Share

เสน่หาพรางรัก
เสน่หาพรางรัก
Author: ชวารัญ

ตอนที่1

last update publish date: 2026-09-13 03:34:52

เสียงชัตเตอร์จากกล้องนับร้อยตัวดังขึ้นผสมเข้ากับจังหวะดนตรีบีตหนักที่สั่นไปทั่วทั้งฮอลล์จัดแสดงของโรงแรมสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร แสงไฟสปอตไลต์ส่องสว่างจับจ้องไปยังเวทีแคตวอล์กยกระดับยาวเหยียดที่ถูกออกแบบสำหรับงานคืนนี้ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความหรูหรา ไฮโซ และความมีระดับของเหล่าผู้มีชื่อเสียง ไฮโซ และสื่อมวลชนทุกแขนงที่มารวมตัวกันเพื่อรับชมแฟชั่นโชว์คอลเลกชันฤดูการใหม่ของดีไซเนอร์ระดับโลก

ทว่าไฮไลต์ที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าที่มีราคาแพงสูงลิบลิ่ว แต่คือการปรากฏตัวของ "ปรางค์นลิน" หรือ "ปราง" ซูเปอร์โมเดลสาวสุดฮอตอันดับต้นๆของวงการ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องเรือนร่างเพรียวระหง ทรวดทรงนาฬิกาทรายอันสมบูรณ์แบบ และเสน่ห์เย้ายวนที่สามารถหยุดลมหายใจของผู้คนได้เพียงแค่การก้าวเดิน

ยามที่ร่างบางในชุดฟินาเล่ซีทรูสีดำปักดิ้นทองคำแท้ก้าวพ้นหลังผ้าม่านกำมะหยี่ออกมา เสียงฮือฮาด้วยความทึ่งก็ดังกระหึ่มขึ้นทั่วทั้งงาน ชุดที่เธอสวมใส่นั้นตัดเย็บอย่างประณีต เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างวับๆ แวมๆ ท่ามกลางลายปักอันซับซ้อน ผิวเนียนละเอียดสะท้อนแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับ ทุกจังหวะการยักย้ายสะโพกและส้นสูงสี่นิ้วที่กระทบพื้นแคตวอล์ก เต็มไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์ที่ใครก็ไม่สามารถล่ะสายตาไปได้

ปรางค์นลินคือหนึ่งในตัวท๊อปแห่งรันเวย์อย่างแท้จริง สายตาคมเฉี่ยวเปี่ยมเสน่ห์ของเธอ รวมถึงรอยยิ้มที่โปรยออกมามีอิทธิพลต่ทุกสายตาที่จับจ้อง... ยกเว้นเพียงคู่เดียว

ตรงมุมมืดใกล้กับราวกั้นโซนวีไอพี ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเรียบกริบยืนตระหง่านอยู่ ร่างกายอันบึกบึนภายใต้ร่มผ้าบอกถึงการฝึกฝนมาอย่างหนัก ไหล่กว้าง หลังตรง และท่วงท่าการยืนที่มั่นคงแข็วแรง "ภาม" อดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษผู้มีนัยน์ตาเรียบเฉยเย็นชา ราวกับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ในโลก ใบหน้าคมคายของเขาแสนเคร่งขรึม สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวไม่ได้จับจ้องที่ความงามของเรือนร่างนางแบบสาว แต่กำลังสแกนวิเคราะห์สภาพแวดล้อม มุมอับ สายตาผู้คน และทางออกฉุกเฉินตามสัญชาตญาณความปลอดภัยที่ฝังลึกเข้าไปในกระดูกของเขา

สำหรับภาม แสงแฟลชระยิบระยับเหล่านี้ไม่ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจ แต่มันชวนให้นึกถึงแสงวาบของการระเบิด เสียงชัตเตอร์ที่ถี่รัวเร็วฟังดูไม่ต่างจากเสียงกลไกของปืนสงคราม อาการ PTSD* ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ทำให้หัวใจเขาหนักอึ้ง เขาเกลียดงานสังคมที่แสนจะวุ่นวาย เกลียดความโดดเด่น และที่สำคัญที่สุด... เขาตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่รับงานคุ้มกันคนไหนอีกเลยนับตั้งแต่เหตุการณ์ในอดีตที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา

ทว่า เหตุผลเดียวที่เขามายืนอยู่ตรงนี้ในคืนนี้ เพราะถูกเพื่อนสนิทขอร้องแกมบังคับให้มาช่วยประเมินระบบรักษาความปลอดภัยในงานใหญ่ที่มีข่าวเรื่องการคุกคามของดาราไฮโซ

จังหวะที่ปรางค์นลินเดินมาถึงปลายแคตวอล์กเพื่อโพสท่าฟินาเล่ สายตาอันเฉียบแหลมของเธอกวาดมองฝูงชนด้านล่างอย่างเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางแววตาหลงใหลและชื่นชมของบรรดาชายหนุ่มและผู้มีอิทธิพลนับร้อยที่อยู่เบื้องล่าง แต่สายตาเย็นชาและแสนจะห่างเหินของภามกลับโดดเด่นออกมาอย่างน่าประหลาด เขาเป็นคนเดียวในฮอลล์ที่ไม่ตกอยู่ใต้เวทมนตร์ของเธอ ไม่แม้แต่จะยิ้มหรือแสดงอาการใดๆ

ในที่สุด... ก็พบตัวจนได้

หัวใจของปรางค์นลินกระตุกวูบเบาๆ ความทรงจำเมื่อ 5 ปีก่อนพลันผุดขึ้นมาในความคิดอย่างเด่นชัด ใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มหน้านิ่งที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้ในคดีมืดครั้งนั้น แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีและเขาดูโตขึ้น เคร่งขรึมขึ้น และมีร่องรอยความเจ็บปวดซ่อนอยู่ในดวงตามากขึ้น แต่เธอก็ไม่มีวันลืมดวงตาคู่เดิมคู่นั้นได้เลย นัยน์ตาที่เคยส่องประกายที่เคยปกป้องเธอในคืนที่มืดมิดที่สุดของชีวิต

ในขณะที่ภามจำเด็กสาวมอมแมมขวัญเสียในวันนั้นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะภาพของปรางค์นลินในวันนี้คือซูเปอร์โมเดลระดับอินเตอร์ที่เปล่งประกายเย้ายวนเกินกว่าจะเชื่อมโยงกับอดีตได้

มุมปากกระจับสวยของปรางค์นลินคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ขึ้นมาทันที มันไม่ใช่รอยยิ้มแบบการแสดงบนรันเวย์ทั่วไป แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความซุกซน นัยน์ตาคู่สวยจ้องตรงไปที่ภามอย่างเปิดเผย เธอยักไหล่เล็กน้อย หมุนตัวสะบัดชายผ้าซีทรูอย่างพริ้วไหว จังหวะหมุนตัวนั้น เธอจงใจเอี้ยวหน้ากลับมามองข้ามไหล่ ส่งสายตาท้าทายและแฝงความยวนยั่วอย่างเป็นเอกลักษณ์ตรงไปหาภามโดยเฉพาะ

แสงไฟสปอตไลต์ตกกระทบเรือนร่างของเธอจนดูราวกับรูปสลักอันงดงามที่กำลังเคลื่อนไหว ภามชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมกริบของเขาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยนั้นเต็มๆ รู้สึกได้ถึงกระแสความร้อนวูบวาบที่วิ่งผ่านแผ่นหลัง สายตาท้าทายของนางแบบสาวเหมือนกำลังกระเซ้าเย้าหยอกความเงียบขรึมของเขาโดยตรง

ภามขมวดคิ้วแน่น ปรับสายตากลับมาเย็นชาตามเดิม เขายกมือขึ้นประสานไว้ด้านหน้า ถอยหลังครึ่งก้าวเข้าสู่เงามืดข้างรันเวย์เพื่อสร้างระยะห่าง แต่ทว่าในอกข้างซ้าย อัตราการเต้นของหัวใจที่เคยนิ่งสงบกลับแอบเร่งจังหวะขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่ตั้งใจ

