Masuk“นายจะกลับเลยรึเปล่าครับ“
ไม่นานงานแฟชั่นโชร์สุดหรูหราก็จบสิ้น มาร์โก้รีบปริดตัวเดินเข้ามาถามเจ้านาย เพราะรู้ดีว่าเขาไม่ชอบสุงสิงอยู่ในที่แออัดแบบนี้ มันน่ารำคาญจะตายไป ทว่าวันนี้กลับแปลกไป เมื่อเจ้านายหนุ่มเอ่ยปากปฏิเสธสะงั้น “ไม่ กูจะอยู่ต่ออีกนิดหน่อย มึงมีอะไรก็ไปทำก่อนเลย” ไม่รู้อะไรดนใจเขาให้ตอบลูกน้องออกไปแบบนั้นเหมือนกัน ทว่าพอกล่าวเสร็จ แววตาคมก็เหลือบมองรอบๆโดยไม่สนสายตางุนงงจากลูกน้อง ที่ขมวดคิ้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ จะอะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้หัวใจเขามันบอกว่ายังไม่อยากกลับ ซึ่งเขาก็เลือกที่จะเชื่อฟังมัน ไม่นานแววตาคู่คมก็เหลือบไปสะดุดกับร่าเพรียวระหง ที่เอาแต่ติดอยู่ในความคิดของเขาตั้งแต่เมื่อครู่ เธอกำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คุยกันเป็นมิตรอยู่กับสปอนเซอร์คนอื่นๆ อะไรกัน เขาเป็นถึงสปอนเซอร์ใหญ่ในวันนี้ ทว่ากลับถูกเธอมองข้ามแล้วไปคุยกับสปอนเซอร์เล็กๆพวกนั้นเนี่ยนะ อยู่ๆความไม่พอใจก็บังเกิด ไม่รู้ทำไมต้องหงุดหงิดด้วยวะ ทั้งที่นิสัยเขาไม่ใช่แบบนี้ ปกติเขาจะชอบอกชอบใจด้วยซํ้าที่ได้อยู่เงียบๆ โดยไม่มีใครมายุ่ง ทว่าตอนนี้กลับตรงกันข้ามสะงั้น นึกแล้วเท้ายาวก็เตรียมพร้อมจะเดินเข้าไปร่วมวงสนทนาด้านหน้าด้วยทันที ทว่าก็ต้องหยุดฝีเท้า เมื่อร่างเพรียวของใครอีกคนเดินแทรกเข้ามาตัดหน้าไว้เสียก่อน “คุณจะกลับรึยังคะ ฟิโอน่าว่าจะกลับพร้อมคุณเลย ไหนๆเราก็มาด้วยกัน” จึ๊… แม่งโครตหงุดหงิดขึ้นทวีคุณเลย เขาเงียบไม่ตอบเธอเลยทันที แววตาคมยังคงจับจ้องไปทางร่างเพรียวของใครอีกคนจนฟิโอน่าที่จับสังเกตได้ก็ต้องกำมือแน่น ผู้หญิงคนนั้น… “กลับ!” อยู่ๆเขาก็หันมาพูดกับเธอเสียงแข็งกร้าวจนฟิโอน่าสดุ้ง แม่งมีอะไรได้ดั่งใจบ้างวะ โครตไม่สบอารมณ์เลยว่ะ เพียงเห็นร่างเพรียวของใครคนนั้น พอคุยกับสปอนเซอร์พวกนั้นเสร็จ ก็ยืนคุยยิ้มแย้มต่อกับผู้ชายอีกคนด้วยสีหน้ามีความสุขนั่น… แล้วทำไมเขาต้องหงุดหงิดขนาดนี้ด้วยวะ โครตไม่เข้าใจตัวเอง คงต้องกลับไปดื่มไวน์รสชาติโปรดพรางนั่งคิดทบทวนความคิดตัวเองหน่อยแล้ว “ไม่เจอกันนานหลายปี คุณฟ้าก็ยังคงสวยสง่าสมกับชื่อเหมือนเดิมเลยนะครับ” ชายตรงหน้าคนนี้ที่เดินเข้ามาทัก เธอจำได้แม่นยำ ฟาบิโอ คู่อริของฟรานเชสโก้ หลานชายของคุณหญิงจูเลีนน่า ซึ่งก็คือแม่เลี้ยงของฟรานเชสโก้ ดูจากรูปร่างหน้าตา ฟาบิโอเองก็ถือว่าหล่อเหลาพอสมควร แม้จะน้อยกว่าผู้ชายคนนั้นที่เธอเกลียดเข้าไส้ก็เถอะ “ฟ้า…ก็ต้องเป็นฟ้าอยู่แล้วสิคะ” เธอกล่าวตอบเขาไปอย่างไม่จริงจังมากนัก เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากอีกคนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว “ฮะๆ คุณฟ้านี่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ ก็ยังเป็นคนที่น่าสนใจอยู่ตลอดเลยนะครับ” แน่นอนสิ เธอมันไม่ใช่พวกผู้หญิงหัวอ่อนที่จะมองอะไรไม่ออกนี่นา แล้วเธอก็มองออกด้วยว่าเขายังสนใจเธอ ไม่ต่างจากเมื่อก่อนที่เธอคบอยู่กับผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่ว่าเธอหลงตัวเองเลยนะ เพราะแววตาเจ้าชู้ที่เขากำลังใช้สำรวจเธออยู่ตอนนี้ต่างหาก ที่ทำให้เธอกล้าพูดเต็มปากหน่ะ “ฟ้าคงไม่น่าสนใจเท่าญาติคุณฟาเท่าไหร่หรอกมั้งคะ” นั่นไม่ใช่ประโยคกดตัวเองหรอก แต่เป็นประโยคประชด พอแววตาคู่สวยเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของสองคนที่พากันเดินออกไป อยู่ๆหัวใจดวงน้อยก็ปวดขึ้นมาเสียดื้อๆ บ้าเอ้ย… เธอไม่ได้ต้องการแบบนี้สักหน่อย ความรู้สึกบ้าๆนี่เธอเกลียดมันที่สุด มันควรจะหายไปนานแล้วไม่ใช่หรือยังไงกัน “ยัยฟิโอน่าน่ะเหรอครับ” แววตาคมหันไปมองตามเธอ ก็เห็นว่าสองคนที่เธอกำลังมองด้วยสีหน้านิ่ง คือฟรานเชสโก้กับฟิโอน่า ผู้ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องเขาเองแหละ หลานสาวอีกคนของคุณหญิงจูเลียน่า อยู่ๆมุมปากหนาก็เกิดยกยิ้มขึ้นเมื่อนึกอะไรสนุกๆออก “ไม่คิดจะไปทักทายไอ้ฟรานมันหน่อยเหรอครับ ผมเองก็ว่าจะไปแสดงความยินดีกับยัยฟิโอน่าสักหน่อยที่ได้มาเดินแบบในงานนี้สำเร็จ” ผู้ชายคนนี้ไม่รู้คิดอะไรอยู่ ที่อยู่ๆก็ชวนเธอไปทักแฟนเก่ากับคู่หมั้นใหม่ของเขา เหอะ… แต่แล้วเธอก็เหมือนจะบ้าจี้ตามนี่สิ เพราะปากดันตอบตกลงไป “หึ เอาสิคะ” อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าถ้าหากเขาเจอหน้าคนรักเก่าอย่างเธอ ที่เขาเคยทำร้ายหักหลังอย่างหนักหนาสาหัส เพียงเพราะอยากจะหมั้นกับผู้หญิงคนอื่น จะมีสักนิดรึเปล่าที่สีหน้านิ่งขรึมเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวนั่น จะแสดงถึงความรู้สึกผิดออกมาบ้าง แต่ดูเหมือนเธอคงจะผิดคาดไป… เพราะตอนนี้ที่เธอเดินเข้ามายืนอยู่ต่อหน้าเขา นอกจากเขาจะไม่แสดงอาการไดๆ ยังมองเธอราวกับว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน!! “สวัสดีค่ะ คุณฟรานเชสโก้ คุณฟิโอน่า” เป็นเธอที่เริ่มเอ่ยทัก เพราะแววตาคมที่มืดมนคู่นั้นเอาแต่มองเธอนิ่งไม่ยอมปริปากอะไร “สวัสดีค่ะคุณฟ้าลันดา ไม่เจอกันนานเลยนะคะ” เป็นเสียงของผู้หญิงคนนั้นที่ยืนอยู่ข้างๆเขา ก็ต้องนานสิ ตั้งแต่ที่หล่อนแย่งผู้ชายคนนี้ไปจากเธอได้สมใจ ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยนี่ ดูหน้าหล่อนตอนนี้คงจะเดาได้ว่าแอบสะใจเธออยู่ข้างในสินะ หึ ช่างหน้าไม่อาย “ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณหนูหลิว” ทันไดที่เสียงทุ้มของใครอีกคนยอมปริปากกล่าว หัวใจของเธอที่มั่นใจว่าเข้มแข็งพอก็เหมือนจะกระตุกวูบน้อยๆ คุณหนูหลิวอย่างนั้นเหรอ ยินดีที่ได้รู้จักอย่างนั้นเหรอ… หึ เขากำลังเล่นบทเป็นพระเอกในละครที่ความจำเสื่อมอยู่หรือยังไงกัน เขาทำเหมือนจำเธอไม่ได้ กลับกันกับเธอที่จำเขาได้แม่นยำตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แม้จะเจอกันแค่เสี้ยววิจากในระยะไกล เธอก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นเขาไม่เคยลืม ทั้งที่หัวใจมันไม่อยากแม้แต่จะจดจำชื่อของเขา ที่เอาแต่ตามหลอกหลอนเธออยู่ตลอด ทว่าสมองบ้านี่กลับจำได้แม่นยิ่งกว่าอะไรอีก ทำลายเธอแล้วคิดจะเล่นบทใสซื่อเพื่อหนีกันหน้าด้านๆแบบนี้เหรอ ฝันไปเถอะฟรานเชสโก้ คุณได้เจอกับฉันแน่!“เดี๋ยวน่าไปหยิบของก่อนนะคะ เราจะได้ไปกันเลย” เธอหันไปบอกสามีที่เล่นกับลูกสาวอยู่ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินไปหยิบของที่เตรียมเอาไว้ โดยมีเสียงของเจ้าตัวเล็กดังคิกคักมาตามหลังอย่างนึกสนุกสนาน เพราะรู้ว่ากำลังจะได้ไปเล่นบ้านคุณอาฟ้า “ไป~” “นางฟ้าตัวน้อยของป่ะป๊าดีใจมั้ยครับ จะได้ไปเล่นกับอาฟ้า กับน้องเอฟเรน” “น้อนเอฟเรน~ ฟีอาคิดถึงน้อน” เจ้าเด็กน้อยบอกพ่อตาแป๋ว สร้างความเอ็นดูให้กับคุณพ่อจนต้องก้มหน้าฟัดลูกหนักๆ ไปสองสามที อยู่กับป่ะป๊าแล้วน้องแก้มชํ้าตลอดเลย “หยุดฟัดลูกได้แล้ว ไปกันค่ะเดี๋ยวน้องเอฟเรนรอนานน้า” เอฟเรนคือลูกชายของฟรานเชสโก้กับฟ้าลันดา ซึ่งน้องเกิดช้ากว่าน้องฟีอาแค่สามสัปดาห์ “เย้~ ไปหาน้อนเอฟเรนจ้า” เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมาให้กับความช่างพูดของลูกสาว @คฤหาสน์ลีโอเน่ “หมูกระทะจะหมดหม้อแล้วแต่ไอ้คนติดเมียมันยังไม่มา” ฟาบิโอยัดเนื้อย่างเข้าปากพรางบ่นไป คนยิ่งไม่ค่อยถูกขี้หน้ากับไอ้ฟรานเชสโก้มันเท่าไหร่ แต่ไอ้เพื่อนตัวดีที่บอกให้เขามารอที่นี่เพราะตัวเองมาถึงครึ่งทางแล้ว แต่ตอนนี้ครึ่งทางของมันไม่รู้หมายถึงครึ่งทางขึ้นสวรรค์กับเมีย หรือทางมาที่นี่กันแน่ “หึ ทำไม? มึ
