LOGINน้ำเสียงหวานใสเอ่ยพูดหลังจากที่ตัวเองหยัดตัวลุกขึ้นมานั่งได้แล้ว และแม้ว่าคำพูดของฉันมันจะเต็มไปด้วยความประหม่าและเขินอายก็ตาม แต่ด้วยเหตุเพราะความปรารถนาที่ตัวเองนั้นก็ต้องการไม่แพ้กันกับคนตรงหน้า นั่นจึงทำให้ฉันตัดสินใจที่จะมอบสิ่งสำคัญให้กับคนที่ฉันรักในครั้งนี้ด้วยความเต็มใจ
“ลูกจัน...!!”
เฮียทิศหันมาเรียกชื่อฉันด้วยความตกใจ และถึงแม้ว่าหลังจากที่พูดประโยคนั้นออกไปฉันจะตกใจกับสิ่งที่ตัวเองเอ่ยออกไปก็ตาม แต่เพราะว่าไอ้ความต้องการที่คุกรุ่นอยู่ข้างในดันมีมากกว่านั่นจึงทำให้ฉันไม่นึกเสียใจเลยสักนิดที่ได้พูดมันออกไป
“เรารู้ตัวไหมว่าตัวเองพูดอะไรออกมา” (O_O)
“ระ...รู้ค่ะ” (>///<)
“แล้วทำไม...??”
“เพราะลูกจันรักเฮียทิศ ละ...และลูกจันอยากมอบมันให้กับเฮียทิศค่ะ”
ดวงตากลมใสมองผ่านม่านความมืดไปยังเบื้องหน้าของคนที่นั่งลงด้านข้างอย่างหวังให้ความจริงใจนี่ส่งไปถึงยังคนฟัง
“แต่เฮีย...”
และในขณะที่เขายังพูดไม่จบ ฉันที่อาศัยว่าดวงตาได้ปรับโฟกัสกับความมืดได้แล้วก็พุ่งตัวส่งริมฝีปากนุ่มนิ่มไปประกบกับริมฝีปากที่ยังไม่ทันได้พูดจบของคนที่ฉันรักหมดหัวใจในทันที
จุ๊บ ~~
“ไม่ต้องกลัวลูกจันจะเสียใจทีหลังนะคะ ลูกจันเต็มใจถ้าผู้ชายคนนั้นคือเฮียทิศ...พระอาทิตย์ดวงนี้ของพระจันทร์...” (^-^)
“ลูกจัน...”
สิ้นคำหวานที่มาพร้อมกับความรู้สึกท่วมท้น หัวใจที่ตรงกันอย่างไม่ต้องพิสูจน์เพราะเขานั้นพิสูจน์มานานแล้วว่าเขาจริงใจกับฉันมากแค่ไหนนับตั้งแต่ที่เราเริ่มคบหากันมาหลายปีจนกระทั่งหมั้นหมายกัน เขาก็ไม่เคยฉวยโอกาสกับฉันแม้สักครั้ง
และครั้งนี้ก็เช่นกันเขาที่มีโอกาสจะเอาเปรียบฉันแต่ก็ยังพยายามหักห้ามใจเอาไว้ นั่นจึงทำให้ฉันมั่นใจว่าสิ่งสำคัญที่ฉันตั้งใจจะมอบให้เขาในครั้งนี้มันเป็นสิ่งที่ฉันคิดดีแล้ว
จากนั้น...ร่างบางก็ถูกร่างหนาค่อย ๆ ถาโถมทาบทับร่างกายลงมาอย่างทะนุถนอม ดวงตาคมเข้มที่ประกายแววไปด้วยความเร่าร้อนส่งมาจับจ้องยังใบหน้าเนียนใสที่ยามนี้เขามองมันได้อย่างเต็มดวงตา
