تسجيل الدخولตอนที่ 6
แฟนเฮียวันแรก เช้าวันถัดมา โซ่ตื่นเร็วกว่าปกติทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะปิดร้านก็เกือบเที่ยงคืน เขานอนกลิ้งอยู่บนเตียงพักใหญ่ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูโดยไม่รู้ตัว หน้าจอยังคงค้างอยู่ที่บทสนทนากับรดา ข้อความสุดท้ายที่เขาส่งไปเมื่อคืนคือ โอเคครับแฟน ส่วนอีกฝ่ายอ่านแล้วไม่ตอบกลับมาอีกเลย โซ่จ้องข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนบ้าแล้ววางโทรศัพท์ลงบนหน้าอก “เป็นแฟนวันแรกก็โดนเมินแล้วกู” เขาพึมพำกับตัวเอง แต่ถึงจะพูดแบบนั้น รอยยิ้มกลับไม่หายไปจากใบหน้าเลยสักนิด ปกติโซ่ไม่เคยพิถีพิถันกับการแต่งตัวขนาดนั้น หากต้องเปิดร้าน เขามักคว้าเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงยีนส์มาใส่แล้วก็ออกจากบ้าน แต่เช้าวันนี้เขากลับยืนอยู่หน้ากระจกนานกว่าปกติ หยิบเสื้อออกมาสองสามตัวแล้วลองทาบกับตัวเองก่อนจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็เลือกเสื้อเชิ้ตสีดำพอดีตัวกับกางเกงยีนส์เรียบ ๆ จัดผมให้เข้าที่ ใส่น้ำหอมเพิ่มอีกนิด แล้วมองตัวเองในกระจกด้วยสีหน้าพอใจ “ไม่ได้แต่งให้ใครนะ” เขาพูดกับตัวเอง “แค่วันนี้มีแฟน” แล้วก็เงียบไปสองวินาที ก่อนจะหลุดหัวเราะกับข้ออ้างของตัวเอง เมื่อมาถึงร้าน โซ่เปิดประตูขึ้นตามปกติ เปิดไฟทีละดวงจนแสงสีส้มอุ่นสาดลงบนผนังสีเข้ม กลิ่นกาแฟจากเครื่องชงลอยปะปนกับกลิ่นสะอาดของน้ำยาฆ่าเชื้อและหมึกสักที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน เขาเริ่มจัดเตรียมอุปกรณ์บนโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว แต่ไม่ถึงสิบนาที โทรศัพท์ก็ถูกหยิบขึ้นมาเช็กอีกครั้ง ทั้งที่ไม่มีการแจ้งเตือนใหม่แม้แต่รายการเดียว โซ่ขมวดคิ้วก่อนจะหัวเราะให้ตัวเอง “กูเป็นอะไรของกูวะเนี่ย” เกือบเที่ยง รดาก็เดินเข้าร้าน เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังขึ้นเบา ๆ โซ่ที่กำลังคุยกับลูกค้าอยู่หันไปมองตามเสียงโดยอัตโนมัติ และทันทีที่เห็นเธอ รอยยิ้มบนใบหน้าก็เกิดขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ วันนี้รดาสวมชุดนักเรียนเหมือนเดิม กระเป๋าสะพายอยู่บนไหล่ ผมยาวถูกรวบไว้หลวม ๆ ดูเรียบร้อยสมกับเป็นนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ เธอกวาดสายตามองไปรอบร้านก่อนจะเดินเข้ามาหาเขา “มาแล้วเหรอครับ” รดาพยักหน้า “ค่ะ” “วันนี้ให้เฮียไปรับถึงโรงเรียนก็ได้นะ” “ไม่ค่ะ” “เฮียยังไม่ได้ถามเลยว่าจะให้ไปรับไหม” “หนูรู้ว่าเฮียจะถาม” โซ่หัวเราะ “รู้ทันเฮียแล้วเหรอครับ?” “พอประมาณค่ะ” “อันตรายแล้วนะ” “อะไรคะ?” “ถ้าหนูรู้ทันเฮียมากกว่านี้ เฮียจะจีบยาก” รดาไม่ตอบ เพียงเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์อย่างคุ้นเคย