“ที่รัก… ครบห้าสิบแล้วครับ ทำไมไม่นับให้พี่หืม?” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก เมื่อเขาดันตัวลุกขึ้นเดินมาโน้มหน้าลงใกล้ๆ เธอ นี่เธอเผลอจ้องเขาจนสติเลื่อนลอยไปหลายนาที จนเขาวิดพื้นห้าสิบรอบเสร็จแล้ว อย่างนั้นเหรอ? แถมตอนนี้… ใบหน้าหล่อๆ นั่นที่ชุ่มเหงื่อ ลงมาจนถึงช่วงอก ยาวไปถึงหน้าท้องลอนๆ ที่กำลังเปียกชุ่มนั้น กำลังดึงสายตาของเธอให้เผลอจับจ้องอีกครั้ง จนได้ยินเสียงหัวเราะหึ จากคนตรงหน้าดังขึ้นมาเรียกสติอีกครั้ง บ้าไปแล้ว! “หึ ลงโทษพี่จนพอใจหรือยังครับเด็กดี ถ้ายังไม่พอใจ มาขี่หลังพี่แล้วให้พี่วิดพื้นไปด้วยก็ได้นะครับ” เขายื่นหน้าเข้ามากระซิบใกล้ๆ จนเธอต้องรีบดันแผงอกแกร่งออกห่าง “ม…ไม่ต้องแล้ว พอใจแล้ว” ใบหน้าสวยรีบเบือนหนี ไม่รู้ว่าเธอทำเพื่อลงโทษเขา หรือกลับกลายเป็นแกล้งตัวเองอยู่กันแน่ เพราะคนที่เสียเปรียบ คือเธอชัดๆ “แน่ใจเหรอครับเด็กดี ว่าพอใจแล้วจริงๆ หื้ม?” ใบหน้าหล่อโน้มลงกระซิบข้างหูเธอเสียงแผ่วอย่างอ่อยๆ ทำเอาร่างเล็กขนลุกซู่ ฟันคมกัดปากตัวเองแน่น เมื่อเขาจับมือเธอไปทาบลงบนหน้าท้องแกร่งแล้วลูบไล้ไปมาอย่างจงใจ เพราะรู้ว่าเธอชอบส่วนไหนมากที่สุดบนร่างกายเขา… “อื้มม ซี
5 เดือนผ่านไป… ตอนนี้เราได้ย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนหอแล้ว ความสัมพันธ์ของเราสองคนยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความรักของสามีที่เพิ่มขึ้นทุกวัน วันแรกเขาบอกจะดูแลเธอยังไง วันนี้เขาก็ยังเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน แต่ที่เปลี่ยนไป คงจะเป็นอารมณ์คนท้องของเธอเสียมากกว่า ตอนนี้ท้องเธอนูนขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก อีกไม่ถึงสองเดือนก็จะกำหนดคลอดแล้ว อ้อ อีกอย่างเรายังไม่รู้ว่าเจ้าตัวน้อยคือเพศอะไร เพราะเฮียครามบอกว่าอยากรอลุ้นตอนคลอดมากกว่า แล้วทุกคนก็เห็นด้วย จึงไม่ได้ตรวจเพศลูก แต่ตอนนี้เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เพราะเธอกำลังนั่งรอสามีที่เดินออกไปคุยงานกับลูกน้องอยู่ระเบียงห้อง กลับเข้ามาแล้วเจอกันแน่ เธอมีเรื่องต้องสะสางกับเขา “ที่รัก พี่คุยงานเสร็จแล้วครับ ที่รักแต่งตัวเสร็จหรือยัง จะได้ไปทานข้าวเย็นกัน” เสียงทุ้มนุ่มของฟ้าครามดังขึ้น ในขณะที่ร่างสูงก้าวเดินกลับเข้ามาในห้องหลังคุยงานเสร็จ แต่สายตาของร่างเล็กที่นั่งอยู่บนเตียง ซึ่งกำลังจับจ้องมาทางเขานั้นกลับดูผิดปกติ จนเขาต้องรีบเดินปรี่เข้ามาหาเธอ “หยุดนะ ห้ามนั่งข้างๆ ห้ามจับมือด้วย” เธอรีบยกมือขึ้นกอดอก เชิ่ดหน้าสั่งเขาด้วยใบหน้าบึ้งตึ
