Se connecter“เธอใส่แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์เนี่ยนะเยว่ซิน” หลี่เหมย สาวร่างอวบถามคนเป็นเพื่อนออกมาขณะที่ตัวเองนั่งแต่งหน้าอยู่ เธอเหลือบมองเพื่อนอีกคนที่นั่งพับผ้าอยู่ พร้อมพิจาณาเพื่อนของตัวเองไปด้วย
‘เยว่ซิน’ หญิงสาวชาวไทยเชื้อสายจีน ที่แม่พาหนีญาติฝั่งพ่อที่เอาแต่แย่งเรื่องมรดกจนกลายเป็นสงครามแห่งสายเลือด พ่อของเธอเป็นลูกคนเล็กแต่กลับเป็นลูกรักของตระกูล ดังนั้นพี่ชายคนโตที่ควรจะได้มรดกหลักจึงต้องแพ้ไป แต่คนที่ไม่ยอมคืออาซ้อใหญ่หรือภรรยาของพี่ชายคนโตของพ่อ ที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มรดกเป็นของครอบครัวเธอ ทำได้แม้กระทั่งสั่งฆ่าน้องชายแท้ๆ ของสามี ดังนั้นแม่ของเยว่ซินจึงต้องหนีมาพึ่งแม่ของหลี่เหมยที่เป็นเพื่อนชาวไต้หวันเพียงคนเดียว ไม่อย่างนั้นเธอต้องตายก่อนที่จะโตเป็นสาวอย่างแน่นอน
“ฉันแค่ไปเป็นเพื่อนเธอนะหลี่เหมย อีกอย่างที่นั่นก็เป็นที่ที่อันตรายถึงจะเป็นสถานที่ของคนรวยก็เถอะ”
“ก็ดีเหมือนกัน ถึงเธอจะใส่แค่นั้นผู้ชายทั้งสนามก็มองตามเธอจนเหลียวหลังแล้วแหละ ฉันล่ะอิจฉาเธอจริงๆ ตั้งแต่สมัยเรียนใครๆ ก็เอาแต่ชอบเธอ แม้กระทั่งแฟนของฉัน” หลี่เหมย บอกออกมาจากความรู้สึกจริงๆ เพราะเพื่อนชาวไทยของเธอคนนี้สวยมากจริงๆ สวยกว่าดารานางแบบหลายคนด้วยซ้ำ ผมยาวสีดำปลายลอนนิดๆ ผิวขาว ปากอวบอิ่ม ยามไม่ได้แต่งแต้มอะไรก็ทำให้สวยอยู่แล้ว ทรวดทรงองเอวก็ดูดีมากจนผู้หญิงอย่างเธอนึกอิจฉา แม้กระทั่งแฟนคนปัจจุบันของเธอที่ไม่ได้ตั้งใจเข้าหาเธอตั้งแต่แรกแต่ที่เขาคบกับเธออยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเงินของเธอนั่นเอง
“เยว่ซิน ลงไปล้างจานให้น้าด้วยนะ”
แม่ของหลี่เหมยที่จู่ๆ ก็เปิดประตูเข้ามาทำให้สาวชาวไทยเพียงคนเดียวในห้องเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เป็นการรับคำ หลังจากที่แม่เธอเสียชีวิตไปเมื่อสามเดือนก่อนเพื่อนของแม่เธอคนนี้ก็ใช้งานเธอทั้งๆ ที่มีแม่บ้านคอยรับใช้ ร้านอาหารที่ตอนแรกเป็นของแม่เธอครึ่งหนึ่งผู้หญิงคนนี้ก็ยึดเอาหมด แต่ที่เพื่อนแม่คนนี้ยังให้เธออยู่ในบ้านเพราะเธอยังมีประโยชน์ต่อหลี่เหมยในเรื่องของการเรียนอยู่ อีกไม่นานเธอก็คงโดนเนรเทศออกจากบ้านนี้แน่
“หลี่เหมยวันนี้ได้ดูสัมภาษณ์คุณเฉินไหมลูก”
“มีสัมภาษณ์คุณเฉินเหรอคะแม่” เยว่ซินไม่ได้รอฟังต่อว่าสถานการณ์ต่อไปเป็นยังไงได้ยินเพียงเสียงกรี๊ดของหลี่เหมยที่ดังตามหลังมา ‘เฉินจื่อหลง’ ผู้ชายคนนี่มีอิทธิพลมากเลยสินะ สาวๆ ที่มหาลัยเธอถึงได้คลั่งไคล้เขามากกว่าดาราดั่งเสียอีก เธอไม่รู้รายละเอียดของเขามากเท่าไหร่นักรู้เพียงว่าเขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งที่มีอิทธิมากที่สุดคนหนึ่งในไต้หวัน มาเก๊า จีน และฮ่องกง และรู้ว่าเขาเป็นลูกครึ่งอิตาลี-ไต้หวัน แต่นั่นเป็นเพียงแค่คำสัมภาษณ์เพราะน้อยมากที่ผู้ชายคนนี้จะออกสื่อให้ถ่ายรูป
“ข้างนอกนั่นใครเหรอคะคุณเยว่” แม่บ้านที่พึ่งเดินเข้ามาในบ้านเรียกถาม ทำให้หญิงสาวที่พึ่งล้างจานเสร็จเดินออกมาตามเสียงเรียก