โซ่มองตามก่อนจะส่ายหน้าแล้วหันกลับไปทำงานต่อ แต่เพียงครู่เดียวก็หันกลับมามองอีกครั้งจนลูกค้าที่นั่งอยู่บนเตียงสักหลุดหัวเราะ “มองน้องเขาบ่อยนะครับช่าง” โซ่ชะงักก่อนยิ้ม “แฟนครับ” ลูกค้าทำตาโต “อ้าว มีแฟนแล้วเหรอ?” “เพิ่งมีครับ” คำตอบนั้นทำให้โซ่รู้สึกแปลกอย่างประหลาด เขาไม่เคยคิดว่าการพูดคำว่า แฟน กับใครสักคนจะทำให้หัวใจตัวเองเต้นแรงได้ขนาดนี้ ทั้งที่ความจริงเขากับรดายังไม่ได้เป็นอะไรกันจริง ๆ แต่พอหันไปเห็นเธอนั่งอยู่ตรงนั้น เขากลับรู้สึกเหมือนคำพูดนั้นไม่ได้เป็นเรื่องโกหกเสียทีเดียว ช่วงบ่ายหลังลูกค้าคนสุดท้ายออกจากร้าน โซ่เดินมานั่งตรงข้ามรดาแล้ววางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ “วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้างครับ?” “ก็ปกติค่ะ” “มีใครมาจีบอีกไหม?” “ไม่มีค่ะ” “ดี” คำตอบหลุดออกจากปากเขาเร็วกว่าที่คิด รดาเงยหน้าขึ้นมองทันที “เฮียพูดเหมือนหวงเลยนะคะ” โซ่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มมุมปาก “แฟนกันก็ต้องหวงบ้างสิครับ” “เราแค่แกล้งเป็นแฟนกันค่ะ” “เฮียรู้ครับ” “งั้นอย่าหวงค่ะ” “โอเค” เขาพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ไม่หวงก็ได้” รดาก้มกลับไปมองโทรศัพท์ แต่ไม่ทันเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังยิ้มบาง ๆ อย่างมีเลศนัย เพราะโซ่เพิ่งค้นพบว่าตัวเองอาจไม่ได้กำลังแสดงเก่งอย่างที่คิด เขาหวงจริง และนั่นเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยสักนิด เย็นวันนั้น รดากำลังจะกลับเมื่อมีรถคันหนึ่งจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามร้าน ชายหนุ่มในชุดนักเรียนเดินลงมาจากรถแล้วมองเข้ามาด้านใน ก่อนจะรีบเดินตรงมายังร้านทันที รดาที่กำลังสะพายกระเป๋าหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นใคร โซ่มองตามสายตาเธอ ก่อนจะเข้าใจทันทีโดยไม่ต้องถาม นั่นคือคนที่ตามจีบเธอ “รดา” เด็กสาวถอนหายใจเบา ๆ “เขามาอีกแล้ว” ชายหนุ่มคนนั้นเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูร้าน “ทำไมไม่ตอบแชตพี่?” รดามองเขานิ่ง ๆ “หนูบอกพี่แล้วนะคะว่าไม่ต้องตามมา” “แต่พี่แค่อยากคุยด้วย” “หนูไม่อยากคุยค่ะ” อีกฝ่ายนิ่งไปก่อนจะเหลือบมองโซ่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง “แล้วผู้ชายคนนี้คือใคร?” โซ่ไม่ได้ตอบทันที เขาหันไปมองรดาเพื่อรอให้เธอเป็นคนตัดสินใจว่าจะให้เขาเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เมื่อเห็นเธอพยักหน้าเบา ๆ ชายหนุ่มจึงเดินเข้ามาหยุดข้างเธอ “แฟนครับ” อีกฝ่ายชะงัก “แฟน?” “ครับ” โซ่พูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ก่อนหันไปมองรดาแล้วถามอย่างเป็นธรรมชาติ “กลับบ้านกันไหมครับ?” รดาพยักหน้า โซ่จึงเอื้อมมือไปหาเธอช้า ๆ ไม่ได้คว้าหรือบังคับ เพียงยื่นมือออกไปตรงหน้าเพื่อให้เธอเป็นคนเลือกเองว่าจะรับหรือไม่ รดามองมือของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางมือตัวเองลงไป ฝ่ามือของทั้งคู่สัมผัสกันเพียงเบา ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของโซ่เต้นแรงจนเขาเองยังตกใจ เขาเคยจับมือผู้หญิงมามากกว่าที่จำได้ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่การจับมือธรรมดา ๆ จะทำให้รู้สึกเหมือนโลกเงียบลงไปชั่วขณะได้แบบนี้ โซ่หันไปมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า “มีอะไรอีกไหมครับ?” อีกฝ่ายมองมือที่จับกันอยู่ ก่อนจะนิ่งไปในที่สุด “ไม่มีครับ” “งั้นก็ดีครับ” โซ่ไม่ได้พูดต่อ เขาเพียงพารดาเดินออกจากร้านไปด้วยกัน เมื่อเดินพ้นระยะสายตาอีกฝ่ายแล้วจึงค่อยปล่อยมือ แต่รดากลับเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อน “ทำไมปล่อยล่ะคะ?” โซ่หันกลับมามองทันที “ก็… เฮียคิดว่าหมดหน้าที่แล้ว” รดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเบา ๆ “หนูยังไม่ได้บอกให้ปล่อยค่ะ” ประโยคนั้นทำให้โซ่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาจึงยื่นมือกลับไปหาเธออีกครั้ง “งั้นจับต่อไหมครับ?” รดามองมือของเขา ก่อนวางมือลงไปเหมือนเดิม ครั้งนี้โซ่ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงเดินไปพร้อมกับเธอช้า ๆ ท่ามกลางแสงเย็นที่กำลังเปลี่ยนสีของท้องฟ้า ถนนด้านหน้าเริ่มคึกคักขึ้นทีละน้อย แต่ทั้งคู่กลับเดินอยู่ในจังหวะเดียวกันอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านไปครู่หนึ่ง รดาก็พูดขึ้น “เฮีย” “ครับ?” “วันนี้ขอบคุณนะคะ” “เรื่องอะไร?” “ที่ช่วยหนู” โซ่เหลือบมองเธอแล้วตอบด้วยรอยยิ้ม “เฮียเต็มใจ” รดาเงียบไป ก่อนถามขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าหมดเรื่องแล้ว… เราต้องเลิกเป็นแฟนกันไหมคะ?” ฝีเท้าของโซ่ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที คำถามนั้นควรเป็นเรื่องธรรมดา เพราะตั้งแต่แรกทั้งคู่ก็ตกลงกันแล้วว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเพียงการแสดง แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่โซ่เริ่มไม่อยากคิดถึงวันที่ต้องกลับไปเป็นแค่ช่างสักกับลูกค้าอีกครั้ง เขามองมือที่ยังจับกันอยู่ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตารดา “ยังไม่ต้องรีบเลิกก็ได้ครับ” “ทำไมคะ?” โซ่ยิ้มบาง ๆ “เพราะเฮียเพิ่งเริ่มชอบบทนี้” รดานิ่งไป และเป็นครั้งแรกที่คนพูดอย่างโซ่ไม่รู้เลยว่าตัวเองหมายถึง บทบาทแฟนปลอม ๆ หรือหมายถึง การเป็นแฟนของเธอจริง ๆ กันแน่หลังจากวันที่โซ่ยอมรับกับตัวเองตรง ๆ ว่าเขาหวงรดา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เหมือนจะเปลี่ยนไปอีกนิด ไม่ใช่เพราะมีใครตั้งใจทำให้มันหวานขึ้น แต่เป็นเพราะต่างคนต่างเริ่มคุ้นเคยกับการมีอีกคนอยู่ในชีวิตมากขึ้น จากเดิมที่รดาเคยเป็นฝ่ายรอข้อความของเขา ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายส่งข้อความมาก่อนบ่อยขึ้น ส่วนโซ่เองก็เริ่มรู้ว่าช่วงเวลาไหนที่เธอเลิกเรียน ชอบดื่มอะไร ไม่ชอบกินอะไร และแม้กระทั่งเวลาที่เธอเหนื่อย เธอมักจะตอบข้อความสั้นกว่าปกติแค่ไหนมันเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีใครบอกให้จำ แต่เขากลับจำได้เองโดยไม่รู้ตัวเช้าวันหนึ่ง ขณะที่โซ่กำลังเตรียมอุปกรณ์ในร้าน โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นบนโต๊ะRada: วันนี้หนูเลิกเร็วค่ะโซ่ยกยิ้มทันทีSo: แล้วจะมาหาเฮียไหมครับครั้งนี้เธอไม่ได้ตอบทันทีเหมือนทุกครั้ง ผ่านไปเกือบสิบนาทีข้อความจึงเด้งขึ้นมาRada: ถ้าเฮียไม่ยุ่งSo: ต่อให้ยุ่งก็อยากให้มาRada: งั้นหนูไปค่ะโซ่กำลังจะพิมพ์ตอบ แต่ลูกค้าคนแรกของวันก็เดินเข้าร้านเสียก่อน เขาจึงวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปทำงานตามปกติ ทว่าตลอดทั้งวันอารมณ์ของเขากลับดีเป็นพิเศษจนเพื่อนร่วมร้านสังเกตได้“วันนี้มึงยิ้มอะไรนักหนา?”
เช้าวันต่อมา โซ่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆ ทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะปิดร้านเสร็จก็ดึกกว่าปกติ แต่พอลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาทำกลับไม่ใช่การหยิบโทรศัพท์เช็กตารางงานเหมือนทุกวัน หากเป็นการเปิดดูข้อความล่าสุดจากรดาที่ส่งมาตั้งแต่เมื่อคืน ชายหนุ่มอ่านข้อความสั้น ๆ นั้นซ้ำอีกครั้งก่อนจะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว คำว่า “ค่ะ แฟน” ที่เธอส่งกลับมาไม่ได้มีอะไรหวือหวาเลย แต่กลับทำให้เขาอารมณ์ดีตั้งแต่ยังไม่ลุกจากเตียงโซ่วางโทรศัพท์ลงบนอกแล้วถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหัวเราะให้กับตัวเอง“เป็นเอามากแล้วกู…”เมื่อก่อนเขาไม่เคยเข้าใจคนที่เอาแต่เช็กโทรศัพท์เพราะรอข้อความจากใครสักคนเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ตัวเองกลับกลายเป็นหนึ่งในนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ และที่น่าหนักใจกว่านั้นคือเขาไม่ได้รู้สึกรำคาญตัวเองแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าการมีใครสักคนให้คิดถึงตั้งแต่ตื่นนอนทำให้เช้าวันธรรมดาน่าใช้ชีวิตขึ้นมาอย่างประหลาดยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกไปอาบน้ำ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นอีกครั้งRada: ตื่นหรือยังคะโซ่ยิ้มทันทีSo: ตื่นแล้วครับ กำลังคิดถึงแฟนอยู่เลยอีกฝั่งอ่านข้อความอย่างรวดเร็ว ก่อนตอบกลับมาRada: โกหกSo: จริงค