ฟอด! เขายื่นหน้าไปหอมแก้มเธอแรงๆ หนึ่งฟอด ก่อนจะพาเธอเดินไปดูโซนอื่นๆ ของบ้าน รวมไปถึงชั้นบนที่มีถึงห้าชั้น วางแผนเอาไว้ว่าในอนาคต หากลูกๆ โตขึ้น จะแบ่งกันคนละชั้นไปเลย “มีห้องเปียโนด้วยเหรอคะ” ร่างเล็กรีบเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ เธอรีบเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้เปียโนขนาดใหญ่วางเอาไว้กลางห้องด้วยความตื่นเต้น วิวข้างๆ สามารถมองเห็นผ่านกระจกกั้นทั้งด้าน ส่วนรอบๆ ห้องยังมีเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ วางเรียงกันเอาไว้ “หึ ชอบมั้ยครับ พี่ตั้งใจทำห้องนี้ไว้เพื่อครอบครัวของเรา เผื่อในอนาคต ลูกๆ ชอบสายดนตรี” ร่างสูงตามเข้ามา โน้มตัวกดฝังจมูกโด่งลงบนพวงแก้มนุ่มอีกครั้งด้วยความรักไคร่ ในขณะที่คนน้องยิ้มแป้นอย่างมีความสุขให้เขา ก่อนพี่จะหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ เธอ เลื่อนมือขึ้นไปวางนิ้วลงประจำตำแหน่งของคีย์บอร์ด เสียงเพลงเริ่มบรรเลงขึ้นเบาๆ โดยมีร่างเล็กข้างกายนั่งมองทุกการกระทำของเขาไปด้วยความใส่ใจ “พี่ครามเล่นเปียโนเป็นด้วยเหรอคะ” เธอถามเขา เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนที่วันๆ มีแต่งานธุรกิจแบบเขา จะเล่นดนตรีเป็น “แม่พี่เป็นอดีตนักเปียโน ก่อนที่จะมาเจอกับพ่อ” ท่านไม่ใช่แค่เล่นเปียโนเป็น แต่เล่นได้แทบ
“จ…จริงเหรอพ่อหนุ่ม ขอบคุณมากนะครับ ขอบคุณมาก” คุณตานํ้าตาคลอ มือไม้สั่นไปหมด ก่อนจะรีบจัดการจัดผลไม้ที่หั่นไว้เป็นชิ้นๆ แยกกันไว้เป็นช่องๆ จัดใส่กล่องให้โดยนํ้าตาคลอเบ้า ผลไม้ของตาไม่ได้มีมากมายอะไร แต่ดูจากสีหน้าเหนื่อยๆ ของตาแล้ว เหมือนจะขายไม่ได้เลย พอคุณตาจัดการทั้งหมดใส่กล่องเสร็จ ร่างเล็กจึงหันไปมองหน้าคนสูงกว่า เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าเธอเลือกที่จะไม่พูด ก่อนจะก้มกลับมาล้วงเอากระเป๋าตังเล็กๆ ที่ใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายของตัวเองออกมา คนพี่ที่เห็นแบบนั้นก็รู้ทัน จึงรีบควักเงินสดจากกระเป๋าตัวเองยื่นไปให้คุณตาสามพันดอลล่าร์ฮ่องกง เงินไทยราวๆ สองหมื่อนกว่า ซึ่งคุณตาที่เห็นแบบนั้นก็นํ้าตาไหลทันที เหมือนความเหนื่อยที่พยายามมาทั้งชีวิต ได้ถูกมองเห็นจากคนแปลกหน้าคนหนึ่ง ราวกับว่าพระเจ้าได้มาโปรดตัวเองสักที ส่วนเธอเองก็หันไปมองหน้าสามีด้วยแววตาซาบซึ้ง ซึ่งเขาก็มองกลับมา ก่อนจะโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอเสียงแผ่ว “เก็บตังไว้กินขนมนะครับเด็กดี ของพวกนี้เดี๋ยวพี่เปย์เอง” นํ้าเสียงของเขาติดกวนๆ จนเธอนึกหมั่นไส้ขึ้นมา จากที่กำลังซาบซึ้งใจอยู่ดีๆ ไม่รู้ไปติดนิสัยนี้จากฟรานเชสโก้มาตั้งแ
