Se connecterสายเรียกเข้าขัดจังหวะกระชากอารมณ์ รักที่บ่มแทบระเบิดเกิดความหวง คว้ามือถือตอกกลับไปไม่อำพรางลบทุกภาพคนหลอกลวง...ทวงสิทธิ์แฟน(จริง)
เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือที่ดังแทรกขึ้นมาในซอยแคบๆ ราวกับเสียงไซเรนเตือนภัยสลายบรรยากาศโรแมนติกที่กำลังก่อตัวขึ้นจนแตกกระจาย
คินน์ยืนตัวแข็งทื่อ แผ่นหลังยังคงแนบชิดกับกำแพงอิฐแดง มือที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นระริกเมื่อเห็นชื่อ 'เต้' โชว์หราอยู่บนหน้าจอ หัวใจที่เพิ่งพองโตจากคำสารภาพรักเมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้ว หดเล็กลงกะทันหัน ความรู้สึกขยะแขยงปนหวาดกลัวต่อคนในอดีตตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย
นอร์ธที่ยืนใช้แขนกักตัวคินน์ไว้ หลุบตาลงมองหน้าจอโทรศัพท์
เพียงแค่เห็นชื่อนั้น... ออร่าความอ่อนโยนที่เพิ่งเปิดเผยออกมาก็มลายหายวับไปในพริบตา สันกรามของหนุ่มวิศวะขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูน นัยน์ตาที่เคยมองคินน์อย่างเว้าวอนแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ดุดันราวกับเสือที่ถูกกระตุกหนวด
ครืดดดด! ครืดดดด!
โทรศัพท์ยังคงสั่นไม่หยุด คินน์ทำท่าจะกดตัดสายด้วยความลนลาน แต่เร็วกว่าความคิด... มือหนาที่แข็งแรงกว่าเอื้อมมาฉวยสมาร์ทโฟนไปจากมือคินน์อย่างรวดเร็ว!
"นอร์ธ! มึงจะทำอะไร!" คินน์เบิกตากว้าง พยายามจะแย่งคืน แต่นอร์ธกลับชูโทรศัพท์ขึ้นสูงพ้นระยะเอื้อมของคินน์
"จัดการขยะไง" นอร์ธตอบเสียงเย็นเยียบ
นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านกดสไลด์หน้าจอรับสายทันทีโดยไม่ลังเล พร้อมกับกดเปิดลำโพง (Speakerphone) เพื่อให้คินน์ได้ยินทุกคำสนทนา
"คินน์! ในที่สุดก็ยอมรับสายพี่สักทีนะ!" เสียงของเต้ดังทะลุลำโพงออกมา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดปนความมั่นหน้า "หนีกลับไปก่อนทำไม พี่ไปหาที่คณะก็ไม่เจอ จะเล่นตัวไปถึงไหน ไอ้เด็กวิศวะชั้นต่ำนั่นมันไม่อยู่ด้วยแล้วใช่ไหม ถึงกล้ารับสายพี่ได้เนี่ย"
คินน์เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด สองมือกำเข้าหากันแน่น ความโกรธปะทุขึ้นมาในอก แต่ก่อนที่เขาจะได้อ้าปากด่า นอร์ธที่ยืนซ้อนอยู่ตรงหน้าก็แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ... เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นเยือกจนคนฟังขนลุก
"มึงว่าใครชั้นต่ำนะไอ้สัด?"
ปลายสายเงียบกริบไปชั่วอึดใจ เหมือนเต้เพิ่งตั้งสติได้ว่าเสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงใสๆ ของเดือนสถาปัตย์
"มึง... ไอ้นอร์ธ? มึงเอามือถือคินน์ไปได้ยังไง! เอาคืนให้คินน์เดี๋ยวนี้ มึงมีสิทธิ์อะไรมารับสายแฟนกู!" เต้ตวาดลั่นผ่านสาย ความเดือดดาลทะลุปรอท
"แฟนพ่อง" นอร์ธสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นทุกคำ "มึงต่างหากที่มีสิทธิ์อะไรมาโทรหาวุ่นวายกับ 'คนของกู' เบิกตาดูรูปคู่ที่กูเพิ่งตั้งโปรไฟล์ซะบ้างนะ ว่าตอนนี้ใครกันแน่ที่เป็นแฟนตัวจริง"
"มึงอย่ามาตอแหล! คินน์ไม่มีทางลดตัวลงไปคบกับคนอย่างมึงหรอก! ก็แค่จ้างมากันท่ากูเท่านั้นแหละ คิดว่ากูโง่ดูไม่ออกหรือไง!"
