Mag-log inพวงกุญแจสื่อรักทักให้สืบ แอบกระคืบตามติดประชิดร่าง แกล้งปลอมตัวพรางหน้าหลบตามทาง ความลับบางเริ่มกระจ่างกลางสายตา
แสงแดดรำไรยามบ่ายส่องลอดใบไม้ลงมาตกกระทบบนพื้นคอนกรีตหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์
คินน์ยืนหลบอยู่หลังต้นตีนเป็ดน้ำขนาดใหญ่ สภาพของเดือนคณะสถาปัตย์ผู้หล่อเนี้ยบในวันนี้ ถูกแทนที่ด้วยเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซส์สีดำสนิท หมวกบัคเก็ตที่ดึงลงมาปิดจนถึงคิ้ว และหน้ากากอนามัยที่ปิดบังใบหน้าไปแล้วกว่าครึ่ง ในมือของเขากำโทรศัพท์มือถือแน่น หน้าจอแชทที่คุยกับ 'N' เมื่อคืนยังคงเปิดค้างไว้
Kinn: พรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วไปไหนวะ N N: ทำงานพาร์ทไทม์ ทำไม จะเลี้ยงข้าวหรือไง
คินน์สูดหายใจลึก พยายามหรี่ตามองลอดกิ่งไม้ไปยังใต้ถุนตึกวิศวะ เขาเพิ่งสืบมาจากเพื่อนว่าวันนี้นอร์ธเลิกเรียนตอนบ่ายสามโมงตรง และตอนนี้ก็บ่ายสามสิบห้านาทีแล้ว
ติ๊ด...
เสียงสแกนบัตรผ่านประตูดังขึ้น ร่างสูงใหญ่คุ้นตาในชุดนักศึกษาที่ไม่เรียบร้อยนักเดินล้วงกระเป๋าออกมาจากตัวอาคาร นอร์ธดูโดดเด่นสะดุดตาด้วยส่วนสูงและออร่าความกดดันที่แผ่ออกมารอบตัว ชายหนุ่มขยี้ผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองลวกๆ ก่อนจะเดินก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปยังป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย
"เอาล่ะวะ เป็นไงเป็นกัน" คินน์พึมพำกับตัวเอง กระชับหมวกบัคเก็ตให้แน่นขึ้น แล้วค่อยๆ ย่องตามเว้นระยะห่างอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่สกิลของนักศึกษาสถาปัตย์ที่ถนัดแต่จับดินสอดราฟต์แบบจะทำได้
นอร์ธก้าวขึ้นรถเมล์ปรับอากาศสายประจำ คินน์รีบวิ่งหน้าตั้งกระโดดขึ้นประตูหลังในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ประตูจะปิดลง เขารีบทิ้งตัวลงนั่งที่เบาะหลังสุด หยิบหนังสือเล่มหนาขึ้นมาบังหน้า แอบลอบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่นั่งอยู่แถวกลางรถ
รถเมล์แล่นผ่านการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ คินน์ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ทุกครั้งที่นอร์ธขยับตัว หรือหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เขาพยายามจินตนาการว่าคนหน้าดุระดับหมาบ้าลานเกียร์อย่างนอร์ธ จะไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ไหน? การ์ดคุมผับ? เด็กช่างในอู่ซ่อมรถ? หรือเด็กยกของในโกดัง?
สามสิบนาทีต่อมา นอร์ธกดกริ่งและก้าวลงที่ป้ายรถเมล์ย่านเจริญกรุง ย่านที่เต็มไปด้วยตึกแถวเก่าแก่และคาเฟ่ลับๆ สไตล์วินเทจ คินน์รีบลงตามและเดินสะกดรอยเข้าไปในซอยเล็กๆ ที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่
ฝีเท้าของนอร์ธหยุดลงที่หน้าร้านอาคารพาณิชย์สองคูหาที่ถูกรีโนเวทใหม่ บานประตูไม้สักเก่าแก่มีป้ายไม้เล็กๆ แขวนไว้ว่า 'Book & Bean' คินน์เบิกตากว้าง... ร้านหนังสือมือสองควบคู่กับคาเฟ่เล็กๆ เนี่ยนะ? ไอ้เถื่อนนี่ทำงานที่นี่เหรอ!?
