Share

ตอนที่ 9 พบพาน

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-02 15:24:35

แต่มีกฎตายตัวของหอคณิกาเหม่ยฮุ้ยเอาไว้ว่า ชายใดต้องการนางคณิกาคนใดไปร่วมห้องนั้น ต้องได้รับการสมยอมจากนางคณิกานางนั้น และจะต้องไม่บีบบังคมนางให้ร่วมนอนเป็นอันขาด มิฉะนั้นจะมีโทษปรับหนึ่งแสนตำลึงทอง และผู้ตรวจการเมืองหลวงก็ทราบนี้ดีด้วยเช่นกัน เพราะกฎที่ตั้งขึ้นมีการประทับตราผู้ตรวจการเมืองหลวง ดังนั้นนางคณิกาที่นี่ล้วนเป็นสาวบริสุทธิ์ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่เหมือนหอคณิกาแห่งใด ทว่าหอคณิกาแห่งนี้ก็ยังมีชายหนุ่ม ถึงชายวัยกลางคน ทั้งขุนนางและพ่อค้าต่างแวะเวียนเข้ามาทอดสายตามองหม่าเสี่ยวเยี่ยที่งดงามดั่งเทพธิดาลงมาเยือนบนแดนดินธุลีแดง

ชายหนุ่มสี่ทั้งสี่คนเดินเข้ามาภายในงานเทศกาลซีซี ฉินหรงลั่ว ฉีหวางเย่ ทอดพระเนตรมองผู้คนและจับตาคนแปลกหน้า เพราะพระองค์ไม่วางพระทัยที่จะดำเนินในคนหมู่มากเช่นนี้ แต่ที่เสด็จออกมาเพราะคำอ้อนวอนของ ฉินปู้อวี้ จื่อหวางเย่ไม่ได้จึงเสด็จออกมาเป็นเพื่อน แต่ดูครึกครื้นคือ จื่อหวางเย่ที่ดูไม่เคร่งเครียดแต่อย่างใด

จื่อหวางเย่ทอดพระเนตรมองฉีหวางเย่ ผู้เป็นเกอเกอ ที่ดูดุดันและเคร่งขรึมเหมือนอยู่ในสนามรบไม่มีผิด จึงทำให้พระองค์อยากหยอกล้อเป็นยิ่งนัก

“เกอเกอ ท่านมาเที่ยวเทศกาลซีซี ไม่ได้ไปบุกตีข้าศึกในสนามรบ เหตุใดสีหน้าท่านถึงดูดุดันเช่นนี้เล่า” จื่อหวางเย่ตรัสด้วยเสียงขบขัน

ฉีหวางเย่ใช้ดัชนีชี้ที่พระโอษฐ์ให้ จื่อหวางเย่เงียบลง ทันใดนั้นชายชุดดำปิดใบหน้า แปดคนโรยตัวจากบนหลังคา ทำให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีกันไปหมด มีเพียงชายหนุ่มสี่คนจับอาวุธสู้กับคนร้ายทั้งแปด แต่ทว่าชายอีกหลายคนโรยตัวลงมาช่วยชายทั้งแปด ฉีหวางเย่ จื่อหวางเย่ ร่วมด้วยองครักษ์ทั้งสอง ฉีหวางเย่สังหารชายชุดดำดุจกระบี่ปัดป้องใบไม้คนร้ายจึงตายสี่คนภายในกระบี่เดียว ทันใดนั้นมีทหารหลวงเข้ามาช่วยอีกแรง จนเกือบสังหารหมดสิ้น แต่เหลือคนหนึ่งที่วิ่งขึ้นหลังคาไปทันที ฉีหวางเย่จึงเสด็จขึ้นหลังคาสูงถึงสองชั้น ทหารและจื่อหวางเย่วิ่งไล่ตามเช่นกัน อยู่ๆ ก็มีชายชุดดำอีกหลายสิบคนเข้ามาสู้กับจื่อหวางเย่ ทำให้ไล่ตามไปอารักขาฉีหวางเย่ไม่ทัน

