공유

บทที่ 10

last update 게시일: 2025-07-06 13:00:26

เรือพร้อมจะไปส่งนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งในอีกครึ่งชั่วโมง ธามเตรียมตัวพร้อมจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในขณะที่อีธานเอาแต่ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งที่ค้างคาใจในเวลานี้

          ชายหนุ่มพยายามหาทางพบมีนาตั้งแต่ที่หญิงสาววิ่งหนีหายไป แต่ไร้เงาราวกับว่าไม่ได้อยู่ในจันทร์เจ้ารีสอร์ทนี้ ทางเดียวที่อีธานจะรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน ก็คงต้องถามชลาลัยเท่านั้น เขาจึงให้ธามรออยู่ที่ล็อบบี้แล้วกลับไปที่ออฟฟิศทันที

          อีธานเดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าออฟฟิศของจันทร์เจ้ารีสอร์ท ก็ได้พบกับชลาลัยอีกครั้ง แต่วันนี้สีหน้าเธอดูเคร่งเครียดจนไม่เหลือรอยยิ้มหวานๆ บนใบหน้าอีกเลย

          "สวัสดีค่ะ จะกลับวันนี้แล้วใช่ไหมคะ" ชลาลัยพยายามจะยิ้มหวานๆ ให้ลูกค้า แต่ตอนนี้เรื่องที่กำลังปวดหัวทำให้ยิ้มไม่ออกสักเท่าไร

          "ครับ เอ่อ คุณ เอ่อ คือ" อีธานไม่รู้จะเริ่มต้นถามถึงมีนาอย่างไร

          "เดินทางปลอดภัยนะคะ ขอบคุณที่ใช้บริการรีสอร์ทของเรา ถ้ามีโอกาสก็แวะมาอีก"

          "ยินดีครับ เอ่อ ผมมีอะไรจะถามหน่อย"

          "คือ ผม..." อีธานยังพูดไม่ทันจบ เสียงโหวกเหวงโวยวายก็ดังมาแต่ไกล สุภาพสตรีแปลกหน้าท่านหนึ่งท่าทางเคร่งเครียดเดินตรงมาที่ทั้งสองยืนอยู่

          "ไง แม่ชลาลัย ถึงวันนัดแล้วนะ หล่อนต้องให้ฉันข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาอีกเมื่อไรถึงจะยอมจ่ายเงินให้ครบ"

          "พี่สร้อยคะ คือว่า..."

          "พี่สร้อยอะไร หล่อนเป็นน้องฉันตั้งแต่เมื่อไร ไหนล่ะ เงินที่หล่อนบอกจะให้เอามาซิ ฉันจะได้กลับขึ้นฝั่งซะที" คุณนายสร้อยทองแบมือทันที

          "พี่สร้อยคะ ลูกค้ายังไม่เช็กเอ้าท์ลัยยังเก็บเงินไม่ได้ รอหน่อยนะคะ เดี๋ยวเย็นๆ ลัยจะเอาไปให้เอง" ชลาลัยรู้สึกอายเมื่อเห็นสายตาของอีธานที่มองตนทีมองคุณนายสร้อยทองทีด้วยความสงสัย

          "ฉันไม่เสียเวลารอหรอกนะ เวลาเป็นเงินเป็นทอง หล่อนมีเท่าไรเอามาให้ฉันก่อนดีกว่า" นางไม่ยอมกลับไปมือเปล่าแน่

          "แต่ว่า..."

          "ผู้หญิงคนนี้ต้องการเงินเท่าไรครับ" ยิ่งอีธานถามแบบนี้ก็ยิ่งแสดงว่าเข้าใจในสิ่งที่คุณนายสร้อยทองพูด ชลาลัยยิ่งรู้สึกอับอายขายหน้ามากขึ้นไปอีก

          "ไม่เป็นไรค่ะ คุณอีธาน เรื่องนี้ฉันจัดการเอง ขอโทษด้วยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณ นี่ใกล้เวลาเรือจะออกแล้วคุณออกไปรอที่ล็อบบี้ดีกว่าค่ะ" ชลาลัยอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอีกแล้ว

          "ห้าหมื่น ฉันต้องการเงินห้าหมื่น" คุณนายสร้อยทองพูดเสียงดังฟังชัด แถมยังทำมือทำไม้เป็นภาษาใบให้อีธานรู้อีกว่าห้าหมื่น

