تسجيل الدخولตอนที่ 5
แฟนจำเป็น คำพูดของรดาทำให้บรรยากาศภายในร้านเงียบลงไปอย่างเห็นได้ชัด เสียงเพลงสากลที่เปิดคลอเบา ๆ ยังคงดังอยู่เหมือนเดิม เครื่องปรับอากาศยังคงทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่สำหรับโซ่แล้ว ทุกอย่างรอบตัวเหมือนถูกลดระดับเสียงลงจนเหลือเพียงประโยคเดียวที่วนซ้ำอยู่ในหัว “เป็นแฟนหนูได้ไหมคะ?” เขานั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอ ดวงตาคมจ้องคนพูดราวกับกำลังพยายามแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดไป “เมื่อกี้ว่าอะไรนะครับ?” รดากะพริบตาช้า ๆ ก่อนจะพูดซ้ำด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม “หนูถามว่า เฮียเป็นแฟนหนูได้ไหมคะ” โซ่หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่ไม่ใช่เสียงหัวเราะแบบที่เขาใช้เวลาแกล้งเธอ เพราะคราวนี้มันเต็มไปด้วยความประหลาดใจมากกว่า เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ ยกมือขึ้นลูบคางตัวเองแล้วมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา “นี่หนูกำลังขอเฮียเป็นแฟนจริง ๆ เหรอ?” “ค่ะ” “แล้วทำไม?” “เพราะมีคนตามจีบหนูค่ะ” คำตอบตรงจนโซ่แทบหัวเราะอีกครั้ง เขาเคยคิดว่าตัวเองเจอผู้หญิงมาหลายแบบ แต่ไม่เคยมีใครเดินเข้ามาในร้านแล้วพูดขอให้เขาเป็นแฟนด้วยเหตุผลหน้าตาเฉยขนาดนี้มาก่อน เขาเหลือบมองเธออย่างสนใจ ก่อนถามต่อ “แล้วทำไมต้องเป็นเฮีย?” “เพราะเฮียดูเหมือนคนที่เขาน่าจะเชื่อค่ะ” “แค่นั้น?” “ค่ะ” “ไม่มีเหตุผลอื่นเลย?” รดานิ่งไปเล็กน้อย เหมือนกำลังคิดคำตอบจริง ๆ ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ” คำตอบนั้นทำให้โซ่ยกมือขึ้นแตะอกตัวเองอย่างเสแสร้งเจ็บปวด “โห… เฮียเสียใจนะ หนูนึกว่าจะบอกว่าเฮียหล่อ” “เฮียหล่อค่ะ” โซ่ชะงัก รดายังคงจ้องเขาอย่างไม่รู้สึกรู้สา ก่อนพูดต่อ “แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้” ชายหนุ่มนิ่งไปสองวินาที ก่อนหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “หนูนี่มันร้ายเหมือนกันนะ” “เฮียเป็นคนสอนเองไม่ใช่เหรอคะ” “เฮียไปสอนตอนไหน?” “ทุกครั้งที่เฮียพูดกับหนูค่ะ” โซ่มองเธอแล้วส่ายหน้าอย่างยอมแพ้ เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา คนที่คิดว่าตัวเองกำลังเป็นฝ่ายเล่นกับเธอ อาจกำลังถูกเด็กสาวคนนี้เล่นกลับอยู่โดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนถาม “แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?” “รุ่นพี่ที่โรงเรียนค่ะ” “ตามจีบมานานแล้ว?” “ประมาณเดือนหนึ่ง” “แล้วหนูไม่ชอบเขา?” “ไม่ค่ะ” “ปฏิเสธไปแล้ว?” “หลายครั้งค่ะ” โซ่พยักหน้าเบา ๆ สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่ลดลงเล็กน้อย เขาไม่ได้ถามรายละเอียดส่วนตัวของอีกฝ่ายมากไปกว่านั้น