เขาเบียดตัวหลบหลังซอกตึกฝั่งตรงข้าม รอจนกระทั่งนอร์ธผลักประตูกระจกเข้าไป เสียงกระดิ่งลมดังกรุ๊งกริ๊งแว่วมาให้ได้ยิน คินน์รออีกห้านาทีเพื่อให้แน่ใจ ก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ผลักประตูกระจกตามเข้าไป
กลิ่นกาแฟคั่วบดหอมกรุ่นผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยแตะจมูกทันทีที่ก้าวพ้นประตู บรรยากาศในร้านเงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น คินน์เดินก้มหน้าก้มตาตรงดิ่งไปยังมุมหนังสือวรรณกรรมแปลที่อยู่ลึกสุดของร้าน หยิบหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่มกางออกบังหน้า แล้วแอบมองผ่านช่องว่างระหว่างชั้นวาง
สิ่งที่คินน์เห็น ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งบีท...
นอร์ธไม่ได้อยู่ในชุดเสื้อช็อปหรือชุดนักศึกษาหลุดลุ่ยอีกต่อไป ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสีขาวสะอาดทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้ม ผมที่เคยมัดลวกๆ หรือปล่อยยุ่งเหยิงถูกเซตเปิดหน้าผาก เผยให้เห็นโครงหน้าคมคายที่ดูสว่างและสะอาดตาขึ้นอย่างน่าประหลาด
แต่สิ่งที่ทำให้คินน์แทบหยุดหายใจ ไม่ใช่รูปลักษณ์... แต่เป็นการกระทำ
นอร์ธกำลังยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ มือใหญ่ที่คินน์เคยคิดว่าหยาบกระด้าง กำลังค่อยๆ ดริปกาแฟอย่างใจเย็น สายตาที่เคยมองคนอื่นอย่างดุดัน บัดนี้ทอดมองสายน้ำร้อนที่ไหลผ่านผงกาแฟด้วยความอ่อนโยน
เมี๊ยว~
แมวส้มตัวอ้วนกลมกระโดดขึ้นมาบนเคาน์เตอร์ เอาหัวถูไถแขนล่ำๆ ของนอร์ธ ชายหนุ่มหน้าดุหลุดยิ้มบางๆ ออกมา—รอยยิ้มที่อ่อนโยนจนคินน์ตาพร่า—เขาเอื้อมมือไปเกาหลังหูแมวส้มตัวนั้นอย่างทะนุถนอม
"อย่าเพิ่งกวนสิเจ้านาย ขอชงกาแฟก่อน" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยตะคอกใส่เต้ บัดนี้งึมงำคุยกับแมวด้วยความนุ่มนวล
ภาพตรงหน้ามัน Contrast กับฉายาหมาบ้าลานเกียร์อย่างสิ้นเชิง! แต่มันกลับเข้ากันได้ดีกับภาพของ 'N' เพื่อนในแชทที่มักจะส่งรูปสติกเกอร์แมวโง่ๆ มาให้เขาดูเวลาที่เขาเครียดไม่มีผิด!
คินน์กำขอบหนังสือแน่น ความรู้สึกสับสน ตื่นเต้น และหวั่นไหวตีรวนกันไปหมดในอก เขาต้องพิสูจน์ให้แน่ใจ ขั้นตอนสุดท้ายของแผนการจับผิดมาถึงแล้ว
ช่วงเย็นที่ลูกค้าน้อยลง นอร์ธยกคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมาตั้งที่มุมเคาน์เตอร์เพื่อทำงาน คินน์ที่ซุ่มอยู่หลังชั้นหนังสือหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา นิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยขณะพิมพ์ข้อความหาใครบางคน
เขาจ้องมองนอร์ธผ่านช่องว่างของชั้นหนังสือ ตาไม่กระพริบ
Kinn: แอบอู้งานอยู่ป่าว N
คินน์กดส่งข้อความ...
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนสั้นๆ ดังขึ้นจากโน้ตบุ๊กของนอร์ธ!
