Compartir

บทที่ 8

last update Última actualización: 2026-01-05 07:35:19

“หนอย เวลาอะไรยังมีหน้ามาสอน เจ้าคนน่าโมโห! ข้าเดือดดาลถึงเพียงนี้ กลับยังมีหน้ามาสอนวรยุทธ์อยู่อีกหรือ”

พูดยังไม่ทันจบจูเสวี่ยหลินก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นางกระโดดขึ้นสูง ก่อนจะเตะเข้าไปยังกลางลำตัวของเจี่ยนอิงเต็มแรง คนที่ถูกโจมตีกลับยังคงยืนนิ่ง และใช้เพียงแขนสองข้างตั้งรับอย่างไม่สะทกสะท้าน

เจี่ยนอิงรวบตัวหญิงสาวเอาไว้อย่างง่ายดาย ทั้งยังยัดเยียดแส้ไปในมือของนาง บังคับให้นางเคลื่อนไหวอย่างที่เขาต้องการ เพื่อพยายามให้นางจดจำกระบวนท่าที่เขาเห็นว่านางยังคงบกพร่อง และพยายามให้นางมองเห็นจุดอ่อนของตัวเองในยามที่นางบุกเข้าโจมตี

“พลิ้วไหวดังสายน้ำ แข็งแกร่งดุจหินผา เยือกเย็นดังหิมะ และดุดันสง่างามดังนางหงส์ ในยามที่เจ้าโจมตี อย่าปล่อยช่องว่างใต้ช่วงแขนให้กว้างจนเกินไป นั่นอาจจะให้ทำคู่ต่อมองเห็นช่องที่จะโจมตีกลับได้ จุดอ่อนของเจ้าอยู่ตรงนี้ แต่หากเจ้าวางมือให้ต่ำเพื่อปกปิดจุดอ่อน...”

“อาอิง เจ้าคนน่าโมโหปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ หากแน่จริงอยู่นิ่งๆ ให้ข้าตีเสีย!” จูเสวี่ยหลินดิ้นรนสุดแรง ทว่ากลับไม่อาจหลุดจากอ้อมแขนของเขาไปได้ นางไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาจะแรงเยอะขนาดนี้ ทั้งที่ตลอดมานางก็ตีเขาได้
Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App
Capítulo bloqueado

Último capítulo

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 14

    อยู่ๆ หญิงสาวก็โพล่งขึ้นมา ทำเอาเฉิงเค่อฉวนเลิกคิ้วมองนางคล้ายกำลังเอ่ยถามว่านางหมายถึงเรื่องอะไร“ที่ข้าจะบอกก็คือ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นต่อจากนี้ไม่ใช่ความผิดของข้า แต่เป็นพวกเจ้าที่รนหาที่เอง” จูเสวี่ยหลินยักไหล่ประโยคที่นางเอ่ยไม่ได้ไขความกระจ่างให้เฉิงเค่อฉวนเท่าใดนัก เพราะนางเองก็ไม่มั่นใจในระดับความโกรธเกรี้ยวของเจี่ยนอิงยิ่งไม่รู้ว่าวรยุทธ์ของเขาจะสร้างหายนะให้ตระกูลเฉิงได้มากน้อยระดับใด จริงอยู่นางเคยประมือกับเขาจริงๆ จังๆ มาแล้วครั้งหนึ่ง ในยามที่เขายังคงเป็นคนของหนานหลิ่งอี้ แต่นั่นก็เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว“ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะเปลี่ยนไปจากคนเดิมอย่างที่ข้าคิดด้วยเถิด...” จูเสวี่ยหลินครุ่นคิดแล้วพึมพำกับตัวเองอีกครั้งเดิมพันครั้งนี้สูงกว่าครั้งไหนๆ เพราะทุกครั้งนางไม่เคยเดิมพันด้วยความปลอดภัยของตัวเองมาก่อน หากไม่นับพี่สาวร่วมสาบานของนางที่นับว่าตนสามารถเสี่ยงชีวิต ครั้งนี้ก็คือครั้งที่นางใช้ตัวเองเดิมพันที่บ้าระห่ำที่สุดก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด จูเสวี่ยหลินที่เป็นนักล่ามักจะวางแผนอย่างรอบคอบ เต็มไปด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด หากไม่มั่นใจว่ามีทางหนีที่ไล่ที่

