Masukในยามที่ แม่ของซูหรูเสียน เดินเข้ามาในสายตาของ หยางชุน ความเงียบงันราวกับบรรยากาศถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา นัยน์ตาของนางสะท้อนความลำบากใจอย่างปิดไม่มิด นางรู้ดีว่าครอบครัวของนางเคยทำร้ายชายหนุ่มตรงหน้าเพียงใด ความทรงจำเหล่านั้นยังคงชัดเจนจนไม่อาจลบเลือน ทว่าคืนนี้นางไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องมาขอพึ่งพิงเขา
แม่ของซูหรูเสียน สูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดออกมาอย่างยากลำบาก"คืนนี้... แม่ขอนอนค้างกับเจ้าได้ไหม? บ้านของข้า... ถูกไฟไหม้หมดแล้ว"
น้ำเสียงที่สั่นสะเทือนนั้นชวนให้รู้สึกถึงความทุกข์ยากที่นางต้องเผชิญ แต่คำพูดของนางกลับไม่อาจละลายความเย็นชาของชายหนุ่มที่ยืนจ้องมองอยู่ตรงหน้า
หยางชุน แค่นเสียงเยาะเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ตัวท่าน... ไม่ใช่แม่ของข้า อีกอย่าง... ข้ากับบุตรสาวของท่านเลิกกันไปนานแล้ว ท่านลืมไปแล้วหรือ? หรือว่าคิดว่าข้าจะลืมความแค้นในครั้งนั้นง่ายๆ?"
น้ำเสียงและท่าทางของเขาบ่งบอกถึงความขุ่นเคืองที่ยังไม่จางหาย สีหน้าของแม่ซูหรูยิ่งเคร่งเครียดขึ้น เธอพยายามรวบรวมความกล้าอีกครั้ง ก่อนจะพูดต่อ"หยางชุน... ข้าขอร้องล่ะ ขอป้าพักกับเจ้าสักพักได้ไหม? ช่วงนี้ข้าลำบากจริงๆ ข้าไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว... เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่มีที่ไป"เสียงของเธอสั่นเครือ บ่งบอกถึงความหมดหวัง ความอ่อนแอที่แฝงอยู่ทำให้คำพูดนั้นชวนให้รู้สึกถึงภาระที่นางแบกรับ แต่หยางชุนยังคงยืนกรานด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความแค้น
หยางชุน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพยายามข่มอารมณ์โกรธที่ปะทุอยู่ในอก แม้จะเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความอ่อนแอและน้ำตาของผู้หญิงยังคงเป็นจุดอ่อนของเขาโดยเฉพาะเมื่อคนตรงหน้าเป็นอดีตแม่ยายที่เคยมีความสำคัญในชีวิตของเขา"เชิญท่านเข้ามาก่อน..." น้ำเสียงนั้นแม้จะเย็นชา แต่ก็ไม่ได้แฝงความโกรธเกรี้ยวเหมือนก่อนหน้า เขาก้าวถอยหลังเปิดประตูให้กว้างขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณเชื้อเชิญแบบไม่เต็มใจนัก
แม่ของซูหรูเสียน มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโล่งใจเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าและก้าวเข้ามาในบ้านอย่างเชื่องช้า"ขอบใจเจ้ามากนะ หยางชุน... ข้ารู้ว่าเจ้าคงลำบากใจ แต่ข้าสัญญาว่าจะอยู่เพียงไม่นาน"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด ใบหน้าที่อ่อนล้าของนางสะท้อนถึงความทุกข์ยากที่ผ่านเข้ามา
หยางชุน ปิดประตูตามหลัง พลางหันไปมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน แม้เขาจะพยายามเย็นชากับอดีตแม่ยายของเขา แต่ในส่วนลึกของหัวใจกลับรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อยจากความน่าสงสารที่นางแสดงออกมา
"แล้วท่านลุง... สามีของท่านล่ะ? ทำไมเขาถึงปล่อยให้ท่านมาหาข้าคนเดียว? หรือเขาไม่มีปัญญาดูแลท่านแล้ว?"
