Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-07-28 19:25:10

บทที่ 2

ช่วงเวลาสิบโมงของเมืองหลวงก็ยังคงสถิติรถติดยาวเหยียดเป็นหางว่าว ข้าวโพดที่นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยรถซูเปอร์คาร์คันหรูได้แต่ถอนหายใจออกมาเป็นระยะ แม้จะอยู่ที่นี่มานานแต่ก็เป็นสถานการณ์ที่เธอไม่คุ้นชินกับมันเสียที

ถ้าหากออกจากตรงนี้ไปได้ ถนนคงโปร่งโล่งเหยียบคันเร่งมุ่งเข้าสู่ที่หมายของเธอได้ตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้

แววตาคมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู เธอไม่อยากให้ถึงดึกมากนัก เพราะพื้นที่ชนบทมักจะมืดเร็วกว่าในตัวเมืองเสมอ เธอเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะตอนนี้ไม่มีบอดี้การ์ดตามประกบเหมือนเมื่อก่อน จะคิดจะทำอะไรก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีมาก ๆ

จะว่าไป... มันก็เหมือนได้ย้อนกลับมาในวันแรกที่เธอได้เดินทางเข้ามายังกรุงเทพเพื่อตามล่าความฝัน ในตอนนั้นเธอก็ไม่มีอะไรเลยสักนิดนอกจากความหวังเล็กน้อยที่ไม่รู้ว่าจะได้เป็นจริงเมื่อไหร่

ทว่าตอนนี้เธอมีทุกอย่างที่เพียบพร้อมทั้งชื่อเสียงและเงินทอง แต่มันก็คงยังไม่มากพอที่จะทำให้คนหมู่มากได้เชื่อมั่นในตัวของเธอ ตอนนี้เธอก็เป็นเพียงแค่นางร้ายที่ไปแย่งแฟนคนอื่น แม้มันจะไม่ใช่เรื่องจริงแต่ก็ไม่มีโอกาสได้พูด

และต่อให้พูดไปก็ไม่มีใครอยากเชื่อเธออีกต่อไปแล้ว...

ข้าวโพดสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เธอพยายามลบเลือนเรื่องนั้นให้ออกไปจากหัวเพราะตอนนี้เธอกำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อยู่ที่บ้านเกิด เธอพร้อมจะทิ้งเรื่องเลวร้ายเอาไว้ที่นี่ ต่อจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอจะไม่เชื่อคนง่ายเพื่อทำให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจอีกแล้ว

แต่กระนั้นเธอก็จะไม่ทิ้งความโด่งดังที่ได้สร้างขึ้นมาเองกับมือเด็ดขาด!

การเดินทางข้ามจังหวัดเพียงคนเดียวครั้งแรกในชีวิตของเธอได้เริ่มขึ้นตอนอายุยี่สิบเจ็ดปี อาจจะเป็นปกติสำหรับผู้หญิงที่ใช้ชีวิตตัวคนเดียว แต่สำหรับข้าวโพดมันไม่ใช่สิ่งที่เธอคุ้นชินมากนักจึงทำให้ระยะเวลาการเดินทางล่าช้ากว่าที่กำหนดเอาไว้มาก

มิหนำซ้ำเธอดันหลงทางแค่เพียงเพราะว่าหน้าหมู่บ้านสร้างทางเข้าใหม่

นี่สินะนิยามของคำว่า เกิดแต่กับกู

"แล้วมันเข้าทางไหนล่ะเนี่ย"

เธอจอดรถที่ริมถนนก่อนจะพยายามมองหาป้ายบอกทางหรือไม่ก็เส้นทางที่คิดว่าจะพาเธอเข้าไปยังหมู่บ้านได้ ทว่าก็เหมือนโชคชะตาจะกลั่นแกล้งโดยการที่ไม่มีอะไรบอกเลยสักนิด ช่วงเวลาโพล้เพล้แบบนี้มีแต่แสงที่จะมืดลงทุกขณะ และเจ้ากรรมหนักหนาที่ตรงนั้นมีเพียงแค่ไฟจากหน้ารถซูเปอร์คาร์ของเธอ