          "อะไรกันคะ พี่สร้อย ลัยบอกแล้วไงว่าขอผ่อนดอกเบี้ยเดือนละหมื่นเดียวก่อน เงินห้าหมื่นลัยจะไปหามาให้จากไหนคะ" หญิงสาวพูดด้วยความตกใจ

          ลำพังแค่ค่าที่พักสามวันของนักท่องเที่ยวรายเดียวในรอบเดือนนี้ จันทร์เจ้ารีสอร์ทก็มีเงินเข้ามาแค่ไม่ถึงห้าหมื่นด้วยซ้ำ ซึ่งเงินส่วนหนึ่งจะถูกนำไปจ่ายเป็นค่าอาหารสำหรับรับรองแขก และที่เหลือคือดอกเบี้ยที่ชลาลัยต้องจ่ายให้เจ้าหนี้หน้าเลือดอย่างคุณนายสร้อยทองทุกเดือน

          ถ้าเดือนนี้ไม่มีแขกมาพักอีกเท่ากับว่าจะไม่มีรายได้เข้ามานอกจากนี้ เงินเดือนของพนักงานก็คงจะไม่ได้รับอีกเหมือนเคย

          "ฉันไม่รู้ แต่ว่าวันนี้เธอต้องจ่ายฉันมาห้าหมื่นบาทขาดตัว" คุณนายสร้อยทองยืนยันคำเดิม

          "แต่ว่า..."

          "ไม่มีแต่ ถ้าหล่อนไม่จ่ายฉันห้าหมื่นวันนี้ งั้นฉันคงต้องขอดอกเบี้ยติดมือกลับไปล่ะนะ"

          ว่าแล้วคุณนายสร้อยทองก็ถือวิสาสะเดินเข้าไปในออฟฟิศของรีสอร์ท แล้วกวาดสายตามองไปรอบห้องเพื่อหาของที่มีค่าห้าหมื่นบาท อย่างน้อยนางก็ยังได้ของไปแปรเปลี่ยนเป็นเงิน ดีกว่าไม่ได้อะไรกลับไปเลย

          "อย่านะคะ พี่สร้อย" ชลาลัยร้องลั่น เมื่อเจ้าหนี้หมายมั่นไปที่พระพุทธรูปเก่าแก่ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจตกทอดมาจากบรรพบุรุษ

          องค์พระงามกำลังจะตกอยู่ในเงื้อมมือคนใจร้าย ชลาลัยน้ำตาตกในพูดไม่ออก เมื่อเห็นคุณนายสร้อยทองเอื้อมมือไปอัญเชิญพระพุทธรูปลงมาจากหิ้ง

          "พี่สร้อย ลัยขอนะคะ อย่าเอาพระลัยไปเลย" หญิงสาวอ้อนวอนเสียงเครือ

          "ถ้าอยากได้ก็เอาเงินห้าหมื่นไปนิมนต์ท่านกลับมานะ วันนี้ฉันนิมนต์ท่านไปเป็นมิ่งขวัญที่บ้านก่อน อ้อ สิ้นเดือนนี้ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากได้ทั้งต้นทั้งดอกคืนให้หมด ขี้เกียจข้ามไปข้ามมาทวงเงินแค่ไม่กี่แสน หวังว่าเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ ชลาลัย"

          อีธานไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาเดาว่าต้องเป็นเรื่องไม่ดี ไม่เช่นนั้นชลาลัยคงไม่เช็ดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาแน่

          "มีอะไรให้ผมช่วยไหม" อีธานถามด้วยความห่วงใย

          "ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้" ชลาลัยทรุดลงกับพื้นร่ำไห้สะอื้นอย่างหมดแรง เมื่อคุณนายสร้อยทองอัญเชิญพระพุทธรูปเดินออกจากห้องทำงานไป

          ก่อนที่คุณนายเจ้าหนี้จะนำของที่เป็นค่าดอกเบี้ยออกไปนั้น มีนาก็เดินมาที่หน้าออฟฟิศพอดี ทันทีที่เห็นว่าหญิงวัยกลางคนทำอะไรพี่สาวตน เธอก็จัดการทุกอย่างแทนทันที

          "ห้ามเอาอะไรของที่นี่ไปแม้แต่ชิ้นเดียวนะ เอาพระคืนมาเดี๋ยวนี้" เสียงดังเอะอะหน้าออฟฟิศทำให้ชลาลัยต้องฝืนใจลุกขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