คินน์เบิกตากว้างจนแทบถลน นอร์ธที่กำลังพิมพ์งานอยู่ชะงักมือทันที ชายหนุ่มก้มลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง—เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูแบบที่คินน์ไม่เคยได้รับในชีวิตจริง นอร์ธละมือจากงานแล้วพิมพ์ข้อความบางอย่างลงไป
ครืด...
โทรศัพท์ในมือคินน์สั่นเตือนแทบจะในวินาทีเดียวกัน
N: รู้ได้ไงวะ กำลังคิดถึงมึงอยู่พอดีเลยเนี่ย ลูกค้าไม่มี โคตรเบื่อ
หลักฐานคาตา... คาตาแบบไม่ต้องสืบต่ออีกแล้ว!
หัวใจของคินน์พองโตจนคับอก ความรู้สึกโกรธที่โดนหลอกแทบไม่มีเหลือ มีแต่ความรู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง ไอ้เพื่อนแชทปากหมาแสนดีที่เขาแอบรู้สึกดีด้วยมาตลอดสามปี... คือไอ้เถื่อนหน้าดุที่ขโมยจูบแรกของเขาไปดื้อๆ และบังคับให้เขาเป็นแฟนกำมะลอ!
คินน์ก้าวถอยหลังด้วยความช็อก ขาของเขาเผลอไปชนเข้ากับรถเข็นเก็บหนังสือที่จอดอยู่ด้านหลังอย่างจัง
โครม!!
กองหนังสือหลายสิบเล่มร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่นลั่นร้าน!
"เฮ้ย!" นอร์ธสะดุ้งสุดตัว รีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้และชะโงกหน้ามองข้ามเคาน์เตอร์มายังต้นเสียง
คินน์ตกใจจนลนลาน หมวกบัคเก็ตหลุดร่วงไปกองกับพื้น หน้ากากอนามัยที่ปิดบังใบหน้าอยู่ก็เลื่อนหลุดลงมากองที่ปลายคาง เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
สายตาคมกริบของหนุ่มวิศวะในชุดผ้ากันเปื้อน สบเข้ากับดวงตากลมโตของเดือนสถาปัตย์ที่เบิกกว้างด้วยความช็อก
เวลาในร้าน 'Book & Bean' เหมือนถูกกดปุ่มหยุดนิ่ง เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่เปิดคลอหายไปจากโสตประสาทของคินน์ มีเพียงเสียงหัวใจของเขากับสายตาของนอร์ธที่จ้องมองมาอย่างตกตะลึงไม่แพ้กัน
นอร์ธมองคินน์ สลับกับมองหน้าจอโน้ตบุ๊กของตัวเองที่มีข้อความแชทของ 'Kinn' โชว์หราอยู่...
ความลับ... แตกกระจายไม่มีชิ้นดี!
หมาจนตรอกบุกถิ่นหวังหมิ่นเกียร์ พาพรรคพวกมาเหี้ยมหวังเหยียบย่ำ เลือดวิศวะเดือดพล่านต้านระยำ ขอเอาตัวเข้าค้ำ...ปกป้องหัวใจเสียงไม้เบสบอลเหล็กฟาดเข้ากับถังขยะใบใหญ่ดังก้องกังวานไปทั่วลานเกียร์ที่เคยเงียบสงบในยามวิกาล สะท้อนกลับไปกลับมาเหมือนเสียงกลองรบที่ตีรัวประกาศศึกคินน์ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของนอร์ธ มือเรียวที่เพิ่งสอดประสานกันเมื่อครู่กำชายเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มของคนตรงหน้าไว้แน่นจนข้อศอกขาวซีด ลมหายใจที่เพิ่งกลับมาเป็นปกติเริ่มหอบถี่อีกครั้งเมื่อเห็น 'เต้' แฟนเก่าที่เขาเคยคิดว่าแสนดี บัดนี้ยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความเคียดแค้น พร้อมกับกลุ่มอันธพาลรับจ้างนับสิบคนที่ถืออาวุธครบมือ"มึงเก่งนักใช่ไหมไอ้นอร์ธ! เก่งนักใช่ไหมที่แฉกูกลางไลฟ์สด!" เต้แผดเสียงลั่น ชี้ปลายไม้เบสบอลมาทางช็อปวิศวะ "มึงทำชีวิตกูพัง! วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออกล้างตีนกูให้ได้ มึงออกมา!"ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมช็อปวิศวะไปชั่วอึดใจคินน์เงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนอร์ธ สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน เส้นเลือดที่ลำคอเต้นตุบๆ ตามแรงอารมณ์ที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีเข้มที่เคยมองเขาด้วยความอ