ข้าวโพดรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแม่เพราะกลัวว่าเวลาจะล่วงเลยไปมากกว่านี้ ทว่าโทรไปกี่สายก็ไม่ได้รับการตอบกลับอาจจะเพราะว่าในเวลานี้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อของเยอะมากจนแม่ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ เธอเริ่มกระวนกระวายหากจะขอความช่วยเหลือจากคนที่ผ่านไปมาแถวนี้ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครผ่านสักคน

และเธอจะไม่มีทางขับรถแบบเดาสุ่มเข้าไปอย่างแน่นอน!

แต่ขณะที่ข้าวโพดกำลังคิดว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิต เสียงรถมอเตอร์ไซค์ท่อดังก็ราวกับจะบิดเข้ามาใกล้ตัวรถของเธอมากขึ้น หญิงสาวมองไปยังกระจกหลังก็พบว่านั่นคือกลุ่มเด็กแว้นที่ขี่เข้ามาด้วยความเร็วแรง เธอนับไม่ได้ว่ามีกี่คันและไม่อยากจะสนใจกับเด็กเหล่านั้นเสียเท่าไหร่นัก

นอกจากจะไม่สร้างประโยชน์อะไร ยังเสียงดังหนวกหูชาวบ้านเปล่า ๆ

ทว่ายังไม่ทันสิ้นความคิดมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็จอดเทียบเข้ากับข้างรถของเธอ พร้อมกับเด็กหนุ่มที่โน้มใบหน้าลงมาและเคาะกระจกเบา ๆ

ข้าวโพดหลับตาปี๋ด้วยความกลัว พยายามสวดมนต์เพื่อหวังว่าตัวเองจะรอดจากการถูกปล้นในครั้งนี้

"เอื้อย ๆ มาแต่ไสน้อครับ รถฮ้างบ่?"

(พี่สาว มาจากไหนครับ รถพังเหรอ?)

เธอค่อย ๆ ลืมตามองต้นเสียง พร้อมกับทำใจกล้าลดกระจกลงครึ่งหนึ่ง

"มะ มาจากกรุงเทพ รถไม่ได้พังแต่หาทางเข้าหมู่บ้านไม่เจอ" ข้าวโพดอึกอักเพราะยังมีความกลัวอยู่ในใจ ถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นจะดูเหมือนเพิ่งอายุยี่สิบต้น ๆ แต่เธอก็ไม่รู้เลยว่าคนที่เหลือในกลุ่มนั้นจะอายุเท่าไหร่กันบ้าง

"บ้านได๋ครับ"

(หมู่บ้านไหนครับ)

"จันทร์สว่าง"

"โอ๊ย เอื้อย คนบ้านเดียวกันตั๋วนิ มา ๆ ขับตามผมมาโลด เพิ้นเฮ็ดทางใหม่คนหลงกันหล๊ายหลาย"

(โอ๊ย พี่สาว คนบ้านเดียวกันนี่ มา ๆ ขับตามผมมาเลย เขาทำทางใหม่คนหลงกันเยอะ)

"อ๋อ ขอบคุณนะ" เธอส่งยิ้มตอบรับ ต่อให้จะใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย แต่เธอก็อยากเข้าไปในหมู่บ้านก่อนเพื่อที่จะได้มั่นใจในความปลอดภัยมากกว่านี้

"ถ่าอยู่นี่เด้อสู เดี๋ยวกูมาคราวเดียว ไปส่งเอื้อยเพิ้นก่อนมาแต่กรุงเทพกรุงไทย กูว่าแล้วรถคืนงามหลาย"

(รอกูอยู่นี่ก่อนนะมึง เดี๋ยวกูมาแป๊บนึง ไปส่งพี่เขาก่อน มาจากกรุงเทพ กูว่าแล้วทำไมรถสวยจัง)