          "มีน อย่า" เธอรีบห้ามน้องไว้

          "พี่ลัย พระเป็นของพ่อนะ เราทุกคนกราบไหว้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่ใช่สิ่งของที่จะเป็นดอกเบี้ยลดหนี้ได้ คนใจยักษ์ใจมารเท่านั้นถึงคิดที่จะทำแบบนี้" มีนาพูดด้วยความโกรธ

          "นังมีนา แกกล้าดียังไงมาว่าฉันแบบนี้" คุณนายสร้อยทองเริ่มโมโห

          "คุณนายเอาของอื่นไปฉันพอทำใจได้ แต่นี่คุณนายคงสิ้นคิดแล้วจริงๆ ถึงได้เอาพระไปขัดดอก ดอกเบี้ยหน้าเลือดที่จ่ายเท่าไรก็ไม่มีวันหมด"

          "นังมีนา" คราวนี้คุณนายเจ้าหนี้แทบกระอักเลือด

          "ถ้าคิดว่ากล้าอุ้มท่านไปจากที่นี่ก็เชิญ แต่ฉันบอกเลยว่าคุณนายจะได้กลับเข้าฝั่งหรือเปล่าไม่รู้นะ"

          "นี่แกแช่งฉันเหรอ"

          "เปล่า แต่กรรมมันมีจริงคุณนาย โดยเฉพาะกรรมที่คิดจะยึดแม้กระทั่งพระไปเป็นเงินดอกเบี้ย"

          คราวนี้คุณนายสร้อยทองจำต้องยอมให้มีนาสักครั้ง นางวางพระพุทธรูปลงในที่สุด ชลาลัยค่อยโล่งใจว่าอย่างน้อยของมีค่าที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจเพียงสิ่งเดียวที่มีอยู่ก็ยังรักษาไว้ได้

          "เอาเงินห้าหมื่นมาคืน ไม่งั้นอย่าว่าแต่พระเลย ทั้งรีสอร์ทฉันก็จะขายให้หมด" คุณนายสร้อยทองสะบัดหน้าเดินจากไป

          สองพี่น้องโผเข้ากอดกันแน่น ชลาลัยร่ำไห้ออกมาด้วยความคับแค้นใจ ในขณะที่มีนาได้แต่เก็บความรู้สึกทุกอย่างไว้ในใจเพียงลำพัง แล้วทำหน้าที่ปลอบประโลมพี่สาวที่สะอื้นในอ้อมกอดเวลานี้

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 43

    ฝนตกพรำๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ความตั้งใจที่จะถ่ายรูปทะเลกลางคืนจำต้องหยุดลงทันที มีนาเริ่มง่วงและอยากจะนอนเต็มแก่ แต่ติดตรงที่ยังติดต่อใครที่จันทร์เจ้ารีสอร์ทไม่ได้ อาจเป็นเพราะฝนตกไฟก็เลยดับหรือไม่ชลาลัยกับมนัสก็คงออกไปถ่ายรูปยังไม่กลับจึงไม่มีใครรับโทรศัพท์เธอ "ทูนหัวง่วงหรือยังจ้ะ" อีธานเปิดประตูห้องน้ำออกมาอย่างสบายอารมณ์ มีนาคิดว่าอีธานไม่มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยนแต่ที่ไหนได้ เมื่อครู่พนักงานเพิ่งเอาเสื้อผ้าชุดนอนใหม่เอี่ยมมาส่งให้ถึงหน้าห้อง เสื้อผ้าของอีธานเป็นกางเกงผ้าขาวม้ากับเสื้อกล้ามสีขาวตัวใหญ่ ส่วนของมีนาเป็นเสื้อกล้ามสีขาวเช่นกันและกางเกงเลผ้าผ้ายที่มีเชือกผูกเอว ที่แท้ชายหนุ่มก็ให้ทางที่พักหาเสื้อผ้ามาให้ผลัดเปลี่ยนและเผื่อเธอด้วยอีกหนึ่งชุด แต่ว่าหญิงสาวยังยืนยันคำเดิมว่าไม่ค้างที่นี่เด็ดขาด "ไปอาบน้ำเถอะ ที่รักง่วงแล้ว" เขาแอบอมยิ้มคนเดียวไม่ให้ใครเห็น ทุกอย่างอีธานวางแผนไว้เป็นอย่างดี ไม่ขัดใจมีนาแต่ก็ไม่ทำตามที่ต้องการ และให้สถานการณ์เป็นตัวพาไปทุกอย่าง เช่นเรื่องค้างคืนที่นี่ก็ใช่ เขาบอกชลาลัยไว้แต่เนิ่นๆ ว่า