หลังจากวันที่ตกลงเป็นแฟนกันจริง ๆ ชีวิตของโซ่ก็เหมือนจะมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป ทั้งที่ตารางชีวิตของเขายังคงเหมือนเดิม ตื่นเช้า เปิดร้าน รับลูกค้า สักงานตามนัด เก็บร้านตอนค่ำ แล้วกลับบ้าน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือโทรศัพท์ที่เมื่อก่อนแทบไม่มีความหมาย กลับกลายเป็นสิ่งที่เขาเผลอหยิบขึ้นมาดูทุกไม่กี่นาที เพียงเพราะอยากรู้ว่าอีกคนจะส่งข้อความมาหรือยังและวันนี้ก็เช่นกันชายหนุ่มนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ในร้านสัก มือหนึ่งกำลังจัดอุปกรณ์ ส่วนอีกมือวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัวอย่างเห็นได้ชัด สายตาของเขาเหลือบมองหน้าจอเป็นระยะ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่รดาจะต้องทักมาตั้งแต่เช้า“มึงจะมองอีกกี่รอบวะ โทรศัพท์มันไม่ท้องหรอก”เสียงของเพื่อนช่างสักที่กำลังจัดของอยู่ไม่ไกลทำให้โซ่เงยหน้าขึ้น เขาขมวดคิ้วก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่สะทกสะท้าน“กูไม่ได้รอใคร”“กูยังไม่ได้ถามเลยว่ามึงรอใคร”โซ่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้เต็ม ๆ เขากดเปิดหน้าจออีกครั้ง แล้วก็พบว่าไม่มีข้อความใหม่จริง ๆ อย่างที่คิด ชายหนุ่มถอนหายใจพร้อมเอนหลังพิงเก้าอี้ พยายามทำเหมือนไม่ได้สนใจอะ
หลังจากข้อความ คิดถึงค่ะ ถูกส่งออกไป รดาก็วางโทรศัพท์ลงข้างหมอนทันที เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองจะรู้สึกอะไรกับการส่งข้อความสั้น ๆ แบบนั้น เพียงแต่ตอนที่นิ้วพิมพ์คำว่า คิดถึง ลงไป มันกลับเป็นคำที่ตรงกับความรู้สึกในตอนนั้นมากที่สุด เธอไม่ได้คิดถึงเขาเพราะต้องการแสดงให้ใครเห็น ไม่ได้คิดถึงเพราะต้องการให้ผู้ชายที่ตามจีบเลิกยุ่ง และไม่ได้คิดถึงเพราะยังอยู่ในบทบาทแฟนปลอม ๆ อีกแล้ว ความจริงที่น่าประหลาดก็คือ เธอเพียงแค่คิดถึงโซ่ขึ้นมาจริง ๆ เท่านั้นทางด้านคนที่ได้รับข้อความกลับไม่สามารถนอนได้ง่าย ๆ โซ่นอนมองหน้าจออยู่พักใหญ่ก่อนเปิดอ่านข้อความนั้นซ้ำเป็นรอบที่ไม่รู้เท่าไหร่ รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นทุกครั้งที่อ่าน โดยเฉพาะคำว่า คิดถึงค่ะ ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกเติมเต็มอย่างประหลาด เขาเคยได้รับข้อความหวาน ๆ จากผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีข้อความไหนทำให้รู้สึกดีเท่านี้มาก่อน อาจเพราะคนที่ส่งคือรดา เด็กสาวที่เขาเคยคิดว่าเย็นชาและไม่สนใจเขาเลยสักนิด “คิดถึงเฮียเหรอ…” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนหัวเราะเบา ๆ แล้วพิมพ์ตอบกลับไปSo: เฮียก็คิดถึงครับหลังจากนั้นไม่มีข้อความตอบกลับมาอีก โซ่จึงวางโทรศัพท์
