LOGINความลับพังทลายเมื่อสบตา สติหลุดลนลานต้องหนีหน้า ตามง้อขอโทษที่หลอกมา เพราะความรักที่ซ่อนไว้...มันใหญ่เกิน ความเงียบในร้าน 'Book & Bean' อื้ออึงจนแทบจะกลายเป็นเสียงวิ้งในโสตประสาท
คินน์นั่งแปะอยู่บนพื้นท่ามกลางกองหนังสือที่หล่นกระจาย ดวงตากลมโตสั่นระริกขณะจ้องมองใบหน้าของนอร์ธที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ สลับกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สว่างวาบ สมองของเดือนสถาปัตย์กำลังประมวลผลย้อนหลังอย่างบ้าคลั่ง
‘N... กูว่ากูใจเต้นกับไอ้เถื่อนนี่ว่ะ ทำไงดี’
ข้อความที่เขาพิมพ์ส่งไปเมื่อตอนบ่ายผุดขึ้นมาในหัวราวกับตัวหนังสือสีเลือด!
ฉิบหายแล้ว... ฉิบหายแล้ว!!! คินน์ไม่ได้โกรธที่ถูกหลอก... แต่เขา 'อับอาย' จนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี! ไอ้คนที่เขาระบายความรู้สึกบ้าๆ บอๆ ใส่ ไอ้คนที่เขายอมรับหน้าด้านๆ ว่าเผลอใจเต้นแรงด้วย... ก็คือไอ้เถื่อนหน้าดุที่ยืนทำตาโตอยู่ตรงหน้านี่เอง! มันรู้มาตลอด! มันอ่านทุกข้อความ! มันเห็นเขากลายเป็นไอ้ลูกหมางี่เง่ามาตั้งสามปี!
ใบหน้าขาวเนียนของคินน์แดงเถือก ลามไปถึงใบหูและลำคอ ความร้อนพุ่งปรี๊ดขึ้นหน้าจนน้ำตาแห่งความอับอายเริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตา
"คินน์..." นอร์ธได้สติก่อน ชายหนุ่มเสียงสั่น รีบผลักคอมพิวเตอร์ออกห่างตัว "มึงมาอยู่ที่นี่... เดี๋ยวก่อน ฟังงกูก่อน!"
"ม่ายยยยยยยยย!!!"
คินน์แหกปากร้องลั่นร้านราวกับเห็นผี สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงานเร็วกว่าความคิด เขาสปริงตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจแม้แต่หมวกบัคเก็ตหรือหน้ากากอนามัยที่ตกอยู่ คินน์หมุนตัวกลับ หันหลังวิ่งสับตีนแตกพุ่งพรวดออกไปจากร้านทันที!
กรุ๊งกริ๊งๆๆ!
กระดิ่งลมหน้าร้านสั่นระรัวตามแรงกระชากประตู
"เชี่ยเอ๊ย! คินน์! หยุดก่อน!" นอร์ธสบถลั่น เขากระโดดข้ามเคาน์เตอร์บาร์อย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจประตูทางออกพนักงาน ปลดสายผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลโยนทิ้งลงพื้น แล้ววิ่งพุ่งตามร่างโปร่งออกไปติดๆ
แสงแดดยามเย็นสีทองอาบไล้ถนนเจริญกรุง คินน์วิ่งหน้าตั้งฝ่าฝูงชนที่กำลังเดินพลุกพล่าน ลมหายใจหอบถี่ หัวใจเต้นกระหน่ำจนปวดหนึบ เขาวิ่งลัดเลาะเข้าไปในซอยเล็กๆ ที่เป็นทางเชื่อมระหว่างตึกแถวเก่าๆ สมองไม่ได้คิดหาทางกลับบ้าน คิดแค่อย่างเดียวคือต้องหนีให้พ้นจากสายตาคู่นั้น!
"คินน์! กูบอกให้หยุด!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดไล่หลังมาติดๆ คินน์หันขวับไปมอง นอร์ธวิ่งตามมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ช่วงขายาวๆ ของหนุ่มวิศวะก้าวข้ามสิ่งกีดขวางอย่างชำนาญ ระยะห่างระหว่างพวกเขากำลังหดสั้นลงเรื่อยๆ
"อย่าตามมานะไอ้บ้า! ไอ้คนลวงโลก! ไอ้โรคจิต!" คินน์ตะโกนด่าเสียงหลงพร้อมกับเร่งฝีเท้าขึ้นอีก แต่นักศึกษาสถาปัตย์ที่วันๆ เอาแต่นั่งวาดแบบ จะเอาพละกำลังที่ไหนไปสู้กับนักเตะตัวจริงของคณะวิศวะได้
ไม่ถึงสามร้อยเมตรจากปากซอย มือหนาที่แข็งแรงราวกับคีมเหล็กก็เอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของคินน์!