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 13

    นางซึ่งเป็นคนโผงผางและไม่ชอบเรื่องจุกจิก ทั้งยังรำคาญบุรุษจำพวกบัณฑิตที่แสดงท่าทีของผู้คงแก่เรียนที่ใช้ชีวิตอยู่บนหลักการที่กินไม่ได้ ไหนจะกฎข้อห้าม และธรรมเนียมหยุมหยิมมากมาย แค่นางได้สนทนาด้วยเพียงครั้งเดียวนางก็แทบจะเป็นลมแล้ว“ดูเหมือนจะอายุน้อยกว่าข้ากระมัง เจ้าอายุเท่าไหร่”“ยี่สิบสอง”“เอ๋” ในที่สุดนางก็ลืมตาขึ้นมาพิจารณาเขาอย่างจริงๆ จังๆ “อายุเท่าข้าหรอกหรือ นึกว่าเด็กกว่าเสียอีก” นางจ้องเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง และนั่นทำเอาอีกฝ่ายขมวดคิ้วด้วยความอึดอัดเฉิงเค่อฉวนประหลาดใจกับท่าทีของหญิงสาวเป็นอย่างมาก ตามที่สายสืบของตระกูลเฉิงรายงานมา นางก็คือนางมารประจิมที่ผู้คนต่างก็ร่ำลือกันไม่ผิดแน่ แต่จากที่ได้พูดคุยและพบปะ เขาพลันรู้สึกลังเลว่าอาจจะเชิญมาผิดคน หญิงสาวผู้นี้แม้จะมีท่าทีสงบเยือกเย็น อันที่จริงน่าจะบอกว่านางดูผ่อนคลายจึงจะถูก ทั้งที่รู้ว่าตนโดนกักตัวแต่รอบกายนางกลับไม่มีแม้แต่กลิ่นอายของผู้ฝึกยุทธ์ที่สมควรระมัดระวังตัว แล้วนางจะเป็นนางมารผู้ที่โค่นล้มจอมดาบประจิมได้อย่างไรทว่าแส้ที่ประดับพู่สีดำห้อยมุกอันแสนอัปลักษณ์ที่นางไม่ยอมให้ห่างกาย ก็

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 12

    สิ่งที่ทำให้เจี่ยนอิงประหลาดใจคือผู้คนในโรงเตี๊ยมไม่มีทีท่าว่าจะรู้จักกลุ่มคนเหล่านั้นเลยสักคน นั่นย่อมหมายความว่าคนเหล่านี้เป็นคนต่างถิ่นเช่นกันกับเขาคำถามที่ว่าทำไมคนต่างถิ่นจึงยกโขยงกันมามากมายถึงเพียงนี้ อีกทั้งแต่ละคนก็ไม่อาจประเมินฝีมือได้ผุดขึ้นมาในใจทันทีในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดเพื่อคาดเดาอยู่นั้น เขากลับรู้สึกถึงรังสีเข่นฆ่าที่พุ่งเข้ามาหาแผ่นหลังของตัวเอง ฝ่ามือที่แฝงเอาด้วยด้วยกำลังภายในแรงกล้า ฟาดลงไปยังจุดที่เขานั่งอยู่เมื่อครู่จนแผ่นกระเบื้องแตกกระจาย เกิดเป็นรูขนาดใหญ่ขนาดคนลอดเข้าไปได้ฝีมือของคนผู้นี้นับว่าไม่เลว เมื่อพิจารณาใบหน้าบึ้งตึงเย็นชาที่กำลังมองมา เขากลับไม่คุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย จึงไม่อาจเดาจุดประสงค์ของอีกฝ่ายออก“จอมยุทธ์ท่านนี้ข้ากับท่านเคยบาดหมางกันหรือ ไยจึงมุ่งร้ายต่อข้า” เขาถามออกไปตามตรงด้วยเพราะฝ่ามือที่ซัดมาเมื่อครู่ ไม่ต้องคิดมากก็พอจะกระจ่างว่าหมายเอาชีวิต“ผู้ฝึกยุทธ์ประมือไยต้องหาเหตุผล ผู้ชนะจึงสามารถตั้งคำถาม อย่ามากความ เข้ามา หรือไม่ก็รับการโจมตี”น้ำเสียงเย็นชานั้นทำให้เจี่ยนอิงยิ่งฉงนในใจ เขามั่นใจว่าไม่เคยรู้จักกับบุรุษผู้นี้มาก่อน แต่ท

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 11

    “เจ้าหนีมาเพราะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรที่จะอยู่กับข้าใช่หรือไม่”คำถามตรงประเด็นของหญิงสาวทำเอาเจี่ยนอิงชะงัก ไม่ใช่แค่เขาที่รู้จักนางดีเท่านั้น แต่จูเสวี่ยหลินเองก็รู้เท่าทันความคิดของเขาเช่นกัน “ใช่”“เจ้าดูแลข้าเพียงเพราะรับปากบิดาของข้าใช่หรือไม่” คำถามนี้ของเจี่ยนอิงทำให้จูเสวี่ยหลินต้องเป็นฝ่ายสูดลมหายใจเข้าออกด้วยความเดือดดาลบ้าง ทว่าเมื่อคิดดูอย่างถี่ถ้วนนางกลับสงบใจลงได้เขาไม่ผิดที่คิดเช่นนั้น เพราะตอนแรกที่นางออกตามหาเขานางคิดเช่นนั้นจริงๆ แต่ไม่รู้ว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อใดที่ความคิดนั้นค่อยเปลี่ยนไป จนไม่เหลืออยู่ในหัวของนางแม้แต่น้อย“มันเคยเป็นหนึ่งในเหตุผล ใช่” จูเสวี่ยหลินยอมรับออกมาเจี่ยนอิงเพียงแค่ยิ้มจางๆ ทว่ามันกลับฉายแววเศร้าโศกขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด“เจ้าโกรธข้าหรือไม่ที่ปิดบังอดีตของเจ้า” นางอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น เมื่อมองเห็นรอยยิ้มที่มีร่องรอยของความโศกเศร้าบางอย่างแฝงอยู่“ไม่ เพราะข้าเองก็อยากจะลืมมันเหลือเกิน อยากจะกลับไปเป็นคนเดิมที่คอยวิ่งตามเจ้าไปทุกที่”น้ำเสียงสั่นสะท้านของเขา ทำให้จูเสวี่ยหลินสะท้อนใจ หญิงสาววางจอกสุราลง ดวงตาของนางแดงก่ำไม่รู้ว่าเป็

