LOGINบรรยากาศในเพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุดของโรงแรม The Grand Thame ช่างแตกต่างจากร้านเครื่องเพชรที่รินรดาเพิ่งจากมาอย่างลิบลับ ผนังกระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับเพชรที่ร่วงหล่นบนพื้นดิน ทว่าคนใจคอเข้มแข็งอย่างรินรดากลับไม่ได้มีอารมณ์สุนทรีย์ไปกับภาพตรงหน้านัก
เธอประคองกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มไว้แนบอก ราวกับมันเป็นเกราะป้องกันตัวเพียงชิ้นเดียวที่มี
"เชิญทางนี้ค่ะคุณรินรดา คุณธามรออยู่ด้านใน" เลขาสาวมาดเนี้ยบเดินนำเธอผ่านห้องโถงกว้างที่ตกแต่งด้วยศิลปะสมัยใหม่ราคาแพง ก่อนจะหยุดที่หน้าประตูไม้โอ๊คบานใหญ่
เมื่อบานประตูเปิดออก กลิ่นซิการ์จางๆ ผสมกับกลิ่นเหล้าบรั่นดีชั้นเลิศก็ลอยมาปะทะจมูก ธามนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวยาว เขาไม่ได้สวมสูทเต็มยศเหมือนเมื่อบ่าย แต่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและลำคอแกร่ง ดูผ่อนคลายแต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยอำนาจคุกคาม
"มาสายไปห้านาทีนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ละสายตาจากแก้วเหล้าในมือ
"ขอโทษค่ะ พอดีการจราจรค่อนข้างติดขัด และรินต้องเซ็นเอกสารประกันสินค้าเพิ่มเติมนิดหน่อย" รินรดาตอบเสียงเรียบ พยายามคุมลมหายใจให้เป็นปกติ
"ช่างเถอะ... เอาของมาวางไว้ตรงนี้" เขาตบที่ว่างบนโต๊ะกระจกข้างหน้าเขา
รินรดาเดินเข้าไปวางกล่องเพชรลงอย่างระมัดระวัง "รบกวนคุณธามตรวจสอบสินค้าด้วยค่ะ ถ้าเรียบร้อยแล้วกรุณาเซ็นชื่อในใบรับของให้รินด้วยนะคะ"
ธามวางแก้วเหล้าลง แล้วค่อยๆ เอื้อมมือมาเปิดกล่องเพชร แสงไฟจากโคมไฟระย้าสะท้อนกับไพลินล้อมเพชรจนเกิดประกายเจิดจ้า แต่เขากลับมองมันเพียงผ่านๆ แล้วเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว
"สวยดีนี่..."
"ค่ะ ไพลินน้ำหนึ่งจากซีลอนหายากมากนะคะ"
"ผมไม่ได้หมายถึงเพชร" สายตาของเขาไล่สำรวจใบหน้าเนียนใสของเธอ "ผมหมายถึงคนที่พยายามทำหน้าตายใส่ผมอยู่ตอนนี้ต่างหาก"
รินรดาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว "คุณธามคะ รินมาทำหน้าที่พนักงาน ไม่ใช่มาฟังคำพูดเกี้ยวพาราสีไร้สาระของคุณ รบกวนเซ็นชื่อด้วยค่ะ"
ธามหัวเราะในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงที่รินรดาเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก มันดูมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจจนเธอต้องรีบดึงสติกลับมา
"คุณรู้ไหมรินรดา... ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ พวกเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ผมสนใจ ทั้งคำหวาน ทั้งสายตาออดอ้อน แต่คุณ... คุณทำเหมือนผมเป็นเชื้อโรคที่น่ารังเกียจ"
"รินไม่ได้มองคุณเป็นเชื้อโรคค่ะ" เธอเว้นจังหวะ "แต่มองว่าเป็นลูกค้าที่เอาแต่ใจและชอบใช้เงินตัดสินทุกอย่าง"
"เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง... นั่นคือสิ่งที่คุณจะบอกผมใช่ไหม? ประโยคคลาสสิกของพวกคนดี" ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รูปร่างที่สูงสง่าของเขาทำให้รินรดาดูตัวเล็กลงไปถนัดตา "แต่คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า ที่คุณมายืนอยู่ตรงนี้ ก็เพราะ 'เงิน' ที่ผมจ่ายไปเพื่อซื้อเพชรชุดนี้ไม่ใช่เหรอ?"
"รินมาเพราะหน้าที่ค่ะ ไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงินของคุณ"
"งั้นลองพิสูจน์หน้าที่ของคุณหน่อยสิ" ธามก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังพิงกับขอบโต๊ะทำงาน "คุณบอกว่าคุณเชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบ... ลองสวมสร้อยเส้นนี้ให้ผมดูอีกครั้งสิ คราวนี้ขอแบบที่ 'ไม่มี' ใครคนอื่นอยู่ด้วย"
"คุณเซนไปไหนเสียล่ะคะ? ในเมื่อเพชรชุดนี้คุณซื้อให้เธอ" รินรดาย้อนถาม พลางนึกถึงดาราสาวที่คอยเกาะแกะเขาเมื่อช่วงกลางวัน
"ผมให้คนไปส่งเธอที่คอนโดแล้ว ของที่ซื้อให้... ก็แค่น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการเป็นควงออกงาน ไม่ได้แปลว่าเธอมีสิทธิ์จะมาอยู่กับผมในเวลาส่วนตัว" ธามพูดพลางหยิบสร้อยคอขึ้นมา "สวมมันซะรินรดา หรือจะให้ผมช่วย... เหมือนเมื่อกลางวัน?"
"รินสวมเองได้ค่ะ!" เธอคว้าสร้อยมาจากมือเขาอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากให้มือหนานั่นมาสัมผัสผิวเนื้อเธออีก
รินรดาสวมสร้อยคออย่างคล่องแคล่ว ประกายของ Blue Ocean ล้อกับแสงไฟส่งเสริมให้ผิวขาวน้ำนมของเธอดูโดดเด่นจนธามเผลอกลั้นหายใจ
"สวย..." เขาพึมพำ "แต่มันจะสวยกว่านี้ ถ้ามันอยู่บนตัวคนที่ผมเลือกให้จริงๆ"
"หมายความว่าไงคะ?"
"ผมไม่ได้อยากให้ดาราคนนั้น" ธามสารภาพหน้าตาย "ผมแค่หาข้ออ้างเข้าไปที่ร้าน... เพราะแม่ของไอ้ภัทรบอกผมว่า มีพนักงานใหม่ที่สวยและเก่งมากมาช่วยงาน ผมเลยอยากรู้ว่าคำลือมันจริงแค่ไหน"
รินรดาขมวดคิ้ว "คุณรู้จักคุณหญิงวิมล?"
"ผมเป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ของเครือธุรกิจโรงแรมที่มีสาขาทั่วโลก การรู้จักกับเจ้าของร้านเพชรอันดับหนึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก... แต่การที่ผมต้องพยายามหาเรื่องไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งถึงที่ร้านนั่นแหละที่แปลก"
"คุณทำแบบนี้ทำไมคะ? คุณมีเด็กที่ส่งเสียอยู่ตั้งเยอะแยะ จะมายุ่งกับพนักงานตัวเล็กๆ อย่างรินทำไม"
ธามยื่นมือไปเชยคางรินรดาขึ้นมาเบาๆ คราวนี้เธอหลบไม่ได้เพราะถูกเขาต้อนจนมุม "เพราะพนักงานตัวเล็กๆ อย่างคุณ... มีสายตาที่มองผมเหมือนผมไม่มีค่าอะไรเลย มันทำให้ผมรู้สึก... อยากจะถูกคุณมองด้วยสายตาแบบอื่นดูบ้าง"
"สายตาแบบไหนคะ? ชื่นชม? หลงใหล? หรือสมเพช?"