"โอ๊ย!"
แรงกระชากทำเอาคินน์เสียหลัก ร่างโปร่งปลิวหวือกลับไปกระแทกเข้ากับแผ่นอกกว้างของคนที่วิ่งตามมา นอร์ธรวบเอวคินน์ไว้แน่นพร้อมกับดันร่างของอีกฝ่ายให้แผ่นหลังแนบชิดไปกับกำแพงอิฐแดงเก่าๆ ของตึกแถวในซอยแคบๆ เพื่อไม่ให้หนีไปไหนได้อีก
ทั้งคู่อยู่ในสภาพหอบโยน หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง เสียงหอบหายใจของสองร่างดังก้องในซอยที่เงียบสงัด กลิ่นกาแฟคั่วหอมกรุ่นที่ติดตัวนอร์ธ ลอยเข้ามาปะทะจมูกคินน์ในระยะประชิด
"ปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะ! ปล่อย!" คินน์ดิ้นพล่าน ใช้สองมือผลักแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของนอร์ธ แต่เหมือนผลักกำแพงหิน อีกฝ่ายไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
"ไม่ปล่อย! จนกว่ามึงจะคุยกันให้รู้เรื่อง!" นอร์ธเสียงเข้ม ดวงตาคมดุจ้องลึกลงมาในดวงตากลมโตที่กำลังคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความหงุดหงิด
"มีอะไรต้องคุยอีก! มึงเห็นกูเป็นตัวตลกใช่ไหม! แอบขำกูอยู่ใช่ไหมเวลาที่กูพิมพ์ไปเล่าเรื่องมึงให้มึงฟังน่ะ!" คินน์ตะคอกเสียงสั่น ความอายมันตีตื้นจนหน้าแดงก่ำไปหมด "ไอ้บ้าเอ๊ย! มึงรู้ว่ากูเป็นใครแต่แรก แต่มึงก็ยังแกล้งเล่นละครบ้าๆ นี่! สนุกมากป่ะ! สะใจมากใช่ไหมไอ้เถื่อน!"
นอร์ธเม้มปากแน่น เขาไม่ได้โกรธที่ถูกด่า แต่สายตาที่คินน์มองมามันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความรู้สึกว่าตัวเองโง่ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่นอร์ธไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุด
ชายหนุ่มขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ใช้แขนทั้งสองข้างยันกำแพงอิฐแดงไว้ ขังคินน์ไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ
"กูไม่เคยเห็นมึงเป็นตัวตลก" น้ำเสียงของนอร์ธเปลี่ยนไป มันไม่ได้ดุดัน ไม่ได้แข็งกระด้าง แต่มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความจริงจังแบบที่คินน์ไม่เคยได้ยิน "และกูก็ไม่เคยขำ... ตอนที่มึงบอกว่ามึงใจเต้นกับกู กูดีใจแทบตาย มึงรู้บ้างไหม"
คินน์ชะงักกึก สองมือที่กำลังผลักไสหยุดนิ่ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
"มึง... มึงหมายความว่าไง..." คินน์ถามเสียงแผ่ว ความโกรธเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยความสับสน
นอร์ธถอนหายใจยาว เขาก้มหน้าลงจนหน้าผากแทบจะชนกับหน้าผากของคินน์ สายตาคมกริบที่มักจะซ่อนอยู่ใต้ผมยุ่งๆ ตอนนี้เปิดเผยทุกความรู้สึกที่อัดอั้นมาตลอดสามปี
"มึงคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างกู... จะยอมให้ใครก็ไม่รู้มาดึงไปจูบกลางโรงอาหาร แล้วยอมตกลงเป็นแฟนปลอมๆ ง่ายๆ แค่เพราะอยากแกล้ง?" นอร์ธถามกลับ เสียงของเขาสั่นน้อยๆ "มึงคิดว่ากูจำเมนูกาแฟ จำแผ่นแปะแก้ปวดของมึงได้เพราะเรื่องบังเอิญเหรอวะ"
คินน์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจที่เต้นแรงเพราะความเหนื่อยเมื่อครู่ ตอนนี้กลับเต้นระรัวด้วยสาเหตุอื่น
"แล้ว... แล้วทำไมมึงไม่บอกกูแต่แรก ว่ามึงคือ N" คินน์ถามเสียงสั่น ช้อนสายตาขึ้นมองคนตรงหน้า
"เพราะกูขี้ขลาดไง" นอร์ธตอบตามตรง แววตาของเขาหม่นลงเล็กน้อย "มึงคือเดือนคณะสถาปัตย์ที่โคตรเพอร์เฟกต์ ส่วนกูเป็นแค่ไอ้เถื่อนที่ไม่มีอะไรเข้ากับมึงได้เลย กูพอใจแล้วที่ได้เป็นแค่ตัวอักษรในจอที่ได้คอยรับฟังมึง ได้เป็นเซฟโซนให้มึง..."