นอร์ธขยับตัวเข้าประชิดคินน์มากขึ้นจนปลายเท้าชนกัน เขากดสายตาลงมองใบหน้าหวานที่กำลังช้อนตามองเขาด้วยความตกตะลึง ก่อนที่นอร์ธจะยกยิ้มมุมปาก... เป็นยิ้มที่ร้ายกาจและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่คินน์เคยเห็น
"งั้นมึงก็คงโง่จริงๆ นั่นแหละ..." นอร์ธพูดกรอกลงไปในโทรศัพท์ สายตายังคงจับจ้องไปที่ริมฝีปากบางของคินน์ไม่วางตา "เพราะสัญญาจ้างบ้าบอนั่นมันยกเลิกไปแล้ว..."
นอร์ธลดมือถือลงมาระดับอก เอื้อมมือซ้ายที่ว่างอยู่ไปเชยคางคินน์ขึ้นมาเบาๆ นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากล่างของคินน์อย่างอุกอาจแต่นุ่มนวล
"มึงฟังให้ชัดๆ นะไอ้เต้..." เสียงของนอร์ธแหบพร่าและจงใจพูดให้ช้าลงทีละคำ "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คินน์คือแฟนกู 'ของจริง' ...คนที่กอดคินน์อยู่ตอนนี้คือกู คนที่คินน์ยอมให้จูบก็คือกู และคนที่คินน์รักมาตลอดสามปีก็คือกู ไม่ใช่มึง ไอ้เศษสวะ"
"ไอ้นอร์ธ!! มึงกล้าดียังไง..."
"อย่าโทรมาให้คินน์ระคายหูอีก ถ้ากูเห็นเบอร์มึง หรือเห็นมึงมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ คินน์อีกแม้แต่ก้าวเดียว..." นอร์ธหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่กระจาย "กูจะไปดักกระทืบมึงถึงหน้าคณะ เอาให้มึงเดินกร่างไม่ได้อีกเลย... จำไว้"
ติ๊ด!
นอร์ธไม่รอให้เต้ได้เห่าต่อ เขากดตัดสายทิ้งทันที นิ้วหนากดเข้าไปที่ตั้งค่าและทำการ 'บล็อก' เบอร์ของเต้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ก่อนจะยัดโทรศัพท์เครื่องบางกลับคืนใส่มือของคินน์ที่ยืนอ้าปากค้างอยู่
ความเงียบโรยตัวลงมาในซอยแคบๆ อีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน
คินน์ก้มมองโทรศัพท์ในมือ สลับกับเงยหน้ามองคนตรงหน้า สมองตื้อไปหมด บทสนทนาเมื่อครู่มันช่างดุดัน เถื่อนดิบ แต่ในขณะเดียวกัน... มันกลับเป็นกำแพงเหล็กกล้าที่ปกป้องเขาจากฝันร้ายในอดีตได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"มึง... ไปบอกมันแบบนั้น..." คินน์เอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว ความรู้สึกอายม้วนกลับมาตีโจมตีอีกรอบ "มึงบอกว่ากู... ระ... รักมึงมาตลอดสามปีเนี่ยนะ! ไอ้บ้า! กูแค่บอกว่ากูสบายใจเวลาคุยกับ N ต่างหาก กูยังไม่ได้บอกรักมึงสักคำ!"