"สมเพชงั้นเหรอ?" ธามเลิกคิ้ว ขำกับความคิดของเธอ "คุณนี่มัน... ปากดีกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ"
"รินพูดความจริงค่ะ คนอย่างคุณธามมีทุกอย่างจนหลงลืมไปว่า ความรู้สึกคนอื่นซื้อไม่ได้ด้วยเช็คใบเดียว"
"งั้นเรามาพนันกันไหม?" ธามโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกแทบจะชนกัน "ภายในหนึ่งเดือน ถ้าผมทำให้คุณเลิกรังเกียจผมไม่ได้ ผมจะเลิกยุ่งกับคุณ และจะเซ็นสัญญาผูกขาดการซื้อเครื่องเพชรกับร้านคุณหญิงวิมลเป็นเวลาสิบปี"
"แล้วถ้าคุณชนะล่ะ?"
"ถ้าผมชนะ..." เขาเว้นจังหวะ สายตาคมเข้มเปลี่ยนเป็นลุ่มลึก "คุณต้องมาเป็น 'ดีไซน์เนอร์ส่วนตัว' ให้กับโรงแรมของผม และแน่นอน... ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผมตลอด 24 ชั่วโมง"
"นี่มันไม่ใช่การพนันแล้วค่ะ นี่มันคือการคุกคาม"
"เลือกเอาสิรินรดา... เพื่อผลประโยชน์ของร้านที่คุณรัก หรือจะเลือกศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้ของคุณ"
รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา เธอเห็นทั้งความถือดีและความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ท่ามกลางความหรูหรานี้ ผู้ชายคนนี้คงไม่เคยถูกใครขัดใจเลยสินะ
"ตกลงค่ะ รินรับคำท้า" เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว "แต่จำไว้ด้วยนะคุณธาม... เพชรที่แข็งแกร่งที่สุด ต่อให้เอาไฟมาลนมันก็ไม่หลอมละลายง่ายๆ หรอกค่ะ"
"ผมก็ไม่ได้อยากให้มันละลาย..." ธามกระซิบ พลางใช้นิ้วโป้งไล้ที่ริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ "ผมแค่ชอบดูตอนมัน 'เปล่งประกาย' ในมือของผมมากกว่า"
รินรดารีบผลักอกเขาออกแล้วรีบปลดสร้อยคอใส่กล่อง "เซ็นชื่อค่ะ รินจะกลับแล้ว"
ธามหยิบปากกามาเซ็นชื่อลงในเอกสารอย่างรวดเร็วโดยไม่ทักท้วง เขาปล่อยให้เธอกลับไปอย่างง่ายดาย เพราะรู้ดีว่าเกมนี้นิ่งสงบก่อนที่จะพายุจะเริ่ม
เมื่อรินรดาเดินออกจากห้องไป ธามก็ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบพลางมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปจนสุดสายตา เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาใครบางคน
"ฮัลโล... คุณหญิงวิมลครับ เรื่องโปรเจกต์ของขวัญครบรอบโรงแรม ผมตัดสินใจแล้วครับ ผมจะให้รินรดาเป็นคนดูแล... ใช่ครับ รบกวนคุณหญิงช่วย 'จัดการ' ให้เธอว่างสำหรับงานนี้ด้วยนะครับ"
มุมปากของชายหนุ่มหยักลึกเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแผนการ
ขณะเดียวกัน รินรดาที่เพิ่งก้าวลงมาถึงล็อบบี้โรงแรม เธอรู้สึกว่าหัวใจยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ มือที่กำสายกระเป๋าแน่นเย็นเฉียบ เธอไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้คือความโกรธหรือความหวั่นใจกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ผู้ชายชื่อธามคือบุคคลอันตรายที่สุดที่เธอเคยเจอมาในชีวิต
"รินรดา!" เสียงที่คุ้นเคยเรียกเธอจากหน้าประตู
"พี่ภัทร? มาได้ยังไงคะ?"
