอ แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เธอประหม่าเพราะสิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นและกังวลคือชายฉกรรจ์เกือบห้าสิบคนที่ยืนเรียงรายเป็นแถวตอนอยู่ทั้งสองฝั่งประหนึ่งซุ้มประตูเงินประตูทอง“ลูกน้องของคุณแม่คุณทำตัวเวอร์แบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”“หึ ไม่หรอกนี่คือปกติ ถ้าเวอร์ก็น่าจะประมาณสามร้อยคนขึ้นไปนี่แหละ เดี๋ยววันแต่งงานคุณก็จะได้เห็น” จื่อหลงหัวเราในลำคอกับคำถามของหญิงสาวพร้อมกับอธิบายให้ฟัง เมื่อเยว่ซินได้ฟังก็ถึงกับอ้าปากค้างเพราะเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน“เข้าไปข้างในกันเถอะ” จื่อหลงบอกพร้อมจับมือเรียวมากุมเอาไว้เพราะรู้ว่าหญิงสาวคงจะเป็นกังวลอยู่มาก“นายไม่คิดจะรอฉันก่อนรึไงจื่อหลง” วาวาที่วิ่งตามมาจากรถอีกคันร้องบอก แต่จื่อหลงก็ไม่ได้สนใจพร้อมรีบดึงเยว่ซินมาใกล้ตัวก่อนจะโอบรอบเอวเอาไว้เมื่อวาวาเดินเข้ามาใกล้“ฉันไม่ทำอะไรแม่นี่หรอกหน่า” วาวาบอกจื่อหลงอย่างหมดความอดทนเมื่อจื่อหลงทำท่าหวงหญิงสาวข้างกายมากเกินไป“ทำตัวให้เป็นคุณเลยนะ ไม่ต้องกลัว” จื่อหลงก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเล็ก ทำให้ร่างเล็ก

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   Chapter10: ต้อนรับนายหญิง

    “แหม่ ไม่ต้องประคับประคองขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เสียงใสเอ่ยทักขึ้นเมื่อเฉินจื่อหลงเดินเข้ามาภายในบ้าน พร้อมประคองร่างบางเข้ามาด้วย จื่อหลงกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายที่พี่สาวของเขายังอยู่ในบ้านอีก“ไม่ต้องทำหน้าต้อนรับฉันมากขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เฉินวาวาพี่สาวเพียงคนเดียวของเฉินจื่อหลงบอกออกมาอย่างขำๆ เมื่อเห็นท่าทีของน้องชาย นี่เขาลงทุนเอาเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปรับเธอมาเลยเหรอ“เขาไม่ให้เอาฮอส่วนตัวบินข้ามประเทศไม่ใช่รึไง”“มีสมองก็คิดบ้างสิเจ้ กลับไปได้แล้วไป” เขาบอกเสียงเรียบทำให้วาวาหน้าตึงขึ้นมาทันที หล่อนชอบกวนน้องชายตัวเอง แต่เจ้าบ้านี่ก็ชอบทำให้เธอประสาทเสียเหมือนกัน หน้าตาก็ว่าหยิ่งแล้วนิสัยของน้องชายเธอก็ยังไม่เปลี่ยนเลยตั้งแต่เด็กยันโต“ช่างนายเถอะ ฉันจะคุยกับหล่อน” หญิงสาวบอกออกมาอย่างไม่แยแสน้องชายตัวเองพร้อมมองไปยังเจ้าของร่างเล็กที่เคยเจอกันเมื่อไม่นานมานี้“ไม่ เจ้จะพูดกล่อมอะไรเธออีก” จื่อหลงเอื้อมมือมากั้นคนข้างกายจากพี่สาวของตัวเอง พร้อมไล่ทุกคนออกจากห้องโถง เหลือไว้แค่เขา เยว่ซิน และวาวา“เฮ้อ! นายนี่มันน่ารำคาญจริงๆ นะจื่อหลง ฉันได้ยินมาว่านายจะขอหล่อนแต่งงาน” คำพูดเรียบเฉยของวา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status