แฟชั่นโชว์จบลงด้วยเสียงปรบมือดังกึกก้อง ปรางค์นลินเดินกลับเข้าสู่หลังเวทีพร้อมกับทีมงานที่รุมล้อมดูแลเธออย่างเนืองแน่น เสียงเอ่ยชมเชยจากเหล่าดีไซเนอร์และช่างแต่งหน้าชื่อดังไม่ขาดสาย แต่ความคิดของปรางค์นลินกลับหลุดลอยไปถึงบอดี้การ์ดหน้านิ่งที่ยืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดคนนั้น

"คุณปรางคะ! เลิศมากค่ะวันนี้ รันเวย์แทบไหม้เลย!"

ช่างแต่งหน้าส่วนตัวเอ่ยขึ้นขณะช่วยเธอถอดเครื่องประดับ

"ขอบคุณค่ะ"

ปรางค์นลินตอบพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ เธอหยิบเสื้อคลุมผ้าซาตินตัวยาวมาสวมทับชุดฟินาเล่ แต่จงใจไม่ผูกเชือกเอวให้แน่นหนานัก เผยให้เห็นเนินอกและชุดซีทรูด้านในอย่างหมิ่นเหม่ ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูหลังเวทีซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัว

และที่หน้าประตูนั่นเอง... ภามกำลังยืนคุยกับหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยด้วยท่าทีจริงจัง

ปรางค์นลินหยุดเดิน คลี่ยิ้มซุกซนในดวงตา เธอสั่งให้ทีมงานคนอื่นไปรอที่ห้องแต่งตัวก่อน ส่วนตัวเธอเองกลับก้าวขาฉับๆ ตรงเข้าไปหาบอดี้การ์ดหนุ่มหน้านิ่งทันที

"สายตาแบบนั้น...หมายความว่ายังไงคะ?"

เสียงหวานทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้นเบาๆ

ภามหันหน้ากลับมามองตามเสียง ร่างสูงใหญ่เกร็งทันทีเมื่อพบว่านางแบบสาวกำลังยืนอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสองก้าว กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ของน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายธรรมชาติของเธอพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสของเขาอย่างจัง

"ผมแค่ทำหน้าที่ประเมินความปลอดภัยครับ คุณปรางค์นลิน"

ภามตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เรียบเฉยจนเกือบจะเป็นน้ำแข็ง สายตาของเขามองตรงไปที่เพดานข้ามหัวเธอไป ไม่ยอมลดระดับลงมามองเรือนร่างวับๆ แวมๆ ภายใต้เสื้อคลุมซาตินที่เผยอออกมา

ปรางค์นลินขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนหัวไหล่ของเธอแทบจะชนกับแผ่นอกกว้างของเขา เธอเอียงคอเล็กน้อย มองตามสายตาของภามด้วยความขบขัน

"ประเมินความปลอดภัย? แต่สายตาของคุณเมื่อกี้ เหมือนกำลังมองว่าปรางเป็นตัวอันตรายมากกว่านะคะ... คุณหมีหน้านิ่ง"

สรรพนามกวนประสาทที่เธอตั้งให้สดๆ ร้อนๆ ทำเอาภามต้องลดสายตากลับลงมาจ้องมองใบหน้าสวยคมของเธอ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"ผมชื่อภามครับ ไม่ใช่หมี และถ้าคุณปรางไม่มีเรื่องด่วนเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย ผมขอตัว"

ภามขยับจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่ปรางค์นลินกลับยื่นมือเรียวสวยที่เล็บทาสีแดงสดไปแตะที่แผงอกกว้างภายใต้เสื้อสูทของเขาเบาๆ สัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นทำให้ภามชะงักกึก ร่างกายเกร็งอัตโนมัติ

"ร้อนตัวจังเลยนะคะ"

ปรางค์นลินกระซิบ นัยน์ตาพราวระยับด้วยความสนุกที่ได้เย้าหยอกน้ำแข็งขั้วโลกอย่างเขา

"ชักอยากรู้แล้วสิ... ว่าถ้าเกิดเรื่องด่วนขึ้นมาจริงๆ บอดี้การ์ดหน้านิ่งคนนี้ จะเข้ามาอุ้มปรางหรือว่าจะยืนมองเฉยๆ เหมือนเมื่อกี้กันแน่?"