สิ้นเสียงของเด็กหนุ่มข้าวโพดก็ปิดกระจกเตรียมตัวจะขับตามเข้าไปในหมู่บ้าน เธอต้องขับต่อไปอีกประมาณห้าร้อยเมตรถึงจะมีซอยเล็ก ๆ ที่เพิ่งสร้างใหม่ให้เลี้ยวเข้าไป เส้นทางดูเจริญขึ้นมากกว่าตอนที่เธออยู่หลายเท่า ไม่เปลี่ยวเพราะมีแสงไฟสว่างไสวอยู่ตลอดทาง อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิดเพื่อสร้างความปลอดภัยให้แน่นหนาขึ้น

แบบนี้ค่อยน่าหายห่วงหน่อย...

ขับเข้ามาในซอยสักพักเธอก็เห็นป้ายชื่อหมู่บ้าน พร้อมกับแสงไฟจากร้านขายของชำซึ่งแน่นอนว่านั่นคือบ้านของเธอ ผู้คนเข้ามาใช้บริการกันอย่างคับคั่งในช่วงหัวค่ำแม่ของเธอกำลังวุ่นวายอยู่กับการขายของ ส่วนพ่อนั้นก็วิ่งวุ่นหาของให้ลูกค้า เห็นดังนั้นเธอก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

ก๊อก ก๊อก...

"เอื้อย เจ้าสิซื้อของติ"

(พี่จะซื้อของเหรอ)

ข้าวโพดสะดุ้งเฮือก

"เปล่า ๆ นี่บ้านพี่" เธอลดกระจกก่อนตอบรับ

เด็กหนุ่มนิ่งอึ้งไปก่อนจะขยี้ตาตัวเองรัว ๆ

"อิหลีติ! เอื้อยข้าวโพดแม่นบ่ ที่เป็นดาราบ่ครับ!"

(จริงเหรอ! พี่ข้าวโพดใช่ไหม ที่เป็นดาราใช่ไหมครับ!)

"ชู่ว เบา ๆ สิพี่ไม่อยากให้คนแตกตื่น" เธอเอานิ้วชี้แตะปากรัว ๆ เพราะไม่อยากให้ข่าวการมาที่นี่ไหลรั่วออกไป

ต่อให้ในวันพรุ่งนี้ทุกคนก็จะรับรู้ถึงการมาของเธอก็ตาม ทว่าอย่างไรวันนี้ก็ขอให้มีเพียงแค่พ่อและแม่ที่รู้ เพื่อความสงบและไม่วุ่นวายกับตัวของเธอ

สังคมบ้านนอกเธอรู้ดีว่าเป็นอย่างไร หากป่าวประกาศออกไปในตอนนี้มีหวังได้แห่กันมาทั้งหมู่บ้านแน่นอน

"ยังไงก็ขอบคุณมากนะ อันนี้พี่ให้เป็นสินน้ำใจ"

เธอยื่นแบงค์พันให้กับเด็กหนุ่ม แววตาอีกฝ่ายเป็นประกายราวกับได้รับของที่มีค่าก่อนจะยกมือไหว้ปลก ๆ ด้วยความดีใจ

"ขอบคุณหลายเอื้อย"

(ขอบคุณมากครับพี่)

สิ้นคำเสียงบิดรถมอเตอร์ไซค์ก็ดังออกไปนอกหมู่บ้าน พร้อมกับเสียงก่นด่าตามหลังของชาวบ้านที่นั่งอยู่ภายในร้านขายของ

ข้าวโพดขับรถเข้าไปจอดยังหลังบ้าน เธอขนกระเป๋าสัมภาระของตัวเองลงพร้อมกับใช้ประตูหลังในการเข้าไปในตัวบ้าน หากเธอเดินไปทางด้านหน้ามีหวังคนได้แตกตื่นเป็นผึ้งแตกรังแน่นอน และกว่าที่ลูกค้าหน้าร้านจะซาลงก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ ในตอนนี้พ่อและแม่ยังไม่มีเวลามาพูดคุยกับเธอเสียเท่าไหร่แต่กระนั้นเธอก็รอได้