เพราะสิ่งที่เขาสนใจจริง ๆ คือรดาต้องการให้เขาเข้ามาช่วยตรงไหน “แล้วเขายังไม่หยุด?” “ยังค่ะ” “เลยอยากมีแฟนเพื่อให้เขาหยุด?” “ค่ะ” “แล้วถ้าเฮียช่วย หนูจะทำยังไง?” “ก็แค่ทำเหมือนเป็นแฟนกันค่ะ” โซ่หัวเราะในลำคอ “ง่ายจังเลยนะ” “ค่ะ” “สำหรับหนูมันง่าย แต่เฮียอาจมีปัญหานะ” รดาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ปัญหาอะไรคะ?” ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก “ถ้าเฮียเล่นเป็นแฟนแล้วเกิดเล่นจริงขึ้นมา หนูจะทำยังไง?” รดาสบตาเขาอยู่นานกว่าปกติ คราวนี้ไม่มีคำตอบกลับมาในทันที ดวงตาของเธอนิ่งมากจนโซ่เองยังเดาไม่ออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ สุดท้ายรดาก็เพียงตอบว่า “ถ้าเฮียไม่อยากช่วยก็ไม่เป็นไรค่ะ” เธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บใส่กระเป๋า แต่โซ่กลับพูดขึ้นมาก่อน “เดี๋ยว” รดาหยุดมือ “เฮียยังไม่ได้บอกว่าจะไม่ช่วย” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง โซ่เอนตัวมาข้างหน้า วางแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะแล้วมองเธอตรง ๆ “เฮียแค่สงสัยว่าหนูรู้หรือเปล่าว่าการขอใครเป็นแฟนมันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ” “รู้ค่ะ” “แล้วถ้าเฮียตกลง?” “หนูจะทำตามที่ตกลงค่ะ” “ถ้าเฮียต้องไปรับไปส่ง?” “ได้ค่ะ” “ถ้าเฮียต้องไปเจอคนที่ตามจีบหนู?” “ได้ค่ะ” “ถ้าเฮียต้องจับมือหนูต่อหน้าเขา?” รดาหยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนพยักหน้า “ได้ค่ะ” รอยยิ้มของโซ่ค่อย ๆ กว้างขึ้น “แล้วถ้าเฮียต้องทำให้ทุกคนเชื่อว่าเราเป็นแฟนกันจริง ๆ ล่ะ?” รดามองเขานิ่ง ๆ “ก็ทำสิคะ” คราวนี้โซ่เป็นฝ่ายเงียบ เด็กคนนี้ไม่ได้มีท่าทีเขิน ไม่ได้หลบสายตา และไม่ได้แสดงความกังวลแม้แต่นิดเดียว ราวกับสิ่งที่เธอกำลังขอเป็นเพียงการทำสัญญาธรรมดา ๆ ฉบับหนึ่ง ต่างจากเขาที่เริ่มรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างน่าหงุดหงิด “ตกลงครับ” รดากะพริบตา “ตกลง?” “ครับ” โซ่ยิ้ม “เฮียเป็นแฟนให้” สีหน้าของรดายังคงนิ่งเหมือนเดิม แต่แววตาดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ” “แล้วเราต้องเริ่มเมื่อไหร่คะ?” โซ่พิงเก้าอี้พลางยกคิ้ว “ใจร้อนจัง” “หนูอยากให้เรื่องนี้จบเร็ว ๆ ค่ะ” “เฮียว่ามันอาจไม่จบเร็วหรอก” “ทำไมคะ?” “เพราะเฮียคิดว่า ถ้าได้เป็นแฟนหนูแล้ว เฮียอาจไม่อยากเลิกเป็น” รดาเงียบ โซ่ยิ้มขำเมื่อเห็นเธอเริ่มหลบสายตาเป็นครั้งแรก แม้จะเพียงเสี้ยววินาที แต่เขาก็จับได้ทันที “เขินเหรอ?” “เปล่าค่ะ” “เมื่อกี้หลบตา” “หนูแค่เมื่อยคอ” “อ๋อ…” โซ่ลากเสียงยาวอย่างคนจับได้แต่ไม่คิดจะเปิดโปง เขายิ้มอยู่แบบนั้นจนรดาต้องหันไปมองทางอื่นเพื่อหลบสายตาเขา “งั้นเริ่มวันนี้เลยไหมครับ?” “วันนี้?” “ใช่ครับ” เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “เฮียจะได้บันทึกไว้เลยว่า ตั้งแต่วันนี้เฮียมีแฟนแล้ว” รดามองหน้าจอโทรศัพท์ของเขา “ไม่ต้องบันทึกก็ได้ค่ะ” “ต้องครับ เรื่องสำคัญ” “แล้วเฮียจะเขียนว่าอะไร?” โซ่ทำท่าครุ่นคิด ก่อนยิ้มออกมา “แฟนจำเป็น” “ไม่ค่ะ” “แฟนปลอม?” “ไม่เอาค่ะ” “แฟนคุณหนู?” รดานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนตอบเบา ๆ “อันนี้ก็ได้ค่ะ” โซ่ยิ้มทันที คำว่า แฟนคุณหนู ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าทำไมเพียงแค่คำเรียกเล่น ๆ ถึงทำให้รู้สึกดีได้ขนาดนี้ ทั้งที่เขาเป็นคนเสนอเองแท้ ๆ ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแสดง หลังจากตกลงกันเรียบร้อย โซ่จึงขอให้รดาเล่าเรื่องผู้ชายคนนั้นให้ฟังอีกเล็กน้อย ทั้งคู่คุยกันถึงขอบเขตของการแกล้งเป็นแฟนว่าควรทำแค่ไหนและไม่ควรทำอะไร รดายืนยันว่าเธอเพียงต้องการให้อีกฝ่ายเลิกตามตื๊อ ส่วนโซ่เองก็บอกชัดเจนว่าเขาจะไม่ทำอะไรที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด “ถ้ามีอะไรที่หนูไม่ชอบ บอกเฮียได้เลยนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เฮียอาจชอบแกล้ง แต่ถ้าหนูบอกว่าไม่ เฮียหยุด” รดามองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า “ค่ะ” ประโยคธรรมดา ๆ นั้นกลับทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างประหลาด เพราะแม้โซ่จะชอบพูดเล่นและชอบหยอดเธอ แต่เขาก็ยังรู้ว่าตอนไหนควรจริงจัง เมื่อใกล้ถึงเวลาที่รดาจะกลับ โซ่เดินออกมาส่งเธอถึงหน้าร้านเหมือนทุกครั้ง อากาศด้านนอกเย็นกว่าข้างในเล็กน้อย ถนนหน้าอาคารมีรถวิ่งผ่านเป็นระยะ แสงไฟจากร้านค้าโดยรอบสะท้อนบนพื้นถนนจนเกิดเป็นเงาวาวหลังฝนตกช่วงบ่าย รดาหันกลับมาหาเขา “งั้นพรุ่งนี้เจอกันค่ะ” โซ่เลิกคิ้ว “พรุ่งนี้เลย?” “ค่ะ” “เฮียต้องไปรับไหมครับ?” “ไม่ต้องค่ะ” “แฟนกันวันแรกก็ไม่ให้เฮียไปรับเลยเหรอ?” “หนูไปเองได้ค่ะ” “งั้นเฮียไปส่ง” “ไม่ต้องค่ะ” “หนูรู้ไหมว่าแฟนที่ดีต้องทำอะไร?” “อะไรคะ?” “ต้องหาเรื่องเจอแฟนครับ” รดามองเขานิ่ง ๆ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ “เฮียเนียนมากเลยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “หนูไม่ได้ชมค่ะ” “แต่เฮียรับเป็นคำชม” รดาส่ายหน้าแล้วเดินออกไป แต่ก่อนจะขึ้นรถ เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้ง “เฮีย” “ครับ?” “ขอบคุณนะคะ” โซ่ยิ้มให้เธอ “ไม่เป็นไรครับ แฟนกันแล้วก็ต้องช่วยกันสิ” รดาชะงักไปเล็กน้อยกับคำว่า แฟนกันแล้ว ก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินขึ้นรถไป ทันทีที่รถของเธอเคลื่อนออกจากหน้าร้าน โซ่ยังยืนอยู่ที่เดิม สองมือสอดกระเป๋ากางเกง