LOGINฉันอาบน้ำเสร็จ ก็ทิ้งตัวลงที่นอนด้วยความเหนื่อยล้า
ติ้ง (เสียงไลน์จากโทรศัพท์)
พี่เอดีน : นอนหรือยังครับ?
เอพริล : ยังค่ะ
พี่เอดีน : พรุ่งนี้หลังเลิกงานพี่ขอพาน้องเอพริลไปทานอาหารค่ำกับพี่นะครับ
เอพริล : พรุ่งนี้เดี๋ยวเพื่อนเอพริลมารับอ่าค่ะ
พี่เอดีน : เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ขอไปส่งเองนะครับ พี่มีธุระสำคัญจะคุยกับน้องเอพริลด้วยพอดีครับ
เอพริล : อ่อ ได้ค่ะ
เฮ้ออออออออออออ ฉันตอบรับพี่เอดีนไปแบบนี้ ไอ้เกอร์จะบ่นฉันไหมล่ะเนี่ย คิดแล้วเดี๋ยวปวดหัว นอนก่อนดีกว่า
เช้าวันใหม่มาถึง ฉันแต่งตัวเสร็จก็รีบลงมาที่ห้องครัวของบ้านทันที ไอ้เกอร์ที่อยู่ในชุดหนังสีดำตัวใหม่ก็กำลังกินข้าวอยู่กับครอบครัวฉัน ไอ้เกอร์สนิทกับครอบครัวของฉันมาตั้งแต่สมัยที่ฉันยังอยู่มัธยมแล้ว และครอบครับของฉันไว้ใจมันมากด้วย
“นี่แกมากินข้าวฟรีที่บ้านฉันอีกแล้วนะ” ฉันพูดพร้อมกับตบที่ไหล่ของไอ้เกอร์หนึ่งที
“ฉันมาซ้อม ๆ เป็นลูกเขยบ้านนี่ไง” ไทเกอร์พูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองหน้าแม่ของฉัน “ได้ไหมครับแม่”
“ได้เสมอจ๊ะลูก ไทเกอร์ อิอิ” แม่ตอบกลับ
แงงงง แม่ก็ไปเล่นกับมันด้วย
“แหวะ เข้าทางแม่” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับเบะปากใส่ไอ้เกอร์ด้วยความหมั่นใส้
“ฮ่า ๆ ๆ” ไทเกอร์หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ
“ชิ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับนั่งลง
“อ่า ให้” ไอ้เกอร์ยื่นดอกกุหลาบจำนวน 9 ดอกมาให้ฉันต่อหน้า พ่อ แม่ และยัยน้องสาวตัวแสบของฉัน ทำเอาฉันเขินหน้าแดงไปหมด
“แหม่ ๆ เดี๋ยวนี้เพื่อนสนิทเขาหันมาจีบกันเองแล้วหรอ?” พ่อแซวขึ้น
“ลูกสาวพ่อจีบยากสุด ๆ เลยครับ ผมจะท้อก่อนแล้วนะครับ” ไอ้เกอร์หันไปตอบพ่อด้วยใบหน้าที่งอเล็กน้อย
“เล่นตัวเข้าไว้นะลูก ฮ่า ๆ ๆ” พ่อหันมาหัวเราะกับฉัน
“แงงงงงง พ่อก้อ”
“อุ้ย! ดอกกุหลาบ 9 ดอก นี้หมายถึง จะอยู่ด้วยกันไปชั่วนิรันดร์ ใช่ไหมพี่เกอร์” ยัยน้องสาวตัวแสบของฉันก็ช่วยเขาด้วย
“ฉลาดมากเลย ยัยตัวแสบ” ไอ้เกอร์พูดกับยัยแจน พร้อมกับเอามือลูบหัวยัยแจนหนึ่งที
“พอ ๆ กันทั้งหมดเลยค่ะ หนูจะไปทำงานแล้ว ไป ๆ ได้แล้วไอ้เกอร์” พูดจบฉันก็คว้าคอเสื้อของ ไอ้เกอร์ให้ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารทันที
“ฉันยังกินไม่อิ่มเลย” ไอ้เกอร์เถียงขึ้นพร้อมกับข้าวที่ยังอยู่ในปาก ส่วนตัวของมันก็โดนฉันลากออกมาจากโต๊ะแล้ว
“แม่ค่ะ หนูฝากดอกกุหลาบไปเก็บไว้บนห้องนอนให้ด้วยนะคะ” ฉันหันไปพูดกับแม่ แล้วก็ลาก ไอ้เกอร์มาถึงมอเตอร์ไซค์
“ไปได้แล้ว ฉันสายแล้ว”
“ได้ครับคุณผู้หญิง” ไทเกอร์สตาร์ทเครื่อง ฉันก็ขึ้นซ้อนท้ายมันทันที
เอี้ยดดดดดดดดดดดดดดด