หญิงสาวใบหน้างดงามดุจจันทร์ฉายเต็มดวง คิ้วของนางนั้นดั่งจันทร์ครึ่งเสี้ยวในคืนข้างแรม เส้นผมดำดั่งนิลกาฬหนานุ่มดุจเส้นไหมชั้นดี ริมฝีปากแดงชาดเป็นกระจับสวยได้รูป เรือนร่างนั้นเล่าดุจขาวน้ำนมประกายคล้ายไข่มุกในยามทอแสง นางไม่ใช่ใครอื่น นางคือ หมิ่นลั่วกงจู่ กงจู่แห่งแคว้นซีอวี้

หมิ่นลั่วกงจู่ทอดพระวรกายในอ่างน้ำทรงกลมและใหญ่ ในอ่างน้ำนั้นเป็นน้ำนมวัว โปรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสดหลายกลีบจนเกือบเต็มอ่าง อีกทั้งยังมีกลิ่นของกุ้ยฮวาให้หอมสดชื่นทั่วทั้งห้อง

พระนางยกพระหัตถ์ขึ้นไล่สาวใช้ออกไปทั้งสี่คน สาวใช้จึงก้าวออกไปจากห้องน้ำ แล้วปิดประตูลงทันที กงจู่ทอดพระเนตรมองผ่านหน้าต่างเห็นพระราชวังหลวงในยามค่ำคืนที่จุดคบไฟให้สว่างในยามค่ำคืน พระนางดำริว่า หากวันใดแคว้นซีอวี้บุกถล่มแคว้นหรูที่งดงามเช่นนี้ คงน่าเสียนายไม่น้อย

บัดนี้ผ่านมาถึงสามผู้ครองราชย์ นับเวลาเกือบร้อยปี อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่าแคว้นซีอวี้ของพระนางเลย อีกทั้งตำราพิชิตใต้หล้าไม่รู้ว่าตกอยู่ที่ฉีหวางเย่หรือไม่ แต่ต้องสืบกันต่อไป เพราะอีกไม่นานก็ต้องเข้าตำหนักของฉีหวางเย่ ในตำแหน่งฉีหวางเฟย แต่จะถึงตอนนั้น ข้าต้องถ่วงเวลาก่อนที่จะอภิเษก แต่มันจะมีวิธีใดที่ทำให้หาตำราพิชิตใต้หล้าเจอกันเล่า

แต่ทันใดนั้นเสียงของหนักตกจากหลังคาลงมาสู่อ่างน้ำทันที ทำให้น้ำกระจายออกไป หมิ่นลั่วกงจู่ตกพระทัยยิ่งนัก ที่ทอดพระเนตรเห็นชายหนุ่มอยู่ตรงพระพักตร์ ชายผู้นี้กลับโอบพระวรกายไว้แนบแน่นด้วยความตกตะลึงเช่นกัน

หมิ่นลั่วกงจู่ทอดพระเนตรชายหนุ่มผู้นี้ มองเห็นความงามบนใบหน้าที่พระนางไม่เคยพบพาน ชายผู้นี้มีคิ้วโก่งดั่งคันศร ริมฝีปากแดงชาด ผมดำเงาดั่งดุจหางม้า ใบหน้าที่งดงามราวกับสตรี ทว่ามีร่างกายกำยำเช่นบุรุษนักรบ ทำให้ชวนมองเป็นยิ่งนักเขาไม่ใช่ใครอื่น เขาฉินหรงลั่ว

ฉีหวางเย่ทอดพระเนตรกงจู่ด้วยความตกตะลึงยิ่งนัก พระองค์ดำริในพระทัยว่า ไม่เคยเห็นสตรีใดจะงดงามได้เท่าสตรีนางนี้มาก่อน อีกทั้งนอกจากหวางโฮ่ว เหนียงชินของพระองค์ ก็ทรงไม่เคยแตะต้องกายสตรีนางใดมาก่อน นางคือคนแรกที่พระองค์แตะต้อง