“มั่นใจแล้วใช่ไหมคะ”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มถามย้ำอีกครั้งแม้ว่าในใจจะโลดแล่นไปตามไฟปรารถนาแล้วก็ตาม แต่เพราะเขานั้นก็ไม่ปรารถนาที่จะทำให้ดวงใจดวงนี้ของเขาต้องบอบช้ำทีหลังเขาจึงต้องถามย้ำมันออกไป
“...ค่ะ...” (^-^)
ก่อนคำตอบที่เขาเองก็ปรารถนาอยู่ลึก ๆ จะถูกส่งออกมาจากร่างที่ยังสั่นเทา และนั่นจึงทำให้ไฟราคะที่คุกรุ่นลุกโหมกระพืออย่างไม่อาจห้ามได้อีกต่อไป
รอยยิ้มอบอุ่นแย้มกว้างขึ้นประทับบนใบหน้าคมเข้ม สายตาที่ถอดมองคนที่เป็นดั่งลมหายใจของตัวเองเต็มไปด้วยความหวานหยาดเยิ้มและความรักที่เปี่ยมล้น ก่อนที่เขาจะบรรจงก้มลงมาจูบเอาความหวานจากริมฝีปากนุ่มนิ่มที่เขาได้ชิมแล้วก็ยิ่งติดใจ
จุ๊บ ~~ จ๊วบ ~~
“อื้อออออ ~~”
เสียงครางกระเส่าตอบรับออกมาจากลำคอหลังจากที่โพรงปากถูกรุกล้ำด้วยลิ้นร้อน ความหอมหวานรัญจวนใจที่คละคลุ้งอยู่ข้างในยามนี้แผ่ซ่านส่งไปยังทั่วร่างให้ตื่นตัว โดยเฉพาะปุ่มเนื้อปุ่มเล็ก ๆ ตรงกลางร่องสาวที่ตอนนี้ออกอาการกระตุกตอดแสดงความยินดีที่ตนเองถูกกระตุ้น
“หวานจังเลยค่ะ...คนดีของเฮีย”
คำหวานเอ่ยหยอกเย้าหลังจากที่เขาถอนริมฝีปากออก ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ บรรจงเลื่อนลมหายใจร้อนย้ายไปยังจุดที่ไวต่อสัมผัสในจุดต่อไป
จุ๊บ...จุ๊บ...จุ๊บ ~~
ริมฝีปากหนาบรรจงจูบซับเอาความหอมจากซอกคอเนียนอย่างแผ่วเบา เขาที่แม้ว่าใจจริงอยากจะงับอยากจะประทับให้เกิดเป็นรอยสีแดงเพื่อแสดงสัญลักษณ์การเป็นเจ้าของให้คนที่ได้เห็นรับรู้ เพียงแต่ว่าด้วยจิตสำนึกที่พึ่งมีต่อเจ้าของร่างเล็กเขาจึงต้องกักเก็บความดิบเถื่อนนี้เอาไว้แม้จะเสียดายอยู่บ้างก็ตาม
“อ่ะ...ฮะ...เฮียทิศ...อื้อออออ ~~”
เสียงครวญครางยังคงดังออกมาจากริมฝีปากเรียวสวยไม่หยุด ความปรารถนาที่แทรกซึมอยู่ในน้ำเสียงยิ่งกระตุ้นให้ความต้องการที่อยู่ข้างในของเจ้าของริมฝีปากร้อนไม่รอช้าที่จะมุ่งหน้ามอบความเสียวซ่านให้จุดไว้ต่อการสัมผัสลำดับต่อไป
“เฮียขอถอดได้ไหมคะ”
คนที่เต็มไปด้วยความปรารถนาเอ่ยถามหลังจากที่เขาเลื่อนใบหน้ามาหยุดยังหน้าอกอวบของคนตัวเล็กที่กำลังสั่นสะท้านจากการถูกสัมผัส เนื่องจากตอนนี้บนร่างสาวมีเพียงเสื้อตัวโคร่งกับบราเซียปกปิดร่างกายเพียงเท่านั้น
หงึก...หงึก...
ใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้กำลังหลับตาปี๋พยักหน้าส่งกลับไปเป็นคำตอบให้กับคนถามทั้งที่แม้ว่าหัวใจข้างในตอนนี้มันจะเต้นโครมครามแทบจะทะลุออกมานอกอก และถึงแม้ว่าในใจลึก ๆ ตัวเองจะรู้สึกประหม่ามากแค่ไหนก็ตาม แต่พอคิดว่าคนที่กำลังอยู่บนร่างเป็นคนที่ตัวเองรักมันจึงทำให้ความรู้สึกเหล่านั้นพอจะทุเลาเบาบางลงได้
สิ้นปฏิกิริยาตอบกลับอันเป็นสัญญาณอนุญาตจากคนตัวเล็กแล้ว เจ้าของร่างโตก็ไม่รอช้าจัดการค่อย ๆ เลิกเสื้อตัวโคร่งที่ปกปิดร่างเนียนออกจนพ้นตัวไป ก่อนที่เขาจะมองไฟหน้าคู่ใจดวงใหญ่ที่ตอนนี้เด้งอวบอิ่มโชว์หราท้าสายตาคมกริบ
“สะ...สวยมากเลยค่ะ เฮือกกกก ~~”
เสียงสั่นกระเส่าถูกส่งออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก เขาที่ไม่คิดว่าหญิงสาวจะซ่อนรูปได้ขนาดนี้ถึงกับอดไม่ไหวต้องเอ่ยปากชมพร้อมกับลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ
ส่วนคนฟังอย่างเจ้าของไฟหน้าดวงใหญ่ก็ได้แต่หลับตาปี๋หน้าร้อนผ่าว เพราะตั้งแต่เป็นสาวเต็มตัวตนเองก็ไม่เคยต้องมาเปิดเผยเรือนร่างให้ใครได้เชยชมระยะประชันชิดขนาดนี้ และด้วยความประหม่าที่เกิดขึ้นก็ทำให้มือบางที่กำผ้าปูที่นอนแน่นตั้งแต่แรกยิ่งขยำจนร่างเกร็งไปทั้งร่าง
“ขอเฮียดูให้เต็มตาหน่อยได้ไหมคะ”
คนตัวโตเอ่ยปากขออนุญาตฉันอีกครั้ง
หงึก...หงึก...
ส่วนฉันก็ทำให้เพียงแค่พยักหน้าอนุญาตให้กับเขา
จากนั้น...มือหนาก็ได้ทำหน้าที่อย่างรวดเร็วตรงสอดเข้ามาใต้หลังนวลเนียนก่อนจะปลดตะขอบราเซียได้ด้วยมือเดียวพร้อมกับจับมันออกไปให้พ้นร่างบางอย่างรวดเร็ว
“อ่ะ...!!”
“ฮะ...เฮียทำลูกจันเจ็บหรือเปล่าคะ”
เขาถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนหลังจากได้ยินเสียงร้องจากฉัน ก่อนที่ฉันจะรีบตอบเขากลับไปเพราะไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด
“ปะ...เปล่าค่ะ”
“ถ้าเฮียทำให้ลูกจันเจ็บ หรือลูกจันอยากจะให้เฮียหยุดบอกเฮียได้ตลอดเลยนะคะ...รู้ไหม...”