นอร์ธยกมือข้างหนึ่งขึ้น เลื่อนไปสัมผัสที่พวงแก้มขาวเนียนของคินน์อย่างแผ่วเบา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาที่หางตาให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสนี้มันช่างเหมือนกับ 'N' ในจินตนาการของคินน์เหลือเกิน... อ่อนโยน เข้าอกเข้าใจ และปลอดภัย
"จนกระทั่งวันนั้น... วันที่มึงดึงกูเข้าไปจูบ" นอร์ธกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าลงเรื่อยๆ ดวงตาจ้องมองริมฝีปากบางของคนตรงหน้า "วินาทีนั้น กูรู้เลยว่ากูทนอยู่ในหน้าจอต่อไปไม่ได้แล้ว..."
หัวใจของคินน์แทบจะหยุดเต้นเมื่อนอร์ธเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเฉียดกัน
"กูไม่ได้สร้างสัญญาหลอกๆ ขึ้นมาเพื่อแกล้งมึง..." นอร์ธเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและชัดเจนที่สุดในชีวิต
"แต่กูสร้างมันขึ้นมา... เพราะกูหาข้ออ้างที่จะได้จับมือมึงในโลกความจริงต่างหาก คินน์... กูชอบมึง"
ดวงตาของคินน์เบิกกว้าง ลมหายใจสะดุดกึก โลกทั้งใบในซอยแคบๆ แห่งนี้หมุนคว้างเหลือเพียงแค่ผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งสารภาพรักกับเขาอย่างหมดเปลือก!
แต่ทว่า... ในจินตนาการที่กำลังจะโรแมนติกขั้นสุดนั้นเอง!
ครืดดดด! ครืดดดด!
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของคินน์กลับแผดเสียงสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง ขัดจังหวะทุกอย่างจนพังทลาย คินน์สะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกนอร์ธออกเบาๆ แล้วล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาดู
หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าตัวเบ้อเริ่ม... 'เต้ (แฟนเก่า)'
บรรยากาศโรแมนติกขาดผึง! นอร์ธตวัดสายตามองชื่อบนหน้าจอ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที ออร่าหมาบ้าลานเกียร์ที่เพิ่งหายไปเมื่อครู่ กลับมาแผ่รังสีอำมหิตอีกครั้ง!