พระนางตั้งสติได้จึงใช้พระหัตถ์ผลักหวางเย่ผู้นี้ทันที และคว้ากริชที่อยู่บนขอบอ่างขึ้นหมายจะแทงที่พระอุระของหวางเย่ หวางเย่ใช้พระหัตถ์กำกริชเล่มนี้เอาไว้ ทำให้พระโลหิตไหลออกมา แต่พระองค์ไม่ได้มีพระอาการที่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด ทันใดนั้น กงจู่ตรัสถามดุดันด้วยความพิโรธ

“เจ้าเป็นใคร มีประสงค์อะไร”

“ข้าไม่ได้คิดทำร้ายเจ้า” ฉีหวางเย่ตรัสด้วยเสียงที่มั่นคง ทอดพระเนตรเห็นพระโลหิตไหลลงมาบนพระนลาฏของพระนาง จึงทรงใช้พระหัตถ์หมายจะแตะ แต่กงจู่ใช้พระหัตถ์ปัดพระหัตถ์ของพระองค์ทันที (พระนลาฏ แปลว่า หน้าผาก)

“ท่านเป็นใคร กล้าดีอย่างไงถึงเข้ามาในนี้” กงจู่เอากริชจ่อที่พระศอของหวางเย่ทันที โดยไม่สดับสิ่งที่หวางเย่ตรัส

ประตูเปิดออกกว้างสาวใช้และชินเหนียงวิ่งเข้ามาทันที แต่ต้องตะลึงว่าบุรุษที่อยู่ในอ่างเดียวกันกับหมิ่นกงจู่คือ ฉินหรงลั่ว ฉีหวางเย่ หวางเย่องค์ที่สี่ ของต้าหวางองค์ปัจจุบัน อีกทั้งพระองค์คือ ฟูจวินของกงจู่ในอนาคต แต่ตกใจยิ่งกว่ากริชนั้นจ่อที่พระศอของฉีหวางเย่

“ฉีหวางเย่” ชินเหนียงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวในใจ คุกเข่าลงทันทีพร้อมกับเหล่าสาวใช้ นางรู้ว่าฉีหวางเย่ไม่ใช่ว่าที่ฟูจวินของกงจู่อย่างเดียว แต่พระองค์มีสมญานามว่า มัจจุราชเดินดิน พระองค์สังหารศัตรูสิบคนภายในกระบี่เดียว

หมิ่นลั่วกงจู่ที่ได้ยินพระนามของ ฉีหวางเย่ ทำให้พระนางตกตะลึง ทอดพระเนตรมองฉีหวางเย่ที่พระโลหิตอาบพระวรกาย ตรงเหนือพระอุระมีพระโลหิตไหลออกมาไม่น้อย เพราะฉลองพระองค์สีขาวจึงเห็นได้ชัด อีกทั้งที่พระหัตถ์นั้นก็มีรอยเลือดจากที่กำกริชที่พระนางหมายจะสังหาร

“ตามสบาย” ฉีหวางเย่ตรัสเรียบเฉย แล้วหันไปหากงจู่ พระนางกลับไม่ได้ประทับที่นี่ ทุกคนจึงมองตามพระองค์ หวางเย่ตรัสถามด้วยความสงสัย

“นางไปไหน”

“คงจะไปแต่งตัวเพคะ”

“ฝากบอกนางว่า ข้าขอโทษที่ล่วงเกิน ส่วนค่าเสียหายไปเอาที่ตำหนักของข้า” หวางเย่ตรัสเช่นนี้ แล้วเสด็จออกจากห้องน้ำ ตรงออกจากหอคณิกาทันที ทำให้ทุกคนงวยงงว่าเหตุใดพระองค์ถึงตกจากหลังคา เข้ามาในห้องน้ำได้ อีกประการหนึ่งกงจู่อยู่ไหนกันเล่า

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา   ตอนที่ 47 เคียงข้างกัน [NC25+] - จบบริบูรณ์