เดือนสถาปัตย์แหวเข้าให้ แก้มนวลแดงปลั่งขึ้นมาอีกรอบ พยายามยกมือขึ้นผลักอกคนตัวโตแก้เขิน แต่นอร์ธกลับคว้าข้อมือทั้งสองข้างของคินน์เอาไว้ แล้วดึงร่างโปร่งเข้ามาจนแผ่นอกแนบชิดกัน
"อ้าว... ไม่ได้รักหรอกเหรอ" นอร์ธแกล้งเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงกวนประสาทแบบ 'N' ในแชทเป๊ะๆ "งั้นไอ้คนที่แอบส่งหัวใจให้กูในแชททุกคืนก่อนนอน หรือไอ้คนที่ชมว่า 'N แกเป็นผู้ชายที่อบอุ่นที่สุดในโลกเลย' เมื่อเดือนที่แล้ว... หมาที่ไหนพิมพ์วะ"
"ไอ้... ไอ้นอร์ธ! เลิกล้อกูเดี๋ยวนี้นะ!" คินน์ดิ้นขลุกขลัก ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ เขาถูกต้อนให้จนมุมทั้งทางร่างกายและทางหลักฐานแชทสามปีที่ผ่านมา!
นอร์ธหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ทุ้มและน่าฟังที่สุดเท่าที่คินน์เคยได้ยิน สองแขนแข็งแรงรวบเอวคินน์เข้ามากอดหลวมๆ ก่อนจะซบหน้าผากของตัวเองลงบนลาดไหล่บางของคินน์อย่างเหนื่อยล้า... แต่มีความสุข
"ขอโทษ..." นอร์ธกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูคินน์ สรรพนามกวนประสาทหายไป เหลือเพียงความจริงใจที่ไร้เกราะป้องกัน "ขอโทษที่ขี้ขลาดมาตั้งนาน ขอโทษที่ทำให้มึงต้องร้องไห้คนเดียวมาตลอด... กูแม่งโคตรโง่เลยที่เอาแต่แอบมองมึงผ่านจอ"
คินน์หยุดดิ้น สัมผัสอุ่นๆ จากอ้อมกอดนี้มันช่างคุ้นเคย... เหมือนกับความรู้สึกอบอุ่นที่เขาได้รับตัวอักษรของ 'N' เสมอมา เขาสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจนอร์ธที่เต้นแรงไม่แพ้กัน
สองแขนของคินน์ที่เคยผลักไส ค่อยๆ ลดระดับลง ก่อนจะยกขึ้นไปโอบรอบแผ่นหลังกว้างของหนุ่มวิศวะอย่างเชื่องช้า... เป็นการตอบรับที่เงียบงัน แต่ชัดเจนที่สุด
"อืม... โคตรโง่เลย" คินน์งึมงำตอบ ซุกใบหน้าที่แดงก่ำลงกับอกกว้าง กลิ่นกาแฟคั่วจากตัวนอร์ธทำให้เขารู้สึกสงบอย่างประหลาด "ปล่อยให้กูด่ามึงให้มึงฟังอยู่ได้ตั้งหลายวัน... ไอ้โรคจิตเอ๊ย"
นอร์ธผละใบหน้าออกมาเล็กน้อยเพื่อมองสบตาคินน์ รอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้าหล่อเหลา
"สัญญากำมะลอเป็นอันยกเลิก" นอร์ธประกาศเสียงนุ่ม นัยน์ตาสีเข้มทอประกายระยิบระยับแบบที่สาวๆ ทั้งมหาลัยไม่เคยได้เห็น "ตั้งแต่วินาทีนี้ไป... กูจะจีบมึงในฐานะ 'นอร์ธ' ไอ้เถื่อนวิศวะปีสาม ไม่ใช่แค่ตัวอักษร N ในจออีกแล้ว"
คินน์เม้มปาก กลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ย "ใครบอกว่าจะยอมให้จีบง่ายๆ กูสถาปัตย์นะโว้ย งานยุ่งจะตาย ไม่มีเวลามานั่งเดตกับมึงหรอก"
"ไม่ต้องเดต" นอร์ธก้าวถอยหลัง ปล่อยแขนจากเอวคินน์ แต่เปลี่ยนมาคว้าฝ่ามือเรียวไปกอบกุมไว้แน่นแทน สอดประสานนิ้วทั้งห้าเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น "เดี๋ยวเดินไปส่งที่คณะทุกวัน หิ้วกระเป๋าให้ทุกเช้า ซื้อกาแฟให้ทุกบ่าย... แปะยาแก้ปวดคอให้ทุกคืน"
คำพูดสุดท้ายทำเอาคินน์หน้าร้อนฉ่าไปถึงหลังคอ
"มึง... ไอ้บ้า" คินน์สบถเบาๆ ก้มหน้ามองพื้นถนนไม่กล้าสบตาคนคลั่งรักที่เพิ่งปลดล็อกสกินทองคำ
นอร์ธหัวเราะเบาๆ ออกแรงกระตุกมือคินน์ให้เดินตามออกไปจากซอยแคบๆ
แสงไฟสลัวจากเสาไฟริมถนนเจริญกรุงเริ่มสว่างขึ้นแทนที่แสงอาทิตย์ที่ลาลับขอบฟ้า ภาพแผ่นหลังกว้างของหนุ่มวิศวะในชุดเสื้อยืดสบายๆ ที่กำลังจับมือเดินจูงเดือนสถาปัตย์ผู้หล่อเหลาไปตามทางเท้า กลายเป็นภาพที่ลบเลือนบาดแผลในใจของคินน์ไปจนหมดสิ้น
ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยความฟินแบบแฮปปี้เอนดิ้ง...