หมาจนตรอกบุกถิ่นหวังหมิ่นเกียร์ พาพรรคพวกมาเหี้ยมหวังเหยียบย่ำ เลือดวิศวะเดือดพล่านต้านระยำ ขอเอาตัวเข้าค้ำ...ปกป้องหัวใจเสียงไม้เบสบอลเหล็กฟาดเข้ากับถังขยะใบใหญ่ดังก้องกังวานไปทั่วลานเกียร์ที่เคยเงียบสงบในยามวิกาล สะท้อนกลับไปกลับมาเหมือนเสียงกลองรบที่ตีรัวประกาศศึกคินน์ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของนอร์ธ มือเรียวที่เพิ่งสอดประสานกันเมื่อครู่กำชายเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มของคนตรงหน้าไว้แน่นจนข้อศอกขาวซีด ลมหายใจที่เพิ่งกลับมาเป็นปกติเริ่มหอบถี่อีกครั้งเมื่อเห็น 'เต้' แฟนเก่าที่เขาเคยคิดว่าแสนดี บัดนี้ยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความเคียดแค้น พร้อมกับกลุ่มอันธพาลรับจ้างนับสิบคนที่ถืออาวุธครบมือ"มึงเก่งนักใช่ไหมไอ้นอร์ธ! เก่งนักใช่ไหมที่แฉกูกลางไลฟ์สด!" เต้แผดเสียงลั่น ชี้ปลายไม้เบสบอลมาทางช็อปวิศวะ "มึงทำชีวิตกูพัง! วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออกล้างตีนกูให้ได้ มึงออกมา!"ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมช็อปวิศวะไปชั่วอึดใจคินน์เงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนอร์ธ สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน เส้นเลือดที่ลำคอเต้นตุบๆ ตามแรงอารมณ์ที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีเข้มที่เคยมองเขาด้วยความอ
ความจริงที่ถูกซ่อนจะสะท้อนผ่านหน้าจอ คนลวงต้องทนท้อถูกแฉกลับจนดับสูญ จับมือกันฟันฝ่าคำนินทาที่เพิ่มพูน ประกาศรักให้สมบูรณ์กลางโลกโซเชียลแคมเสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์คันโตคำรามก้องฝ่าความมืดยามค่ำคืน คินน์ซ้อนท้ายนอร์ธโดยมีเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มตัวใหญ่คลุมทับร่างเพื่อกันลม สองแขนเรียวกอดรัดรอบเอวสอบของหนุ่มวิศวะแน่น ใบหน้าซบลงกับแผ่นหลังกว้างที่แผ่ความอบอุ่นมาให้ตลอดทางจากคนที่เคยเอาแต่หนีและซ่อนตัวร้องไห้ ตอนนี้หัวใจของเดือนสถาปัตย์กลับเต้นด้วยจังหวะที่มั่นคงขึ้น... เพราะเขารู้แล้วว่าเขาไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับความโหดร้ายนี้เพียงลำพังรถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่นี่คึกคักผิดกับเวลาสองทุ่ม แก๊งเสื้อช็อปนับสิบชีวิตยืนออหน้าคอมพิวเตอร์เกมมิ่งสเปกเทพที่ถูกยกมาตั้งไว้กลางโต๊ะประชุมช่าง โดยมี 'แจ็ค' รับบทเป็นโปรแกรมเมอร์หัวโจกกำลังรัวแป้นคีย์บอร์ดอย่างเมามัน"มาแล้วเหรอวะไอ้พระเอก! กูเซตระบบรอเรียบร้อยแล้ว!" แจ็คหันมาตะโกนเรียกทันทีที่นอร์ธจูงมือคินน์เดินเข้ามาในช็อป "กูเชื่อมต่อจอขึ้นโปรเจกเตอร์ให้ด้วย จะได้เห็นคอมเมนต์ชัดๆ เอาแอคเคาท์ IG ของคิน
เมื่อโลกทั้งใบโหดร้ายและมืดมิด ขอแค่สิทธิ์โอบกอดไว้ไม่ยอมหนี น้ำตาเปื้อนสองแก้มไม่หลีกลี้ กอดดวงนี้ให้รู้ว่า...ยังมีกูลมพัดแรงบนชั้นดาดฟ้าร้างหอบเอาความเย็นเยียบมากระทบผิว แต่คินน์กลับรู้สึกหนาวเหน็บจากข้างในมากกว่า เขานั่งขดตัวอยู่มุมกำแพง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้ม พร้อมกับเอ่ยปากไล่ผู้ชายคนเดียวที่พยายามเดินเข้ามาหา"มึงคิดว่ากูตามหามึงแทบพลิกแผ่นดิน... เพื่อมาฟังคำบอกเลิกปัญญาอ่อนนี่เหรอคินน์"คำตวาดของนอร์ธไม่ได้ทำให้คินน์กลัว แต่มันทำให้เขายิ่งสะอื้นหนักขึ้น ร่างโปร่งหลับตาปี๋ เตรียมใจรับความโกรธเกรี้ยว หรือไม่ก็นอร์ธที่หันหลังเดินจากไป ทิ้งเขาไว้กับความมืดมิดเหมือนที่คนอื่นๆ เคยทำแต่ทว่า... สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไปสวบ...นอร์ธทิ้งตัวลงคุกเข่าบนพื้นซีเมนต์สากๆ ตรงหน้าคินน์อีกครั้ง โดยไม่สนว่ากางเกงยีนส์ตัวเก่งจะเปื้อนฝุ่นหนาแค่ไหน ชายหนุ่มร่างใหญ่ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขาขยับตัวเข้าประชิด สอดท่อนแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเข้าใต้รอยพับเข่าและแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทา ก่อนจะออกแรงดึงรั้งร่างของเดือนสถาปัตย์เข้ามากระแทกอกกว้างอย่างจัง!"