การแสดงออกถึงความเป็นห่วงและการแสดงว่าเขาไม่ต้องการจะเอาเปรียบฉันยังคงส่งมาจากคนที่อยู่บนร่างตลอดเวลา และด้วยการกระทำของเขาที่ดูใส่ใจอย่างไม่มีการเสแสร้งเสมอมากลับยิ่งทำให้ฉันคลายความกังวลที่มีและพร้อมที่จะให้ทุกอย่างมันดำเนินต่อไปด้วยความเต็มใจ
“ค่ะ” (^-^)
“พี่นิดพูดกับลูกจันได้ตรง ๆ เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจกัน อีกอย่างลูกจันก็เคยบอกแล้ว ณ เวลานี้เราคือครอบครัวเดียวกันลูกจันไม่ใช่ลูกเจ้านายของพี่นิดอีกแล้วนะคะ”ฉันยื่นมือออกไปกุมมือที่ประสานอยู่ที่หน้าตักของพี่นิดแน่นอย่างต้องการให้คนตรงหน้ารับรู้ถึงความจริงใจของฉัน“ขอบคุณนะคะที่เห็นพี่เป็นคนในครอบครัว” (^-^)“ก็พี่นิดเป็นครอบครัวของลูกจันจริง ๆ นี่ค่ะ แล้วอีกอย่างความจริงแล้วต้องเป็นลูกจันต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่นิดที่ยังอยู่คอยช่วยเหลือลูกจันอยู่จนถึงทุกวันนี้” (^-^)คำพูดขอบคุณที่ถูกส่งออกมาอย่างที่ตัวเองคิดมาเสมอนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง แม้ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายภายในห้องเช่าทุกอย่างฉันจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด แต่พี่นิดเองหลังจากรับเงินก้อนนั้นไปจากฉันพี่นิดเองก็ไม่เคยเรียกร้องเอาเงินเดือนจากฉันอีกเลยแม้ว่าฉันจะหยิบยื่นให้ก็ตาม แถมทุกวันนี้ที่ฉันได้ออกไปหางานทำได้อย่างสบายใจก็ได้พี่นิดนี่แหละที่คอยช่วยดูแลคุณพ่อที่ยังคงนอนติดเตียงอยู่“พี่เต็มใจค่ะ คุณลูกจันไม่ต้องคิดมาเรื่องนี้เลยนะคะ” (^-^)“ถึงยังไงลูกจันก็ต้องขอบคุณค่ะ และอยากให้พี่นิดรู้ไว้นะคะว่าพี่นิดเป็นเสมือนผู้มีพระคุณของลูกจัน” (
เรื่องราวทุกอย่างที่ฉันได้รับการดูถูก หลาย ๆ อย่างที่ฉันต้องพบเจอในตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าฉันจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันยังคงเจ็บปวดและยังรู้สึกต่อสิ่งที่พบเจออยู่ เพียงแต่เพราะฉันยังมีสิ่งที่ยังทำให้ฉันมีพลังเดินหน้าสู้ต่อนั่นก็คือกำลังใจจากคนทั้งสองที่ยังรอความหวังอยู่ที่ห้องเช่าขนาดเล็ก และด้วยกำลังใจของพวกเขานั้นก็ทำให้ฉันตั้งใจแล้วว่าฉันจะไม่ใส่ใจกับสิ่งไร้สาระที่ได้พบเจออีกต่อไปแล้วส่วนเรื่องราวของพี่นิดนับตั้งแต่วันนั้นที่ฉันตั้งใจว่าจะมอบเงินก้อนหนึ่งให้พี่นิดเพื่อให้เป็นทุนในการตั้งตัว แม้ว่าพี่นิดจะเอ่ยปากปฏิเสธในตอนแรกด้วยเพราะเกรงใจฉัน แต่เป็นเพราะฉันเองที่พยายามยัดเยียดเงินก้อนนั้นให้กับพี่นิดด้วยเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้ นั่นจึงทำให้พี่นิดยอมที่จะรับน้ำใจของฉันเอาไว้โดยที่พี่นิดเองก็ยังคงเลือกที่จะอยู่ช่วยดูแลคุณพ่อของฉันต่อในระหว่างที่ฉันเริ่มออกไปหางานทำ...“เป็นยังไงบ้างคะคุณลูกจัน...วันนี้พอจะมีข่าวดีไหมคะ”พี่นิดถามหลังจากที่เห็นฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องยามเย็น หลังจากที่ฉันออกไปหางานทำตั้งแต่เช้าก่อนที่ปฏิกิริยาของฉันที่มาพร้อมกับสีหน้าสลดนั้นจะเป็นคำตอบได้ดีถึงผลลั