@วันรุ่งขึ้น แอวะ… แค่กๆ ร่างเล็กที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงดังออกมาจากห้องนํ้า เธอยกมือขึ้นขยี้ตาเบาๆ แล้วก้าวลงจากเตียงรีบลงไปดูคนที่นั่งอาเจียนอยู่ในห้องนํ้าทันที “พี่คราม เป็นอะไรคะ” ร่างเล็กรีบเดินเข้าไปลูบแผ่นหลังกว้างของคนที่นั่งกอดชักโครกอยู่บนพื้น สีหน้าของเขาซีดเผือกราวกับไม่สบายทั้งที่เมื่อคืนก็ยังดีๆ อยู่เลย “อื้อ น่า…” “น่าไปหยิบนํ้ามาให้นะคะ” เธอรีบเดินไปหยิบแก้วแล้วเปิดก๊อกนํ้าใส่ เดินถือไปยื่นให้กับเขาทันที ร่างสูงจึงจัดการบ้วนปาก พอเขาจะลุก เธอจึงเข้าไปช่วยประคองด้วยความเป็นห่วง เพราะเขาดูซีดและอ่อนแรงมาก “ไปนั่งก่อนนะคะ” พอมาถึงที่เตียงร่างสูงก็ดันตัวเธอนอนราบลง ก่อนตัวเขาจะนอนลงข้างๆ พร้อมเอาหน้าซุกซอกคอขาว สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้ผ่อนคลายขึ้น “พี่เวียนหัวจังครับ” นํ้าเสียงของเขาแผ่วเบาแต่ก็ออดอ้อน จมูกโด่งซุกไซร้อยู่ตรงซอกคอหอมกรุ่น มือหนากอดรัดเธอเอาไว้แน่นราวกับกลัวจะได้ห่าง “ไปหาหมอกันมั้ยคะ น่ากลัวพี่เป็นร้ายแรง” “ไม่เอา…” นํ้าเสียงอู้อี้ตอบกลับเธออย่างเอาแต่ใจ “ถ้างั้นไปตรวจครรภ์ครั้งหน้า พ
“เรียบร้อยหมดแล้วครับนาย” “อืม” เขาเพียงขานรับลูกน้องเบาๆแล้วหลับตาลงเพื่อพักสาวตา หลายวันมานี้เขานอนไม่เคยจะหลับ เลยด้วยซํ้า ในหัววนเต็มไปด้วยเรื่องของหญิงสาวผู้เป็นที่รัก กลัวที่สุดคือป่านนี้เธอจะเกลียดเขาไปแล้วหรือเปล่านะ ส่วนมาร์โก้นั้นได้แต่นึกคิดในใจอย่างไม่เข้าใจ ว่าเจ้านายจะเอาพวงมาลั
“คุณหลบอยู่ตรงนี้นะ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดเข้าใจมั้ยครับ ผมจะออกไปช่วยลูกน้อง” ฟรานเชสโก้กระซิบบอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนเสียงเบาทว่าแน่วแน่ แม้จะเชื่อมั่นในฝีมือของลูกน้องตัวเองที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีว่าจะเอาพวกนักเลงนับยี่สิบพวกนั้นลงได้ แต่ด้วยความเป็นผู้นำ เขาก็ไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆให้ลูกน้องสู้กั
“ถึงบ้านฉันแล้ว คุณก็กลับไปได้แล้วค่ะ” “อะไรกันครับ ผมไม่ได้พูดสักหน่อยว่าส่งคุณเสร็จแล้วจะกลับ” พูดเสร็จร่างสูงก็ถือวิสาสะเปิดประตูลงรถก่อนจะเดินวนมาเปิดให้กับคนตัวเล็กที่นั่งหน้าไม่สบอารมณ์อยู่เบาะข้างคนขับ “ไม่ต้อง ฉันลงเองได้” ใบหน้าสวยเผยยิ้มประชดพร้อมเมินมือหนาที่ยื่นมาให้ตัวเอง ก่อนจะก้
@เพ้นท์เฮ้าท์ 21:37 น. “ที่รักเดี๋ยวก่อน” “คะ?” ร่างเล็กที่กำลังจะเดินเข้าไปภายในเพ้นท์เฮ้าส์หันกลับมามองร่างสูงที่เดินตามเธอมาติดๆ เมื่ออยู่ๆเขาก็ดึงรั้งแขนเล็กของเธอเอาไว้ราวกับไม่อยากให้เข้าไปด้านใน “ฟรานเล่นอะไรเนี่ย…” เสียงเล็กบ่นแผ่วเบาๆ เมื่ออยู่ๆเขาก็เอาผ้ามาพันรอบ