"พี่เป็นห่วงรินน่ะ เลยมารอรับ... เป็นยังไงบ้าง มันทำอะไรรินหรือเปล่า?" ภัทรปรี่เข้ามาจับไหล่เธอ สำรวจความเรียบร้อยทั่วตัว
"รินไม่เป็นไรค่ะพี่ภัทร... แค่ส่งของเสร็จแล้ว" รินรดาฝืนยิ้มให้รุ่นพี่ ทั้งที่ในหัวยังมีความร้อนผ่าวจากปลายนิ้วของธามที่สัมผัสคางเธอติดอยู่
"ไปเถอะ พี่พารินไปหาอะไรอร่อยๆ ทานนะ แม่พี่รออยู่ที่ร้านด้วย ท่านอยากฟังเรื่องงานวันนี้"
รินรดาพยักหน้าแล้วเดินตามภัทรไปที่รถ โดยไม่รู้เลยว่าจากหน้าต่างบานใหญ่บนชั้นสูงสุด สายตาคู่เดิมกำลังเฝ้ามองภาพนั้นอยู่ด้วยความรู้สึกที่ไม่สบอารมณ์นัก
ในสงครามครั้งนี้ ใครจะเป็นเพชรแท้ และใครจะเป็นแค่ก้อนกรวดที่ถูกเหยียบย่ำ... การเดิมพันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 6 รสชาติของความลับและรอยร้าวที่ยากจะประสานหลังจากเหตุการณ์ที่เลานจ์ชั้น 40 ความสัมพันธ์ระหว่างธามและรินรดาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้ภายนอกรินรดายังคงเป็นดีไซน์เนอร์สาวมาดนิ่งที่ต้องมาทำงานในโรงแรมของเขาตามสัญญา แต่ในยามที่ประตูห้องทำงานของประธานบริหารปิดลง บรรยากาศที่เคยตึงเครียดกลับถูกแทนที่ด้วยความหอมหวานที่ต้องปิดบัง"คุณธามคะ... รินบอกแล้วไงว่าอย่ามานั่งใกล้ขนาดนี้ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" รินรดาเอ่ยเสียงเบา พยายามขยับเก้าอี้หนีเมื่อร่างสูงใหญ่ของธามลากเก้าอี้มานั่งประชิดจนต้นขาแทบจะเกยกัน"ห้องผมเป็นระบบสแกนนิ้ว ใครจะกล้าเข้ามาถ้าผมไม่卧อนุญาต" ธามตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูอ้อนกว่าปกติ เขาถือวิสาสะหยิบดินสอออกจากมือเธอแล้ววางมันลง "อีกอย่าง... ผมจ้างคุณมาทำงานสี่ชั่วโมง แต่นี่คุณนั่งจ้องแต่แบบร่างมาสามชั่วโมงครึ่งแล้วนะ ไม่คิดจะแบ่งเวลาให้ 'เจ้านาย' คนนี้บ้างเหรอ?""รินทำงานให้คุ้มเงินเดือนไงคะ" เธอค้อนขวับ "แล้วนี่คุณไม่มีประชุมหรือไงคะ ถึงได้มานั่งเฝ้าเป็นเด็กติดขนมแบบนี้""มี... แต่ยกเลิกหมดแล้ว ผมอยากดูคุณวาดรูปมากกว่า" ธามยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเฉียดแก้มใส "คุณร
บทที่ 5 หน้ากากที่หลุดลอกกับคำสารภาพกลางพายุแสงแดดยามบ่ายส่องกระทบกระจกอาคารสูงของโรงแรม The Grand Thame แต่บรรยากาศในใจของรินรดากลับมืดครึ้มยิ่งกว่าเมฆฝนที่ตั้งเค้าอยู่ไกลๆ เธอเดินก้าวเข้าไปในลิฟต์แก้ว มุ่งหน้าสู่ชั้น 40 ตามคำนัดหมายของเซน ในมือเธอกำโทรศัพท์ที่โชว์ภาพถ่ายเจ้าปัญหาไว้แน่นเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอพบว่ามันเป็นโซนเลานจ์ส่วนตัวที่ค่อนข้างเงียบสงัด เซนนั่งรออยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงเพลิง ในชุดเดรสสั้นกุดและแว่นกันแดดแบรนด์เนมที่ปิดบังดวงตาริษยาเอาไว้"มาตรงเวลาดีนี่... นึกว่าจะกลัวจนหัวหดไปซะแล้ว" เซนเอ่ยเสียงเยาะพลางถอดแว่นวางบนโต๊ะ"คุณต้องการอะไรคะคุณเซน? ภาพนี้คุณเป็นคนถ่ายเอง หรือจ้างใครมาถ่าย?" รินรดาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเผชิญหน้าอย่างไม่ลดละ"ใครถ่ายไม่สำคัญหรอกจ้ะ แต่มันจะสำคัญตรงที่ว่า... ถ้าภาพนี้หลุดไปพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งว่า 'ว่าที่ลูกสะใภ้ร้านเพชรชื่อดัง แอบแซ่บกับท่านประธานโรงแรมกลางงานการกุศล' หนูคิดว่าคุณหญิงวิมลจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? แล้วพี่ภัทรสุดที่รักของหนูจะรู้สึกยังไง?"รินรดาสูดหายใจลึก "คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรคะ ในเมื่อคุณธามเขาก็บอกชัดเจนว่าเขากับคุณ..