ภามจ้องมองดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความท้าทายและรอยยิ้มซุกซน เขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามกดความรู้สึกแปลกประหลาดในอกลงไป ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่หนักแน่น

"หน้าที่ของผมคือความปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องไร้สาระครับ คุณปรางค์นลิน"

ภามแกะมือนุ่มของเธอออกจากอกอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปสองก้าว แล้วเดินหันหลังทิ้งระยะห่างไปทันที

ปรางค์นลินมองตามแผ่นหลังหนาและท่าทางการเดินที่เที่ยงตรงของภามด้วยรอยยิ้มกว้าง นัยน์ตาคู่สวยส่องประกายแห่งความมุ่งมั่นและความทรงจำอันแสนอบอุ่นในอดีต

แล้วเราจะได้เห็นกันค่ะ... คุณหมีหน้านิ่ง ว่ากำแพงน้ำแข็งของคุณ กับเสน่ห์ของปราง อะไรมันจะพังลงมาก่อนกัน

*โรค PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือ โรคเครียดหลังสภาวะสะเทือนขวัญ คือภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นหลังจากบุคคลได้เผชิญหรือพบเห็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง เช่น สภาวะสงคราม การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างกะทันหัน การถูกทำร้ายร่างกายหรือการล่วงละเมิด การเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หรือภัยธรรมชาติ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่8

    เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำอยู่ภายนอกเพนต์เฮาส์ดูคล้ายจะเงียบหายไปในเสี้ยววินาทีเมื่อคำพูดของพีทสิ้นสุดลง บรรยากาศภายในห้องกว้างตกอยู่ในความเงียบอันน่าสะพรึงและตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ภาม นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ตัวเกร็งแข็งดั่งหินผา นัยน์ตาคมกริบที่เคยเรียบเฉยบัดนี้สั่นระริกด้วยความเจ็บปวด ฝันร้ายในอดีตที่หวนกลับมาแทงฉีกหัวใจเขาอย่างรุนแรง ภาพหมวดมีนาที่สิ้นใจในอ้อมกอดของเขาพร้อมเลือดสีแดงฉานกลางงานเลี้ยงเมื่อห้าปีก่อน ซ้อนทับเข้ากับภาพของ ปรางค์นลิน ที่เพิ่งผ่านพ้นคมมีดของมือสังหารมาได้อย่างเฉียบพลัน อาการ PTSD ที่ซุกซ่อนอยู่ลึกๆ กำลังปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ลมหายใจของภามติดขัด ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ เหงื่อเย็นผุดซึมตามแผงอกและลำคอ ความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่รักไปอีกครั้งบดขยี้สติสัมปชัญญะของเขาจนแทบควบคุมไม่ได้ ปรางค์นลินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอันน่ากลัวนั้นในทันที เธอไม่สนเรื่องโทรศัพท์หรือชื่อของศัตรูในอดีต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดตรงหน้าคือชายหนุ่มที่กำลังถูกความทรงจำอันเลวร้ายกัดกิน ปรางค์รีบขยับตัวขึ้นมานั่งทับบ

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่7

    เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำลงมาริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างพร่ามัวไปพร้อมกับเสียงหวอของรถรักษาความปลอดภัย กานต์และทีมบอดี้การ์ดเสริมบุกเข้าควบคุมพื้นที่หรูอย่างรวดเร็ว มือสังหารชุดดำที่สลบไสลบนพื้นถูกล็อกตัวและลากออกไปอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้แขกเหรื่อในงานตื่นตระหนก "มึงต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ภาม เลือดมึงออกเยอะมาก!" พีทเข้ามาประคองเพื่อนสนิท พลางมองบาดแผลที่ไหล่ซ้ายของภามด้วยสีหน้าเครียดจัด "กูไม่ไปโรงพยาบาล" ภามตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบยังคงสแกนพื้นที่รอบตัวด้วยสัญชาตญาณเข้มงวด "ถ้าไปโรงพยาบาล นักข่าวจะรู้เรื่อง และศัตรูอาจจะตามไปเก็บงาน รถตู้พาคุณปรางค์กลับเพนต์เฮาส์เดี๋ยวนี้ ที่นั่นมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลครบถ้วน" "แต่คุณภามคะ... เลือดคุณไหลไม่หยุดเลยนะ!" ปรางค์นรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือเรียวสวยที่เคยแต่งเล็บสีสดใสบัดนี้เปื้อนคราบเลือดของภาม เธอจับแขนขวาของเขาไว้แน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความปวดใจ ภามหันมามองใบหน้าสวยคมที่บัดนี้ซีดเผือด เขา