ในตอนนี้เธอมีเวลามากมายที่จะให้กับท่านทั้งสองโดยที่ไม่ต้องกังวลถึงเรื่องอื่น เพราะเธอเองก็อยากอยู่กับความสบายให้ได้นานมากที่สุด อยู่ในโลกที่โหดร้ายและหลอกลวงมาแสนยาวนานถึงเวลาที่เธอจะต้องพาตัวเองกลับมาพักหัวใจในสถานที่ของตัวเองบ้างแล้ว...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 11

    บทที่ 11"ยายอ้อย เอ็มร้อยห้าขวด!" เสียงโหวกเหวกของเฮียธงดังขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่แดดร้อนจัดจนหลายคนต้องหาที่หลบเพื่อพักจากงานกลางแจ้ง เฮียธงเองก็เช่นกันถึงจะรวยมีเงินมากมายแต่สำหรับเขางานก็คือส่วนสำคัญในชีวิตที่เขาขาดไม่ได้ส่วนที่หลบแดดที่ใกล้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือร้านขายของยายอ้อย ถึงแม้จะถัดไปอีกสามหลังก็จะถึงบ้านเขาแล้วก็ตาม"ซื้อน่อยแท้ คนไปไสเบิ่ด" ยายอ้อยยื่นถุงใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลังให้พร้อมเอ่ยถาม(ซื้อน้อยจัง คนไปไหนหมด) "ในเมืองมีงานกะเลยให้สุมรถสไลด์ไปซอย เหลือซ่ำนี้ล่ะ" เขาว่าพร้อมชะเง้อหาใครบางคน(ในเมืองมีงานก็เลยให้พวกรถสไลด์ไปช่วย เหลือแค่นี้แหละ)ยายอ้อยเห็นถึงความผิดปกติก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขามาหาลูกสาวของเธอ ทว่าในตอนที่อากาศร้อนแบบนี้ข้าวโพดไม่มีทางโผล่ออกมาให้เขาได้เห็นตัวง่าย ๆ อีกอย่างแผลของเธอก็ยังไม่ดีขึ้น จะเดินจะเหินอะไรก็เป็นไปได้ยากยายอ้อยระบายยิ้มก่อนจะเอ่ยบอก "บ่ต้องไปแนมหามันดอก มันนอนเว่น คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาส่งตอนเซ่ากะบ่เห็นลงมาเลยเด้" (ไม่ต้องไปมองหาหรอก มันนอนกลางวัน คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาให้ตอนเช้ายังไม่เห็นลงมาเลย)เฮียธงที่โดนจับได้ก็ถึงกลั

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 10

    บทที่ 10เป็นครั้งแรกที่ข้าวโพดรู้สึกว่านอนเต็มอิ่มที่สุดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เธออาจจะหลับใหลไปเพราะฤทธิ์ยาก็จริงทว่าเมื่อคืนไม่มีเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของเธอเลยสักนิด ยิ่งทำให้เธอพักผ่อนได้สบายใจมากกว่าเดิมวันนี้เธอไม่ต้องลงไปช่วยแม่ขายของที่หน้าร้านเพราะแม่อยากให้เธอรักษาตัวให้ดีขึ้น ยิ่งขาของเธอเป็นส่วนที่เจ็บมากที่สุดก็ไม่อยากให้เดินไปไหนมาไหนจนมันช้ำระบมกว่าเดิม ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะเธอจะได้ไม่ต้องเจอหน้าใครบางคนที่ตอนนี้เธอเกลียดชังเขาเข้าไส้แม้แต่เสียงที่ทำให้รำคาญหูก็ไม่ต้องการได้ยิน เหอะ! ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งโมโห ถ้าหากเธอหายดีเมื่อไหร่รับรองว่าเฮียธงได้รับการเอาคืนอย่างสาสมแน่!ระหว่างที่เธอกำลังนึกแผนจัดการกับเฮียธงอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้าวโพดปรายสายตามองเล็กน้อยก่อนจะเห็นว่าเป็นชื่อเพื่อนสนิทในวงการตั้งแต่เกิดเรื่องเธอก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากใครเลยสักคน นี่คงจะเป็นสายแรกจากคนเมืองกรุงที่ให้ความเป็นห่วงกับเธอมากที่สุด"ว่าไงยัยนีน่า"'เป็นยังไงบ้าง ยัยเมเปิ้ลเล่นงานแกหนักขนาดนี้เลยเหรอ' น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูวิตกอย่างเห็นได้ชัดทุกคนในค่ายก็รู้ดีว่าเมเปิ้