ความจริงที่ถูกซ่อนจะสะท้อนผ่านหน้าจอ คนลวงต้องทนท้อถูกแฉกลับจนดับสูญ จับมือกันฟันฝ่าคำนินทาที่เพิ่มพูน ประกาศรักให้สมบูรณ์กลางโลกโซเชียลแคมเสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์คันโตคำรามก้องฝ่าความมืดยามค่ำคืน คินน์ซ้อนท้ายนอร์ธโดยมีเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มตัวใหญ่คลุมทับร่างเพื่อกันลม สองแขนเรียวกอดรัดรอบเอวสอบของหนุ่มวิศวะแน่น ใบหน้าซบลงกับแผ่นหลังกว้างที่แผ่ความอบอุ่นมาให้ตลอดทางจากคนที่เคยเอาแต่หนีและซ่อนตัวร้องไห้ ตอนนี้หัวใจของเดือนสถาปัตย์กลับเต้นด้วยจังหวะที่มั่นคงขึ้น... เพราะเขารู้แล้วว่าเขาไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับความโหดร้ายนี้เพียงลำพังรถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่นี่คึกคักผิดกับเวลาสองทุ่ม แก๊งเสื้อช็อปนับสิบชีวิตยืนออหน้าคอมพิวเตอร์เกมมิ่งสเปกเทพที่ถูกยกมาตั้งไว้กลางโต๊ะประชุมช่าง โดยมี 'แจ็ค' รับบทเป็นโปรแกรมเมอร์หัวโจกกำลังรัวแป้นคีย์บอร์ดอย่างเมามัน"มาแล้วเหรอวะไอ้พระเอก! กูเซตระบบรอเรียบร้อยแล้ว!" แจ็คหันมาตะโกนเรียกทันทีที่นอร์ธจูงมือคินน์เดินเข้ามาในช็อป "กูเชื่อมต่อจอขึ้นโปรเจกเตอร์ให้ด้วย จะได้เห็นคอมเมนต์ชัดๆ เอาแอคเคาท์ IG ของคิน
เมื่อโลกทั้งใบโหดร้ายและมืดมิด ขอแค่สิทธิ์โอบกอดไว้ไม่ยอมหนี น้ำตาเปื้อนสองแก้มไม่หลีกลี้ กอดดวงนี้ให้รู้ว่า...ยังมีกูลมพัดแรงบนชั้นดาดฟ้าร้างหอบเอาความเย็นเยียบมากระทบผิว แต่คินน์กลับรู้สึกหนาวเหน็บจากข้างในมากกว่า เขานั่งขดตัวอยู่มุมกำแพง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้ม พร้อมกับเอ่ยปากไล่ผู้ชายคนเดียวที่พยายามเดินเข้ามาหา"มึงคิดว่ากูตามหามึงแทบพลิกแผ่นดิน... เพื่อมาฟังคำบอกเลิกปัญญาอ่อนนี่เหรอคินน์"คำตวาดของนอร์ธไม่ได้ทำให้คินน์กลัว แต่มันทำให้เขายิ่งสะอื้นหนักขึ้น ร่างโปร่งหลับตาปี๋ เตรียมใจรับความโกรธเกรี้ยว หรือไม่ก็นอร์ธที่หันหลังเดินจากไป ทิ้งเขาไว้กับความมืดมิดเหมือนที่คนอื่นๆ เคยทำแต่ทว่า... สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไปสวบ...นอร์ธทิ้งตัวลงคุกเข่าบนพื้นซีเมนต์สากๆ ตรงหน้าคินน์อีกครั้ง โดยไม่สนว่ากางเกงยีนส์ตัวเก่งจะเปื้อนฝุ่นหนาแค่ไหน ชายหนุ่มร่างใหญ่ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขาขยับตัวเข้าประชิด สอดท่อนแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเข้าใต้รอยพับเข่าและแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทา ก่อนจะออกแรงดึงรั้งร่างของเดือนสถาปัตย์เข้ามากระแทกอกกว้างอย่างจัง!"