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่6

    - งานกาล่า -ห้องแต่งตัวระดับวีไอพีของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยาอบอวลไปด้วยบรรยากาศหรูหรา เสียงดนตรีคลาสสิกแว่วมาจากห้องแกรนด์บอลรูมด้านนอก ค่ำคืนนี้คืองานดินเนอร์การกุศลและประมูลอัญมณีระดับไฮเอนด์ที่รวมเอาเหล่ามหาเศรษฐี ไฮโซ และสื่อมวลชนชั้นนำอย่างแน่นหนาทว่า สิ่งที่ทำให้ทีมงานในห้องแต่งตัวถึงกับหยุดหมุน ไม่ใช่แค่สร้อยเพชรน้ำงามมูลค่าหลายสิบล้านบนคอของ ปรางค์นลิน... แต่คือการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดหนุ่มหน้านิ่งในลุคใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดภาม ยืนถอนหายใจยาวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดสูททักซิโด้สีดำตัดเย็บอย่างประณีตแบรนด์ดังที่ปรางค์เป็นคนสั่งตัดด่วนพิเศษ เข้ากับเรือนร่างสูงใหญ่และช่วงไหล่กว้างของเขาได้อย่างไร้ที่ติ ปกเสื้อผ้าไหมสีดำเงาจับแสงไฟ เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในตัดกับไทหูกระต่ายสีดำทรงเนี้ยบ ปรับเปลี่ยนจากอดีตตำรวจสายโหดให้กลายเป็นบุรุษชั้นสูงทรงอิทธิพลที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายและเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างร้ายกาจประตูห้องกั้นส่วนตัวเปิดออก ปรางค์นลินก้าวออกมาในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินมิดไนท์บลู ผ้าไหมเงาวับทิ้งตัวยาวลากพื้น แหวกข้างสูงเผยเรียวขาสวยท้าทายสายตา คอระหงสวมสร้อยเพชรเม็ดงามที่ส

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่5

    เสียงหัวใจของภามเต้นตึกตักเป็นจังหวะหนักรัวอยู่เบื้องบน แผงอกกว้างทอดทับแนบชิดกับเรือนร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมกำมะหยี่สีเขียวมรกต ลมหายใจอุ่นจัดของเขารดระบายอยู่ข้างขมับของปรางค์นลินอย่างสม่ำเสมอแต่ติดขัดด้วยความตึงเครียด ภายในห้องฟิตติ้งที่เคยสว่างไสว บัดนี้สลัวลงเล็กน้อยเมื่อสปอตไลต์บางดวงถูกภามใช้เท้าถีบปลั๊กออกเพื่อลดจุดสังเกตจากภายนอกเรือนร่างของทั้งสองแนบชิดทุกสัดส่วนใต้ร่มเงาของโต๊ะแต่งตัวและโซฟาหนา แผ่นหลังเปลือยเปล่าของปรางค์สัมผัสเข้ากับพรมหนานุ่มและท่อนแขนแกร่งของภามที่ช้อนรองหลังเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและดอกมะลิประจำตัวนางแบบสาวละมุนอบอวลอยู่เต็มปอดของชายหนุ่ม กระตุ้นสัญชาตญาณความรู้สึกให้ตื่นตัวจนร้อนผ่าวไปทั้งร่างแม้ภามจะพยายามตั้งสติและจดจ่ออยู่กับการสังเกตการณ์ช่องระบายอากาศและมุมกระจกด้านนอก ทว่าความใกล้ชิดชนิดที่ลมหายใจแลกเปลี่ยนกันในระยะไม่ถึงเซนติเมตร ก็ทำให้อดีตนายตำรวจหนุ่มยากจะละเลยความเย้ายวนตรงหน้าได้ปรางค์นลินช้อนตามองใบหน้าคมคายตรงหน้าของบอดี้การ์ดหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่บานประตูด้วยความเคร่งขรึม ทว่าอัตราการเต้น