ไทเกอร์เบรกอย่างแรงที่หน้าคาเฟ่ ทำให้เสียงล้อมอเตอร์ไซค์เกิดเสียดสีเข้ากับพื้นจนเกิดเสียงดัง และเป็นรอยล้อรถยาวบริเวณหน้าร้าน
“นี่แกตั้งใจกวนประสาทพี่เขาใช่ไหม?” ฉันถามไอ้เกอร์ขึ้น เพราะตอนนี้พนักงานทุกคนในร้านเริ่มมุ่งสายตามาที่เราสองคน
“แกก็คิดไปเอง ฮ่า ๆ ๆ” ไอ้เกอร์ตอบกลับมาด้วยเสียงหัวเราะ
“เย็นนี้แกไม่ต้องมารับฉันนะ เดี๋ยวพี่เอดีนเขาจะพาฉันไปทานอาหารเย็น แล้วพี่เอดีนจะไปส่งฉันที่บ้านเอง” เมื่อฉันพูดขึ้น ไอ้เกอร์ก็หน้างอนทันที
“ไม่เอา เดี๋ยวฉันจะมารับแกเอง จะกินเสร็จกี่โมงก็โทรมา เดี๋ยวยังไงฉันก็จะมารับ” ไอ้เกอร์ยังคงดื้อดึง
“ไม่เป็นไรแก” ฉันก็ยังคงดื้อกลับ
“ไม่รู้แหละ เดี๋ยว 6 โมงเย็นฉันจะมารอแกที่นี่ถ้าแกไม่กลับกับฉัน ฉันก็จะนั่งรอแกอยู่ที่นี่ยันเช้าเลย” พูดจบไทเกอร์ก็ขับรถออกไปเลย
“เอ้า ไอ้เกอร์ฉันยังไม่ได้ตกลงเลยนะ” ฉันตะโกนตามหลังไอ้เกอร์ไป แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ยินซะแล้ว
ไทเกอร์ :
ผมขับรถมาจอดที่กลางสนามฝึก พี่ไมค์ที่รอเป็นครูฝึกของผมอยู่แล้วก็เดินเข้ามาหาผมทันที
“วันนี้พร้อมซ้อมไหมไทเกอร์?” พี่ไมค์ถามขึ้น
“พร้อมครับพี่” ผมตอบกลับ
เอพริล :
ยามเย็น ณ คาเฟ่
“น้องเอพริลครับ เดี๋ยวเราไปทานอาหารค่ำกันเลยไหมครับ?” พี่เอดีนเดินเข้ามาถามในขณะที่ฉันกำลังยืนเก็บอุปกรณ์บนเคาน์เตอร์อยู่
“ได้ค่ะพี่เอดีน เอพริลเก็บของเสร็จพอดีเลยค่ะ” พูดจบฉันก็เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และเดินไปที่รถกับพี่เอดีน
เอี้ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ระหว่างที่ฉันกำลังจะก้าวขึ้นรถของพี่เอดีน จู่ ๆ ไทเกอร์ก็ขับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจมาจอดขว้างหน้าฉันไว้ทันที
“เกอร์ แกจะขับมาขว้างฉันแบบนี้ทุกครั้งไม่ได้นะ มันเสียมารยาท” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ เพราะกลัวว่าพี่เอดีนจะไม่พอใจ
“แกจะไปกินข้าวเย็นหรอ ขอฉันไปด้วยได้ป่ะ” เกอร์ถามขึ้น
แกนี่มันร้ายนัก จะคอยกั้นผู้ชายออกจากฉันจนหมดโลกเลยหรือไงฮ่ะ
“พี่เอดีนมีธุระส่วนตัวจะคุยกับฉัน แกไว้ไปวันหลังนะ” ฉันพูดขึ้น
“โฮ้ ใจร้ายจังเลยอ่าแก” ไอ้เกอร์ทำหน้างอทันที
“คุณเอดีนครับ ผมขอไปด้วยได้ไหมครับ เดี๋ยวมื้อนี้ผมเลี้ยงเอง ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่เมื่อวานผมเสียมารยาทกับคุณแล้วกันนะครับ” ไอ้เกอร์หันไปพูดกับพี่เอดีน
_______________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน
บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ
“สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ
“ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส
ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ
บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า