ถ้าไม่ใช่เพราะ...
เมื่อทั้งคู่เดินกลับมาถึงหน้าร้าน 'Book & Bean' ที่คินน์วิ่งหนีออกมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ประตูกระจกของร้านเปิดอ้าออก พร้อมกับร่างของกลุ่มนักศึกษาชายล้วนในชุดเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูและสีน้ำเงินเข้มกว่าสิบชีวิตที่ยืนอออยู่หน้าร้าน
หนึ่งในนั้นคือ 'แจ็ค' เพื่อนสนิทตัวแสบของนอร์ธ
แจ็คยืนตาค้าง มองมือของนอร์ธเพื่อนรักที่กำลังประสานนิ้วแนบแน่นอยู่กับมือของคินน์ เดือนคณะสถาปัตย์ ก่อนที่แจ็คจะค่อยๆ ยกโทรศัพท์มือถือที่เปิดโหมดถ่ายวิดีโอค้างไว้อยู่... เล็งตรงมาที่พวกเขาสองคน!
"เชี่ยยยยยยยยย!!!" แจ็คแหกปากลั่นถนนเจริญกรุง "ไอ้นอร์ธ! นี่มึงไม่ได้แค่รับจ้างเป็นแฟนหลอกๆ ตามที่ข่าวลือบอก... แต่มึงแอบแดกเดือนสถาปัตย์จริงๆ เหรอวะ!!"
นอร์ธชะงักกึก คินน์เบิกตากว้าง รีบชักมือออกอย่างรวดเร็วแต่ช้าไปเสียแล้ว...
ความลับเรื่อง N เพิ่งเคลียร์จบไปหมาดๆ แต่ดูเหมือนว่า 'ความวายป่วง' ของการประกาศตัวเป็นแฟน(จริงๆ) กลางดงเพื่อนวิศวะ... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!!
หมาจนตรอกบุกถิ่นหวังหมิ่นเกียร์ พาพรรคพวกมาเหี้ยมหวังเหยียบย่ำ เลือดวิศวะเดือดพล่านต้านระยำ ขอเอาตัวเข้าค้ำ...ปกป้องหัวใจเสียงไม้เบสบอลเหล็กฟาดเข้ากับถังขยะใบใหญ่ดังก้องกังวานไปทั่วลานเกียร์ที่เคยเงียบสงบในยามวิกาล สะท้อนกลับไปกลับมาเหมือนเสียงกลองรบที่ตีรัวประกาศศึกคินน์ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของนอร์ธ มือเรียวที่เพิ่งสอดประสานกันเมื่อครู่กำชายเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มของคนตรงหน้าไว้แน่นจนข้อศอกขาวซีด ลมหายใจที่เพิ่งกลับมาเป็นปกติเริ่มหอบถี่อีกครั้งเมื่อเห็น 'เต้' แฟนเก่าที่เขาเคยคิดว่าแสนดี บัดนี้ยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความเคียดแค้น พร้อมกับกลุ่มอันธพาลรับจ้างนับสิบคนที่ถืออาวุธครบมือ"มึงเก่งนักใช่ไหมไอ้นอร์ธ! เก่งนักใช่ไหมที่แฉกูกลางไลฟ์สด!" เต้แผดเสียงลั่น ชี้ปลายไม้เบสบอลมาทางช็อปวิศวะ "มึงทำชีวิตกูพัง! วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออกล้างตีนกูให้ได้ มึงออกมา!"ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมช็อปวิศวะไปชั่วอึดใจคินน์เงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนอร์ธ สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน เส้นเลือดที่ลำคอเต้นตุบๆ ตามแรงอารมณ์ที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีเข้มที่เคยมองเขาด้วยความอ