คำลวงสาดซัดดั่งพายุคลั่ง แผลเก่าตอกย้ำจนใจพังต้องหนีหาย ปิดกั้นทุกทางหลบซ่อนตัวคล้ายคนตาย พลิกแผ่นดินแทบมลาย...ตามหาหัวใจที่หลุดลอยติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ ในโทรศัพท์ของทุกคนในสตูดิโอสถาปัตย์ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ราวกับมีใครมากดปุ่มระเบิดเวลาคินน์นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ที่โต๊ะดราฟต์ไฟ ดวงตากลมโตจ้องค้างอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ของมิกซ์ ตัวอักษรในแคปชั่นเพจแฉรายวันมหาลัยพร่ามัวไปหมด เสียงซุบซิบนินทาที่เคยดังแว่วๆ ตอนนี้เริ่มขยายวงกว้างและพุ่งเป้ามาที่เขาโดยตรง"เฮ้ย... ในเพจบอกว่าคินน์แอบคบซ้อนตั้งแต่วันปฐมนิเทศเลยว่ะ" "จริงดิ? มิน่าล่ะ พอเลิกกับพี่เต้ปุ๊บก็เปิดตัวคบเด็กช่างปั๊บ ไวไปป่าววะ" "ดูหน้าใสๆ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าจะเป็นคนแบบนี้ สงสารพี่เต้ว่ะ โดนสวมเขามาตั้งสามปี"เสียงกระซิบกระซาบจากโต๊ะรอบๆ แม้จะพยายามกดให้เบา แต่มันกลับดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคินน์ชัดเจนทุกถ้อยคำภาพในอดีตเมื่อสามปีก่อนตีรวนขึ้นมาเป็นฉากๆ... วันที่เต้แอบไปมีคนอื่น แต่กลับจัดฉากโยนความผิดให้คินน์เป็นคนงี่เง่า วันที่เพื่อนหลายคนตีตัวออกห่างเพราะเชื่อคำโกหกของเต้ วันที่เขาต้องฝืนย
ลายเส้นสลักรักซ่อนไว้เนิ่นนาน ก่อนโลกออนไลน์จะเชื่อมใจสอง ความลับเปิดเผยหมดสิ้นไร้กรงทอง ถึงเวลาเดินหน้ารุก...ไม่กั๊กใจ08:00 น. หน้าห้องพักคอนโดของคินน์ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นตรงเวลาเป๊ะราวกับตั้งนาฬิกาปลุก ทำเอาคนที่นั่งตาค้างอยู่บนโซฟามาทั้งคืนสะดุ้งสุดตัว คินน์ในสภาพสวมเสื้อยืดตัวย้วยกับกางเกงขาสั้น ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า ยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยขาสั่นๆ ในมือของเขากำ 'สมุดสเก็ตช์ปกดำ' ของนอร์ธไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวเขาเดินไปที่ประตู สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะกระชากบานประตูเปิดออกร่างสูงใหญ่ในชุดนักศึกษาที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนักยืนอยู่ตรงหน้า นอร์ธพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นลวกๆ มือข้างหนึ่งถือแก้วอเมริกาโน่เย็น ส่วนอีกข้างถือถุงแซนด์วิชแฮมชีสแบบไม่ใส่มายองเนส กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยมาปะทะจมูกคินน์"ตื่นเช้าเหมือนกะ..." นอร์ธกำลังจะเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มมุมปาก แต่เสียงของเขาก็ขาดหายไปเมื่อสายตาเลื่อนลงมาเห็น 'วัตถุพยาน' ในมือของคินน์บรรยากาศหน้าประตูห้องชะงักกึกไปชั่วอึดใจคินน์เชิดหน้าขึ้น พยายามทำใจดีสู้เสือ ชูสมุดสเก็