คำถามนั้นเหมือนกรีดลงไปในบาดแผลเก่าที่ไม่เคยสมานดีของอดีตแม่ยาย สีหน้าของเธอแสดงถึงความทุกข์ระทมอย่างชัดเจน น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ ดวงตาที่หม่นหมองหลบสายตาชายหนุ่ม ก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น"สามีของข้า... เขาตายแล้ว... เขาเสียชีวิตในช่วงที่โรคระบาดเข้ามาในหมู่บ้าน"
เธอกลั้นสะอื้น แต่ก็ไม่อาจห้ามน้ำตาที่ไหลลงมาได้ ความเจ็บปวดนั้นสะท้อนออกมาชัดเจนในน้ำเสียง"หลังจากเขาเสียชีวิต ชีวิตของข้าก็ลำบากเหลือเกิน ข้าไม่เคยต้องทำงานหนักหาเลี้ยงตัวเองมาก่อน ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง... แล้วบ้านข้าก็ยังมาโดนไฟไหม้ ซ้ำร้าย... ข้าก็ไม่มีใครให้พึ่งพิง..."
เธอหยุดพูดชั่วครู่หนึ่ง พลางเช็ดน้ำตาด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะพูดถึงบุตรสาวของตน"ส่วนหรูเสียน... ตั้งแต่เธอไปอยู่กับท่านแม่ทัพ เธอเคยส่งเงินมาให้ช่วงแรกๆ แต่ไม่นานก็เงียบหายไปเลย ไม่มีจดหมาย ไม่มีข่าวคราวใดๆ ข้าคิดถึงลูกจนแทบขาดใจ แต่ไม่รู้ว่านางอยู่ที่ไหน... หรือว่าชีวิตของนางอาจไม่มีที่ว่างให้ข้าอีกแล้ว..."
เสียงของเธอสั่นเครือในประโยคสุดท้าย ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในอดีต ตอนนี้มีเพียงแววตาแห่งความหมดหวัง
หยางชุน ยืนฟังอย่างเงียบงัน แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขายังจำได้ดีถึงคำพูดดูถูกของพ่อของ ซูหรูเสียน ที่ขัดขวางทุกโอกาสของเขา และผลักไสนางไปเป็น สาวอุ่นเตียงของแม่ทัพ ความแค้นในวันวานยังคงชัดเจน ทว่าเสียงสะอื้นและแววตาของอดีตแม่ยายตรงหน้ากลับกระตุ้นความสงสารในใจของเขาเล็กน้อย
ในบรรยากาศยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงเล็กๆ ในบ้านหลังเก่าของ หยางชุน ชายหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่ในท่าทางสง่างาม ดวงตาของเขาจ้องมองไปยัง แม่ของซูหรูเสียน หญิงวัยสี่สิบปลายที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแต่แฝงไปด้วยความสับสน
หยางชุน เหยียดยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ราวกับแฝงความประชดประชัน
"เหอะ... ท่านเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวคนเดียวในวัยนี้ จะใช้ชีวิตอย่างไรต่อไปได้? หรือท่านคิดว่ามีใครที่เต็มใจจะช่วยท่านได้จริงๆ?"
คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวใหญ่ชะงักไป เธอรู้ว่ามันคือความจริงที่เธอไม่อาจปฏิเสธ ดวงตาของเธอหลุบต่ำลงเล็กน้อย ขณะที่มือเรียวสั่นน้อยๆ อยู่บนตักของเธอ
หยางชุน กวาดตามองร่างกายของนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แม้ว่าเวลาจะผ่านไปจนเธอมีอายุย่างเข้าสี่สิบปลายๆ แต่ผิวพรรณยังคงเนียนละเอียด เรือนร่างยังอวบอิ่มเย้ายวน ดวงหน้าที่ครั้งหนึ่งเป็นที่จับตามองในหมู่บ้านยังคงมีเสน่ห์อย่างน่าอัศจรรย์หยางชุน เอ่ยอีกครั้ง คราวนี้น้ำเสียงของเขาติดจะจริงจังมากขึ้น"หากท่านยินยอมที่จะมาเป็นสาวอุ่นเตียงให้ข้า ข้าสัญญา... ว่าชีวิตของท่านจะไม่ต้องพบเจอกับความยากลำบากอีกต่อไป ถือเสียว่าเป็นการชดใช้ในสิ่งที่ครอบครัวของท่านเคยทำไว้กับข้า"
คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวใหญ่เบิกตากว้าง ดวงตาของเธอฉายแววตื่นตะลึง ขณะเดียวกัน หัวใจของเธอก็เต้นระรัวด้วยความลังเล เธอหลับตาแน่น สูดลมหายใจลึก ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง มือที่สั่นเครือวางลงแน่นกับตักราวกับตัดสินใจได้แล้ว"ตกลง... ข้าจะเป็นข้ารับใช้ของเจ้า ข้าจะยอมทำในสิ่งที่เจ้าต้องการ ได้โปรด... ดูแลชีวิตที่เหลืออยู่ของข้าด้วย"
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความยอมจำนน ปนเปื้อนด้วยความอับอายที่ไม่สามารถปกปิดได้
หยางชุน มองดูหญิงตรงหน้า รอยยิ้มที่มุมปากของเขากว้างขึ้นเล็กน้อย เขาพยักหน้าช้าๆ อย่างพอใจ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังนางอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก"ดี... อย่างน้อยท่านก็รู้จักทางออกที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง ท่านจะไม่ต้องลำบากอีกต่อไป ตราบใดที่ท่านทำตามสิ่งที่ข้าต้องการ"
แม่ของซูหรูเสียน เงยหน้าขึ้นมองอดีตลูกเขยอีกครั้ง แม้หัวใจของเธอจะเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่เมื่อมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยรักลูกสาวของเธอ เธอกลับรู้สึกโล่งใจอยู่ลึกๆ อย่างน้อย หยางชุน ชายหนุ่มรูปงามที่สุดในหมู่บ้าน ก็ยังดีกว่าชายชราอ่อนแอหรือพวกขี้เมาที่ไร้อนาคต
ในใจเธอจึงตัดสินใจแน่วแน่ ว่าเธอจะยอมใช้ชีวิตที่เหลือในแบบที่เขาต้องการ เพียงเพื่อหลีกหนีจากความยากลำบากและความเดียวดายที่แสนทรมาน...
ในขณะที่หยางชุนเพลิดเพลินไปกับการแลกรสจูบสัมผัสกับฮูหยินฮวาหยูหรูนั้น มือที่หยาบกร้านของเขาบีบนวดคลึงหน้าอกที่อวบอิ่มของฮูหยินหลี่ไปด้วยนางส่งเสียงกระเส่าออกมาอย่างเย้ายวนสีหน้าและแววตาของนางนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายเมื่อเรือนร่างที่สุดแสนจะเย้ายวนไม่ได้ถูกแตะสัมผัสมานานในยามที่เรือนร่างสุดแสนจะบอบบางถูกสัมผัสโดยเพศตรงข้ามทำให้ประสาทของนางนั้นไวต่อการสัมผัสเป็นอย่างมากไม่ว่าตัวของเขาจะลูบท์ไปตามส่วนไหนตัวของนางก็รู้สึกเสียวกระสันไปหมดมันเป็นอารมณ์ที่นางวาดฝันอยากจะถูกสัมผัสมานาน“หากท่านแม่ทัพไม่สนใจเรือนร่างของท่าน ข้าจะเป็นผู้ปลดปล่อยท่านจากความหื่นกระหายเอง” ชายหนุ่มพูดจาออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเร่าร้อนเขาไม่ปิดบังความหื่นกระหายของตัวเองเพื่อหมายที่จะแตะสัมผัสเรือนร่างของนาง ลมหายใจของฮูหยินหลี่ในช่วงเวลานี้นั้นกระเส่าไปมาอย่างเร่าร้อนนางกำลังเริ่มรู้สึกดำดิ่งไปกับอารมณ์ของนาง นางไม่สนใจอีกแล้วว่าถูกผิดนั้นมันคืออะไรนางเพียงแค่ต้องการที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากความเร่าร้อนเท่านั้นมือของนางลูบไล้ท์ท่อนเนื้อของชายหนุ่มด้วยความปรารถนามือของนางรูดไลท์ไปมาอย่างเร่าร้อนนางหวังที่จ