คำลวงสาดซัดดั่งพายุคลั่ง แผลเก่าตอกย้ำจนใจพังต้องหนีหาย ปิดกั้นทุกทางหลบซ่อนตัวคล้ายคนตาย พลิกแผ่นดินแทบมลาย...ตามหาหัวใจที่หลุดลอยติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ ในโทรศัพท์ของทุกคนในสตูดิโอสถาปัตย์ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ราวกับมีใครมากดปุ่มระเบิดเวลาคินน์นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ที่โต๊ะดราฟต์ไฟ ดวงตากลมโตจ้องค้างอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ของมิกซ์ ตัวอักษรในแคปชั่นเพจแฉรายวันมหาลัยพร่ามัวไปหมด เสียงซุบซิบนินทาที่เคยดังแว่วๆ ตอนนี้เริ่มขยายวงกว้างและพุ่งเป้ามาที่เขาโดยตรง"เฮ้ย... ในเพจบอกว่าคินน์แอบคบซ้อนตั้งแต่วันปฐมนิเทศเลยว่ะ" "จริงดิ? มิน่าล่ะ พอเลิกกับพี่เต้ปุ๊บก็เปิดตัวคบเด็กช่างปั๊บ ไวไปป่าววะ" "ดูหน้าใสๆ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าจะเป็นคนแบบนี้ สงสารพี่เต้ว่ะ โดนสวมเขามาตั้งสามปี"เสียงกระซิบกระซาบจากโต๊ะรอบๆ แม้จะพยายามกดให้เบา แต่มันกลับดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคินน์ชัดเจนทุกถ้อยคำภาพในอดีตเมื่อสามปีก่อนตีรวนขึ้นมาเป็นฉากๆ... วันที่เต้แอบไปมีคนอื่น แต่กลับจัดฉากโยนความผิดให้คินน์เป็นคนงี่เง่า วันที่เพื่อนหลายคนตีตัวออกห่างเพราะเชื่อคำโกหกของเต้ วันที่เขาต้องฝืนย
ลายเส้นสลักรักซ่อนไว้เนิ่นนาน ก่อนโลกออนไลน์จะเชื่อมใจสอง ความลับเปิดเผยหมดสิ้นไร้กรงทอง ถึงเวลาเดินหน้ารุก...ไม่กั๊กใจ08:00 น. หน้าห้องพักคอนโดของคินน์ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นตรงเวลาเป๊ะราวกับตั้งนาฬิกาปลุก ทำเอาคนที่นั่งตาค้างอยู่บนโซฟามาทั้งคืนสะดุ้งสุดตัว คินน์ในสภาพสวมเสื้อยืดตัวย้วยกับกางเกงขาสั้น ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า ยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยขาสั่นๆ ในมือของเขากำ 'สมุดสเก็ตช์ปกดำ' ของนอร์ธไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวเขาเดินไปที่ประตู สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะกระชากบานประตูเปิดออกร่างสูงใหญ่ในชุดนักศึกษาที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนักยืนอยู่ตรงหน้า นอร์ธพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นลวกๆ มือข้างหนึ่งถือแก้วอเมริกาโน่เย็น ส่วนอีกข้างถือถุงแซนด์วิชแฮมชีสแบบไม่ใส่มายองเนส กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยมาปะทะจมูกคินน์"ตื่นเช้าเหมือนกะ..." นอร์ธกำลังจะเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มมุมปาก แต่เสียงของเขาก็ขาดหายไปเมื่อสายตาเลื่อนลงมาเห็น 'วัตถุพยาน' ในมือของคินน์บรรยากาศหน้าประตูห้องชะงักกึกไปชั่วอึดใจคินน์เชิดหน้าขึ้น พยายามทำใจดีสู้เสือ ชูสมุดสเก็