“ไหนเหรอ”
“อ่าวไปไหนซะแล้ว เมื่อสักครู่เห็นยืนข้างต้นไม้ตรงนั้นค่ะ” แม่บ้านชี้ออกไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่เยื้องๆ บริเวณหน้าบ้าน หญิงสาวผิวขาวมองตามไปก็ไม่มีอะไร เลยส่ายหัวพร้อมยิ้มให้แม่บ้านก่อนจะเดินขึ้นไปบนบ้าเพราะถึงเวลาที่จะออกไปข้างนอกกับหลี่เหมยแล้ว
“ฉันไม่ได้ตาฝาดนะคะคุณเยว่!”
ณ สนามแข่งรถ FEI LONG
เมื่อสองสาวอย่างเยว่ซินและหลี่เหมยมาถึงที่หมาย ก็ทำให้หญิงสาวที่ไม่ค่อยได้ออกไปไหนอย่างเยว่ซินถึงกับตื่นตาตื่นใจ ในความคิดของเธอสนามแข่งรถต้องเป็นสถานที่คนเถื่อนรวมตัวกัน แต่เธอพึ่งรู้ว่าสิ่งที่เธอคิดน่ะผิดอย่างมาก เพราะนอกจากจะดูสะอาดตาแล้วที่นี่ยังดูยิ่งใหญ่เกินสนามแข่งรถทั่วไป ก่อนจะรู้จากหลี่เหมยว่าที่นี่เป็นสถานที่ของนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในไต้หวัน คนที่จะมาแข่งรถที่นี่ได้ต้องมีเงินจำนวนมากถึงจะลงแข่งได้เพราะการพนันของที่นี่ก็สูงมากเช่นกัน ไม่ว่าจะพนันด้วยเงินหรือ……คน
“มากันแล้วเหรอสาวๆ” เสียงทักทายจากชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นทำให้หลี่เหมยฉีกยิ้มกว้างพร้อมเข้าไปควงแขนชายหนุ่มที่พึ่งเข้ามาทักทันที
“สบายดีนะเยว่ซิน”
“ฉันสบายดี ขอบคุณ” แทนที่ชายหนุ่มจะทักทายแฟนสาวอย่างหลี่เหมย เขากลับทักทายหญิงสาวอีกคนที่หน้าบอกบุญไม่รับแทน หญิงสาวทักทายกลับอย่างไม่ใยดี เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนของเธอถึงได้หลงรักผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลยอย่างหานเฟิงทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาเข้ามาเพราะหวังเงินจากเธอก็เท่านั้น
“นายไม่คิดจะแนะนำสาวน้อยคนสวยคนนี้ให้ฉันรู้จักเหรอ หานฟง” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้เยว่ซินกับหลี่เหมยหันไปมองเพราะไม่ทันได้สังเกตว่ามีผู้ชายอีกคนยืนอยู่ด้วย ผู้มาเยือนอีกคนที่เธอไม่คุ้นหน้ายิ้มหวานให้เธอแต่เธอก็ไม่ได้ยิ้มตอบกลับ คำว่ายิ้มสยามที่เคยใช้กับคนไทย แต่ตอนนี้ใช้ไม่ได้กับเธอแล้วล่ะ
“เยว่ซินนี่คุณเหลียง หัวหน้าที่ทำงานของฉันเอง” หานเฟิงแนะนำทั้งสองให้รู้จักกันก่อนที่เหลียงจะเข้ามาใกล้หญิงสาวที่สวมเสื้อยืดมากขึ้นจนเธอรู้สึกได้ เยว่ซินพึ่งรู้ว่าหานเฟิงลงพนันรถที่กำลังแข่งกันอยู่ ซึ่งเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้เพราะหานเฟิงไม่น่าจะมีเงินมากมายที่จะเอามาใช้สิ้นเปลืองอะไรขนาดนี้หากแพ้พนัน
“รู้ใช่ไหมหานเฟิงว่าถ้าแพ้แกต้องให้อะไรฉัน”
“ผมขอคุยกับหลี่เหมยก่อนนะครับคุณเหลียง เพราะนั่นก็เพื่อนเธอ” หานเฟิงบอกออกมาเสียงหวั่นๆ เพราะหากเขาแพ้พนัน เขาต้องให้สิ่งของแลกเปลี่ยนแทนเงินที่เขายืมผู้ชายคนนี้มาเพื่อใช้ลงพนัน หานเฟิงลากแขนหลี่เหมยออกมาห่างจากเยว่ซินโดยบอกเยว่ซินว่าเขาจะคุยธุระกับหลี่เหมย
“ว่าไงนะ ถ้านายแพ้นายจะใช้หนี้หัวหน้านายด้วยเยว่ซินเนี่ยนะ นายคิดบ้าอะไรอยู่!!!”