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 10

    มันคือผัดผักธรรมดาที่ไม่ได้มีความพิเศษแต่อย่างใด แต่เขากลับจำได้ไม่มีวันลืมถึงรสชาติของมัน เพราะมันคือผัดผักเช่นเดียวกันกับจานที่นางบังคับเขาให้กินให้หมด ไม่ให้เหลือแม้แต่น้ำ‘อิง! คีบกับข้าวกินให้หมด ผักจานนั้นด้วย อย่าให้เหลือแม้แต่น้ำ’น้ำเสียงของจูเสวี่ยหลินเคร่งเครียด คล้ายกับมันคือเรื่องคอขาดบาดตาย หญิงสาวจะเข้มงวดกับเขาเช่นนี้เสมอเมื่อถึงมื้ออาหาร เพราะเขามักจะกินข้าวเปล่าอย่างเดียว โดยไม่กล้าแตะกับข้าวที่นางสั่งมาเต็มโต๊ะ“เจ้าจะเอาอย่างไร” เจี่ยนอิงเอ่ยถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด“เจ้ายังติดค้างข้าอยู่ จำได้หรือไม่” จูเสวี่ยหลินเอ่ยทั้งที่ยังคงเอาแต่มองจานกับข้าวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ หญิงสาวตั้งใจละเลียดอาหารอันโอชะไปช้าๆ ทำตัวราวกับวันเก่าๆ ที่เจี่ยนอิงยังคงสูญเสียความทรงจำ“เช่นนั้นมาเถิดทำให้จบๆ ตีข้าเสีย ข้าจะได้รีบไป”เจี่ยนอิงให้หดหู่ใจยิ่งนักในยามที่เขาเอ่ยคำนั้นออกมาจูเสวี่ยหลินวางตะเกียบในที่สุด ใบหน้าเรียบเฉยที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ จ้องมองไปยังบุรุษที่ส่งผลต่อจิตใจนางอย่างน่าประหลาดตลอดระยะเวลาสองปีที่ทั้งคู่ออกเดินทางท่องเที่ยวด้วยกัน ใช้เวลาร่วมกัน และนอนกลางด

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 9

    “จอมยุทธ์ทั้งหลาย พวกท่านประสงค์สิ่งใดหรือ” เจี่ยนอิงเอ่ยถามออกไปอย่างใจเย็น หนึ่งในผู้ที่ยืนมองอยู่ก้าวออกมา เขาเป็นบุรุษอายุราวยี่สิบปลายๆ ดูจากที่เขาก้าวออกมาด้านหน้าอย่างมั่นใจ โดยไม่มีเสียงคัดค้านจากเหล่าคนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง ทำให้เจี่ยนอิงเดาว่าคนผู้นี้เป็นหัวหน้ากลุ่ม“จอมยุทธ์ท่านนี้ เราไม่ได้มีกิจอันใดต่อท่าน แต่เป็นจอมยุทธ์หญิงท่านนั้น หากข้าเดาไม่ผิดนางก็คือเหมันต์ไร้ใจแห่งทิศประจิมถูกต้องหรือไม่” “เอ่อ...” จูเสวี่ยหลินกำลังจะอ้าปากพูด แต่เจี่ยนอิงก็หันกลับมาหยุดนางเอาไว้ด้วยสายตาคมกริบสิ่งที่เจี่ยนอิงกังวลที่สุดคือ เรื่องราวในยุทธภพไม่ใช่เรื่องที่จูเสวี่ยหลินจะเข้าใจ เขาไม่รู้ว่านางทำเช่นไรจึงสามารถเอาชนะจอมดาบไป๋ซูมาได้ในสองกระบวนท่า ทั้งๆ ที่นางไร้มีเพียงวรยุทธ์แมวสามขาที่เขาเป็นคนสอนใช่...เจี่ยนอิงได้ยินเรื่องราวที่ผู้คนต่างก็ร่ำลือกัน นามของนางมารประจิม ไม่ได้ทำให้เขาตระหนกไปกว่าเหมันต์ไร้ใจที่ทำให้เขารู้ทันทีว่าคนผู้นั้นก็คือสตรีที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาอย่างไม่ต้องสงสัย“นางไม่ใช่คนที่พวกท่านตามหา และเรากำลังจะกลับแล้ว” เจี่ยนอิงตัดบทดื้อๆ ก่อนจะรั้งจูเสวี่ยหล

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status