ตอนที่ 9 จากแฟนจำเป็นสู่แฟนจริงหลังจากคำว่า “ค่ะ” หลุดออกจากปากของรดา ทั้งสองคนก็ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟริมถนนโดยไม่มีใครพูดอะไรต่ออยู่พักใหญ่ เสียงรถที่วิ่งผ่านไปมาดังเป็นระยะ เสียงผู้คนจากร้านอาหารใกล้ ๆ ลอยมาตามลม แต่สำหรับโซ่แล้ว สิ่งเหล่านั้นแทบไม่ได้เข้ามาอยู่ในความสนใจเลย เขายังคงมองมือของตัวเองที่กำลังจับมือรดาอยู่ และอดไม่ได้ที่จะคิดว่ามือคู่นี้เมื่อไม่กี่วันก่อนยังเป็นเพียงมือของลูกค้าคนหนึ่งที่เข้ามาในร้าน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นมือของแฟนเขาไปแล้วจริง ๆ“เฮีย”เสียงของรดาทำให้เขาเงยหน้าขึ้น“ครับ?”“เรากลับกันได้หรือยังคะ?”โซ่หลุดหัวเราะเบา ๆ “ได้ครับ” เขาปล่อยมือเธออย่างเสียดายเล็ก ๆ ก่อนเดินไปทางรถ “แต่เฮียมีคำถาม”“อะไรคะ?”“ตอนนี้เราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้วใช่ไหม?”รดาหยุดเดินแล้วหันมามองเขา “ก็เมื่อกี้หนูตอบตกลงไปแล้วค่ะ”“เฮียอยากได้ยินอีกครั้ง”“ทำไมคะ?”“อยากฟังครับ”รดามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาอย่างชัดเจน “ค่ะ เราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้ว”เพียงประโยคเดียวก็ทำให้คนที่เคยมีคำพูดหวาน ๆ ให้ผู้หญิงฟังได้แทบทุกสถานการณ์ยิ้มกว้างจนปิดไม่มิด โซ่พยักหน้าเหมือนกำลังยืนยันกั
ตอนที่ 8 แฟนจริง ๆ ได้ไหมเช้าวันถัดมา โซ่ใช้เวลานานกว่าปกติในการเลือกเสื้อผ้า ทั้งที่วันนี้เขาไม่ได้มีนัดสักกับลูกค้าคนสำคัญ ไม่ได้มีงานถ่ายแบบ หรือมีธุระอะไรที่ต้องแต่งตัวเป็นพิเศษ สิ่งเดียวที่แตกต่างจากทุกวันคือช่วงเย็นเขาต้องไปรับรดาที่โรงเรียนและไปพบผู้ชายที่ตามจีบเธอ และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เรื่องแค่นี้กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะไปพบคนสำคัญของตัวเอง โซ่ยืนมองตัวเองในกระจกอยู่พักหนึ่งก่อนหยิบเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มมาสวมทับเสื้อยืดเรียบ ๆ แล้วจัดทรงผมให้เข้าที่ “ไม่ได้ไปแข่งกับใครนะโซ่” เขาพูดกับตัวเอง “แค่ไปช่วยแฟน” พูดจบก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มออกมา เพราะคำว่า แฟน ที่หลุดออกจากปากนั้นฟังดูเป็นธรรมชาติเกินกว่าจะเรียกว่าการแสดงเสียแล้วช่วงบ่ายที่ร้านค่อนข้างยุ่ง โซ่ต้องสักงานต่อเนื่องจนแทบไม่มีเวลาพัก แต่ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นมาเป็นระยะ เมื่อหยิบขึ้นมาดู เขากลับพบเพียงข้อความจากรดาสั้น ๆ ว่า วันนี้หนูเลิกเรียนห้าโมงนะคะ เขาตอบกลับทันทีว่า ครับ เฮียไปรับ แล้ววางโทรศัพท์ลง ทว่าผ่านไปไม่ถึงห้านาที เขาก็หยิบขึ้นมาเปิดอ่านข้อความนั้นอีกครั้งอย่างไม่มีเหตุผล ลูกค้าที