“เบาๆ สิ เดี๋ยวเพื่อนเธอก็ได้ยินหรอก”
“ฉันรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอก็แอบอิจฉาเพื่อนเธอเหมือนกัน เพราะเยว่ซินทั้งสวย เรียนเก่ง ยังไม่ทันเรียนจบมาก็มีบริษัทหลายแห่งติดต่อไปทำงานด้วย” เมื่อรู้ว่าแฟนสาวเริ่มลังเล หานเฟิงจึงเริ่มหลอกล่อด้วยการเอาข้อดีของเยว่ซินมาทำให้คนฟังเปลี่ยนใจ และดูเหมือนจะได้ผลเมื่อแฟนของเขาถอนหายใจออกมา
“ฉันหวังแค่ว่านายจะไม่แพ้”
“เฮ้!!!!!!”
“เห้ยอะไรวะ แพ้ได้ไงวะ วิ่งนำมาขนาดนั้น” หานเฟิงที่รู้ผลการแข่งขันร้องโวยวายออกมาเสียงดัง ในขณะที่หลี่เหมยเริ่มหน้าเสียก่อนที่เจ้าหล่อนจะหันไปหาเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
“หวังว่านายจะทำตามสัญญานะ หานเฟิง”
“ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ นายติดหนี้คุณเหลียงเท่าไหร่” หลี่เหมยเป็นคนร้องออกมา เยว่ซินที่เริ่มรู้สึกผิดสังเกตุหันมองรอบตัวก็เห็นผู้ชายสองคนมายืนอยู่ด้านหลังของเธอ
“เกิดอะไรขึ้น”
“ว่าไงหานเฟิง ติดเท่าไหร่” หลี่เหมยไม่ได้สนใจเยว่ซินแต่หันไปตะคอกถามแฟนหนุ่มของตัวเอง
“แปดแสนดอลลาร์ไต้หวัน” คำตอบออกมาจากปากของเหลียงทำให้หลีเหมยและเยว่ซินตาโต
“ถ้าเธอไม่มีปัญญาใช้หนี้แทนมัน ก็เอาเพื่อนเธอมาให้ฉัน” สิ้นเสียงคำพูดของเหลียงเขาก็สั่งให้ลูกน้องที่ยืนประกบเยว่ซินอยู่ก่อนแล้วเข้าจับหญิงสาวทันที หญิงสาวที่ไม่ใช่คนโง่รับรู้ได้ถึงหายนะที่เกิดขึ้นกับตัวเองทันทีว่าแฟนหนุ่มของเพื่อนเธอต้องเอาเธอไปเป็นของพนันแน่นอน ส่วนเหลียงก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะพนันคนแต่เมื่อเห็นเยว่ซินเขาจึงคิดแผนออกและหลอกล่อให้หานเฟิงที่ชอบเล่นการพนันอยู่แล้วติดกับดักของเขา
“ปล่อยฉันนะ!!!” เยว่ซินร้องออกมาพร้อมดิ้นสุดแรงก็ไม่เกิดประโยชน์เพราะสู้แรงผู้ชายไม่ได้ เหลียงสั่งให้ลูกน้องพาหญิงสาวที่ตอนนี้หนีไปไหนไม่ได้ไปขึ้นรถที่อยู่ฝั่งของสนามแข่ง ผู้คนรอบบริเวณไม่กล้าเข้ามายุ่งเพราะไม่ใช่เรื่องของตนเอง มีเพียงแค่หลี่เหมยเท่านั้นที่วิ่งตามมา
“เฮ้ยๆ นั่นรถใคร กำลังวิ่งไปทางนั้น” เสียงโหวกเหวกโวยวายเมื่อรถคันหนึ่งวิ่งตรงมายังกลุ่มของเหลียงด้วยความเร็วสูงพร้อมรถอีกคันที่วิ่งตามหลังมาติด ก่อนที่เหลียงและลูกน้องจะพากันตื่นตกใจเมื่อรถสปอร์ตคันหรูวิ่งตรงเข้ามาทำท่าจะชนพวกเขา ก่อนที่จะเบรกอย่างแรงห่างจากกลุ่มของเหลียงไม่กี่เมตรทำให้เหลียงที่ไม่ทันตั้งตัวหัวใจหล่นไปถึงตาตุ่มมองไปที่รถคันนั้นที่วิ่งเข้ามา ก่อนที่จะเห็นร่างหนึ่งก้าวลงมาจากรถสปอร์ตสีดำคันหรู
“ปล่อยเธอซะคุณเหลียง!”