ความจริงที่ถูกซ่อนจะสะท้อนผ่านหน้าจอ คนลวงต้องทนท้อถูกแฉกลับจนดับสูญ จับมือกันฟันฝ่าคำนินทาที่เพิ่มพูน ประกาศรักให้สมบูรณ์กลางโลกโซเชียลแคมเสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์คันโตคำรามก้องฝ่าความมืดยามค่ำคืน คินน์ซ้อนท้ายนอร์ธโดยมีเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มตัวใหญ่คลุมทับร่างเพื่อกันลม สองแขนเรียวกอดรัดรอบเอวสอบของหนุ่มวิศวะแน่น ใบหน้าซบลงกับแผ่นหลังกว้างที่แผ่ความอบอุ่นมาให้ตลอดทางจากคนที่เคยเอาแต่หนีและซ่อนตัวร้องไห้ ตอนนี้หัวใจของเดือนสถาปัตย์กลับเต้นด้วยจังหวะที่มั่นคงขึ้น... เพราะเขารู้แล้วว่าเขาไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับความโหดร้ายนี้เพียงลำพังรถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่นี่คึกคักผิดกับเวลาสองทุ่ม แก๊งเสื้อช็อปนับสิบชีวิตยืนออหน้าคอมพิวเตอร์เกมมิ่งสเปกเทพที่ถูกยกมาตั้งไว้กลางโต๊ะประชุมช่าง โดยมี 'แจ็ค' รับบทเป็นโปรแกรมเมอร์หัวโจกกำลังรัวแป้นคีย์บอร์ดอย่างเมามัน"มาแล้วเหรอวะไอ้พระเอก! กูเซตระบบรอเรียบร้อยแล้ว!" แจ็คหันมาตะโกนเรียกทันทีที่นอร์ธจูงมือคินน์เดินเข้ามาในช็อป "กูเชื่อมต่อจอขึ้นโปรเจกเตอร์ให้ด้วย จะได้เห็นคอมเมนต์ชัดๆ เอาแอคเคาท์ IG ของคิน
เมื่อโลกทั้งใบโหดร้ายและมืดมิด ขอแค่สิทธิ์โอบกอดไว้ไม่ยอมหนี น้ำตาเปื้อนสองแก้มไม่หลีกลี้ กอดดวงนี้ให้รู้ว่า...ยังมีกูลมพัดแรงบนชั้นดาดฟ้าร้างหอบเอาความเย็นเยียบมากระทบผิว แต่คินน์กลับรู้สึกหนาวเหน็บจากข้างในมากกว่า เขานั่งขดตัวอยู่มุมกำแพง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้ม พร้อมกับเอ่ยปากไล่ผู้ชายคนเดียวที่พยายามเดินเข้ามาหา"มึงคิดว่ากูตามหามึงแทบพลิกแผ่นดิน... เพื่อมาฟังคำบอกเลิกปัญญาอ่อนนี่เหรอคินน์"คำตวาดของนอร์ธไม่ได้ทำให้คินน์กลัว แต่มันทำให้เขายิ่งสะอื้นหนักขึ้น ร่างโปร่งหลับตาปี๋ เตรียมใจรับความโกรธเกรี้ยว หรือไม่ก็นอร์ธที่หันหลังเดินจากไป ทิ้งเขาไว้กับความมืดมิดเหมือนที่คนอื่นๆ เคยทำแต่ทว่า... สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไปสวบ...นอร์ธทิ้งตัวลงคุกเข่าบนพื้นซีเมนต์สากๆ ตรงหน้าคินน์อีกครั้ง โดยไม่สนว่ากางเกงยีนส์ตัวเก่งจะเปื้อนฝุ่นหนาแค่ไหน ชายหนุ่มร่างใหญ่ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขาขยับตัวเข้าประชิด สอดท่อนแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเข้าใต้รอยพับเข่าและแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทา ก่อนจะออกแรงดึงรั้งร่างของเดือนสถาปัตย์เข้ามากระแทกอกกว้างอย่างจัง!"