สายตามองท้ายรถจนลับสายตา รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงสีหน้าครุ่นคิด เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ รู้เพียงว่าเรื่องที่ควรจะเป็นแค่การช่วยเด็กคนหนึ่งกลับไม่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังทำงานอาสาเลยสักนิด ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกสนุกขึ้นมาอย่างน่าประหลาด โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น โซ่หยิบออกมาดู และพบข้อความจากรดา Rada: เฮีย So: ครับแฟน ปลายทางอ่านแล้วเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนข้อความใหม่จะเด้งขึ้นมา Rada: อย่าเรียกบ่อยค่ะ โซ่ยิ้มทันที So: ทำไมครับ เขินเหรอ? ครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานกว่าข้อความจะถูกตอบกลับ Rada: รำคาญค่ะ โซ่หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนพิมพ์ตอบกลับไป So: โอเคครับแฟน ไม่ถึงสิบวินาที ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา Rada: เฮียโซ่ เขาอ่านแล้วหัวเราะจนต้องส่ายหน้า ดูท่าว่าเกมนี้จะสนุกกว่าที่คิดจริง ๆ แต่โซ่ยังไม่รู้เลยว่า สำหรับรดาแล้ว การมีแฟนปลอม ๆ สักคนอาจเป็นเพียงวิธีแก้ปัญหาชั่วคราว ส่วนสำหรับเขาการได้อยู่ใกล้เธอมากขึ้นทุกวัน อาจทำให้คำว่า “แฟนจำเป็น” ค่อย ๆ กลายเป็นคำที่ไม่อยากให้มีคำว่า จำเป็น ต่อท้ายอีกเลยหลังจากวันที่โซ่ยอมรับกับตัวเองตรง ๆ ว่าเขาหวงรดา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เหมือนจะเปลี่ยนไปอีกนิด ไม่ใช่เพราะมีใครตั้งใจทำให้มันหวานขึ้น แต่เป็นเพราะต่างคนต่างเริ่มคุ้นเคยกับการมีอีกคนอยู่ในชีวิตมากขึ้น จากเดิมที่รดาเคยเป็นฝ่ายรอข้อความของเขา ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายส่งข้อความมาก่อนบ่อยขึ้น ส่วนโซ่เองก็เริ่มรู้ว่าช่วงเวลาไหนที่เธอเลิกเรียน ชอบดื่มอะไร ไม่ชอบกินอะไร และแม้กระทั่งเวลาที่เธอเหนื่อย เธอมักจะตอบข้อความสั้นกว่าปกติแค่ไหนมันเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีใครบอกให้จำ แต่เขากลับจำได้เองโดยไม่รู้ตัวเช้าวันหนึ่ง ขณะที่โซ่กำลังเตรียมอุปกรณ์ในร้าน โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นบนโต๊ะRada: วันนี้หนูเลิกเร็วค่ะโซ่ยกยิ้มทันทีSo: แล้วจะมาหาเฮียไหมครับครั้งนี้เธอไม่ได้ตอบทันทีเหมือนทุกครั้ง ผ่านไปเกือบสิบนาทีข้อความจึงเด้งขึ้นมาRada: ถ้าเฮียไม่ยุ่งSo: ต่อให้ยุ่งก็อยากให้มาRada: งั้นหนูไปค่ะโซ่กำลังจะพิมพ์ตอบ แต่ลูกค้าคนแรกของวันก็เดินเข้าร้านเสียก่อน เขาจึงวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปทำงานตามปกติ ทว่าตลอดทั้งวันอารมณ์ของเขากลับดีเป็นพิเศษจนเพื่อนร่วมร้านสังเกตได้“วันนี้มึงยิ้มอะไรนักหนา?”