“นายจะไม่ให้ผมอยู่ด้วยจริงๆ เหรอครับ”“ฉันบอกแกไปแล้วไง แกก็แค่อย่าไปบอกพี่สาวกับแม่ฉันก็พอว่าแกไม่ได้นอนเฝ้า”“แต่นายครับ.....” ลู่เหวินยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ต้องเงียบ เมื่อได้รับสายตานิ่งๆ จากคนเป็นนายนี่แค่ช่วงบ่ายลูกน้องคนสนิทก็พร่ำถามอยู่เรื่อย เนื่องจากโดนคำสั่งมาจากบ้านใหญ่ว่าต้องให้คนมานอนเป็นเพื่อนกับเฉินจื่อหลง ลู่เหวินที่สองจิตสองใจว่าจะทำตามคำสั่งใคร สุดท้ายก็ต้องตามใจนายตนเองเป็นหลักอยู่ดี“เพื่อความสบายใจของแก แกไปยกโซฟามานอนหน้าห้องเฝ้าฉันก็แล้วกันจะได้สบายใจ”“หมดเรื่องแล้วจะไปทำอะไรก็ไป” มือหนาโบกไล่ลูกน้องให้ออกจากห้องของตัวเอง ถ้าเขารู้ว่าการแต่งงานมันจะยุ่งยากขนาดนี้ เขาแต่งงานเงียบๆ กับว่าที่เจ้าสาวสองคนก็ยังดี ครั้นจะไม่ทำตามธรรมเนียมก็คงจะโดนแม่บังเกิดเกล้าเอ็ดเอาแน่ๆ“เมื่อไหร่จะถึงคืนนี้เร็วๆ กันนะ”ณ บ้านใหญ่“ฉันกับยัยหวานนอนกับแกก็ได้นะยัยซินแกจะได้ไม่เหงาไง”“หรือแกไม่สะดวกที่ฉันกับเจ้แคนดี้นอนด้วย”“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก คือคืนนี้คุณเฉินเขาอยากโทรคุยน่ะ เพราะมันเหลืออีกตั้งสองวันกว่าจะถึงงานแต่ง ฉันเกรงใจ” เยว่ซินอธิบายให้เพื่อนตัวเองเข้าใจว่าทำไมถึงให้เพื
“นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ลู่เหวินที่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีร้อนรนหลังจากออกไปคุยธุระด้านนอกทำให้คนเป็นนายที่ง่วนอยู่กับกองเอกสารมาเงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ พร้อมขมวดคิ้ว ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นั่นแหละลูกน้องคนนี้ถึงได้ลืมเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา“ทนายเก่าแก่ของตระกูลจีรวรกุลเสียชีวิตแล้วครับนาย”“เมื่อไหร่” เสียงหนาถามออกมาอย่างประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้ให้ลูกน้องตามสืบตั้งแต่แรก อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยหากไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับว่าที่ภรรยาเขาก็คงไม่เข้าไปยุ่ง“ประมาณสองเดือนที่แล้วครับ มีสายรายงานว่าคุณเจียงประกาศทนายคนใหม่ของตระกูลเพราะทนายคนเก่าที่ชื่อเกรียงไกรเสียชีวิตครับ” ลู่เหวินรายงานข่าวตามที่เขาไปสืบหามาได้ เมื่อได้ยินที่ลูกน้องรายงานก็ยิ่งทำให้คิ้วหนาของจื่อหลงขมวดเป็นปมหนักขึ้นไปอีก“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ” ลู่เหวินก้มหัวเป็นการตอบรับ“ทั้งๆ ที่ฉันอยากจัดการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนงานแต่ง แต่สงสัยว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาเป็นว่าหลังจากแต่งงานแล้วฉันค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน”“แล้วนี่ซีริวออกไปรับเพื่อนเยว่ซินที่สนามบินแล้วใช่ไหม” พอจื่อหลงรับรู้ว่าเพื่อ