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 42

    "ฝนซาแล้ว คุณอยากกลับบ้านเลยหรือเปล่า" มนัสไม่พูดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องที่อยู่เฉพาะหน้าเท่านั้น "นัส อย่าทำแบบนี้ได้ไหม" น้ำเสียงหญิงสาวสั่นเครือเล็กน้อย "ถ้าคุณอยากกลับ เดี๋ยวผมตามให้แม่บ้านเอาร่มมารับ จะกลับ..." "นัส ให้โอกาสลัยได้อธิบายหน่อยเถอะ" ชลาลัยแทรกขึ้นมาพร้อมกับตรงเข้าไปสวมกอดมนัสจากทางด้านหลัง "นัส ฟังลัยสักนิด ได้โปรด" ถ้ามนัสใจแข็งอีกสักนิดชลาลัยก็คงจะตายลงตรงนั้น แต่เพราะเขาสัมผัสได้ว่าร่างที่กำลังสวมกอดสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้นจนรู้สึกได้ มันทำให้หัวใจของผู้จัดการหนุ่มอ่อนลงมาทันที น้ำตาชลาลัยทำให้หัวใจเขาเจ็บปวดราวกับถูกมีดปักลงกลางใจทุกครา คำอธิบายที่ดูเหมือนแก้ตัวแต่เป็นความจริงที่ไม่มีใครเคยรู้ ชลาลัยพูดเพียงแค่คำเดียวว่าขอโทษและบอกถึงความจำเป็นของการตัดสินใจแต่งงานกับวีระ "คุณไม่บอกผมสักคำ คุณปล่อยให้ผมรู้จากปากคนอื่น" มนัสจำได้เป็นอย่างดีว่าตนเองทำหน้าที่เป็นผู้จัดการที่พิทักษ์จันทร์เจ้ารีสอร์ท และเจ้าของด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก แม้สถานการณ์ในรีสอร์ทจะย่ำแย่ลงทุกวัน

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 41

    เมื่อแรกที่เข้ามามีนาน้องสาวติดมนัสแจเพราะวัยที่ใกล้กัน ชลาลัยอายุยี่สิบห้า มีนาอายุยี่สิบเอ็ด มนัสอ่อนกว่าชลาลัยหนึ่งปี เท่ากับว่ามีนามีทั้งพี่สาวและพี่ชายที่คอยดูแล มนัสเป็นคนเดียวที่ไม่ลาออกเมื่อจันทร์เจ้ารีสอร์ทประสบปัญหาเรื่องเงิน พนักงานคนอื่นค่อยๆ ทยอยออกไป มีเพียงผู้จัดการหนุ่มที่ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งรีสอร์ทไปไหน เขาอยู่ร่วมในทุกสถานการณ์ไม่เว้นแม้แต่เรื่องร้ายแรงที่สุดในชีวิตของชลาลัยที่ประสบมา จวบจนวันนี้ที่จันทร์เจ้ารีสอร์ทกำลังจะกลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง ทุกอย่างก้าวหน้าและราบรื่นเพราะมีผู้จัดการคนเก่งคอยช่วยเหมือนเคย ชลาลัยพักผ่อนในห้องพักจนถึงตอนค่ำ โชคดีที่เธอทำตามที่มนัสบอกด้วยการพักให้ไม่มีเหงื่อแล้วค่อยอาบน้ำทำให้รู้สึกสดชื่น และนึกได้ว่าค่ำนี้ผู้จัดการคนเก่งจะถ่ายรูปจึงรีบเดินออกมาดู มนัสยังอยู่ในชุดเดิมและง่วนอยู่กับการทำอะไรอยู่ที่ริมหาด ชลาลัยเห็นเขาหน้าตายุ่งเหยิงและมุ่งมั่นเหมือนจะทำอะไรสักอย่างแต่ไม่ได้ดั่งใจ "ทำอะไรมนัส ตายจริง นี่อย่าบอกนะว่ายังไปไหนเลย อยู่ที่เดิม" มนัสไล่เธอไปพักแต่ตัวเองกลับนั่งรอจ