บทที่ 4 รอยร้าวในใจและความนิ่งสงบก่อนพายุแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลในงานเลี้ยงเปิดตัวคอลเลกชันอัญมณีใหม่ "The Eternal Facet" ส่องสว่างจนทุกอย่างดูหรูหราเกินจริง รินรดาในชุดราตรีสีมิดไนท์บลูขับเน้นผิวขาวผ่อง เธอจำต้องสวมสร้อยคอไพลินล้อมเพชรผลงานชิ้นเอกที่เธอร่วมออกแบบ เพื่อเป็นพรีเซนเตอร์กิตติมศักดิ์ให้กับร้านของคุณหญิงวิมลในค่ำคืนนี้“รินดูสวยมากเลยนะคืนนี้” ภัทรในชุดสูทสีขาวสะอาดตาเอ่ยชมพลางยื่นแก้วแชมเปญให้ “พี่ภูมิใจในตัวรินจริงๆ ที่งานออกมาสมบูรณ์แบบขนาดนี้”“ขอบคุณค่ะพี่ภัทร แต่รินรู้สึกไม่ค่อยชินเลย คนเยอะจนรินเริ่มอึดอัด” รินรดากวาดสายตามองไปรอบงาน ลึกๆ ในใจเธอกำลังมองหาใครบางคน... คนที่ไม่ได้ส่งข้อความหาเธอเลยตลอดทั้งวันหลังจากคำขู่ทิ้งท้ายเมื่อวาน“ถ้าไม่ไหว บอกพี่นะ เดี๋ยวพี่พากลับก่อน” ภัทรแตะแผ่นหลังเธอเบาๆ แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนต่อหน้าแขกเหรื่อ“ดูเหมือนคุณภัทรจะชอบ ‘ดูแล’ อะไรที่มันเกินความสามารถตัวเองอยู่เรื่อยเลยนะครับ”เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาใจกระตุกวูบ เธอหันไปพบกับ ธาม ที่อยู่ในชุดทักซิโด้สีดำสนิท ใบหน้าคมคายดูดุดันและทรงอำนาจกว่าทุกวัน
บทที่ 3 กับดักกลางแสงไฟเช้าวันถัดมา บรรยากาศภายในร้าน V-Jewelry ดูจะวุ่นวายกว่าปกติ รินรดาที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในร้านสังเกตเห็นพนักงานหลายคนกำลังจัดเตรียมถาดอัญมณีชุดใหญ่ และที่โต๊ะรับรองตัวยาว คุณหญิงวิมลเจ้าของร้านผู้สง่างามกำลังนั่งจิบน้ำชาพลางตรวจเช็คเอกสารด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม"อ้าว รินมาพอดีเลยลูก มาหาแม่หน่อย" คุณหญิงวิมลเรียกเธอด้วยความเอ็นดู"สวัสดีค่ะคุณหญิง มีงานด่วนอะไรหรือเปล่าคะ เห็นทุกคนดูรีบกันมาก""งานใหญ่เลยจ้ะริน" คุณหญิงวางถ้วยน้ำชาลง "เมื่อคืนคุณธามโทรหาแม่ เขาประทับใจการทำงานของรินมาก จนตัดสินใจเซ็นสัญญาให้เราเป็นผู้ผลิตของขวัญที่ระลึกสำหรับงาน Galanight ครบรอบ 15 ปีของเครือโรงแรม Grand Thame ทั้งหมด"รินรดาใจกระตุกวูบ "แต่คุณหญิงคะ... รินเพิ่งมาทำงานได้ไม่กี่วันเองนะคะ งานระดับนี้ให้พี่ภัทรหรือดีไซน์เนอร์รุ่นพี่ดูแลไม่ดีกว่าเหรอคะ?""คุณธามเขาระบุชื่อรินมาเลยจ้ะ เขาบอกว่ารินมี 'มุมมอง' ที่เขากำลังตามหา และที่สำคัญ... เขาต้องการให้ดีไซน์เนอร์ไปประจำที่โรงแรมของเขาวันละ 4 ชั่วโมง เพื่อให้งานออกมาตรงคอนเซปต์ที่สุด""ไปประจำที่นั่นเหรอคะ?" รินรดาอุทาน เสียงของเธอสั่น