บรรยากาศภายในศาลาริมน้ำที่เคยร่มรื่นและสงบเงียบ บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยความร้อนแรงที่ยากจะต้านทาน ความต้องการที่ซ่อนเร้นในหัวใจของแต่ละคนกำลังค่อย ๆ เปิดเผยออกมา ความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายด้วยถ้อยคำของฮูหยินหลี่ เริ่มพุ่งพล่านเหมือนเปลวเพลิงที่ถูกจุดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวนางมองภาพเบื้องหน้าที่ฮูหยินฮวาหยูหรูกำลังบรรเลงบทเพลงรักกับหยางชุน ความเร่าร้อนของเพื่อนรักที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้หัวใจของนางเต้นระรัว ความเหนียมอายที่เคยปกคลุมจิตใจเริ่มถูกกัดกร่อนทีละน้อย ดวงตาของฮูหยินหลี่เต็มไปด้วยประกายแห่งความลังเลและความอยากรู้อยากลอง เรือนร่างที่มีน้ำมีนวลของนางสั่นไหวเล็กน้อย แม้จะพยายามเก็บอาการ แต่ความรู้สึกที่อัดแน่นมาตลอดเวลาก็เริ่มปะทุขึ้นในหัวใจของฮูหยินหลี่ นางรู้ดีว่าตัวเองห่างหายจากสัมผัสที่อบอุ่นและเร่าร้อนเช่นนี้มานานเกินไป ความคิดที่อยากสัมผัสถึงความสุขสมและความลุ่มหลงเช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าทำให้นางไม่อาจปฏิเสธต่อเสียงเรียกร้องในใจได้อีกต่อไปนางขยับตัวเข้ามาใกล้หยางชุนมากขึ้น เรือนร่างอ่อนช้อยของนางเหมือนกับถูกดึงดูดเข้าไปโดยธรรมชาติ ความอายที่เคยคุมขังนางไว้เริ่
ความร้อนแรงและความปรารถนานั้นไม่เคยปรานีใครในที่หยางชุนอดีตชายเลี้ยงม้าที่สุดแสนจะต้อยต่ำเขาได้สร้างฐานะของตัวเองจนร่ำรวยในช่วงเวลานี้นั้นเขาได้ขย่มเรือนร่างของทั้งสองแม่ลูกอย่างสมใจพวกนางแต่ล่ะคนนั้นล้วนแล้วแต่มีเรือนร่างที่สุดแสนจะเย้ายวนแตกต่างกันไป เซี่ยหว่านชิง อดีตแม่ยายของเขานางมีเรือนร่างที่สุดแสนจะอุดมสมบูรณ์เนื้อตัวของนางนั้นเต็มไปด้วยความอวบอิ่มเขาขย่มเรือนร่างของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าในที่สุดตัวของนางก็ได้ตั้งท้องลูกของเขาจนได้ชายหนุ่มได้มอบความเร่าร้อนที่สุดแสนจะร้อนแรงและความสะดวกสบายในชีวิตของนางตัวของนางนั้นจึงลุ่มหลงเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นหรือแม้แต่อดีตหญิงสาวคนรักเขาจับนางกระแทรกเรือนร่างของนางด้วยความหื่นกระหายจนกระทั่งนางติดใจในรสสัมผัสจึงคลานกลับมาหาเขาอีกครั้ง เป้าหมายชีวิตของชายหนุ่มในครั้งต่อไปเขาจะกระแทรกเรือนร่างของนางจนกว่าที่จะให้กำเนิดทายาทสตรีนางนี้นางจะได้ไม่ทำตัวร่านอีกเช้าวันใหม่ที่ฟ้าสาง ฮูหยินฮวาหยูหรู ผู้เลอโฉม เดินทางมายังเรือนของหยางชุนด้วยกิริยาอันอ่อนช้อยและมาดมั่น สายลมอ่อนพัดต้องเรือนผมดำขลับของนาง ราวกับธรรมชาติต้องมนตร์ตามรอยเท้าของนาง นางรู้ดีว่า
ความเจ็บปวดของหยางชุนนั้นสามารถบรรเทาลงด้วยความเสียวเพราะความเสียวนั้นสามารถเยียวยาได้ทุกสิ่ง ซูหรูเสียน อดีตหญิงสาวคนรัก นางกำลังดูดเลียท่อนเนื้อของเขาอย่างเร่าร้อนถึงแม้ว่ามันจะอ่อนยวบไปแล้วก็ตามลิ้นของนางพลิ้วไหวไปมาอย่างหื่นกระหายเพื่อที่จะปลุกฟื้นคืนชีพเจ้าหนอนน้อยให้ฟื้นคืนจากการหลับใหลอีกครั้งเรือนร่างแกร่งของหยางชุนถึงกับกระสับกระส่ายไปมาเมื่อตัวของเขานั้นโดนริมฝีปากของนางเล่นงานท่อนเนื้อของเขาอย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่ปีดูเหมือนว่าตัวของนางนั้นจะร่านยิ่งกว่าเดิม“อื้อ...ดูเหมือนว่าตัวของท่านแม่ทัพนั้นจะสั่งสอนเจ้ามาดี” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเร่าร้อนลีลาในการดูดเลียท่อนเนื้อของอดีตหญิงสาวคนรักมันคือความร้อนแรงอย่างที่เขาไม่เคยเจอ“นี่คือของขวัญครั้งแรกที่พวกเราได้เจอกันในรอบปี” นางไม่ปิดบังความร่านของตัวเองลิ้นของนางยังคงตอดท่อนเนื้อของเขาอย่างเร่าร้อนนางใช้ลิ้นของนางรูดไล้ท์ไปมาอย่างหื่นกระหายราวกับว่าตัวของนางนั้นอดอยากปากแห้งมานานถึงแม้ว่าชีวิตของนางนั้นจะเต็มไปด้วยความสดวกสบายแต่เรือนร่างที่สุดแสนจะเย้ายวนของนางกับไม่ได้รับการเติมเต็ม