“ฮึก...ฮึก...พี่นิดค่ะ...ฮึก...ฮึก”เสียงสะอึกสะอื้นที่แม้จะมีคำพูดมากมายอยากจะพูดกับคนตรงหน้าแต่กลับพูดไม่ออกทำได้เพียงแค่เรียกชื่อด้วยความตื้นตันใจเท่านั้น“ไม่เป็นไรนะคะ ไม่เป็นไร พี่เชื่อว่าคุณลูกจันกับคุณท่านจะผ่านมันไปได้นะคะ”มือบางที่อบอุ่นที่สุดในยามนี้ยื่นมาลูบหลังที่สั่นไหวเบา ๆ ด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ สายตาที่มองร่างบอบบางอย่างรู้สึกเวทนาในชะตาของหญิงสาวเพียงแต่ด้วยสถานะของคนปลอบนั้นเธอเองจึงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้“ขอบคุณนะคะ...ฮึก...ฮึก...ขอบคุณจริง ๆ บุญคุณครั้งนี้ลูกจันจะไม่มีวันลืมเลย”“ไม่เป็นไรนะคะ นิ่งซะนะยังไงคุณลูกจันยังมีคุณท่าน คุณท่านยังรอคุณลูกจันอยู่นะคะ” (^-^)พี่นิดเอ่ยปลอบอีกครั้งก่อนที่เราจะช่วยกันวางแผนชีวิตในลำดับต่อไป และหลังจากที่ออกจากห้างสรรพสินค้าแล้วพวกเราก็ได้พากันไปหาห้องเช่าเพื่อที่จะพาคุณพ่อกลับไปพักผ่อน...กระทั่งเมื่อได้ห้องพักโดยการจัดการของพี่นิดแล้ว ฉันก็ให้พี่นิดอยู่รอที่ห้องพักเลย ส่วนฉันก็เลือกที่จะกลับไปรับคุณพ่อที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง...หลังจากที่ฉันได้เคลียร์ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็พาคุณพ่อกลับมายัง
“โธ่...คุณลูกจัน ทำไมเรื่องราวมันถึงเลยเถิดไปได้ถึงขนาดนี้กันล่ะคะ”นิดถึงกับถอนหายใจรู้สึกปลงตกกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้รับฟังมา และแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม แต่ตนเองก็ไม่คิดว่ามันจะพังทลายได้ถึงขนาดนี้...ความเงียบเข้าปกคลุมหลังจากที่ฉันเล่าทุกอย่างให้พี่นิดฟัง แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าพี่นิดจะคิดยังไง เพราะถ้าให้บอกตามตรงในเวลานี้พี่นิดก็เท่ากับว่าได้ตกงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ว่าพี่นิดจะคิดยังไงจะอยู่หรือว่าจะไปจากฉัน แต่สิ่งที่ฉันตั้งใจเอาไว้เลยก็คือหลังจากที่ฉันขายพวกเครื่องประดับพวกนี้ได้เงินมาแล้วฉันจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้พี่นิดไปตั้งตัวด้วย เพราะรู้สึกซึ้งใจที่นับตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวฉันมาพี่นิดเป็นคนงานเพียงคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่กับฉันมาจนถึงวินาทีนี้ ส่วนคนงานคนอื่นกลับหนีหายไปตั้งแต่วันที่มีอันธพาลมาอาละวาดที่บ้านวันนั้นแล้วหัวใจที่เต้นระรัวด้วยกลัวว่าพี่นิดจะชิ่งหนีไปก่อนหลังได้รับฟังความจริงก็ค่อย ๆ พลันสงบลงอย่างคนที่ปลงตกและคิดได้ เพราะถ้าหากพี่นิดคิดจะจากฉันไปมันก็เป็นสิทธิ์ของเขาจากนั้นไม่นานรถโดยสารสาธารณะส่วนบุคคลก็พาเราสองคนมาถึงห้า