บทที่ 2 รอยยิ้มใต้หน้ากากน้ำแข็งบรรยากาศในเพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุดของโรงแรม The Grand Thame ช่างแตกต่างจากร้านเครื่องเพชรที่รินรดาเพิ่งจากมาอย่างลิบลับ ผนังกระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับเพชรที่ร่วงหล่นบนพื้นดิน ทว่าคนใจคอเข้มแข็งอย่างรินรดากลับไม่ได้มีอารมณ์สุนทรีย์ไปกับภาพตรงหน้านักเธอประคองกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มไว้แนบอก ราวกับมันเป็นเกราะป้องกันตัวเพียงชิ้นเดียวที่มี"เชิญทางนี้ค่ะคุณรินรดา คุณธามรออยู่ด้านใน" เลขาสาวมาดเนี้ยบเดินนำเธอผ่านห้องโถงกว้างที่ตกแต่งด้วยศิลปะสมัยใหม่ราคาแพง ก่อนจะหยุดที่หน้าประตูไม้โอ๊คบานใหญ่เมื่อบานประตูเปิดออก กลิ่นซิการ์จางๆ ผสมกับกลิ่นเหล้าบรั่นดีชั้นเลิศก็ลอยมาปะทะจมูก ธามนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวยาว เขาไม่ได้สวมสูทเต็มยศเหมือนเมื่อบ่าย แต่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและลำคอแกร่ง ดูผ่อนคลายแต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยอำนาจคุกคาม"มาสายไปห้านาทีนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ละสายตาจากแก้วเหล้าในมือ"ขอโทษค่ะ พอดีการจราจรค่อนข้างติดขัด
บทที่ 1 สบตาผ่านประกายเพชรณ.ร้านเครื่องเพชร V-Jewelry ย่านราชประสงค์ บรรยากาศหรูหรา เงียบสงบ มีเพียงเสียงแอร์และกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงรินรดามองดูตัวเองในกระจกบานใหญ่ในชุดสูทสีเบจที่ดูเป็นทางการแต่ยังคงความทะมัดทะแมง วันนี้เป็นวันแรกที่เธอเริ่มงานที่นี่ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของคุณหญิงวิมล หลังจากที่เพิ่งเรียนจบด้านการออกแบบอัญมณีมาหมาดๆ"รินรดา... เตรียมชุด 'Blue Ocean' ไว้ในห้องรับรองหรือยัง? ลูกค้า VVIP กำลังจะมาถึงแล้วนะ" เสียงนุ่มนวลของภัทร ทายาทหนุ่มเจ้าของร้านดังขึ้นข้างตัว"เรียบร้อยค่ะพี่ภัทร รินเช็คตัวล็อกกับความสะอาดของพลอยทุกจุดแล้วค่ะ" เธอหันไปยิ้มให้รุ่นพี่คนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย"พี่ดีใจนะที่รินยอมมาช่วยงานที่นี่ แม่พี่ชมรินไม่ขาดปากเลยเรื่องตาถึงเรื่องเพชร" ภัทรวางมือบนไหล่เธอเบาๆ สายตาที่เขามองเธอนั้นปิดความรู้สึกไม่อยู่ แต่รินรดาก็เลือกที่จะทำเป็นไม่เห็น เพราะไม่อยากเสียความสัมพันธ์แบบพี่ชายที่แสนดีไปทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้ม ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าคมคายราวกับรูปสลักเดินเข


![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