บรรยากาศภายในห้องช่วงเวลานี้นั้นอวบอวลไปด้วนความเร่าร้อนและความปรารถนาคนทั้งสองต่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสสัมผัสของกันและกันแต่สิ่งที่แตกต่างและช่วยส่งเสริมความตื่นเต้นในช่วงเวลานี้นั้นก็คือมีอดีตหญิงสาวคนรักของเขานางกำลังจ้องมองภาพความเร่าร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ด้วยชายหนุ่มสังเกตเห็นนางกำลังแอบลูบไล้ท์ไปตามเรือนร่างของนางด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาได้เห็นคนร่วมรักต่อหน้าใครเล่าที่จะอดใจไหวซูหรูเสียน นางใช้มือที่ขาวเนียนของนางแตะสัมผัสเข้าไปที่ตรงกลางระหว่างขาของตัวเองเพื่อที่จะบรรเทาความเร่าร้อนนางไม่สนใจอะไรอีกแล้วว่าอดีตคนรักของนางนั้นจะว่านางร่านหรือไม่ เขาเล่นสนุกกับเรือนร่างของแม่ของนางอย่างไม่เกรงใจเสียงกระเส่าของนางนั้นถึงแม้ว่าจะแผ่วเบาแต่มันก็เต็มไปด้วยความเร่าร้อนอื้อ....เซี่ยหว่านชิง อดีตแม่ยายอดีตแม่ยายของชายหนุ่มถึงกับแสดงสีหน้าที่เสียวกระสันออกมาเมื่อหยางชุนกดทับท่อนเนื้อของเขาเข้าไปที่ภายในเรือนร่างของนางอ๊า....นางส่งเสียงครวญครางออกมาด้วยความรู้สึกที่สุดแสนจะเร่าร้อนยามที่ท่อนเนื้อของชายหนุ่มเบียดเสียดอยู่ภายในเรือนร่างของนางตัวของนางนั้น
ในขณะที่บรรยากาศเริ่มจะสงบลง และซูหรูเสียนกำลังพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับมารดาของตน การที่เธอพยายามหาวิธีขอโทษและสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับเซี่ยหว่านชิงนั้น กลับมีสิ่งที่ทำให้ใจของนางต้องสะดุ้งกลัว เมื่อความผิดปกติของท้องที่บวมใหญ่ของมารดาของนางถูกตระหนักขึ้น“ท่านแม่…” ซูหรูเสียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของมารดาที่ท้องโตเหมือนกับหญิงตั้งครรภ์ที่ตั้งท้องได้ 6-7 เดือนแล้ว น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความสงสัยและความกลัวเซี่ยหว่านชิงลูบท้องของตัวเองด้วยสีหน้าที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจและความสุขที่ยากจะบรรยาย ความเปลี่ยนแปลงในท่าทางของนางบ่งบอกถึงบางสิ่งที่ไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป สีหน้าอ่อนโยนที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนและแรงปรารถนาที่ไม่เคยเห็นในตัวของมารดามาก่อนเมื่อเห็นซูหรูเสียนมองไปที่ท้องของนางด้วยความตกใจและคำถามที่ไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้ เซี่ยหว่านชิงก็ยิ้มกว้างให้กับบุตรสาว พร้อมกับเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่คงไม่เคยมีมาก่อน“เจ้าคงไม่เข้าใจหรอก... พ่อของเจ้าตายไปแล้วจริง แต่ข้า...ข้ามีคนใหม่ คนที่ทำให้ข้ารู้สึกมีชีวิตชีวาอีกครั้ง”