ณ โรงพยาบาล M พรีเมียมฉันพาร่างที่สะบักสะบอมกลับมายังห้องพักผู้ป่วยที่ยังเหลือคนที่มีสายเลือดใกล้ชิดเพียงคนเดียวในชีวิตของฉันอยู่ ภาพของพ่อที่ยังคงนอนแน่นิ่งแม้ว่าคุณหมอจะแจ้งว่าเป็นผลจากอาการช็อกและผลจากการเป็นอัมพาตก็ตาม แต่ฉันกลับรู้สึกว่าในเวลานี้บนโลกใบนี้คงเหลือแค่ฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น“ฮึก...ฮึก...พ่อค่ะ...ฮือออออ ~~”ฉันพุ่งตัวเข้าไปกอดพ่อด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นตีมวนไปหมด ความเจ็บปวดที่ระบมไปทั่วทั้งตัวเมื่อรวมเข้ากับความรู้สึกแหลกสลายที่อยู่ในใจแล้วมันกลับทำให้ความอ่อนแอที่ฉันตั้งใจจะกดมันเอาไว้เพื่อให้คนข้างนอกเห็นว่าฉันเข้มแข็งไม่เป็นอะไรได้พรั่งพรูออกมาเกินกว่าจะทนไหวใบหน้าที่แนบไปกับหน้าอกของผู้เป็นบิดาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลจนเสื้อผู้ป่วยชื้นแฉะกลับไม่ทำให้ความรู้สึกปวดร้าวที่เกิดขึ้นหายไปได้เลยสักนิด น้ำตาที่ยังคงหลั่งไหลออกมาไม่หยุดเหมือนต้องการให้มันไหลออกมาให้หมดเพื่อที่วันหน้าฉันจะได้ไม่ต้องเสียใจให้กับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว...กระทั่งเมื่อเสียงสะอื้นค่อย ๆ แผ่วลงหลังจากที่ฉันร้องไห้อยู่สักพัก อีกทั้งความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่อัดแน่นก่อนหน้านี้ก็เริ่มจะคลายลง ฉันที่ค่อ
แกร๊งๆๆๆ“ใครเอาโซ่มาคล้องไว้กันนะ...??”ฉันจับไปยังโซ่เส้นโตที่คล้องประตูบ้านฉันเอาไว้ก่อนจะเขย่ามันอย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงดังลั่น ก่อนจะตะโกนลั่นด้วยความโกรธเคือง“เปิดเดี๋ยวนี้นะฉันบอกให้เปิด...นี่มันบ้านของฉันนะ...!! มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้”และในขณะที่ฉันกำลังโวยวายอยู่นั้นในจังหวะที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็พลันถูกผลักล้มลงกระแทกพื้นด้วยแรงอันมหาศาลทันทีตุบ...!!“อะ...โอ๊ย...!!”“มาโวยวายอะไรตรงนี้ ออกไป...!!”เสียงคำรามน่าหวาดหวั่นของคนตัวโตที่มีลักษณะของนักเลงเอ่ยตวาดหลังจากผลักฉันให้ออกไปจากรั้วประตูบ้าน“นะ...นี่มันบ้านฉันนะ นายเป็นใครถึงมาทำแบบนี้กับฉัน...!!”หลังจากที่ฉันหยัดตัวลุกขึ้นมาจากพื้นได้ฉันก็แว้ดใส่ผู้ชายหน้าโหดทันที“ฮ่าๆๆ บ้านมึงหรอนี่มันบ้านเจ้านายกูโว้ย...ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นกูอาจจะทำปืนลั่นใส่กบาลมึงเอาได้ แต่เอ...หน้าตาแบบนี้หรือจะเอาทำเมียก่อนดีแล้วค่อยฆ่าทิ้ง ฮ่าๆๆๆ”คนกักขฬะพูดจาร้ายกาจพร้อมกับเดินย่างสามขุมมาหาฉัน โดยที่คำพูดเหล่านั้นมันเริ่มทำให้ฉันกลัวจนต้องเดินถอยหนี“พูดแบบนี้ไม่กลัวติดคุกหรือไง”ฉันพูดออกไปทำเหมือนไม่เกรงกลัว แม้ว่าตัวเอง