    ต้าหวางเสด็จกลับมาจากเจียวฟาง มายังตำหนักส่วนพระองค์ และประทับเพียงลำพังไม่ให้เข้ามาพบ แต่ฉงอิ๋งก้าวเดินเข้ามาพร้อมชากุ้ยฮัวทอดพระเนตรมองต้าหวางที่หมองเศร้าเช่นนี้ ก็ทำให้เขาเป็นทุกข์ไปด้วย“ลั่วเอ๋อร์ นางไม่เคยรักข้าเลย นางรักแต่แคว้นของนาง นางแต่มาอยู่กับข้า เพียงเพราะต้องการตำราพิชิตใต้หล้าเพียงเท่านั้น ข้าเสียงแรงที่ข้ารักเจ้า ไม่ว่าสิ่งใดข้าก็ให้นางได้” ต้าหวางตรัสด้วยพระสุรเสียงหมองเศร้า“ต้าหวางหม่อมฉันขอพูดสักเรื่องได้หรือไม่พระเจ้าค่ะ” ฉงอิ๋งทูลบอก ต้าหวางเสวยน้ำจัณฑ์ทันที“มายาเคยเล่าให้หม่อมฉันฟังเมื่อนานมาแล้วว่า พระนางเป็นลูกของฟูเหรินของอดีตซีอวี้ต้าหวาง แต่ทว่าฟูเหรินเหนียงชินของพระนางได้สิ้นพระชนม์ไปนั้น พระนางก็ถูกไท่โฮ่วรังแกเรื่อยมา ต้าหวางแคว้นซีอวี้ทนไม่ได้จึงคิดส่งพระนางมาที่นี่ และอยากให้พระนางอยู่ในใต้การดูแลของพระองค์ แต่พระนางก็รักต้าหวางแคว้นซีอวี้มากอยากจะให้ต้าหวางพิชิตดินแดนเช่นพระองค์ มายาบอกหม่อมฉันว่าพระนางล้มเลิกเรื่องนี้ตั้งแต่มารับตำแหน่งหวางโฮ่ว และเลิกยาขับเย็นด้วยเช่นกัน เพราะอยากให้กำเนิดหวางจื่อให้พระองค์ แต่ตอนนี้พระวรกายภายในอ่อนแอเช่นหมอ

  • เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา   ตอนที่ 46 มีลูก [NC25+]

    หมิ่นลั่วไท่จื่อเฟยทอดพระเนตรไปยังวังหลวง เพราะเสียงฆ้องดังกังวานแปดครั้ง ทำให้ในวังและนอกวังรู้ว่าต้าหวางสวรรคตแล้ว พระนางก้มลงประทับที่พื้นตำหนัก ถวายบังคมสามครั้ง เช่นเดียวกับเหล่าข้าหลวงที่ถวายบังคมเช่นกัน และร้องไห้กันระงมทั่วกันหลังจากฉินหรงลั่วต้าหวางครองราชย์มาได้สี่เดือนพระองค์ได้ขยายดินแดนมากขึ้นจรดแคว้นซีอวี้ โดยให้เหล่าต้าเจียนจวินนำทัพออกไปบุกดินแดนต่างๆ และดินแดนแข็งข้อพระองค์ให้เจียนจวินจัดการแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน จึงไม่มีใครกล้าแข็งข้อกับพระองค์อีกขณะที่ต้าหวางขยายดินแดนอยู่นั้นหมิ่นลั่วกงจู่ได้ละทิ้งความพยายามตามหาตำราพิชิตใต้หล้าไปเสียแล้ว พระนางมีพระดำริว่าได้มาก็เปล่าประโยชน์ เพราะถึงอย่างไรแคว้นหรูก็เป็นแคว้นของพระนางที่ต้องรักษาดูแลไม่ให้ผู้ใดมารุกรานได้ ถึงแคว้นซีอวี้จะเป็นแคว้นบ้านเกิดก็ตามที พระนางจึงได้หยุดยาขับเย็นอย่างจริงจัง เพื่อมีหวางเย่ให้พระองค์ แต่ทว่าเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นกับพระนางเฉินหมิ่นลั่วหวางโฮ่วประทับนั่งที่คันฉ่องขณะที่มายากำลังสางพระเกศา ส่วนฉุนอิ๋งลงน้ำมันจันทน์ทำให้กลิ่นหอมทั่วทั้งตำหนัก เมื่อชุนอิ๋งลงน้ำมันจันทน์ลงพระเกศาเสร็จสิ้น พระนางลุก

  • เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา   ตอนที่ 45 แต่งตั้งไท่จื่อ

    หวางเย่ทั้งสามเสด็จเข้าวังในกลางดึกตามพระกระแสรับสั่งของต้าหวาง เพราะไฟนั้นไหม้ตงกงอย่างหนัก โดยในตำหนักมีไท่จื่อและไท่จื่อเฟยประทับอยู่ในตำหนักด้วย อีกทั้งสองพระองค์ก็ไม่สามารถเสด็จออกมาได้ เพราะไฟนั้นโหมหนักยิ่งนัก ตวนมู่กุ้ยเฟยได้สดับในเรื่องนี้ พระนางรีบเสด็จมาดูที่ตงกง และร่ำเรียกถึงไท่จื่อให้เสด็จออกมา แต่ไร้วี่แวว ขันทีสามคนที่เข้าไปช่วยเหลือก็ตายในกองเพลิงด้วยเช่นกัน เพราะเสาและของในตำหนักหล่นทับจนตายพอรุ่งสางไฟได้มอดดับลงไปแล้ว เหลือแต่ซากตำหนักที่เต็มไปด้วยขี้เถ้าและมีซากศพที่เผาไหมอยู่ข้างกัน เจ้ากรมอาญาเอาศพไปพิสูจน์ทั้งหกศพ มีพระศพของไท่จื่อและไท่จื่อเฟย รวมไปถึงขันที และนางสนองพระโอษฐ์ของไท่จื่อเฟยที่ตายในกองเพลิงการสิ้นพระชนม์นำความเศร้าโศกมาให้ต้าหวางและตวนมู่กุ้ยเฟยผู้เป็นเหนียงชินสามเดือนต่อมาหรูต้าหวางมีพระกระแสรับสั่งให้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่มาตำหนักทรงงาน โดยมีขุนนางชั้นผู้ใหญ่ถึงหกคนมาพร้อมเพรียงกัน เนื่องด้วยการจัดพระศพเข้าเขาไท่ฉาง และการแต่งตั้งไท่จื่อพระองค์ใหม่“ข้าต้องการจัดศพของเฉินไท่เข้าสุสานหลวงไท่ฉาง” ต้าหวางตรัสเช่นนี้“ต้าหวางก่อนที่ไท่จื่อสวรรคตสองเด

  • เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา   ตอนที่ 44 ครั้งสุดท้าย [NC30+] ต่ำกว่า 30 แนะนำอย่าเปิดอ่านนะ

    กงจู่เสด็จกลับมาเรือนไม้ฝูหรง มายาและชุนอิ๋งก้าวเดินเข้ามาพร้อมพระนาง พระนางประทับนั่งบนฟูกตรงตั่งที่ประทับ มายาถวายพระสุธารสชาดอกท้อ คังหยางก้าวเดินเข้ามาหาพระนางถวายบังคมทุกครั้ง“กงจู่ยานั้นได้ออกฤทธิ์แล้ว เห็นว่าวันที่ไท่จื่อก็ไม่ได้เสด็จเข้าท้องพระโรง พระองค์ให้ขันทีในตำหนักรายงานว่าประชวร” คังหยางทูลบอก“ว่าแต่ทำไมยาออกฤทธิ์ไวจัง ยานี้ต้องออกฤทธิ์ประมาณห้าถึงหกเดือนขึ้นไป” กงจู่ตรัสถามสงสัย“หม่อมฉันคิดว่าไท่จื่อเฟยสั่งให้คนใส่ยาในปริมาณมากเป็นแน่ หม่อมฉันยังได้ยินมาว่าเมื่อสองสามวันก่อนไท่จื่อให้ไท่จื่อเฟยถวายงานในห้องบรรทม พอเสด็จออกมาในยามเช้าเนื้อตัวเขียวช้ำ คิดว่าไท่จื่อคงซ้อมพระนางแน่แท้” คังหยางทูลบอก“ความจริงแล้วข้าก็อยากให้ฉินไท่ตายวันนี้ พรุ่งนี้เลย ไม่ใช่เพียงเพราะข้าเห็นใจไท่จื่อเฟยนะ แต่ไท่จื่อส่งคนมาลอบฆ่าหวางเย่ครั้งแล้วครั้งเล่า หวางเย่อาจทนได้ แต่ข้าไม่อาจทนได้อีกต่อไป” กงจู่ตรัสจริงจัง“กงจู่เพคะคนของไท่จื่อเฟยส่งจดหมายมาให้พระนาง นางบอกว่าต้องให้กับมือของพระนาง” หลานลี่ทูลบอกพระนางหน้าห้องบรรทม“ให้นางเข้ามา” กงจู่ตรัสเช่นนี้ นางสนองพระโอษฐ์ของไท่จื่อเฟยก้าวเ

  • เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา   ตอนที่ 43 ร้องไห้ทำไม

    กงจู่เสด็จเข้ามาในจิ้นซ่านกง เสด็จมาประทับที่ตั่งบรรทม ขณะที่หวางฉีหวางเย่เสด็จเข้ามาในห้องบรรทมเช่นกัน หวางเย่แย้มพระสรวลกว้างทำให้พระนางสงสัยว่าเหตุใดพระองค์จึงแย้มพระสรวลเช่นนี้“ยิ้มอะไรเพคะ” พระนางตรัสถามสงสัย“ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าจะหึงหวงข้าถึงเพียงนี้” หวางเย่แย้มพระสรวล และประทับนั่งเคียงข้างพระนาง“หม่อมฉันเพียงแค่ไม่ไว้ใจจ้าวหวางโฮ่ว” กงจู่ตรัสจริงจัง“ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้น” หวางเย่ตรัสสงสัย“คังหยางรายงานหม่อมฉันว่า วันที่หวางเย่ชนะศึก และกลับมาเห็นหม่อมฉันและเหล่าทหารในค่ายเมื่อวันก่อน เป็นเพราะจ้าวหวางโฮ่วผู้นี้เป็นคนสั่งการโจมตีค่ายของเรา และนางสั่งตายหม่อมฉันด้วยเช่นกัน ถ้าหม่าเสียวหยินมาเป็นฟูเหรินของพระองค์ หม่อมฉันก็ไม่รู้ว่านางจะมาฆ่าหม่อมฉันหรือพระองค์ หม่อมฉันเลยหาข้ออ้างตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้บานปลายไปยังภายภาคหน้า” กงจู่ตรัสเช่นนี้ หวางเย่โอบกอดพระนางและประทับพระโอษฐ์ที่พระนลาฏแผ่วเบา“ขอบคุณนะ ที่เจ้าคิดอ่านเพื่อข้า เรื่องบางเรื่องข้าก็ไม่อยากให้เจ้าเข้ามาเสี่ยง มันเป็นอันตรายต่อตัวของเจ้าด้วย ถ้าเจ้าเป็นสิ่งใดขึ้นมา แล้วข้าจะอยู่ได้อย่างไร” หวางเย่ตรัสเช

  • เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา   ตอนที่ 42 ร้อนดั่งไฟ [NC25+]