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 40

    มีนาพยายามทำใจให้เป็นปกติ อีธานจะคบกับใครมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแค่ไหน หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเขาไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจ สถานภาพระหว่างทั้งคู่ คือ แค่หุ้นส่วนรีสอร์ทเท่านั้น "เรามีนางแบบมาช่วยโปรโมทรีสอร์ทแล้ว" อีธานพูดด้วยความดีใจ "ก็ดี ว่าแต่ค่าตัวแพงไหม" มีนาพยักหน้ารับรู้เฉยๆ มองนาฬิกาที่ข้อมือตอนนี้เกือบห้าโมงเย็นแล้ว เธอควรกลับจันทร์เจ้ารีสอร์ทเสียที "เรื่องนั้นไม่มีปัญหา จะเรียกแพงเท่าไรผมก็จ่ายได้ แต่คิดว่าคงไม่เพราะเจนก็ชอบทะเลเหมือนกัน" "แล้วทำไมถึงมายอมเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ล่ะคะ" "ผมเพิ่งส่งเมล์บอกเพื่อนๆ ว่ามีทะเลสวยอยากให้มาเที่ยว ตอนนี้กำลังปรับปรุงเรื่องห้องพักคาดว่าอีกไม่เกินสองอาทิตย์จะเปิดได้ เพิ่งส่งเมื่อคืนเองนะ เมื่อกี้เจนโทร.มาบอกว่าบินมาทำงานที่มาเลเซีย จากนั้นว่างสองสามวันผมก็เลยชวนมาที่รีสอร์ท" มีนาไม่มีปัญหา อีธานมีสิทธิ์จะพาใครมาที่รีสอร์ทก็ได้เพราะตอนนี้เขาถือหุ้นถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะมาจะไปหรือจะทำอะไรกันก็แล้วแต่ เธอขอไม่รับรู้และไม่อยู่เป็นก้างขวางคอด้วย "เดี๋ยวไปสั่ง

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 39

    ช่วงบ่ายมีนาพาอีธานมาหลบลมร้อนด้วยการมานั่งพักที่ริมหาด หาของอร่อยที่ขึ้นชื่อในเกาะหวนมาให้ลองชิม หญิงสาวกะเวลาว่าจะกลับจันทร์เจ้ารีสอร์ทให้ทันก่อนค่ำ จึงถามเขาว่าต้องการกลับไปทานอาหารเย็นด้วยหรือไม่ "เราไม่กลับรีสอร์ทคืนนี้" อีธานพูดพลางแกะปูนึ่งใส่จานให้หญิงสาว "ว่าไงนะ คืนนี้จะนอนนอกรีสอร์ทใช่ไหม" มีนาถามเพื่อความแน่ใจ ถ้าเขาไม่กลับก็คงต้องหาที่พักให้แล้วพรุ่งนี้ค่อยส่งรถมารับ "ใช่ มีที่พักที่ไหนน่าสนใจให้ทูนหัวเลือก" เขาเปิดแทบเล็ตให้หญิงสาวดูว่าต้องการพักที่ไหน "อยากนอนก็เลือกเองซิ จริงๆ ไม่ต้องมาเสียเงินซื้อรีสอร์ทให้เปลือง ทำโน่นทำนี่ให้เหนื่อย บอกแล้วว่าเป็นนักท่องเที่ยวเปลี่ยนที่กินที่นอนได้ตามใจต้องการตลอดเวลา" มีนาเข้าใจว่าอีธานคงเบื่อที่จะจำเจอยู่แต่ในจันทร์เจ้ารีสอร์ทกระมัง ถึงได้อยากมาเปลี่ยนบรรยากาศที่อื่นดูบ้าง ก็บอกแล้วว่าการทำรีสอร์ทไม่ใช่เรื่องสนุก ลองถ้าแบบนี้ไม่ช้าเขาคงทิ้งสิ่งที่ทำมาทั้งหมดไปหาความสนใจใหม่แน่ เมื่อรู้แบบนี้มีนาก็ต้องพยายามตัดความรู้สึกที่เริ่มจะสร้างความผูกพันในหัวใจออกไป ไม่ให้มีอิทธิพลกับตนเองมา

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 38

    อีธานเจ้าเล่ห์มากกว่าที่คิดเมื่อเขาให้มนัสและชลาลัยดูแลถ่ายรูปในส่วนต่างๆ ของรีสอร์ท ในขณะที่ตนเองขอร้องแกมบังคับให้มีนาพาออกไปเที่ยวรอบเกาะหวน "เดี๋ยวพอพวกทีมเว็บไซต์มา ยังไงก็ต้องไปกับพวกเขาอยู่แล้ว น่านะ ทูนหัว พาผมเที่ยวเกาะหน่อย" มีนาอยากจะขย้ำคอคนเข้าเล่ห์นัก ได้อยากเที่ยวเกาะนักใช่ไหม เดี๋ยวจะพาไปให้รู้จักเกาะหวนแบบที่ต้องจำไปตลอดชีวิตแน่ สถานที่แรกที่มีนาพาอีธานมาก็คือตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากถนนคนเดินไม่ไกลนัก หญิงสาวไม่เอารถของรีสอร์ทขับพานักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์แต่เลือกใช้รถประจำทางบนเกาะแทน ด้วยเหตุผลที่ว่า "จะได้สัมผัสบรรยากาศนักท่องเที่ยวจริงๆ ไงคะ เตรียมกล้องไว้ให้พร้อมนะ ทั่วเกาะมีมุมสวยๆ ที่ต้องประทับใจแน่" และก็เป็นอย่างที่มีนาพูดจริงๆ แค่ตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดของเกาะ อีธานก็ได้เห็นเรือประมงนับร้อยลำที่จอดเรียงรายเพื่อนำของทะเลสดๆ ที่เพิ่งหามาได้ขึ้นมาที่โป๊ะ น่าแปลกที่น้ำทะเลบริเวณนี้ยังสวยทั้งที่มีน้ำมันจากเรือ หรือของสดที่เน่าเสียขายไม่ทัน แต่ก็ไม่ทำให้บรรยากาศที่สวยงามเสื่อมโทรมลงแม้แต่น้อย

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 2

    เรือของจันทร์เจ้ารีสอร์ทพาหนุ่มรักทะเลมาชมความงามของโลกใต้น้ำ ทั้งคู่เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำมากันเองอย่างพร้อมเพรียง และใช้เวลาดำผุดดำว่ายอย่างมีความสุขโดยที่คนเรือนั่งรออยู่ด้านบนโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ "ฉันอยากรู้ว่าไปแถวนั้นได้ไหม" อีธานโผล่หน้าขึ้นมาถามคนเรือที่ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวกางเกงเลสีกรม

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 1.3

    ฝ่ามือของคนที่นอนฟาดมาเต็มแรงที่ข้างแก้มของผู้หวังดี เจ้าหล่อนลุกขึ้นมานั่งรวดเร็วแล้วให้รางวัลอีธานด้วยแรงตบจนหน้าชาไปแถบหนึ่ง แล้วลุกขึ้นเดินหนีไปทันที "เดี๋ยว" อีธานได้สติคว้าขาทั้งสองข้างของคนที่เพิ่งจะตบหน้าตนไว้ "ปล่อยนะ" สาวน้อยล้มลงและถูกคนตัวโตกว่าคร่อมตัวไว้ไม่อาจกระดุ

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 1.2

    "ชื่อแปลกดีนะครับ" ธามบอกด้วยรอยยิ้ม "ดิฉันชลาลัย สายชลเป็นผู้ดูแลที่นี่ค่ะ" หญิงสาวแนะนำตนเอง พร้อมทั้งพนมมือไหว้ทักทายแขกต่างชาติที่มาพักด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มแสนหวานตลอดจนท่าทางอ่อนโยน ทำให้อีธานกระตือรือร้นที่อยากจะรู้จักกับชลาลัยให้มากยิ่งขึ้น เมื่อรสชาติจี๊ดจ๊าดที่ทำให้น้ำหูน

  • เสน่ห์รักจอมมาร   บทที่ 1

    คนบนเรือทยอยหยิบสัมภาระของตนมาถือไว้ เสียงตะโกนลั่นบอกว่าอีกไม่กี่นาทีจะถึงฝั่ง เมื่อเรือจอดสนิททุกคนทยอยลงและไปตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ "สวยมาก" ทะเลในโลกที่ว่าสวยเขาไปสัมผัสมาเกือบหมด แต่ก็ยังไม่มีที่ไหนทีมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้ต้องข้ามฟ้ามาเยือนถึงถิ่นเท่าครั้งนี้ เกาะหวน... "ไห

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status