เช้าวันต่อมา โซ่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆ ทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะปิดร้านเสร็จก็ดึกกว่าปกติ แต่พอลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาทำกลับไม่ใช่การหยิบโทรศัพท์เช็กตารางงานเหมือนทุกวัน หากเป็นการเปิดดูข้อความล่าสุดจากรดาที่ส่งมาตั้งแต่เมื่อคืน ชายหนุ่มอ่านข้อความสั้น ๆ นั้นซ้ำอีกครั้งก่อนจะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว คำว่า “ค่ะ แฟน” ที่เธอส่งกลับมาไม่ได้มีอะไรหวือหวาเลย แต่กลับทำให้เขาอารมณ์ดีตั้งแต่ยังไม่ลุกจากเตียงโซ่วางโทรศัพท์ลงบนอกแล้วถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหัวเราะให้กับตัวเอง“เป็นเอามากแล้วกู…”เมื่อก่อนเขาไม่เคยเข้าใจคนที่เอาแต่เช็กโทรศัพท์เพราะรอข้อความจากใครสักคนเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ตัวเองกลับกลายเป็นหนึ่งในนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ และที่น่าหนักใจกว่านั้นคือเขาไม่ได้รู้สึกรำคาญตัวเองแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าการมีใครสักคนให้คิดถึงตั้งแต่ตื่นนอนทำให้เช้าวันธรรมดาน่าใช้ชีวิตขึ้นมาอย่างประหลาดยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกไปอาบน้ำ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นอีกครั้งRada: ตื่นหรือยังคะโซ่ยิ้มทันทีSo: ตื่นแล้วครับ กำลังคิดถึงแฟนอยู่เลยอีกฝั่งอ่านข้อความอย่างรวดเร็ว ก่อนตอบกลับมาRada: โกหกSo: จริงค
หลังจากวันที่ตกลงเป็นแฟนกันจริง ๆ ชีวิตของโซ่ก็เหมือนจะมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป ทั้งที่ตารางชีวิตของเขายังคงเหมือนเดิม ตื่นเช้า เปิดร้าน รับลูกค้า สักงานตามนัด เก็บร้านตอนค่ำ แล้วกลับบ้าน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือโทรศัพท์ที่เมื่อก่อนแทบไม่มีความหมาย กลับกลายเป็นสิ่งที่เขาเผลอหยิบขึ้นมาดูทุกไม่กี่นาที เพียงเพราะอยากรู้ว่าอีกคนจะส่งข้อความมาหรือยังและวันนี้ก็เช่นกันชายหนุ่มนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ในร้านสัก มือหนึ่งกำลังจัดอุปกรณ์ ส่วนอีกมือวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัวอย่างเห็นได้ชัด สายตาของเขาเหลือบมองหน้าจอเป็นระยะ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่รดาจะต้องทักมาตั้งแต่เช้า“มึงจะมองอีกกี่รอบวะ โทรศัพท์มันไม่ท้องหรอก”เสียงของเพื่อนช่างสักที่กำลังจัดของอยู่ไม่ไกลทำให้โซ่เงยหน้าขึ้น เขาขมวดคิ้วก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่สะทกสะท้าน“กูไม่ได้รอใคร”“กูยังไม่ได้ถามเลยว่ามึงรอใคร”โซ่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้เต็ม ๆ เขากดเปิดหน้าจออีกครั้ง แล้วก็พบว่าไม่มีข้อความใหม่จริง ๆ อย่างที่คิด ชายหนุ่มถอนหายใจพร้อมเอนหลังพิงเก้าอี้ พยายามทำเหมือนไม่ได้สนใจอะ
หลังจากข้อความ คิดถึงค่ะ ถูกส่งออกไป รดาก็วางโทรศัพท์ลงข้างหมอนทันที เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองจะรู้สึกอะไรกับการส่งข้อความสั้น ๆ แบบนั้น เพียงแต่ตอนที่นิ้วพิมพ์คำว่า คิดถึง ลงไป มันกลับเป็นคำที่ตรงกับความรู้สึกในตอนนั้นมากที่สุด เธอไม่ได้คิดถึงเขาเพราะต้องการแสดงให้ใครเห็น ไม่ได้คิดถึงเพราะต้องการให้ผู้ชายที่ตามจีบเลิกยุ่ง และไม่ได้คิดถึงเพราะยังอยู่ในบทบาทแฟนปลอม ๆ อีกแล้ว ความจริงที่น่าประหลาดก็คือ เธอเพียงแค่คิดถึงโซ่ขึ้นมาจริง ๆ เท่านั้นทางด้านคนที่ได้รับข้อความกลับไม่สามารถนอนได้ง่าย ๆ โซ่นอนมองหน้าจออยู่พักใหญ่ก่อนเปิดอ่านข้อความนั้นซ้ำเป็นรอบที่ไม่รู้เท่าไหร่ รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นทุกครั้งที่อ่าน โดยเฉพาะคำว่า คิดถึงค่ะ ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกเติมเต็มอย่างประหลาด เขาเคยได้รับข้อความหวาน ๆ จากผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีข้อความไหนทำให้รู้สึกดีเท่านี้มาก่อน อาจเพราะคนที่ส่งคือรดา เด็กสาวที่เขาเคยคิดว่าเย็นชาและไม่สนใจเขาเลยสักนิด “คิดถึงเฮียเหรอ…” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนหัวเราะเบา ๆ แล้วพิมพ์ตอบกลับไปSo: เฮียก็คิดถึงครับหลังจากนั้นไม่มีข้อความตอบกลับมาอีก โซ่จึงวางโทรศัพท์
ตอนที่ 9 จากแฟนจำเป็นสู่แฟนจริงหลังจากคำว่า “ค่ะ” หลุดออกจากปากของรดา ทั้งสองคนก็ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟริมถนนโดยไม่มีใครพูดอะไรต่ออยู่พักใหญ่ เสียงรถที่วิ่งผ่านไปมาดังเป็นระยะ เสียงผู้คนจากร้านอาหารใกล้ ๆ ลอยมาตามลม แต่สำหรับโซ่แล้ว สิ่งเหล่านั้นแทบไม่ได้เข้ามาอยู่ในความสนใจเลย เขายังคงมองมือของตัวเองที่กำลังจับมือรดาอยู่ และอดไม่ได้ที่จะคิดว่ามือคู่นี้เมื่อไม่กี่วันก่อนยังเป็นเพียงมือของลูกค้าคนหนึ่งที่เข้ามาในร้าน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นมือของแฟนเขาไปแล้วจริง ๆ“เฮีย”เสียงของรดาทำให้เขาเงยหน้าขึ้น“ครับ?”“เรากลับกันได้หรือยังคะ?”โซ่หลุดหัวเราะเบา ๆ “ได้ครับ” เขาปล่อยมือเธออย่างเสียดายเล็ก ๆ ก่อนเดินไปทางรถ “แต่เฮียมีคำถาม”“อะไรคะ?”“ตอนนี้เราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้วใช่ไหม?”รดาหยุดเดินแล้วหันมามองเขา “ก็เมื่อกี้หนูตอบตกลงไปแล้วค่ะ”“เฮียอยากได้ยินอีกครั้ง”“ทำไมคะ?”“อยากฟังครับ”รดามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาอย่างชัดเจน “ค่ะ เราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้ว”เพียงประโยคเดียวก็ทำให้คนที่เคยมีคำพูดหวาน ๆ ให้ผู้หญิงฟังได้แทบทุกสถานการณ์ยิ้มกว้างจนปิดไม่มิด โซ่พยักหน้าเหมือนกำลังยืนยันกั
ตอนที่ 8 แฟนจริง ๆ ได้ไหมเช้าวันถัดมา โซ่ใช้เวลานานกว่าปกติในการเลือกเสื้อผ้า ทั้งที่วันนี้เขาไม่ได้มีนัดสักกับลูกค้าคนสำคัญ ไม่ได้มีงานถ่ายแบบ หรือมีธุระอะไรที่ต้องแต่งตัวเป็นพิเศษ สิ่งเดียวที่แตกต่างจากทุกวันคือช่วงเย็นเขาต้องไปรับรดาที่โรงเรียนและไปพบผู้ชายที่ตามจีบเธอ และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เรื่องแค่นี้กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะไปพบคนสำคัญของตัวเอง โซ่ยืนมองตัวเองในกระจกอยู่พักหนึ่งก่อนหยิบเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มมาสวมทับเสื้อยืดเรียบ ๆ แล้วจัดทรงผมให้เข้าที่ “ไม่ได้ไปแข่งกับใครนะโซ่” เขาพูดกับตัวเอง “แค่ไปช่วยแฟน” พูดจบก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มออกมา เพราะคำว่า แฟน ที่หลุดออกจากปากนั้นฟังดูเป็นธรรมชาติเกินกว่าจะเรียกว่าการแสดงเสียแล้วช่วงบ่ายที่ร้านค่อนข้างยุ่ง โซ่ต้องสักงานต่อเนื่องจนแทบไม่มีเวลาพัก แต่ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นมาเป็นระยะ เมื่อหยิบขึ้นมาดู เขากลับพบเพียงข้อความจากรดาสั้น ๆ ว่า วันนี้หนูเลิกเรียนห้าโมงนะคะ เขาตอบกลับทันทีว่า ครับ เฮียไปรับ แล้ววางโทรศัพท์ลง ทว่าผ่านไปไม่ถึงห้านาที เขาก็หยิบขึ้นมาเปิดอ่านข้อความนั้นอีกครั้งอย่างไม่มีเหตุผล ลูกค้าที