    กงจู่ประทับนั่งในอ่างสรงน้ำ หลานลี่และชุนอิ๋งเทน้ำลงมาในอ่าง ส่วนชุนอิ๋งโปรยดอกไม้ลงมาในอ่างเช่นกัน หวางเย่เสด็จเข้ามาในห้อง ทอดพระเนตรมองกงจู่ที่ประทับนั่งในอ่าง ขณะที่ฉงอิ๋งถอดฉลองพระองค์ให้หวางเย่จนเหลือเพียงแต่เสื้อผาว พระองค์โบกพระหัตถ์ไล่เหล่าข้าหลวงให้ออก ไป เหล่าข้าหลวงถวายบังคมและก้าวเดินออกไป“เสด็จกลับมาแล้วหรือเพคะ” กงจู่ตรัสถาม หวางเย่ถอนฉลองพระองค์ออก และมาประทับนั่งข้างพระนางในอ่างน้ำ“ขอบคุณนะที่รักษาค่ายไว้ได้ และขอโทษที่เหลือทหารไว้ให้เจ้าเพียงสามร้อยคน ข้าไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้” หวางเย่ตรัสแผ่วเบา พระนางหันพระพักตร์มาหาพระองค์“เราไม่อาจร่วงรู้ว่าเหตุการณ์ข้างจะเป็นเช่นไร แต่ว่าพระองค์ชนะกลับมาและปลอดภัยเช่นนี้หม่อมฉันก็ดีใจเพคะ” พระนางตรัสเช่นนี้“ทหารข้างนอกเอ่ยชื่นชมกันหนาหูในการต้านทหารแคว้นไป๋ถังจนต้องหนีกลับไป” หวางเย่ตรัสชื่นชม“หม่อมฉันทำไปตามหน้าที่เท่านั้นเพคะ แคว้นเราจะแพ้ไม่ได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม” พระนางตรัสจริงจัง“ขอบคุณนะ” หวางเย่ตรัสเช่นนี้และแย้มพระสรวล เป็นการแย้มพระสรวลที่อบอุ่นยิ่งนัก พระนางสบพระเนตรพระองค์ที่เปล่งประกายดุจแสงตะวัน ท

  • เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา   ตอนที่ 36 สุราดอกท้้อ

    “หม่อมฉันให้คนไปสืบเรื่องราวของนางที่แคว้นซีอวี้ นางทำโรงน้ำชา และหอคณิกา ซึ่งหอคณิกาของนางจะไม่ให้หญิงขายตัวไปเป็นนางบำเรอชายแต่อย่างใด นางให้หญิงคณิกาเหล่านั้นเล่นดนตรีให้ชายได้เพลิดเพลิน ส่วนหญิงผู้นั้นจะขายตัวให้ชายใด นางหอคณิกาไม่มีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใด เพราะหอคณิกาขายเพียงศิลปะเพียงเท่าน

  • เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา   ตอนที่ 8 หอคณิกาเหมยฮุ้ย

    “แค่เจ้าก้าวเข้ามาในห้องนี้ ข้าก็รู้แล้วว่าเป็นเจ้า” ฉีหวางเย่หลับพระเนตรลง“ท่านอัจฉริยะไม่มีใครเปรียบเลยจริงๆ ขนาดข้าศึกพระองค์ยังประเมินด้วยเสียงฝีเท้า คงไม่มีใครทำได้เช่นท่านอีกแล้ว ข้าเลื่อมใส”“เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ปู้อวี้” ฉีหวางเย่ตรัสถามด้วยความสงสัย ขณะที่ยังทรงหลับพระเนตรอยู่“เกอเกอเรามีน

  • เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา   ตอนที่ 7 ฉินหรงรั่ว ฉีหวางเย่

    “กงจู่เป็นอะไรหรือไม่พระเจ้าค่ะ” คังหยางทูลถามเช่นนี้ กงจู่จึงตรัสถามทันที“เกิดอะไรขึ้น” กงจู่ตรัสถามทันที“ทหารของเรากำลังต่อสู้กับกองโจรพระเจ้าค่ะ” คังหยางทูลจบ เขาจึงเอากระบี่ปัดลูกธนู กงจู่เปิดพระวิสูตรทอดพระเนตรออกไปด้านนอก เห็นทหารกำลังถูกกองโจรชุดดำปิดปังใบหน้า พระนางจึงหวนนึกถึงครั้งที่ถูก

  • เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา   ตอนที่ 6 มัจจุราชเดินดิน

    หมิ่นลั่วกงจู่เสด็จมาหน้าพระราชวังพร้อมกับต้าหวาง และเหล่าข้าหลวง ต้าหวางจัดขบวนเสด็จของกงจู่หมิ่นลั่วอย่างเอิกเกริกมีผู้ติดตามสามพันคนไปส่งถึงชายแดง พร้อมด้วยเครื่องบรรณาการหลากหลายอย่างที่ถวายให้ต้าหวางแห่งแคว้นหรู แต่ทว่าไท่โฮ่วไม่ได้มาส่งนาง ก็ถือว่าโชคดีมาก และกงจูพระดำริว่า ของขวัญที่พระนางมอ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status