ช่วงเช้าก่อนงานแต่งหนึ่งวัน เยว่ซินต้องเตรียมพร้อมอะไรหลายๆ อย่าง แต่เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะวาวาและว่าที่แม่สามีเตรียมพร้อมให้เธอทุกอย่าง จนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าครอบครัวนี้ก็ดีกับเธอเหลือเกิน วาวายกมือถือขึ้นมาดูก็เห็น ‘Miscall’ จากจื่อหลงรวมถึงข้อความในวีแชทหลายข้อความ เธอส่งวีแชทกลับไปว่าจะขอโทรหาน้ำหวานและเจ้แคนดี้ที่อยู่ประเทศไทยก่อน และที่เธอไม่ได้รับสายเพราะเมื่อเช้าวาวาให้เธอลงไปทำเล็บด้านล่าง โดยมีช่างทำเล็บจากร้านดังมาทำให้‘ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะ’ เสียงเล็กๆ ของน้ำหวานดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำให้เยว่ซินยิ้มออกมาเบาๆ เพราะปฏิกิริยาของเพื่อนเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ว่าที่เจ้าสาวโทรบอกข่าวดีกับเพื่อนที่อยู่ทางไกล เมื่อน้ำหวานรู้ก็บ่นออกมาชุดใหญ่เนื่องจากว่าเพื่อนสนิทคนสวยไม่ได้บอกข่าวคราวล่วงหน้า‘แบบนี้แกก็ไม่สะดวกมาเดินแบบให้ฉันแล้วสินะ’ เสียงใหญ่ที่ถูกดัดให้เล็กจนติดแหบเล็กน้อยดังแทรกเข้ามา วาวาที่เพิ่งจะเดินขึ้นมาจากห้องโถงชั้นล่างเพราะเพิ่งไปคุยเรื่องพีธีงานแต่งงานช่วงเช้ากับแม่ของเธอ เปิดประตูห้องนอนเข้ามาพร้อมเดินเข้ามาหาคนที่คุยโทรศัพท์อยู่“อีกสักพักมาลองชุดนะ
“โอ๊ยยยย เมื่อไหร่จะถึงพรุ่งนี้สักที” เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้าน ลูกน้องหลายคนแม้กระทั่งคนสนิทอย่างซีริวและลู่เหวินก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เขากลับมาถึงบ้านในช่วงเย็น เมื่อแม่และพี่สาวเห็นว่าเขาคงไม่ยอมห่างจากเยว่ซินง่ายๆ พี่และแม่จึงใช้วิธี 'ไล่' ให้เขากลับมาบ้านของตัวเอง“มองอะไรกัน ไปทำงานกันสิโว้ยยยย!!!!” จื่อหลงตะโกนไล่ลูกน้องที่เดินผ่านห้องโถง เพียงแค่ลูกน้องปรายตามองคนเป็นเจ้านายก็รู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด“นายคงรักคุณเยว่มากๆ”“เรียกได้ว่า ถ้าคุณเยว่สั่งให้พวกเราไปถ่วงน้ำ นายก็พร้อมจับเราสองคนถ่วงน้ำทันที” ซีริวกับลู่เหวินคุยกันเบาๆ ไม่ให้เจ้านายตัวเองได้ยิน ก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆ เดินออกจากห้องโถงไปอยู่หน้าบ้าน“พวกแกสองคนจะไปไหน!!! อยู่นี่แหละ” ลูกน้องคนสนิทสองคนหยุดเท้าตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเจ้านายตวาดถาม ทั้งสองจึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิม“ใจเย็นๆ สิคะคุณหนู พรุ่งนี้ก็จะไปรับตัวคุณเยว่มาแล้ว อดทนรอหน่อยนะคะ” ป้าหลิวเดินออกมาพร้อมน้ำเย็นก่อนจะยื่นให้จื่อหลง เขารับมาก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ“ผมไม่เคยกินน้ำอันนี้มาก่อน มันคืออะไรครับป้า” จื่อหลงมองแก้วน้ำในมือ น้ำที่อยู่ในแก้