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 9

    บทที่ 9รถกระบะยกสูงของเฮียธงจอดนิ่งสนิทที่หน้าร้านขายของประจำหมู่บ้าน ยายอ้อยรีบวิ่งออกมาทันทีเมื่อรู้ว่านั่นคือเฮียธงกับลูกสาวของเธอ คำแพงเอาเรื่องที่ข้าวโพดเกิดอุบัติเหตุมาบอกให้แม่ของเธอรู้ก่อนแล้ว และไม่ลืมที่จะแอบฟ้องด้วยว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเฮียธง ถ้าหากเขาใจเย็นกับเธออีกสักหน่อย ข้าวโพดก็ไม่ต้องกลายเป็นมัมมี่แบบนี้"เป็นจั่งได๋แนหล่า เจ็บหลายบ่" แม่ว่าพลางลูบศีรษะลูกสาวอย่างเป็นห่วง(เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บมากไหม)เฮียธงที่เดินตามมาที่หลังเขาก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าต่อว่าเขาได้เท่ากับเธอเลยสักคน"ขอโทษเด้อแม่ใหญ่อ้อย ข่อยบ่คึดว่ามันสิปานนี้" เขายกมือไหว้ขอโทษอย่างจริงใจ(ขอโทษนะยายอ้อย ผมไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้)หญิงสาวปรายสายตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก ความไม่ได้ตั้งใจของเขามันพรากโอกาสการทำงานหลาย ๆ อย่างของเธอไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะหายดีพร้อมทำงานอีกเมื่อไหร่"หนูเข้าห้องก่อนนะแม่" เธอว่าเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังร้านเฮียธงมองตามเธอไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันกลับมายื่นเงินก้อนเดิมให้กับแม่ของ

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 8

    บทที่ 8เสียงพูดคุยกันเจื้อยแจ้วของผู้คนดังเข้ามาในโสตประสาทของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้น ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและสลบเหมือดไปเมื่อไหร่ทว่าสิ่งที่เธอจำได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือคนที่ทำให้เธอต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้!ผ้าพันแผลสีขาวแปะติดอยู่กับบริเวณที่เธอเจ็บแสบตามร่างกาย ถึงแม้จะมีพอมีแรงขยับร่างกายแต่มันก็สร้างความปวดร้าวจากความระบมช้ำอยู่ดีสภาพนางเอกเบอร์หนึ่งในตอนนี้แทบจะดูไม่ได้ เธอไม่ต่างอะไรจากมันมี่เลยสักนิด และแน่นอนว่าเธอจะไม่มีทางให้อภัยคนอย่างตาลุงนั่นเด็ดขาด มิหนำซ้ำยังต้องโดนมากกว่านี้ข้อหาทำให้เธอต้องเสียโฉมคอยดูเลยว่าคนอย่างข้าวโพดทำอะไรกับแค่ตาลุงขี้เมาได้บ้าง"อะ โอ๊ย..." แต่เพียงแค่หยัดกายลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ เธอก็แทบจะทรุดลงนอนที่เดิมแล้ว"จะไปไหน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยถาม ข้าวโพดรีบหันขวับไปยังข้างเตียงที่ตอนนี้มีเฮียธงนั่งเฝ้าดูอาการของเธอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้แต่เธอไม่ต้องการเห็นหน้าเขา และไม่ต้องการให้มารับผิดชอบหรือแสดงความเป็นห่วงในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปอย่างสิ้นคิด เหอะ!"นี่คุณ จะมาแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ แค่นี้สภาพฉันยังน่าเกลียดไม่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 7