คำลวงสาดซัดดั่งพายุคลั่ง แผลเก่าตอกย้ำจนใจพังต้องหนีหาย ปิดกั้นทุกทางหลบซ่อนตัวคล้ายคนตาย พลิกแผ่นดินแทบมลาย...ตามหาหัวใจที่หลุดลอยติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ ในโทรศัพท์ของทุกคนในสตูดิโอสถาปัตย์ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ราวกับมีใครมากดปุ่มระเบิดเวลาคินน์นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ที่โต๊ะดราฟต์ไฟ ดวงตากลมโตจ้องค้างอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ของมิกซ์ ตัวอักษรในแคปชั่นเพจแฉรายวันมหาลัยพร่ามัวไปหมด เสียงซุบซิบนินทาที่เคยดังแว่วๆ ตอนนี้เริ่มขยายวงกว้างและพุ่งเป้ามาที่เขาโดยตรง"เฮ้ย... ในเพจบอกว่าคินน์แอบคบซ้อนตั้งแต่วันปฐมนิเทศเลยว่ะ" "จริงดิ? มิน่าล่ะ พอเลิกกับพี่เต้ปุ๊บก็เปิดตัวคบเด็กช่างปั๊บ ไวไปป่าววะ" "ดูหน้าใสๆ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าจะเป็นคนแบบนี้ สงสารพี่เต้ว่ะ โดนสวมเขามาตั้งสามปี"เสียงกระซิบกระซาบจากโต๊ะรอบๆ แม้จะพยายามกดให้เบา แต่มันกลับดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคินน์ชัดเจนทุกถ้อยคำภาพในอดีตเมื่อสามปีก่อนตีรวนขึ้นมาเป็นฉากๆ... วันที่เต้แอบไปมีคนอื่น แต่กลับจัดฉากโยนความผิดให้คินน์เป็นคนงี่เง่า วันที่เพื่อนหลายคนตีตัวออกห่างเพราะเชื่อคำโกหกของเต้ วันที่เขาต้องฝืนย
ลายเส้นสลักรักซ่อนไว้เนิ่นนาน ก่อนโลกออนไลน์จะเชื่อมใจสอง ความลับเปิดเผยหมดสิ้นไร้กรงทอง ถึงเวลาเดินหน้ารุก...ไม่กั๊กใจ08:00 น. หน้าห้องพักคอนโดของคินน์ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นตรงเวลาเป๊ะราวกับตั้งนาฬิกาปลุก ทำเอาคนที่นั่งตาค้างอยู่บนโซฟามาทั้งคืนสะดุ้งสุดตัว คินน์ในสภาพสวมเสื้อยืดตัวย้วยกับกางเกงขาสั้น ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า ยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยขาสั่นๆ ในมือของเขากำ 'สมุดสเก็ตช์ปกดำ' ของนอร์ธไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวเขาเดินไปที่ประตู สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะกระชากบานประตูเปิดออกร่างสูงใหญ่ในชุดนักศึกษาที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนักยืนอยู่ตรงหน้า นอร์ธพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นลวกๆ มือข้างหนึ่งถือแก้วอเมริกาโน่เย็น ส่วนอีกข้างถือถุงแซนด์วิชแฮมชีสแบบไม่ใส่มายองเนส กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยมาปะทะจมูกคินน์"ตื่นเช้าเหมือนกะ..." นอร์ธกำลังจะเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มมุมปาก แต่เสียงของเขาก็ขาดหายไปเมื่อสายตาเลื่อนลงมาเห็น 'วัตถุพยาน' ในมือของคินน์บรรยากาศหน้าประตูห้องชะงักกึกไปชั่วอึดใจคินน์เชิดหน้าขึ้น พยายามทำใจดีสู้เสือ ชูสมุดสเก็