จับมือกันอยู่ดีๆ เพื่อนดันเห็น เกิดอาการซ่อนเร้นจนสับสน แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ชวนขบขันกันทุกคน ยิ่งดิ้นรนยิ่งโดนแซว... แฟนวิศวะแสงแฟลชจากกล้องโทรศัพท์มือถือของแจ็คสว่างวาบเข้าตา คินน์สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต ร่างโปร่งกระชากมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของนอร์ธอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าถ้าเกิดประกายไฟได้คงเกิดไปแล้ว!"ชะ... เชี่ย! ไม่ใช่นะเว้ย! พวกมึงเข้าใจผิดแล้ว!"คินน์แหกปากลั่นถนนเจริญกรุง ใบหน้าขาวเนียนที่เพิ่งซับสีเลือดจากความเขินเมื่อครู่ ตอนนี้แดงเถือกลามไปถึงยันคอหอย สมองของเดือนสถาปัตย์ผู้ชาญฉลาดประมวลผลหาทางรอดอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่แก๊งเสื้อช็อปนับสิบชีวิตยืนอ้าปากค้าง สลับกับมองหน้านอร์ธและคินน์ไปมา"เข้าใจผิดอะไรวะคินน์! เมื่อกี้กูเห็นเต็มสองตาว่าไอ้นอร์ธมันจับมือมึงเดินยิ้มหน้าบานออกมาจากซอย!" แจ็คตะโกนกลับ มือยังคงถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปไม่ยอมลดลง "นี่มึงสองคนไม่ได้แค่เล่นละครตบตาแฟนเก่าตามที่ข่าวลือในมอเขาว่ากันเหรอวะ! มึงคบกันจริงดิ!""บ้า! คบจริงที่ไหนเล่า! กู... กู..." คินน์ละล่ำละลัก สายตาล่อกแล่กมองซ้ายมองขวา ก่อนจะโพล่งประโยคแรกที่แล่นเข้ามาในหัวออกไป "กูสะดุดล้ม! เออ! ถนนมัน
สายเรียกเข้าขัดจังหวะกระชากอารมณ์ รักที่บ่มแทบระเบิดเกิดความหวง คว้ามือถือตอกกลับไปไม่อำพราง ลบทุกภาพคนหลอกลวง...ทวงสิทธิ์แฟน(จริง)เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือที่ดังแทรกขึ้นมาในซอยแคบๆ ราวกับเสียงไซเรนเตือนภัยสลายบรรยากาศโรแมนติกที่กำลังก่อตัวขึ้นจนแตกกระจายคินน์ยืนตัวแข็งทื่อ แผ่นหลังยังคงแ
ความลับพังทลายเมื่อสบตา สติหลุดลนลานต้องหนีหน้า ตามง้อขอโทษที่หลอกมา เพราะความรักที่ซ่อนไว้...มันใหญ่เกิน ความเงียบในร้าน 'Book & Bean' อื้ออึงจนแทบจะกลายเป็นเสียงวิ้งในโสตประสาทคินน์นั่งแปะอยู่บนพื้นท่ามกลางกองหนังสือที่หล่นกระจาย ดวงตากลมโตสั่นระริกขณะจ้องมองใบหน้าของนอร์ธที่อยู่หลังเคาน์เต
โทรศัพท์สั่นระรัวตัวแทบแข็ง ต้องรีบแสร้งตีหน้าตายซ่อนความลับ รอดตัวไปแบบฉิวเฉียดหวุดหวิดนัก แต่ความรักที่ปิดไว้...สั่นยิ่งกว่าอากาศยามบ่ายที่ร้อนอบอ้าวดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะสายตาของคินน์จับจ้องไปที่กระเป๋ากางเกงยีนส์ของนอร์ธที่เพิ่งหยุดสั่นไปเมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้ว สลับกับมองใบหน้าคมคายท
ข้อสงสัยก่อตัวในหัวใจ แกล้งทดสอบโยนไปให้เผยท่า แฟนเก่าหวนกลับมาท้าสายตา ต้องแสดงบทรักบ้า...ให้สมจริงความเงียบในร้านกาแฟระหว่างคินน์กับนอร์ธดำเนินไปพักใหญ่ มีเพียงเสียงหลอดดูดน้ำแข็งกระทบแก้วพลาสติก คินน์จ้องมองแผ่นแปะแก้ปวดภาษาญี่ปุ่นในมือสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของคนตรงหน้า ความสงสัยตีตื้นขึ้นมาใ