    บทที่ 7"นี่ พูดดี ๆ นะ คิดเหรอว่าฉันจะไม่กล้าทำอะไรผู้หญิงอย่างเธอ" เฮียธงชี้หน้าเธอพร้อมกับสายตาที่แข็งกร้าว ความโกรธจัดที่ทำให้เลือดแทบจะขึ้นหน้านั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังกล้ายิ้มเย้ยหยันราวกับเป็นการท้าทายทั้งสองผู้ร่วมชะตาอย่างคำแพงและต้องจิกเกร็งเท้าจนตะคริวแทบจะกิน นี่มันไฟกับน้ำมันมาเจอกันชัด ๆ "แล้วจะทำอะไรล่ะ?" เธอเลิกคิ้ว "จะจับฉันโยนลงไปในบ่อโคลนเหรอ" เธอปรายสายตาไปยังบ่อโคลนที่ตอนนี้มีควายตัวเล็กกำลังนอนเกลือกกลิ้งไปมาอย่างสบายใจ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังพูดท้าทายกับใครอยู่ คนอย่างเฮียธงยอมได้ทุกอย่างยกเว้นเวลาที่โดนพูดจาท้าทายเพราะมันดูเหมือนเป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีและความกล้าของเขา แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอทำไมเขาถึงจะไม่กล้าทำ มันง่ายนิดเดียวที่จะทำให้เธอลงไปอยู่กับควายในบ่อโคลนนั้น การที่เธอแต่งตัวแบบนี้มาก็อาจจะแปลว่าเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้วสินะ...เฮียธงขัดใจใครไม่เป็นเสียด้วยสิเขาสะบัดผ้าขาวม้าที่อยู่บนบ่าออกก่อนจะสาวเท้ามุ่งตรงมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนเชิดหน้าชูตาอยู่ราวกับที่นี่เป็นวิมานเก่าของเธอเสียอย่างนั้น แต่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 6

    บทที่ 6เช้านี้ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นักสำหรับข้าวโพดที่ได้นอนเวลาตีสามตรงเป๊ะ นั่นก็เพราะกว่าวงเหล้าของเฮียธงจะเลิกก็ปาเข้าไปตีสามครึ่ง เธอทนฟังจนสลบไสลไปเองกระทั่งแม่เข้ามาปลุกในตอนหกโมงตรงให้ไปช่วยเปิดร้าน เพราะว่าเช้านี้แม่จะไปทำบุญกับเหล่าป้า ๆ ยาย ๆ ที่วัดซึ่งไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก และในเช้าที่วุ่นวายแบบนี้หน้าร้านของเธอก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาจนไม่มีเวลาให้พักข้าวโพดที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราคาของในร้านมากนักก็ขายผิดถูกไปบ้าง คนที่เข้าใจก็ปล่อยผ่าน ทว่าก็มีบางคนที่ไม่พอใจพร้อมสบถด่า ยอมรับตามตรงว่าเธอก็เสียความรู้สึกไม่น้อย แน่นอนสิ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา และเธอก็มองเห็นสายตาเกลียดชังนั้นอย่างชัดเจน“อันนี้เท่าได๋เกาะจ้า” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เธอสวมเสื้อยืดธรรมดากับผ้าถุงเพียงเท่านั้น ทว่าความสวยสง่ากลับทะลุเสื้อผ้าที่เธอใส่อย่างน่าแปลก(อันนี้เท่าไหร่เหรอจ๊ะ)“สามสิบบาทจ้ะ ใส่ถุงไหม” เธอยิ้ม“บ่เป็นหยังจ้า” หญิงสาวรับของกลับมา ทว่าสีหน้ากลับดูเหมือนมีคำถาม “เอ่อ… อันนี้ข้าวโพดแม่นบ่?”(เอ่อ… นี่ข้าวโพดใช่ไหม?)ข้าวโพดเหลือบตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่ได้สงสั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status