เยว่ซินเดินตัวเกร็งลงจากรถเบื้องหน้าของเธอคือคฤหาสน์ใหญ่อย่างกับพระราชวังที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าของเธอ แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เธอประหม่าเพราะสิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นและกังวลคือชายฉกรรจ์เกือบห้าสิบคนที่ยืนเรียงรายเป็นแถวตอนอยู่ทั้งสองฝั่งประหนึ่งซุ้มประตูเงินประตูทอง“ลูกน้องของคุณแม่คุณทำตัวเวอร์แบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”“หึ ไม่หรอกนี่คือปกติ ถ้าเวอร์ก็น่าจะประมาณสามร้อยคนขึ้นไปนี่แหละ เดี๋ยววันแต่งงานคุณก็จะได้เห็น” จื่อหลงหัวเราในลำคอกับคำถามของหญิงสาวพร้อมกับอธิบายให้ฟัง เมื่อเยว่ซินได้ฟังก็ถึงกับอ้าปากค้างเพราะเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน“เข้าไปข้างในกันเถอะ” จื่อหลงบอกพร้อมจับมือเรียวมากุมเอาไว้เพราะรู้ว่าหญิงสาวคงจะเป็นกังวลอยู่มาก“นายไม่คิดจะรอฉันก่อนรึไงจื่อหลง” วาวาที่วิ่งตามมาจากรถอีกคันร้องบอก แต่จื่อหลงก็ไม่ได้สนใจพร้อมรีบดึงเยว่ซินมาใกล้ตัวก่อนจะโอบรอบเอวเอาไว้เมื่อวาวาเดินเข้ามาใกล้“ฉันไม่ทำอะไรแม่นี่หรอกหน่า” วาวาบอกจื่อหลงอย่างหมดความอดทนเมื่อจื่อหลงทำท่าหวงหญิงสาวข้างกายมากเกินไป“ทำตัวให้เป็นคุณเลยนะ ไม่ต้องกลัว” จื่อหลงก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเล็ก ทำให้ร่างเล็ก
“แหม่ ไม่ต้องประคับประคองขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เสียงใสเอ่ยทักขึ้นเมื่อเฉินจื่อหลงเดินเข้ามาภายในบ้าน พร้อมประคองร่างบางเข้ามาด้วย จื่อหลงกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายที่พี่สาวของเขายังอยู่ในบ้านอีก“ไม่ต้องทำหน้าต้อนรับฉันมากขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เฉินวาวาพี่สาวเพียงคนเดียวของเฉินจื่อหลงบอกออกมาอย่างขำๆ เมื่อเห็นท่าทีของน้องชาย นี่เขาลงทุนเอาเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปรับเธอมาเลยเหรอ“เขาไม่ให้เอาฮอส่วนตัวบินข้ามประเทศไม่ใช่รึไง”“มีสมองก็คิดบ้างสิเจ้ กลับไปได้แล้วไป” เขาบอกเสียงเรียบทำให้วาวาหน้าตึงขึ้นมาทันที หล่อนชอบกวนน้องชายตัวเอง แต่เจ้าบ้านี่ก็ชอบทำให้เธอประสาทเสียเหมือนกัน หน้าตาก็ว่าหยิ่งแล้วนิสัยของน้องชายเธอก็ยังไม่เปลี่ยนเลยตั้งแต่เด็กยันโต“ช่างนายเถอะ ฉันจะคุยกับหล่อน” หญิงสาวบอกออกมาอย่างไม่แยแสน้องชายตัวเองพร้อมมองไปยังเจ้าของร่างเล็กที่เคยเจอกันเมื่อไม่นานมานี้“ไม่ เจ้จะพูดกล่อมอะไรเธออีก” จื่อหลงเอื้อมมือมากั้นคนข้างกายจากพี่สาวของตัวเอง พร้อมไล่ทุกคนออกจากห้องโถง เหลือไว้แค่เขา เยว่ซิน และวาวา“เฮ้อ! นายนี่มันน่ารำคาญจริงๆ นะจื่อหลง ฉันได้ยินมาว่านายจะขอหล่อนแต่งงาน” คำพูดเรียบเฉยของวา