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่4

    สตูดิโอถ่ายแบบและฟิตติ้งเสื้อผ้าชั้นนำใจกลางกรุงเทพมหานครเนืองแน่นไปด้วยความวุ่นวายยามบ่าย ทั้งทีมงาน ช่างแต่งหน้า ช่างภาพ และสไตลิสต์ต่างเดินขวักไขว่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างรีบร้อน เสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชจากห้องสตูดิโอใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมดนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของ ภาม ยังคงยืนตระหง่านดุจประติมากรรมหินผาอยู่ตรงมุมห้อง นัยน์ตาคมกริบของอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างไม่ลดละ สายตาของเขาวิเคราะห์ทุกทิศทางอย่างถี่ถ้วน ทั้งทางเข้าออกฉุกเฉิน มุมอับของม่านกั้น หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นตึกฝั่งตรงข้าม รวมถึงพฤติกรรมของทีมงานทุกคนที่เข้าใกล้บริเวณห้องฟิตติ้ง สัญชาตญาณระวังภัยของเขากำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง เพราะจดหมายขู่ฉบับล่าสุดระบุชัดเจนว่าศัตรูอาจลงมือในสถานที่ทำงานของเป้าหมาย "คุณภามคะ... คุณปรางค์เรียกให้เข้าไปข้างในห้องฟิตติ้งค่ะ" เสียงของสไตลิสต์สาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มประหม่า ขณะชี้มือไปทางห้องแต่งตัวส่วนตัว VIP ที่ปิดม่านมิดชิด ภามขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ?" ภามถามเสียงเรียบ มือข้างห

  • เสน่หาพรางรัก   ตอนที่3

    แสงแดดแรกของวันทอดผ่านบานกระจกนิรภัยกรองแสงของเพนต์เฮาส์หรู ภามตื่นขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันอรุณรุ่ง สัญชาตญาณอดีตนายตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษสั่งให้เขานอนหลับเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งตื่นตัวรับรู้ทุกเสียงการเคลื่อนไหวรอบตัว เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวติดกระดุมถึงคอ พร้อมกางเกงสแล็กสีดำทรงเนี้ยบ กำลังเดินตรวจเช็กระบบเซนเซอร์ประตู สัญญาณเตือนภัยที่กระจก และมุมอับรอบห้องกว้างใหญ่อีกครั้งเป็นรอบที่สามของเช้าวันนี้ความเงียบสงบในห้องถูกทำลายลงเมื่อประตูห้องนอนใหญ่เปิดออก ปรางค์นลินก้าวเท้าออกมาในชุดคลุมผ้าไหมสีครีมตัวยาว สายรัดเอวผูกไว้หลวมๆ เผยให้เห็นขอบชุดนอนลูกไม้สีไวน์แดงด้านใน แสงแดดยามเช้าตกกระทบเรือนร่างระหงจนดูราวกับภาพวาดชิ้นเอก กลิ่นหอมอบอุ่นยามเช้าของเธอคละคลุ้งในอากาศ ทลายความตึงเครียดของห้องลงในพริบตา"อรุณสวัสดิ์ค่ะ... คุณหมีหน้านิ่ง ตื่นเช้าจังเลยนะคะ"ปรางค์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานใส นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยความเย้าหยอกตั้งแต่แรกเห็น เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัวเพื่อชงกาแฟ จงใจรินกาแฟดำเข้มข้นใส่แก้วทรงสูงใบหนึ่ง แล้วถือเดินตรงมาหาบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนหน้าเรียบนิ่งอยู่ตรงมุมห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status