จับมือกันอยู่ดีๆ เพื่อนดันเห็น เกิดอาการซ่อนเร้นจนสับสน แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ชวนขบขันกันทุกคน ยิ่งดิ้นรนยิ่งโดนแซว... แฟนวิศวะแสงแฟลชจากกล้องโทรศัพท์มือถือของแจ็คสว่างวาบเข้าตา คินน์สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต ร่างโปร่งกระชากมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของนอร์ธอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าถ้าเกิดประกายไฟได้คงเกิดไปแล้ว!"ชะ... เชี่ย! ไม่ใช่นะเว้ย! พวกมึงเข้าใจผิดแล้ว!"คินน์แหกปากลั่นถนนเจริญกรุง ใบหน้าขาวเนียนที่เพิ่งซับสีเลือดจากความเขินเมื่อครู่ ตอนนี้แดงเถือกลามไปถึงยันคอหอย สมองของเดือนสถาปัตย์ผู้ชาญฉลาดประมวลผลหาทางรอดอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่แก๊งเสื้อช็อปนับสิบชีวิตยืนอ้าปากค้าง สลับกับมองหน้านอร์ธและคินน์ไปมา"เข้าใจผิดอะไรวะคินน์! เมื่อกี้กูเห็นเต็มสองตาว่าไอ้นอร์ธมันจับมือมึงเดินยิ้มหน้าบานออกมาจากซอย!" แจ็คตะโกนกลับ มือยังคงถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปไม่ยอมลดลง "นี่มึงสองคนไม่ได้แค่เล่นละครตบตาแฟนเก่าตามที่ข่าวลือในมอเขาว่ากันเหรอวะ! มึงคบกันจริงดิ!""บ้า! คบจริงที่ไหนเล่า! กู... กู..." คินน์ละล่ำละลัก สายตาล่อกแล่กมองซ้ายมองขวา ก่อนจะโพล่งประโยคแรกที่แล่นเข้ามาในหัวออกไป "กูสะดุดล้ม! เออ! ถนนมัน
ความลับพังทลายเมื่อสบตา สติหลุดลนลานต้องหนีหน้า ตามง้อขอโทษที่หลอกมา เพราะความรักที่ซ่อนไว้...มันใหญ่เกิน ความเงียบในร้าน 'Book & Bean' อื้ออึงจนแทบจะกลายเป็นเสียงวิ้งในโสตประสาทคินน์นั่งแปะอยู่บนพื้นท่ามกลางกองหนังสือที่หล่นกระจาย ดวงตากลมโตสั่นระริกขณะจ้องมองใบหน้าของนอร์ธที่อยู่หลังเคาน์เต
พวงกุญแจสื่อรักทักให้สืบ แอบกระคืบตามติดประชิดร่าง แกล้งปลอมตัวพรางหน้าหลบตามทาง ความลับบางเริ่มกระจ่างกลางสายตาแสงแดดรำไรยามบ่ายส่องลอดใบไม้ลงมาตกกระทบบนพื้นคอนกรีตหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์คินน์ยืนหลบอยู่หลังต้นตีนเป็ดน้ำขนาดใหญ่ สภาพของเดือนคณะสถาปัตย์ผู้หล่อเนี้ยบในวันนี้ ถูกแทนที่ด้วยเสื้อฮู้ด
โทรศัพท์สั่นระรัวตัวแทบแข็ง ต้องรีบแสร้งตีหน้าตายซ่อนความลับ รอดตัวไปแบบฉิวเฉียดหวุดหวิดนัก แต่ความรักที่ปิดไว้...สั่นยิ่งกว่าอากาศยามบ่ายที่ร้อนอบอ้าวดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะสายตาของคินน์จับจ้องไปที่กระเป๋ากางเกงยีนส์ของนอร์ธที่เพิ่งหยุดสั่นไปเมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้ว สลับกับมองใบหน้าคมคายท
ข้อสงสัยก่อตัวในหัวใจ แกล้งทดสอบโยนไปให้เผยท่า แฟนเก่าหวนกลับมาท้าสายตา ต้องแสดงบทรักบ้า...ให้สมจริงความเงียบในร้านกาแฟระหว่างคินน์กับนอร์ธดำเนินไปพักใหญ่ มีเพียงเสียงหลอดดูดน้ำแข็งกระทบแก้วพลาสติก คินน์จ้องมองแผ่นแปะแก้ปวดภาษาญี่ปุ่นในมือสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของคนตรงหน้า ความสงสัยตีตื้นขึ้นมาใ