จับมือกันอยู่ดีๆ เพื่อนดันเห็น เกิดอาการซ่อนเร้นจนสับสน แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ชวนขบขันกันทุกคน ยิ่งดิ้นรนยิ่งโดนแซว... แฟนวิศวะแสงแฟลชจากกล้องโทรศัพท์มือถือของแจ็คสว่างวาบเข้าตา คินน์สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต ร่างโปร่งกระชากมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของนอร์ธอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าถ้าเกิดประกายไฟได้คงเกิดไปแล้ว!"ชะ... เชี่ย! ไม่ใช่นะเว้ย! พวกมึงเข้าใจผิดแล้ว!"คินน์แหกปากลั่นถนนเจริญกรุง ใบหน้าขาวเนียนที่เพิ่งซับสีเลือดจากความเขินเมื่อครู่ ตอนนี้แดงเถือกลามไปถึงยันคอหอย สมองของเดือนสถาปัตย์ผู้ชาญฉลาดประมวลผลหาทางรอดอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่แก๊งเสื้อช็อปนับสิบชีวิตยืนอ้าปากค้าง สลับกับมองหน้านอร์ธและคินน์ไปมา"เข้าใจผิดอะไรวะคินน์! เมื่อกี้กูเห็นเต็มสองตาว่าไอ้นอร์ธมันจับมือมึงเดินยิ้มหน้าบานออกมาจากซอย!" แจ็คตะโกนกลับ มือยังคงถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปไม่ยอมลดลง "นี่มึงสองคนไม่ได้แค่เล่นละครตบตาแฟนเก่าตามที่ข่าวลือในมอเขาว่ากันเหรอวะ! มึงคบกันจริงดิ!""บ้า! คบจริงที่ไหนเล่า! กู... กู..." คินน์ละล่ำละลัก สายตาล่อกแล่กมองซ้ายมองขวา ก่อนจะโพล่งประโยคแรกที่แล่นเข้ามาในหัวออกไป "กูสะดุดล้ม! เออ! ถนนมัน
สายเรียกเข้าขัดจังหวะกระชากอารมณ์ รักที่บ่มแทบระเบิดเกิดความหวง คว้ามือถือตอกกลับไปไม่อำพราง ลบทุกภาพคนหลอกลวง...ทวงสิทธิ์แฟน(จริง)เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือที่ดังแทรกขึ้นมาในซอยแคบๆ ราวกับเสียงไซเรนเตือนภัยสลายบรรยากาศโรแมนติกที่กำลังก่อตัวขึ้นจนแตกกระจายคินน์ยืนตัวแข็งทื่อ แผ่นหลังยังคงแ
พวงกุญแจสื่อรักทักให้สืบ แอบกระคืบตามติดประชิดร่าง แกล้งปลอมตัวพรางหน้าหลบตามทาง ความลับบางเริ่มกระจ่างกลางสายตาแสงแดดรำไรยามบ่ายส่องลอดใบไม้ลงมาตกกระทบบนพื้นคอนกรีตหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์คินน์ยืนหลบอยู่หลังต้นตีนเป็ดน้ำขนาดใหญ่ สภาพของเดือนคณะสถาปัตย์ผู้หล่อเนี้ยบในวันนี้ ถูกแทนที่ด้วยเสื้อฮู้ด
โทรศัพท์สั่นระรัวตัวแทบแข็ง ต้องรีบแสร้งตีหน้าตายซ่อนความลับ รอดตัวไปแบบฉิวเฉียดหวุดหวิดนัก แต่ความรักที่ปิดไว้...สั่นยิ่งกว่าอากาศยามบ่ายที่ร้อนอบอ้าวดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะสายตาของคินน์จับจ้องไปที่กระเป๋ากางเกงยีนส์ของนอร์ธที่เพิ่งหยุดสั่นไปเมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้ว สลับกับมองใบหน้าคมคายท
ข้อสงสัยก่อตัวในหัวใจ แกล้งทดสอบโยนไปให้เผยท่า แฟนเก่าหวนกลับมาท้าสายตา ต้องแสดงบทรักบ้า...ให้สมจริงความเงียบในร้านกาแฟระหว่างคินน์กับนอร์ธดำเนินไปพักใหญ่ มีเพียงเสียงหลอดดูดน้ำแข็งกระทบแก้วพลาสติก คินน์จ้องมองแผ่นแปะแก้ปวดภาษาญี่ปุ่นในมือสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของคนตรงหน้า ความสงสัยตีตื้นขึ้นมาใ







